Advertisement
APPS

ตาลายในต่างแดน แค่มีกล้องมือถือก็พอ! ‘GOOGLE TRANSLATE’ อัปเดตฟีเจอร์รองรับภาษาไทยแล้ว

By: anonymK July 15, 2019

โลกไร้พรมแดน แต่ภาษาก็ยังเป็นข้อจำกัดสำหรับคนไม่ถนัดเสมอ

เราเคยเชื่อว่าโดเรมอนเป็นแค่จินตนาการ แต่ศรัทธาในเจ้าหุ่นยนต์แมวฟ้าก็มาปรากฏในยุคนี้ในที่สุด เพราะหลายอุปกรณ์วิเศษที่เราไม่เคยเชื่อว่ามันจะมีจริง ๆ ในที่สุดก็เกิดขึ้นแล้ว อย่างชิ้นหนึ่งที่ตอนเด็ก ๆ คิดว่าถ้ามีไว้คงสนุกมากขึ้น แต่พอโตแล้วเริ่มเห็นประโยชน์และอยากให้มีสุด ๆ คงหนีไม่พ้น “วุ้นแปลภาษา” เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าภาษามันเป็นอุปสรรคกับการสื่อสาร การเดินทางและการหาเงินหาทองของเราวันนี้เหลือเกิน

จากจินตนาการผ่านลายเส้นของ ฟุจิโกะ ฟุจิโอะ ปี 2512 เกี่ยวกับของวิเศษจากโลกอนาคตที่นำมาช่วยเหลือเด็กชายโนบิตะ กลายเป็นความฝันสากลที่มนุษยชาติไล่ตามกันมาเรื่อย ๆ ของวิเศษหลายชิ้นที่ถูกเล่ามาเมื่อเกือบ 50 ปีที่แล้วหลายชิ้นวันนี้กลายเป็นความจริง ไม่เว้นแม้แต่ “เครื่องแปลภาษา” ด้วยเช่นกัน จากเหตุการณ์ราว 2 ปีที่แล้วเราเคยฮือฮาเพราะ iLi (อีลี่) หรือแท่งแปลภาษาที่ผลิตจากบริษัท LOGBAR ประเทศญี่ปุ่น ทำงานเป็นล่ามโดยตรง ใช้งานผ่านการนำไปจ่อปากพูดแล้วเลือกแปลภาษาให้อีกฝ่ายฟัง หรือรับเสียงจากฝ่ายตรงข้ามแล้วนำกลับมาฟังเพื่อสื่อสารกันอย่างรวดเร็ว

แต่สำหรับสถานที่ที่ต้องเอาตัวรอด หรือคับขันสุด ๆ แต่ไม่มีอีกฝ่ายให้พูดคุยด้วยล่ะจะทำอย่างไร? ถ้ามีตัวอักษรแปลกอยู่เต็มไปหมด เราขอแนะนำแอปพลิเคชัน Google Translate ที่สามารถติดตั้งลงเครื่องเลย และปัจจุบันเขาพัฒนาให้มันสามารถรองรับการใช้งานภาษาไทยแล้วด้วย! ซึ่งจากการอัปเดตครั้งล่าสุด Google ได้ใช้เทคโนโลยี Neural Machine Translation (NMT) มาใช้งานร่วมกับการแปลในโหมดกล้องถ่ายรูปของสมาร์ตโฟนและ iPad ทำให้การแปลใช้งานได้ง่ายและเป็นธรรมชาติขึ้น ที่สำคัญก็จัดว่าแม่นยำพอใช้เลยทีเดียวสำหรับการเปิดตัวในโหมดภาษาไทย

3 ฟีเจอร์ที่เพิ่มเติมมาล่าสุด
  1. Instant โหมดยก – ส่อง – แปลกันรวดเร็วระดับวินาที วิธีใช้งานแค่หยิบมา เปิดแอปฯ แล้วยกขึ้นมาขยับจอภาพให้ตรงกับตำแหน่งข้อความ
  2. Scan โหมดกดถ่ายภาพไว้แล้วนำมาสแกนเพื่อให้แอปฯ จับคำที่ต้องการใช้แปล จากนั้นเราสามารถ Highlight คำที่ต้องการได้ด้วยการใช้นิ้วมือทัชป้ายลงไป เพื่อให้แอปฯ ประมวลศัพท์ที่ต้องการได้โดยไม่ติดคำอื่น ๆ ที่เราไม่ต้องการออก
  3. Import โหมดที่ทำให้เราใช้งานได้ต่อเนื่องแม้ไม่อยู่ในบริเวณนี้ อาจจะเป็นภาพที่ได้รับมาจากคนอื่นหรือบันทึกไว้ในเครื่องเพื่อมาหาความหมายย้อนหลัง เมื่อ Import ภาพเข้ามาแล้ว แอปฯ จะทำงานด้วยการตรวจจับคำศัพท์เพื่อให้เราเข้าสู่กระบวนการหาความหมายของคำตามข้อ 2

มาอธิบายว่าเก่งอย่างนั้นอย่างนี้ ถ้าไม่ลองใช้จริงพูดไปอาจจะหาว่าโม้ เราเพิ่งจะทดลองเล่นเมื่อเช้านี้เอง ซึ่งภาพของการใช้งานมันก็เป็นอย่างที่เห็นตามด้านล่างเลย โดยอันนี้ลองเล่นกับป้าย UNLOCKMEN หน้าออฟฟิศและป้าย Garage ที่เป็นสีสันของ Live Session Concert ครั้งที่ผ่านมา

สรุปข้อดีของฟีเจอร์แปลภาษาล่าสุดจาก Google Translate จากการใช้งานจริง
  1. “ฟรี” เรื่องนี้ต้องไฮไลต์ตัวโต ๆ เพราะอะไรก็ตามถ้าจำกัดเรื่องงบประมาณได้แล้วไม่แย่เกินไปให้ถือเป็นเรื่องคุ้มค่าไว้ก่อน
  2. ใช้งานได้แบบออฟไลน์และออนไลน์ เพราะ Google เขารู้ว่าถ้าผลิตมาให้ใช้งานช่วงคับขันได้จริง มันต้องครอบคลุมในพื้นที่ไร้สัญญาณด้วย ดังนั้น Google translate เขาเลยยกระดับฟีเจอร์ ยก-ส่อง-แปล ให้สามารถใช้งานได้ทันทีแม้ไร้อินเทอร์เน็ต แต่เท่าที่ลองใช้ดูแล้วช่วงนี้ซึ่งยังอยู่ในระยะเริ่มต้นแนะนำว่าให้ใช้อินเทอร์เน็ตดีกว่าเพราะว่าเนียนกว่ากันเยอะ ถ้าใช้ออฟไลน์มันจะเอ๋อ ๆ หน่อย
  3. เรื่องคุณภาพการใช้งาน ตอนนี้แม้จะยังไม่โปรมาก เพราะถ้ายกส่องไปจับคำศัพท์หลายคำ อาจจะมีคำที่แปลได้และคำที่แปลหลุด แปลตรงบ้างไม่ตรงบ้าง แต่สำหรับคำ ๆ เดียว ก็ถือว่าแปลได้ชัดเจนดีทีเดียว

อย่างไรก็ตาม ถึงหลายคนจะบอกว่ามันเป็น Google translate อยู่ดี ไม่แม่นหรอก แต่เราคิดว่าด้วยคลังคำศัพท์และข้อมูลที่มีมากมายของ Google ทำให้วันนี้ฟีเจอร์แปลภาษาอย่าง Google Translate ฉลาดขึ้นเรื่อย ๆ หลายประโยคพอนำไปแปลอาจจะมีสำนวนที่อธิบายให้เราเข้าใจได้ง่ายขึ้นอย่างคาดไม่ถึง ไม่ได้งู ๆ ปลา ๆ ขนาดจะต้องตำหนิเหมือนแต่ก่อน ดังนั้นอย่างน้อยถึงจะไม่เป๊ะแต่ก็ยังใช้จับใจความได้ดีทีเดียว

การปฏิเสธ Tools เพราะยังติดกับทัศนคติและความเชื่อเก่า ๆ อาจจะทำให้เราล้าหลังไปโดยไม่รู้ตัว แต่ถ้าลองใช้เพื่อให้รู้ว่ามันตอบโจทย์หรือไม่และใช้มันอย่างเป็นประโยชน์นี่แหละจะทำให้พวกเราก้าวทัน ไม่ว่าทุกสิ่งรอบข้างจะเปลี่ยนแปลงไปมากแค่ไหนก็ตาม

 

SOURCE: 1 / 2

anonymK
WRITER: anonymK
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line