Entertainment

WATCHLIST: ‘5 หนังตัวละครสีเทา’ เพราะคนเราไม่ได้ดีหรือร้ายไปเสียหมด แม้ในบทภาพยนตร์

By: april February 7, 2019

เวลาถกกันเรื่องประเด็นทางสังคม เรามักจะได้ยินเสมอว่า ไม่มีใครดีหรือแย่ไปทั้งหมด และมันก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ เมื่อคนเราส่วนใหญ่ต่างก็เป็นสีเทาในเฉดที่แตกต่างกันไปทั้งนั้น แม้แต่ในภาพยนตร์ หลายเรื่องมักจะวางบทให้พระนางแสนดี ตัวร้ายก็ชั่วจนเกินจะรับได้ มันอาจให้ความบันเทิง แต่กลับทำให้เรารู้สึกห่างไกลจากความเป็นจริงไปกันใหญ่ UNLOCKMEN ชวนมาดูภาพยนตร์ในแบบที่ตัวละครเป็นสีเทา ใกล้เคียงกับชีวิตจริงของพวกเรากันมากขึ้น

เหมือนทุกครั้งที่เราอยากบอกเสมอว่า นี่ไม่ใช่การจัดอันดับหนังดี เราไม่ได้แนะนำด้วยคะแนนวิจารณ์ หรือตัดสินด้วยอะไรทั้งนั้น นี่เป็นเพียงลิสต์หนังที่เราอยากบอกต่อเหมือนเพื่อนแชร์หนังหรือชวนกันดู อย่าได้หัวเสียถ้าหากไม่มีหนังที่ตรงใจคุณในลิสต์นี้

Se7en (1995)

Director: David Fincher

สำหรับหนังสืบสวน Thriller แล้ว ผู้กำกับเบอร์แรก ๆ ในใจของใครหลายคน คงไม่พ้น David Fincher โดยเฉพาะเรื่องนี้ ที่เป็นเรื่องราวการตามหาฆาตกรที่โคตรตื่นเต้น ให้เราได้ลุ้นกันจนวินาทีสุดท้าย ยิ่งเวลาเดินไปนานเท่าไหร่ หนังยิ่งทวีความเข้มข้นขึ้น เนื้อเรื่องคร่าว ๆ คือ ตำรวจวัยเก๋าอย่าง วิลเลี่ยม รับบทโดย มอร์แกน ฟรีแมน ที่จับพลัดจับผลูมาเป็นคู่หูกับนักสืบหนุ่มอย่าง David รับบทโดย Brad Pitt ที่ต้องมารับคดีชวนฉงนอย่างฆาตกรต่อเนื่อง 7 ศพ ที่เขาเลือกคนที่มีบาปทั้งเจ็ดของศาสนาคริสต์ ได้แก่ Avarice, Laziness, Envy, Anger, Pride, Gluttony และ Lust มาเป็นเหยื่อของเขาในครั้งนี้ 

แต่ยิ่งตามเหมือนทางยิ่งตัน เมื่อสิ่งที่เขาได้คือคำใบ้ ไม่ใช่ช่องโหว่ที่ฆาตกรทิ้งไว้ แต่เป็นสิ่งที่เขาจงใจทิ้งไว้ต่างหาก ต้องซูฮกให้กับการแสดงของนักแสดงนำคู่นี้มาก ที่แสดงเหมือนกับว่าเป็นคู่หู่กันจริง ๆ เหนื่อยจริง กดดันจริง มาดูกันว่าสุดท้ายแล้วตำรวจคู่หูของเราจะแก้ไขเรื่องราวพวกนี้ยังไง

 

Dog Day Afternoon (1975)

Director: Sidney Lumet

เรื่องนี้มาจากเหตุการณ์​ “The Boys in the Bank” คือการปล้นธนาคารแห่งหนึ่งใน Brooklyn อันโด่งดัง ซึ่งเป็นเรื่องราวของโจรหน้ามึนสองคนเดินโต้ง ๆ เข้าไปปล้นธนาคารในวันที่อากาศร้อนระอุ หรือวันที่เรียกสแลงว่า “Dog Days” นอกจากเงินแล้วพวกเขายังจับคนที่อยู่ในธนาคารตอนนั้นเป็นตัวประกัน ท่ามกลางความร้อนระอุของฤดูร้อน และความกดดันของตำรวจที่มารออยู่หน้าธนาคาร ยิ่งทำให้พวกเขาสองคนรู้ว่าแผนของพวกเขาช่างหละหลวม เพราะไม่มีอะไรเป็นไปตามที่เขาคิดเลยสักอย่าง แต่เรื่องราวกลับตาลปัตร เมื่อประชาชนข้างนอกเชียร์ฝั่งผู้ร้ายอย่างเขาสองคนแทน มาดูกันว่าทำไมเรื่องราวถึงเป็นแบบนี้ แล้วพวกเขากับชะตากรรมของตัวประกันจะลงเอยยังไงกันแน่

 

The Green Mile (1999)

Director : Frank Darabont

เกาะกระแสเรื่องโทษประหารกันหน่อย กับภาพยนตร์เรื่องนี้ที่เป็นเรื่องราวของ Paul Edgecomb (Tom Hanks) พัศดีที่ประจำการอยู่ที่ชนบทที่ห่างไกลสักที่ ในช่วงที่ทุกคนยังเหยียดสีผิว ยังมีชนชั้นแรงงานแบบทาสอยู่ เขาทำงานได้แบบสบาย ๆ มาตลอด แต่แล้วต่อมสำนึกผิดชอบชั่วดีของเขาถูกกระตุ้นขึ้นมาด้วยนักโทษประหารผิวสีคนหนึ่ง ที่รูปร่างใหญ่โตกว่าคนอื่นและมีคดีฆาตกรรมติดตัว เราคงพอนึกออกแล้วว่าเขาดูน่ากลัวขนาดไหน แต่เรื่องที่ทำให้ Paul รู้สึกขัดต่อจิตสำนึกคือ ความอ่อนโยนของเขา เขาเป็นมิตรกับทุกสิ่งรอบข้าง แม้แต่แมลงตัวเล็กตัวน้อย ยิ่ง Paul อยู่กับเขานานเท่าไหร่ ยิ่งสัมผัสถึงปาฏิหาริย์จากเขาได้เรื่อย ๆ จนเกิดขึ้นถามในใจว่าเขาเป็นแพะหรือไม่ ?

เรื่องนี้อาจจะดูเอื่อย ๆ หรือน่าเบื่อในช่วงแรก ๆ แต่เชื่อเถอะว่าอดทนดูไปเพลิน ๆ ในความไปไม่ถึงไหนของหนังนั่นแหละ มันคือการถ่ายทอดเรื่องราวได้ดีที่สุดแล้ว พอถึงช่วงที่บีบอารมณ์แล้วล่ะก็ หยิบทิชชู่รอไว้ได้เลย

 

American History X (1998)

Director: Tony Kaye

เรื่องราวของสองพี่น้อง Neo-Nazi สุดแสบที่มีความคิดสุดโต่งในเรื่องชาติพันธุ์ โดยเฉพาะคนพี่อย่าง Derek (Edward Norton) ที่นอกจากหัวรุนแรงแล้วยังถ่ายทอดความรุนแรงออกมาในรูปแบบของการกระทำอีกด้วย เมื่อวันหนึ่งเขาจบชีวิตหนุ่มผิวสีคนหนึ่งโดยตั้งใจ และเป็นที่มาของฉากฟุตบาธในตำนาน เขาที่เคยคิดว่าตัวเองเป็นใหญ่ในสังคมภายนอก กลับต้องเก็บบทเรียนและความเจ็บช้ำเมื่อไปอยู่ในซังเตที่กลุ่มคนผิวสีมีอำนาจ เมื่อพ้นโทษ เขาจึงต้องสั่งสอนน้องชายหัวแก้วหัวแหวนอย่าง Danny (Edward Furlong) ที่เคยเทิดทูนบูชาเขา จนเชื่อในทุกอย่างที่เขาฝังหัวลงไป ให้รับรู้ถึงทางสว่างที่พบเจอ เพื่อดึงน้องชายออกหนทางที่ทำให้เขาต้องลำบากมาแล้ว

ความเจ๋งคือการแสดงของสองพี่น้อง ที่ถ่ายทอดความรู้สึกออกมาจนเหมือนพี่น้องกันจริง ๆ แถมยังเป็นช่วงที่ทั้งสองหนุ่ม Edward อยู่ในช่วงเจิดจรัสเต็มที่อีกด้วย

 

Rush (2013)

Director: Ron Howard

สลัดภาพหนัง Biography สุดน่าเบื่อทิ้งไปได้เลยเมื่อเจอเรื่องนี้ เรื่องราวจากเค้าโครงเรื่องจริงของนักแข่ง F1 สองคนที่เป็นคู่ปรับกันมาแต่ไหนแต่ไรอย่างนักแข่งเจ้าเสน่ห์ James Hunt (Chris Hemsworth) กับ นักแข่งอัจฉริยะที่มีทั้งพรสวรรค์และพรแสวงเป็นจุดแข็งอย่าง Niki Lauda (Daniel Bruhl) ทั้งคู่เป็นคู่ปรับกันในสนาม เอาเป็นเอาตายกับการเป็นแชมป์และการวิ่งเข้าเส้นชัย แต่สุดท้ายแล้วในชีวิตจริง เขาทั้งสองค้นพบว่าจริง ๆ แล้วศัตรูก็คือเพื่อนคนหนึ่งที่เราเฝ้าติดตามความเป็นไปของเขาแบบใกล้ชิดไม่ต่างจากเพื่อนจริง ๆ 

เนื้อเรื่องก็ให้ทั้งคู่มาแข่ง F1 กันนั่นแหละ แต่สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้น่าประทับใจคือ การเป็นมิตรในคราบของศัตรูที่ทั้งคู่มีให้กัน โดยเรื่องนี้วางบทไว้ได้ดี ยังอยู่บนพื้นฐานของความเป็นผู้ชายจริง ๆ ว่าถ้าชีวิตจริงก็คงประมาณนี้แหละ ไม่น้ำเน่าไป ไม่เลี่ยนเกินจริงไป ใครยังไม่เคยลองต้องลองซะให้ได้ เพราะดูจบแล้วจะได้รอยยิ้มแบบแมน ๆ กลับไปอย่างแน่นอน

เลือกสักเรื่องที่ถูกใจ เรียนรู้ตัวละครที่จะสะท้อนเรื่องราวในชีวิตจริง ที่ไม่ได้ตัดสินว่าคนแบบนี้จะต้องดีตลอดชีวิต หรือคนแบบนี้จะต้องชั่วตลอดไป

april
WRITER: april
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line