DESIGN
UNLOCKER CLUB ‘TIME WELL SPENT’ EP.4 l ‘โอม Cocktail’ Omega Speedmaster 1866 นาฬิกาในวันที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่ และความสุขที่สุดคือปัจจุบัน
By: GEESUCH October 18, 2025 235757
เมื่อเวลาของปี 2025 หมดลง วงดนตรีชื่อ Cocktail ก็จะกลายเป็นความทรงจำถาวรของแฟนเพลง ช่วงเวลาที่ผ่านมาทั้งหมด 23 ปีนับตั้งแต่ก่อตั้งวง UNLOCKMEN ชวนมาคุยกับ ‘โอม-ปัณฑพล ประสารราชกิจ’ ในวันที่ New Chapter ของชีวิตกำลังมาถึง เวลาและนาฬิกาคือสิ่งที่โอมหลงใหลมาทั้งชีวิต นาฬิกาแต่ละเรือนสะท้อนตัวตน การใช้ชีวิต และความทรงจำที่ต่างกันของเขา บทสัมภาษณ์นี้อาจจะทำให้ช่วงเวลาปัจจุบันของคุณมีความหมายขึ้นไม่มากก็น้อย

** เนื่องจากโอมและตุ้ยเป็นเพื่อนที่รู้จักกันมานาน บทสัมภาษณ์นี้อาจจะมีการใช้คำไม่ทางการและไม่สุภาพไปบ้าง เพื่ออรรถรสที่สนุกที่สุดของบทความ **

Tui : จำนาฬิกาเรือนแรกในชีวิตของโอมได้มั้ย
Ohm : เรือนแรกที่ได้ใส่คือนาฬิกายี่ห้อ Guess (Guess Men Blue Round Stainless Steel Dial) ครับ
Tui : ตอนอายุประมาณเท่าไหร่
Ohm : ตอนนั้นอยู่ ป.4
Tui : เป็นนาฬิกาที่เลือกซื้อเองเลยรึเปล่า
Ohm : ไม่ครับ เรือนนี้พ่อซื้อให้น่าจะเป็นตอนไปอเมริกาครั้งแรกที่ Florida เป็นยี่ห้อ Guess นาฬิกาแฟชั่นทั่ว ๆ ไป เป็นนาฬิกาเหล็กเรือนแรกของผม สาย N-LINK ปกติ เรารู้สึกว่ามีน้ำหนัก แต่ราคาถูกเลยนะ เพราะว่าจริง ๆ มันคือนาฬิกา Guess เด็ก ที่ทำเลียนแบบนาฬิกาของผู้ใหญ่
Tui : คุณเป็นคนที่ชอบนาฬิกาตั้งแต่เด็กเลยมั้ย
Ohm : ที่บ้านบอกมาอย่างนั้นนะครับ ผมเองก็จำไม่ได้ คำบอกเล่าของพี่เลี้ยงคุณตาคุณยายบอกว่าผมชอบนั่งมองนาฬิกามองเข็มเดินน่ะ
Tui : จริงมั้ย ?
Ohm : กูจะไปจำได้ยังไง เพิ่งบอกอยู่ว่าจำไม่ได้

Tui : ทุกวันนี้คุณยังนั่งมองเข็มนาฬิกาอยู่มั้ย
Ohm : ไม่ทำแล้ว ใครจะมานั่งจ้องนาฬิกาวะ
Tui : อ๋อ แสดงว่านาฬิกาเรือนแรกที่คุณหยิบมาวันนี้เลือกมาเพราะว่าพ่อซื้อให้
Ohm : เปล่า หยิบเรือนนี้มาเพราะรายการบอกให้เอาเรือนแรกที่พ่อซื้อให้มาไง (หัวเราะ) ผมเป็นคนที่ชอบนาฬิกาแต่ไม่ใช่เพราะแบรนด์ ไม่ใช่เพราะยี่ห้อ ผมชอบนาฬิกาเพราะว่า ‘คอนเซ็ปต์ของความเป็นนาฬิกา’ การมองเห็นเครื่องกลไกของมันความซับซ้อนบางอย่างมันน่าหลงใหลในบางดีกรี
จำได้ว่าตอนผมสอบสัมภาษณ์เข้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (คณะรัฐศาสตร์) ผมก็ตอบเรื่องสังคมมนุษย์ด้วยนาฬิกา คำถามบอกว่า “คุณมองสังคมมนุษย์อย่างไร” อะไรประมาณนั้น จำได้ว่า ศ.ดร.เกษียร เตชะพีระ เป็นคนถาม ศ.ดร.ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์ นั่งอยู่ด้วยมั้ง
ผมก็ตอบไปว่า สังคมที่จะเดินไปผมไม่ได้มองว่าสังคมมันเท่าเทียมอย่างแท้จริง เพราะคนเราเกิดมามีความสามารถ กำลังทรัพย์ การเข้าถึงทรัพยากรบางอย่างไม่เท่ากัน เพราะงั้น ถ้าเปรียบเป็นเฟืองใหญ่กับเฟืองเล็กก็เหมือนเฟืองในนาฬิกา นาฬิกาจะเดินได้เมื่อเฟืองทุกเฟืองเดินพร้อมกัน ผมตอบแบบนี้ก็เลยสอบติดมั้ง ผมคงหลงใหลกับสิ่งเหล่านี้มาโดยตลอดแล้วมั้ง

Omega speedmaster 1866
Tui : Omega speedmaster 1866 เรือนนี้เลือกเองหรือว่าพ่อเลือกให้
Ohm : พ่อเลือกให้ เป็นนาฬิกามือสอง
Tui : เป็นนาฬิกาที่พ่อให้ตอนเรียนจบใช่มั้ย
Ohm : ตอนนั้นเพิ่งเรียนจบปริญญาโทจากปักกิ่ง ก่อนหน้านั้นผมใช้ G-Shock ไม่เคยมี Luxury Watch บอกก่อนเลยว่าผมเป็นคนใช้เงินมีสัดส่วนน่ะ ในตอนนั้น รู้สึกว่าการซื้อนาฬิกาที่มีมูลค่าตั้งแต่ห้าหมื่นขึ้นไปดูเป็นเรื่องเกินจำเป็น
Tui : คุณเป็นคนใช้เงินประหยัด
Ohm : ไม่ใช่ประหยัด ผมเป็นคนใช้เงิน แต่ผมจะใช้แบบมีลิมิต
Tui : แล้วเรือนนี้ตอนที่คุณพ่อซื้อให้คุณรู้สึกยังไงกับมัน
Ohm : ไม่ได้เปิดกล่องจนกลับบ้าน เขาบอกว่าซื้อจาก PAPAYA มั้ง อยากให้มีนาฬิกาดี ๆ ใส่สักเรือนนึง ถือว่าเป็นของขวัญว่าเป็นผู้ใหญ่
Tui : ตอนนั้นคุณอายุประมาณเท่าไหร่
Ohm : ประมาณ 20-25 ถือว่าเป็นผู้ใหญ่แล้ว มีการบอกด้วยนะว่ามันไม่ได้แพงอะไรมากมาย แต่รักษาดี ๆ แล้วกัน ถือว่าเป็น Luxury Watch ชิ้นแรกในชีวิต เพราะพ่อผมก็เป็นคนไม่ใส่นาฬิกาหรูเลย เขาใส่ Apple Watch แต่เขาบอกว่าอยากให้มีไว้สักเรือนนึง อย่างแรกกลับถึงบ้านก็เสิรชเลยว่าราคาเท่าไหร่
แล้วก็ไปเจอเว็บไซต์ Chrono24 เพิ่งรู้จักครั้งแรกในชีวิต เข้าสู่ Luxury World แล้วก็มารู้จากมึงนี่แหละว่าราคาในนั้นมันจะเวอร์กว่าปกติไปอีก 30% ก็ตกใจว่าใครมันใส่นาฬิกาแบบนี้วะ มันแสนหกประมาณนั้น ซึ่งจริง ๆ มันดูแพงไปสำหรับวันนั้น สำหรับคนที่มีรายได้ประมาณเดือนละห้าหมื่นตอนนั้นผมว่ามันสูงไปมาก ๆ

Tui : คุณเริ่มมีรายได้ครั้งแรกตอนนั้นเลยรึเปล่า
ผมเป็นศิลปินแต่ช่วงนั้นเลย ก็บวกงานจ้างเดือนละห้าหมื่น
Tui : คุณกล้าใส่มันไหม
Ohm : ไม่
Tui : ก็เลยเลือกใส่ G-Shock ต่อไป
Ohm : ใช่ กลัวเป็นรอย ไม่ได้กลัวว่าดูแพง เพราะว่าคนที่ไม่รู้เรื่องก็ไม่เคยสนใจ ผมไม่รู้เรื่องนาฬิกาผมก็ไม่สนใจเหมือนกัน แต่จำได้ว่ามีนาฬิกายี่ห้อ Omega เพราะว่าผมชื่อโอมแล้วแม่บอกว่านาฬิกาแบรนด์นี้ชื่อลูก ก็รู้สึกว่ามันดูพิเศษสำหรับเรามั้งเราก็เลยชอบมันเหมือนกัน ผมว่าผมชอบอะไรที่มันดูวุ่นวาย หน้าปัด Omega ผมชอบมากเลยเป็น Chronograph ที่มันมี Movement มันมีอะไรไม่รู้เต็มไปหมดเลยซึ่งมันทำให้ดูซับซ้อน
Tui : แล้วคุณตัดสินใจเอา Omega speedmaster 1866 มาใส่ตอนอายุเท่าไหร่
Ohm : สุดท้ายคิดว่าเราคงไม่มีทางห้ามไม่ให้มันเป็นรอยไปได้ทั้งชีวิต ในเมื่อมันเป็นของที่เราไม่คิดจะขาย เพราะว่ามันมีคุณค่าทางความรู้สึก และอีกอย่างเป็นมือสองมันมีรอยมาแต่แรกด้วย ผ่านไปประมาณสองเดือนทำใจใส่แล้ว
Tui : หลังจาก Omega speedmaster 1866 คุณใช้เวลานานขนาดไหนถึงจะซื้อนาฬิกาเรือนถัดไป
Ohm : ก็ผ่านไปสักประมาณ 2-3 ปีมั้งครับ
Tui : มีเหตุผลที่ซื้อเรือนถัดไปมั้ย
Ohm : ผมแค่รอให้รายได้มันเดินทางมาถึงจุดที่รู้สึกว่าสามารถใช้เงินฟุ่มเฟือยได้แล้ว ไม่ต้องรู้สึกว่ามันไปเบียดบังสิ่งที่ควรจะต้องรักษาไว้อะ หลักการผมมีแค่นั้นเลยนะ
Tui : แปลว่าจริง ๆ แล้วสำหรับโอมนาฬิกาไม่ใช่ Passion Investment
Ohm : ไม่ ผมมองว่าเป็นของฟุ่มเฟือย
Tui : มีคิดมั้ยว่าในวันนึงจะขาย
Ohm : ผมไม่เคยคิดว่าจะขายเพราะผมรักของผมทุกชิ้น ยกเว้นว่าไม่มีจะกินจริง ๆ แต่ว่าอย่าให้ชีวิตตัวเองอยู่ตรงนั้นดีกว่า ผมรู้สึกตลอดมา ไม่ว่าของเล่นที่ผมสะสมหรือของอะไรก็ตาม ผมบอกตัวเองเสมอว่ามันเป็นของไม่จำเป็น เพราะฉะนั้นน่ะซื้อต้องไม่เป็นทุกข์
ผมก็จะมีเพดานอยู่แล้วว่าผมใช้เงินกับเรื่องพวกนี้ได้แค่ไหน หมายความว่าต้องหาได้แค่ไหนเราจะใช้แค่ได้แค่ไหน ถ้าหาไม่ได้ผมไม่ฝืนซื้อเลย เพราะมันเป็นเหมือนเป็น Regular ของเรา แล้วผมจะไม่ไปเที่ยวพูดกับใคร คุณจะไม่เคยได้ยินผมพูดเลยว่า “ของมันต้องมี” ฟุ่มเฟือยคือฟุ่มเฟือย
Tui : คอลเลกชันอุลตร้าแมนของคุณก็เป็นอย่างงั้นด้วยมั้ย
Ohm : มันฟุ่มเฟือยหมด แล้ววันนึงผมก็ต้องเข้าใจว่าถ้าผมจัดมันเป็นของฟุ่มเฟือยแล้ว ผมจะรู้ลำดับความสำคัญ เมื่อถึงเวลาอะไรตัดก่อนและอะไรตัดที่หลัง ของฟุ่มเฟือยเป็นของอย่างแรกที่ต้องตัดออกก่อนเลย

Tui : กำลังจะจบ Cocktail 77 Ever Tour สิ้นปี 2025 จะเอาเวลาไปทำอะไรอย่างแรก
Ohm : ซื้อนาฬิกาสักเรือน
Tui : จริงเหรอ
Ohm : ไม่อะ ตอนนี้รู้สึกว่าเรือนที่ชอบได้มาหมดแล้ว
Tui : วง Cocktail ปีนี้เป็นปีที่เท่าไหร่ครับ
Ohm : 23 ครับ
Tui : ช่วงเวลาไหนมีความสุขที่สุดสำหรับคุณ
Ohm : ตอนนี้
Tui : ปีที่ 23 ?
Ohm : ตอนนี้แค่ตอนนี้
Tui : อ๋อ หลักพุทธศาสนาเลย
Ohm : ไม่เลยตุ้ย ถ้าเรามีความสุขกับเมื่อวานมากเราก็จะทุกข์ เพราะว่าวันนี้มันไม่เหมือนเมื่อวาน แล้วถ้าเราจะกำลังจะมีความสุขกับวันที่ยังมาไม่ถึง เราก็จะทุกข์เพราะไม่รู้มันจะมาถึงเมื่อไหร่ เพราะงั้นอะไรที่ผ่านมาแล้วก็ลืม ๆ มันไปเถอะ
ผมไม่ค่อยคิดเรื่องเมื่อวานมากครับ คิดไปมันก็น่าภูมิใจนะ มันก็มีเรื่องดี ๆ เยอะ แต่ว่าก็มีวันที่เผลอ ๆ คิดแล้วสมมุติว่าไปเจอเพื่อน ๆ เก่าเขาเริ่มคุยเรื่องเก่า ๆ เราก็จะเริ่มโม้ขึ้นเรื่อย ๆ ว่าตอนนั้นมันดีอย่างงั้นตอนนี้ดีอย่างงี้ พอรู้สึกตัว กูแม่งพูดแต่เรื่องเก่า ๆ แล้วกูมีคุณค่าอะไรตอนนี้วะ ผมจะรู้สึกอย่างงี้กับตัวเองนะ
ผมเป็นคนอย่างงั้น ก็จะรู้สึกว่าเราอยากเอ็นจอยโมเมนต์ปัจจุบันเยอะ ๆ ลองไป Trace Back ชีวิตผมตาม Social Media สิ ผมไม่ค่อยลงอะไรหรอก ตั้งแต่คอนเสิร์ตอย่างเราทำ COCKTAIL EVER LIVE กัน คุณอยู่กับผมทุกขั้นตอนจนมาจบราชมัง “ผมลงรูปราชมังกี่ครั้ง” ผมว่า 0 ไม่แชร์ด้วย
ผมไม่ได้ลงเพราะรู้สึกว่าไม่มีใครแย่งช่วงเวลาที่ดีที่สุดจากสมองผมไปได้อีกแล้ว ไม่ใช่ผมไม่ภูมิใจ แต่ผมรู้สึกว่าผมไม่อยากติดอยู่กับช่วงเวลาที่ครั้งหนึ่งอาจจะดีที่สุดในชีวิตของผม ถ้าผมติดอยู่ตรงนั้นผมจะไปต่อไม่ได้ อยากบอกคนที่บ้านนิดนึงนะครับ สไตล์ของคนไม่เหมือนกันนะ อยากทำอะไรทำเลย แต่ผมอะกลัว ผมเป็นคนรู้นิสัยตัวเองว่าถ้าเมื่อไหร่ตัวเองยึดติดผมจะจมลงไปในนั้นเพราะว่าเป็นเนิร์ด ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม เมื่อไหร่ที่ผมอินอะไรผมจะจมลงไปในนั้น ผมกลัวว่าถ้าผมอินเรื่องอดีตของตัวเอง ผมจะไม่กลับมาแล้ว

Omega Seamaster James Bond Full Tita
Tui : นาฬิกาเรือนไหนเป็นเรือนที่ปัจจุบันบ่งบอกตัวคุณมากที่สุด
Ohm : ยากจัง
Tui : ใช่เรือนที่คุณใส่อยู่รึเปล่า
Ohm : Omega Seamaster James Bond Full Tita น่ะเหรอ (หัวเราะ)
Tui : มันอาจจะบ่งบอกตัวตนคุณเพราะว่าเป็นไทเทเนียม เพราะเบา มันอาจจะบ่งบอกตัวคุณเพราะว่า มันดูลุย
Ohm : จริง ๆ เราเป็นคนไม่ชอบนาฬิกาดำน้ำเลยนะ สังเกตว่าสิ่งที่ชอบช่วงนี้จะเหมือนกันหมด เป็น Chronograph หรือไม่ก็ Skeleton
Tui : แต่คุณใส่ Omega Seamaster James Bond Full Tita บ่อย
Ohm : ก็มันสมบุกสมบัน มีความเป็น Military Watch อีกอย่างเรารักภาพยนตร์ชุด James Bond มาก
Tui : ถ้าหนึ่งเรือนที่จะบอก Rapresent ตัวคุณก็ต้องเป็น Omega Speedmaster Speedy Tuesday Ultraman มั้ย
Ohm : ไม่ ผมชอบเรือนนี้เพราะสตอรี่ของอุลตร้าแมน แต่ถามว่าผมชอบที่สุดไหม “ไม่ใช่” ไม่ใช่เพราะงานดีไซน์ด้วย เพราะว่าถ้าพูดในเชิงว่าเราเป็นคนรักงานดีไซน์อะ นาฬิกาที่เอามาวันนี้สำหรับเรามันแทบไม่ต่างกันเลย ยกเว้นคนเล่นนาฬิกาเขาจะมองเห็นกัน มันมีลายพรายน้ำอุลตร้าแมน สีนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากปีต่าง ๆ แต่สำหรับผมคือมันคือการซื้อนาฬิกาในหมวดหมู่เดียวกัน
Tui : แปลว่าคุณจะบอกว่านาฬิกาทั้งหมดที่เอามาก็ยังเป็นบ่งบอกตัวตนคุณ
Ohm : ไม่ครับ ทั้งหมดทุกเรือนบอกว่าผมเป็นใคร คนเราไม่ได้มีด้านเดียว จะเอาของชิ้นเดียวมานิยามคนผมว่าแคบเกินไป แต่สุดท้ายผมว่ามันหาความสัมพันธ์กันได้ ว่าคนนึงออกมาจากรากอะไร
Ohm : ผมชอบเรือนนี้มาก Graham Chronofighter Vintage Limited มันคลาสสิก ผมเห็นเรือนนี้ครั้งแรกที่บ้านของเพื่อนคุณแม่ครับ ไม่รู้ด้วยว่ามันยี่ห้ออะไร แต่เห็นดีไซน์แล้วแบบ “เฮ้ย นาฬิกาสวยจังเลย ดีไซน์มันประหลาด เม็ดมะยม ขนาดของกลไกที่อยู่ข้าง ๆ” อยากได้
สมัยก่อนในความเป็นแฟชั่นผมจะชอบวัตถุดิบอยู่ 2 อย่างคือ ‘หนัง’ กับ ‘จีน’ มันคือสองอย่างที่เก่าแล้วสวย ยีนส์เฟด หนังแทนก็เฟดเหมือนกัน รู้สึกว่านาฬิกาสายหนังเรือนนี้กับเครื่องเหล็กเครื่องเงินมันดูเข้ากันดี แล้วก็ไปเห็นที่ห้างตอนนั้นไทยยังมีตัวแทนจำหน่าย Graham อยู่ โห เห็นราคาแล้วแบบไม่ใช่อะ 165,000 บาทมั้งถ้าจำไม่ผิด

BVLGARI Octo Finissimo Skeleton Black
Tui : เรือนนี้เป็นเรือนที่ต้องบอกว่าไม่ดูเป็นสไตล์โอม เพราะโอมจะจับคู่กับ Omega ตลอด ทำไมคุณถึงชอบ BVLGARI Octo Finissimo
Ohm : ต้องบอกก่อนว่าคอลเลกชันทั้งหมดถ้าไม่นับ Omega ที่คุณพ่อเป็นคนเริ่มให้ แล้วก็ Omega Speedy Tuesday Ultraman ซึ่งเป็นความชอบส่วนตัวที่เหลือผมชอบดีไซน์ของมัน ผมไม่ต้องรู้เลยว่าเป็นแบรนด์อะไร แล้วตอน ณ ขณะที่ผมรู้จัก BVLGARI Octo Finissimo ตอนนั้นยังคงครองตำแหน่งนาฬิกาที่บางที่สุดในโลก เคยเดินเข้าไปถามเล่น ๆ ในช็อปราคาไม่คุยเลยครับ ต่อให้วันนี้ผมหาเงินได้เยอะผมก็จะไม่ซื้อราคานั้นแน่ ๆ แต่สุดท้ายก็พานพบมาเจอมีคนเขาปล่อยมือสองออกมา
Tui : เรือนนี้ตอบความหลงใหลในงานดีไซน์นาฬิกาของโอม
Ohm : ตอบดีไซน์เลยว่าผมชอบนาฬิกา ผมอยากมีนาฬิกาที่แบรนด์บางเรียบ แล้วก็เป็น Skeleton
Tui : คำถามคือทำไมเลือก Hublot Spirit Of Big Bang Titanium
Ohm : ชอบดีไซน์มาก เราเห็นในนิตยสารครั้งแรก แล้วพอเดินผ่านช็อปที่ Siam Paragon ถามราคา ก็ต้องบอกว่าราคาไม่ได้ จนวันนึงพอมีคนปล่อยมือสองในราคาที่รับได้ เรือนนี้ผมเห็นครั้งแรกในนิตยสารเหมือนกัน ผมรู้สึกถึงรายละเอียดจำนวนมากในหน้าปัด ก็คือความ Skeleton อีกแล้ว ต้องเป็น Skeleton เท่านั้น มองดูแล้วมันเหมือนลายจีนเหมือนกัน เรือนนี้จากวันแรกที่ผมเห็น จนวันที่ผมซื้อระยะเวลาห่างกันเกือบ 7 ปี
Tui : ก็แปลว่ารอราคาที่ดีที่สุด
รอได้ แล้วก็ในช่วงที่เราพร้อมที่สุด ในช่วงที่รู้สึกซื้อแล้วไม่ได้เดือดร้อน

Omega Speedmaster Speedy Tuesday Ultraman
Tui : เวลาที่ขึ้นคอนเสิร์ตคุณเลือกนาฬิกาใส่ไหม
Ohm : เลือก
T : ตอน COCKTAIL EVER LIVE ที่ราชมังคุณใส่เรือนไหน
Ohm : Omega Speedmaster Speedy Tuesday Ultraman
T : ที่ราชมังคุณใส่ Omega Speedmaster Speedy Tuesday Ultraman แต่คอนเสิร์ต COCKTAIL CLASSICS A Symphony Orchestra Concert คุณน่าจะใส่ Omega Seamaster James Bond Full Tita
Ohm : ตอน Cocktail Classic ใส่ OMEGA Speedmaster Anniversary Series
Tui : ทำไมถึงเลือก OMEGA Speedmaster Anniversary Series ใส่ใน Cocktail Classic
Ohm : มันดูเป็น Dress Watch มากกว่า เพราะเราใส่สูททักซิโด้
Tui : ต้องถามสไตลิสต์ก่อนมั้ย
Ohm : ไม่ แต่ก่อนเพราะสไตลิสต์ของวงคือเราเอง หลัง ๆ ถึงจะมีคนมาช่วยเพราะว่าเบาภาระลงไปได้เยอะ ผมมีนาฬิกาไม่เยอะประมาณ 10 เรือน มันแทบจะตอบโจทย์ดีไซน์ได้ครบถ้วนหมดแล้ว นาฬิกาดำน้ำ / Aviator / Chronograph / Skeleton / Dress Watch / สายหนัง / สายเหล็ก / สีทอง
Tui : ทำไมถึงเลือกอุลตร้าแมนเข้าราชมัง
Ohm : เราเลือกฮีโร่ขึ้นราชมัง ถ้าวันนั้นเราคิดว่าเราจะต้องเป็นฮีโร่ เราก็คงต้องพึ่งฮีโร่เหมือนกัน วันนั้นผมยืนอยู่หน้ากล่องนาฬิกา มันเป็นความรู้สึกว่า 1.ต้องไม่หนัก 2.ต้องไม่ขูดกับสร้อยข้อมือเพราะว่าสไตล์ลิสต์ให้สร้อยข้อมือที่เป็นตรา Cocktail มาด้วย เพราะงั้นไม่เอาเหล็กกับเหล็ก จริง ๆ ต้องเป็นยางถึงจะดีที่สุดแต่ดันไม่มีนาฬิกาสายยางที่รู้สึกว่าอยู่กับเสื้อผ้านั้นแล้วโอเค ตอนแรกไม่เอาผ้าด้วยเพราะมันจะเหม็น แต่สุดท้ายก็ผ้าว่ะ
Tui : เป็นคนรักนาฬิกามากจนต้องยอมใส่นาฬิกาขึ้นคอนเสิร์ต
Ohm : เราเป็นคนรักการดูนาฬิกาเพราะรักษาเวลาในคอนเสิร์ต
Tui : คุณดูนาฬิกาตอนร้องเพลงด้วยเหรอ ?
Ohm : โห เราดูตลอดเวลา เรารู้ว่าต้องคุมเวลาทำให้ไม่เกิน จริง ๆ มันขึ้นเวลาที่จอซ่อนนะ แต่ผมชอบที่จะมีนาฬิกาอยู่ที่ข้อมือเสมอ

Tui : ทุกวันนี้คนพูดคำนี้เยอะ “ชีวิตจริงถ้าเราอยากเป็นคน Success ต้องไม่มี Work Life Balance” คุณเชื่อในเรื่องนี้มั้ย
Ohm : ผมว่านะต้นทุนแต่ละคนไม่เท่ากัน ความถนัดแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน บาลานซ์ของแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน จะพูดสวยยังไงก็ได้เขาอาจจะบอกว่าเขาไม่จำเป็นต้องมี Work Life Balance เพราะมันไม่เข้ากับสูตรของอีกคนนึงแต่โดยที่ไม่รู้ตัวว่าจริง ๆ ตัวเองก็บาลานซ์อยู่
Tui : แล้วโอมรู้สึกว่าต้นทุนของตัวเองอะเยอะกว่าคนอื่นมั้ย
Ohm เยอะ เพราะงั้นจะต้องไม่ Take It For Granted (ไม่เห็นคุณค่า) ผมต้องเตือนตัวเอง ผมโตมาในบ้านที่ดี ในต้นทุนที่ดีกว่า ในการเข้าถึงการศึกษา เข้าถึงทุนทรัพย์ เพราะงั้นไม่มีสิทธิ์มา Take It For Granted อย่ามาชุ่ยกับมันให้คนเขาตราหน้าว่าเกิดมาดี ทำไมชั่วได้ขนาดนั้น
Tui : วันพักผ่อนของที่ไม่มีงานคุณใช้ไปกับอะไร
Ohm : ก็โดนลากมาถ่ายรายการนี่ไง สัปดาห์นี้จริง ๆ กูต้องพักไง (หัวเราะ) ผมว่าเราคิดมากไปเรื่องคำว่าวันพักผ่อน เพราะว่าจริง ๆ วันนึง 24 ชั่วโมง การพักในระหว่างวันก็คือพัก พักจริง ๆ มันไม่ใช่ตัวนะ ใจพักสำคัญกว่า แต่ถ้าเราไปตั้งธงว่าอย่างนี้ไม่เรียกว่าพัก อย่างนั้นไม่เรียกว่าพัก บางทีมันตั้งธงขนาดนั้นไม่ได้จะหงุดหงิดเปล่า ๆ
Tui : คุณรู้สึกว่า 24 ชั่วโมงใช้พอไหม
Ohm : มันไม่พอหรอก เพราะว่าความคิดของมนุษย์มันไม่จำกัด แต่เราถูกบังคับให้มันต้องพอไงตุ้ย เราไม่ชอบใจหรอก เราอาจไม่พอในบางวัน ถ้าไม่มีอะไรจะทำต้องมานั่งรอเฉย ๆ ก็จะรู้สึกว่าเวลามันนานเกินไปในบางวัน แต่เราถูกบังคับให้ต้องอยู่กับมัน เพราะงั้นคำถามคือ “อยู่กับมันยังไงให้ได้-ไม่ใช่พอหรือไม่พอ” เพราะโลกมันกำหนดมา 24 ชั่วโมง

Tui : ในปัจจุบันเวลาที่คุณผิดหวังหรือรู้สึกว่าสิ่งที่ทำไม่ได้สำเร็จอย่างที่คิด คุณจัดการความคิดกับความรู้สึกพวกนั้นยังไง
Ohm : ไม่รู้สึก อะไรไม่ได้ก็ทิ้ง ผมว่าปัญหามีอยู่ 2 ประเภทหลัก ‘ปัญหาแก้ได้’ กับ ‘ปัญหาแก้ไม่ได้’ วิเคราะห์ก่อนะ ถ้าเป็นปัญหาที่แก้ไม่ได้ ‘ทิ้ง’
Tui : คำเดียวเลย
Ohm : แล้วให้ทำไงกับมันอะ
Tui : เศร้า
Ohm : เสียเวลามั้ยอะ
Tui : มันเสียเวลาแต่มันคือความรู้สึกไง
Ohm : ก็กูไม่รู้สึกอะ เราไม่ค่อยยอมเสียเวลาครับ อย่างที่บอกเราเป็นคนขี้เกียจ ความเศร้ามันกินเวลา เราจะพยายามหาเรื่องให้ตัวเองออกมาจากตรงนั้นเร็วที่สุด อยู่ด้วยกันมาตั้งนาน ทำงานด้วยกันเคยเห็นเราจมอยู่กับความรู้สึกนานมั้ยล่ะ
Tui : ไม่
Ohm : ก็เพราะเราฝึกตัวเองแบบนั้น ถามว่ารู้สึกมั้ย รู้สึกนะ รู้สึกมากมั้ย มาก แต่เราไม่อนุญาตให้ตัวเองรู้สึกนานมันเสียเวลา เวลามีน้อย เราถึงเราตั้งชื่อลูกสาวเรา ‘เวฬา’ เพื่อเตือนว่าเวลามีน้อย
Tui : อนาคตอีก 10 ปีข้างหน้าคุณมองตัวเองเป็นไง
Ohm : ถ้าถึงตอนนั้นเราอยากอยู่เฉย ๆ แล้วอะ
Tui : คุณอยากเกษียณเหรอ
Ohm : เราอยากหายไปอะ ลืมเราไปซะ ถ้าทำได้ขนาดนั้นแม่งโคตรเท่เลย กูพบความสงบแล้วสิ้นเชิงในวัย 50 สุดยอดเลย
Tui : คุณไม่ได้มองว่า ตอน 50 คุณจะเป็นพี่นิค (อดีตผู้บริหาร Genie Records)
Ohm : บริหารไม่ต้องถูกมองเห็นก็ได้นะ
Tui : ไม่มีความฝันต่อจากนี้เลยหรอ
Ohm : ไม่ ตอนนี้มีเรื่องต้องทำตั้งเยอะ เอาตอนนี้ก่อนมันจะเป็นรากฐานของวันนั้นแหละ
Tui : คุณรู้สึกว่าปัจจุบันคือสิ่งที่ดีที่สุด
Ohm : ใช่ เราพยายามเอนจอยทั้งหมดเลยไม่ว่าจะหวานอมขมกลืน

Tui : ตลอดเวลา 23 ปีของ Cocktail พูดได้มั้ยว่ามี ‘หมี’ (พณิช ฉ่ำวิเศษ) ในตำแน่งผู้จัดการวง เป็นคนเดียวที่อยู่ตั้งแต่เริ่มจนจบเลยรึเปล่า
Ohm : ไม่ คนที่อยู่กับ Cocktail ตลอด 23 ปีมีคนเดียว
Tui : คือโอม
Ohm : แต่ต้องเข้าใจอย่างงี้ Cocktail เปลี่ยนจากวงมันยังไม่เป็นวง เด็กคนนึงที่ทำวงตอนมัธยม มันจะมีสักกี่วงที่จะอยู่ยาว เพราะว่าแต่ละคนก็เล่นเป็นงานอดิเรก เราใช้คำว่า 23 ปี เพราะว่านับมาจากจุดที่เริ่มก็จริง แต่ว่าถ้าเป็น ณ จุดที่มันเป็นวงอย่างสมบูรณ์น่ะวงแทบไม่เคยเปลี่ยนสมาชิกเลย
Tui : ย้อนกลับไปตอนนั้นกี่ปีแล้ว
Ohm : 15 ปี จริง ๆ มีแต่เพิ่มคนด้วยซ้ำ ตอนเป็น 3 เซ็นต์สัญญาเข้า GMM Grammy อายุ เชาว์ และโอม นั่นก็คือวง-แต่มันคือวงเฉพาะกิจที่จะทำอัลบั้มด้วยกัน แต่ ณ จุดที่บอกว่าฉันจะเล่นดนตรีอาชีพ โอม เชาว์ ปาร์ค ฟิลลิป เราไม่เคยเปลี่ยนสมาชิกเลย
Tui : ช่วงเวลาที่ผ่านมา 15 ปีให้อะไรกับตัวโอมบ้าง
Ohm : ให้ชีวิตทั้งหมด อย่างน้อยทำให้รู้จักกัน มันเปิดประตูไปอีกหลายประตูในชีวิต ที่บ้านเคยพูดว่าอุตส่าห์เรียนมาตั้งเยอะ-หมายถึงว่าเรียนเรื่องอื่นที่ไม่ใช่ดนตรี เขาพาออกไปเห็นโลกตั้งเยอะทำไมเลือกเล่นดนตรี “ไม่เสียดายเหรอ?” เพราะว่ามันปิดประตูบานอื่น กลายเป็นว่าเพราะผมเป็นนักดนตรีที่มีส่วนผสมอื่น ๆ มันกลายเป็นว่าประตูบานโดนเปิดต่อไปเรื่อย ๆ ผมได้ไปสอนหนังสือ ก็อาจจะมีคนเขาก็พูดแหละเป็นเซเลบมาสอนเอากระแส ผมก็ไม่ได้มองเป็นคำดูถูกหรอก มันก็จริง แต่มันเปิดประตูเพราะผมไปสอนแล้วผมสอนดีก็ดีไปมันก็คือการเปิดประตู ไม่ว่าผมจะตกไปอยู่ในสถานะไหนผมว่านายเก่าผมพี่นิคพูดดี “ล้มได้แต่ไม่ต้องรีบลุก” มองไปรอบ ๆ ก่อน การล้มครั้งนี้ให้อะไรเราได้บ้าง อย่างน้อยก็ได้เห็นว่าวันที่เราล้มลงไปมีใครเป็นศัตรู มองให้ถ้วนแล้วค่อยลุก

Tui : ในรายการ Time Well Spent แขกทุกคนที่มารายการนี้ ผมจะเลือกนาฬิกามาให้ พร้อมกับถามว่า “ถ้าสมมุติมีคนให้นาฬิกาคุณฟรี ๆ คุณอยากจะเอาเรือนไหน เพราะอะไร”
Ohm : เราหยิบ Chronograph เรือนเดียวเลย ไม่ใช่เพราะเป็น Omega ด้วย แต่เพราะเป็น Chronograph แต่ถ้าหน้าตาดีไซน์มันยุ่ง ๆ เป็น Chronograph เหมือนกันทั้ง 4 เรือน อาจต้องมานั่งดูในประเด็นที่สองว่าดีเทลคืออะไร
