Music

ฉีกภาพลักษณ์เดิมของไอดอลด้วยอวตาร วิเคราะห์แนวคิดสุดแฟนตาซี “Aespa” วง Girl Group ตัวขบถแห่งกวางยา

By: UNLOCKMEN Team June 1, 2023

aespa (เอสป้า) วงไอดอลเกิร์ลกรุ๊ปจากค่าย SM Entertainment เดบิวต์เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2020 แนวเพลงเป็น เคป็อป ฮิปฮอป อีดีเอ็ม แทร็ป และไฮเปอร์ป็อป ที่มาพร้อมกับคอนเซปต์แปลกใหม่ ที่ทำให้ทุกคนตื่นตาตื่นใจอย่างมาก พร้อมกับเพลงท้อปฮิตติดชาร์ตอีกหลากหลายเพลง

aespa (GISELLE / WINTER / KARINA / NINGNING)

โดยชื่อวง aespa มีที่มาจาก Avatar (อวตาร) X Experience (ประสบการณ์) รวมกับคำว่า aspect (แง่มุม) ที่มีความหมายว่า “การสัมผัสกับประสบการณ์โลกใบใหม่ด้วยเหล่าอวตารที่เป็นตัวตนในอีกด้านหนึ่งของพวกเธอ” โดยมีสมาชิกทั้งหมด 4 คน คือ KARINA (คาริน่า) / GISELLE (จีเซล) / WINTER (วินเทอร์) และ NINGNING (หนิงหนิง) ซึ่งแต่ละคนก็จะมีอวตารของตัวเองด้วย (และเหตุผลที่ตัวอวตารเหมือนพวกเธอมาก เพราะการอัปโหลดข้อมูลต่าง ๆ ในโซเชียลมีเดียทำให้อวตารสามารถศึกษาข้อมูลของพวกเธอได้) ได้แก่ æ-karina/æ-giselle/æ-winter/æ-ningning และมีตัวละครลับในวงอย่าง Nævis ซึ่งเป็นคอนเซปต์ที่ถูกวางการเชื่อมต่อกับโลกแห่งความจริง เข้ากับโลกเสมือนผ่านช่องทางที่ชื่อว่า SYNK (เดี๋ยวเราจะเล่ารายละเอียดในบรรทัดถัด ๆ ไป)

MAVE

ด้วยความที่ aespa มี My หรือ æ ตัวละครที่อยู่ในโลกเมตาเวิร์สนี้ ทำให้นึกถึงวง MAVE วงไอดอล AI ที่ฉีกทุกกฎของการเป็นไอดอลทั้งสิ้น เพราะวง MAVE คือวง Girl Group ที่เป็นเมตาเวิร์ส 100% ไม่มีตัวตนจริง แต่กลับเคลื่อนที่อย่างพริ้วไหวจนคิดว่าเป็นคนจริง ๆ ซึ่งส่วนของการ performance เองก็มีความน่าสนใจอย่างมาก นอกจากวง MAVE เองก็ยังมีวง AI อื่น ๆ อีกด้วย อย่างวง SUPERKIND ที่มีเอไอร่วมอยู่กับคนในวงถีง 2 คน หรือไม่ก็วง Boy Group – PLAVE ที่เป็น Vitual Idol

วง aespa เป็นจุดเริ่มต้นในการทำ SMCU หรือ SM Culture Universe เรียกว่าเป็นจักรวาลเมตาเวิร์สของค่ายตึกชมพู เผื่อใครคิดไม่ออกว่าหน้าตาเป็นประมาณไหน SMCU ก็คือจักรวาลฮีโร่ในรูปแบบใหม่นั่นล่ะ และวงอื่น ๆ ในค่ายก็มีการทำร่วมด้วยนะ เช่น NCT หรือ EXO ที่เล่าเรื่องในโลกเสมือน ความน่าสนใจคือเรื่องราวทั้งหมดที่อยู่ในโลกเมตาเวิร์ส และภาพรวมของวงมีกลิ่นอายของ Cyberpunk ที่ผนวกเอา Acid Graphic ที่มีความฉูดฉาด ล้ำสมัยเป็นแนวของวัยรุ่นยุคใหม่ เข้าไป เบา ๆ ทำให้เสน่ห์ของ aespa ไม่เหมือนกับวงไอดอลทั่วไป

ในคอลัมน์นี้เราจะมาเดาทิศทางคอนเซปต์กราฟิกอันน่าสนใจ ตั้งแต่วันแรกที่เดบิวต์ของ aespa ไปจนถึงว่าในอนาคตจะเป็นไปในทิศทางไหน โดยจะขอเล่าเรื่องต่าง ๆ ของตัววงร่วมกับวิเคราะห์กราฟิกไปพร้อมกัน


Nævis

สำหรับในช่วงเพลงเดบิวท์ “Black mamba” (2020) ตัวเอ็มวีได้เล่าถึงโลกที่ผู้คนมีชีวิตไลฟ์สไตล์ที่อยู่กับเทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น มี æ เข้ามาอยู่ในชีวิตกลายเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่ง ทุกอย่างราบรื่นไปซะทุกอย่าง จนกระทั่งเกิดปัญหาหนึ่งเข้า นั่นคือโลกของ æ กำลังจะล่มสลาย ซึ่งสาเหตุที่ล่มสลายนั้นเกิดขึ้น เพราะตัวงูยักษ์ชื่อ Black mamba ได้เข้ามาทำลายโลกเสมือน จนร่างอวตารของพวกเธอจะหายไป เหล่าสาว ๆ aespa (ในโลกจริง) จึงต้องดำเนินการช่วยเหลือ æ เพื่อน ๆ ของพวกเธอโดยมี Nævis (ตัวละครลับที่กล่าวไปก่อนหน้า) เป็นคนพาพวกเธอมายังสถานที่อยู่อาศัยของเหล่า อวตารของตัวเอง ชื่อว่า Flat ซึ่งเป็นเมืองชั้นในสุด ก่อนที่ Nævis จะส่งตัวจากเมืองนี้ไปยังเมืองใหญ่ของเหล่าอวตารที่เรียกว่า Kwangya ผ่านช่องทางที่เรียกว่า SYNK เข้ามา

** ลำดับของสถานที่โลกเสมือนไล่ลำดับจากสูงสุด Kosmo (Nævis อยู่ในโลกนี้) – Kwangya – Flat **

ในมินิอัลบั้ม 1 “Savage” จะเล่าเรื่องการเดินทางเพื่อไปให้ถึงกวางยา โดยมี Nævis คอยสนับสนุนพวกเธออยู่ข้างหลังเพื่อตามล่าจับตัว Black Mamba ตัวการงูยักษ์ที่กำลังทำลายโลกของอวตาร ซึ่งใน Mv นั้นมีความเป็น Dystopia สุดๆ ทั้งแสง สี บรรยากาศ ซึ่งจะเกี่ยวโยงกับการ Concept Art ที่เราจะเล่าในบรรทัดต่อไป

aespa 1st mini album ‘Savage’

โดยรวมในเพลงเดบิวท์มินิอัลบั้มที่ 1 (Savage) และมินิอัลบั้มที่ 2 (Girls) ของ aespa นั้น มีการสร้างคอนเซปท์อาร์ต ที่เป็น Chrome Graphic แนวเมทัลลิค มีความคม เงินเงา และตัว teaser ที่เป็น Acid Graphic ซึ่งเป็นเหมือนหัวใจหลักในคอนเซปท์ของ aespa เลยทีเดียว ทั้ง 2 แนวกราฟิกนี้ทำให้รูปแบบของ Mv ฉีกจากแนวกราฟิกไปจากแนวปกติ มีความเป็นเทคโนโลยีมากยิ่งขึ้นอีกด้วย ให้กลิ่นอายของ Cyberpunk ที่จะเห็นได้ในมินิอัลบั้มทั้ง 2 ชุดเลยทีเดียว

“แล้วอะไรที่ต่างกันล่ะ ?”

ในมินิอัลบัมที่ 2 “Girls” เล่าเรื่องเส้นทางการเดินทาง และการต่อสู้กับ Black Mamba จนสุดท้าย Nævis ก็ได้เข้ามาช่วยพวกเธอ โดยขัดคำสั่งจาก Kosmo (เบื้องบนสูงสุดของจักรวาลอวตาร) และต่อกร Black Mamba ได้สำเร็จ แต่ทุกการต่อสู้ก็ต้องมีการจากลา Nævis ได้จากไป … 

aespa 2nd mini album ‘Girls’

ซึ่งช่วงมินิอัลบั้มที่ 2 จะเห็นได้ชัดว่ามีความ y2k มากขึ้น สังเกตได้จากคาแรคเตอร์ของอาร์ตเวิร์คนั้นมีความฉูดฉาดมาก เป็นกราฟิกในลักษณะของ Acid Graphic ที่มีความออกนอกกรอบ ที่เหมือนตะโกนออกมาว่านี่คือตัวฉัน ทำให้เราได้เห็นว่าที่นี่มันไม่ใช่โลกปกติที่เราจะได้เห็นกันทั่วไป

ผ่านไป 2 มินิอัลบั้ม สิ่งที่เห็นได้ชัดเลยถึงคอนเซปต์ที่ผ่านมา จุดเด่นของวงที่ทำให้คนจดจำได้ดีเลยคือการเล่าเรื่องที่มีความเชื่อมโยงและเล่าเรื่องผ่านบทเพลงที่เหมือนการพูดคุยกับใครสักคน รวมไปถึงแนวกราฟิกที่ออกมา ที่คงคอนเซปต์เอาไว้ตลอด ทำให้มองปราดเดียวรู้ได้เลยว่านี่คือ aespa


aespa 3rd mini album ‘My World’

พูดถึงมินิอัลบั้มที่ 3 “My World” เหล่าสาว ๆ คัมแบ็คเปิดด้วยเพลง Welcome To My World ถือเป็น Mv ที่พลิกความเป็น aespa ก่อนหน้านี้มาก ๆ เพราะฉาก แสงสี ทุกอย่าง เบาลง เป็นบรรยากาศปกติที่เราเห็นได้ทั่วไป แถมยังเลือกเล่าเรื่องของการกลับมาสู่ความสงบใน Real world แต่กลับดูไม่ใช่โลกแห่งความจริงสักเท่าไหร่ เพราะที่ที่พวกเธออยู่กลับไม่มีใครอาศัยอยู่เลย เหมือนมีเพียงแค่พวกเธอ และแสงปริศนาบางอย่าง ซึ่งสุดท้ายแล้วก็คือการกลับมาพบกันของ aespa และ Nævis นั่นเอง

ในเอ็มวี Thirsty เพลงล่าสุดที่ปล่อยเป็นซิงเกิ้ลจากมินิอัลบั้ม 3 ของ aespa ยังคอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง แถมมีคอนเซปต์น่าสนสนใจมากตรงที่ว่ามันเหมือนหลุดมาจากซีรีส์ซิทคอมยอดเยี่ยมตลอดกาลจากยุค 90s เรื่อง friends เลย และอีกสิ่งที่น่าสนใจก็คือ ตั้งแต่อัลบั้มนี้ ไม่มีใครได้เห็น æ ของพวกเธอเลย แม้แต่ในซิงเกิ้ลคัมแบ็คของ aespa เองก็ไม่มี

ในซิงเกิ้ลดังของชุดนี้ Spicy พวกเธอกลับมาพร้อมกับความเปรี้ยวซ่า ซึ่งคาแรคเตอร์ หรือจะทีเซอร์โปรโมทเอง ทำให้เรานึกถึงภาพยนตร์ Mean Girl แบบสุด ๆ ส่วนตัวโปสเตอร์ก็ทำให้นึกถึงนิตยสารจากยุค Y2K อีกด้วย มันเหมือนกับว่าธีมต่าง ๆ ของ aespa ในครั้งนี้จะเป็นธีมที่ได้แรงบันดาลใจมาจากผลงานหนังซีรี่ย์ที่โด่งดังในช่วง 90’s – 00’s

คอนเซปต์ในอัลบั้มที่ 3 มีความน่าสนใจตรงที่การเลือกฉีกไปจากอัลบั้มก่อน ๆ ด้วยความฉูดฉาด และความสดใสที่มากยิ่งขึ้น มันเหมือนทั้ง 4 คนได้กลับมาจากโลกอวตารสู่โลกเดิมอื่นที่ต่างออกไป (แต่ไม่ใช่โลกเดิมก่อนเข้ามาสู่เหตุการณ์ประทะกับ Black Mamba) สำหรับกราฟิกหลัก ๆ และ เด่นเลย คือแนว inflated graphic ซึ่งแนวนี้จะมีความเป็น 3 มิติมากกว่างานศิลปะแบบอื่น ๆ ในลักษณะที่คล้ายกับลูกโป่ง อัดแน่นจนพองบวมจะระเบิดออกมา


เมื่อพูดถึงงานออกแบบที่มีเพื่อวง aespa นั้น เราสามารถเรียกได้ว่าเป็น Anti design ที่มีความแหวกแนวจากสิ่งที่เป็นมา การต่อต้านการออกแบบเป็นวิธีการที่ขัดต่อกฎของการออกแบบทั่วไปเพื่อสนับสนุนเค้าโครงการทดลองที่ท้าทาย เลิกใช้เลย์เอาต์แบบกริดที่สะอาดตา สมมาตร โดยหันมาใช้สีที่ดัง แออัด และการออกแบบที่ไม่สมมาตร

จากคอนเซปต์กราฟิกที่ผ่านมาทั้งหมดตั้งแต่เพลงเดบิวต์ในปี 2020 จนถึงการคัมแบ็คในปี 2023 เมื่อเราลองมาคิดทิศทางกราฟิกในอนาคตงานในอนาคตข้างหน้าของพวกเธอ เชื่อว่าจะยังคงเลือกคอนเซปต์ที่เป็น Anti design แต่โทนอาจจะกลับกันเป็นแนว Utopia แทนก็ได้ แนวที่คาดเดาต่อไปอาจจะเป็นแนว holographic design เฉดเมทัลลิกพาสเทลเหมือนสีมุก ผสมกับ fluid graphic มีความเป็นของเหลว หรือไม่ก็ trippy graphic งานแนว Psychedelic art ที่มีความสดใสสว่างขึ้น แต่ในอีกแง่ก็มองว่าอาจจะต้องมีจุดด่างอยู่

ด้วยความเรื่องที่ดำเนินมาเหมือนยังจบไม่ดี และแม้ว่าสุดท้าย Black Mamba ก็รอดมาได้ แต่พอมาถึงช่วง อัลบั้ม 3 (My World) ทำให้ได้เห็นว่า นี่คือโลกที่พวกเธอต้องการแล้ว หนึ่งในนั้นคือการได้พบกับ Nævis อีกครั้ง แต่โลกที่พวกเธออยู่ก็ดูเหมือนจะไม่ได้เป็นโลกแห่งความจริงสักเท่าไหร่ พวกเธอดูมีความสุขเหมือนได้ผ่านพ้นอันตราย แต่สุดท้ายแล้วก็ยังไม่มีทางสรุปได้ว่า Black Mamba คือใคร เป็นใครในสมาชิกวงรึเปล่า หรือจริงๆแล้วเป็นไวรัสทำลายโลกอวตารอย่างที่แฟนคลับสันนิษฐานกันไว้ตั้งแต่ต้น เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป ก็คงจะต้องรอติดตามการคัมแบคครั้งต่อไปของพวกเธอ

UNLOCKMEN Team
WRITER: UNLOCKMEN Team
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line