Entertainment

เรียนรู้และไม่แบ่งแยกไปกับ 5 ภาพยนตร์ที่จะทำให้เราเข้าใจว่ามนุษย์ทุกคนล้วนเท่าเทียมกัน !

By: SPLESS June 4, 2020

การเสียชีวิตของ จอร์จ ฟลอยด์ นำมาซึ่งความรู้สึกเสียใจ เศร้าใจ และอีกหลากหลายความรู้สึกที่ถูกส่งผ่านเสียงตะโกนของผู้เดินขบวนประท้วงบนท้องถนน ที่ออกมาเรียกร้องหาความเป็นธรรมของการจบชีวิตที่มีจุดเริ่มมาจากเหยียดสีผิว ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรจะหมดไปจากโลกนี้เสียที และเชื่อว่าทุกคนจะช่วยกันสนับสนุนไม่ให้เหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นกับใครอีก ไม่ว่าคน ๆ หรือมีชาติกำเนิดมาจากไหนก็ตาม (ล่าสุดตำรวจนายนั้นโดนเพิ่มดีกรีความรุนแรงเป็น Second-degree murder แล้ว)

อย่างไรก็ตามพักความเครียดลงกันก่อน และหันมาทำความเข้าใจเรื่องราวของความแตกต่างระหว่างผู้คนผ่าน 6 ภาพยนตร์ที่จะทำให้ทุกคนเข้าใจได้ว่า มนุษย์ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันท่ามกลางความแตกต่างได้ แม้เชื้อชาติหรือลักษณะทางภายนอกจะแตกต่างกัน


The Butler

The Ace Black Blog

เริ่มต้นกันกับ The Butler ภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจากบทความที่ถูกตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ชื่อ “A Butler Well Server by The Election” ซึ่งมาจากชีวิตจริงของยูจีน อัลเลน (Eugene Allen) ชายผู้ทำงานในทำเนียบขาวกว่า 34 ปี ที่ต้องต่อสู้ในเรื่องสิทธิพลเมืองมาตลอดชีวิต

โดยตัวหนังเล่าเรื่องผ่านตัวละคร เซซิล เกนส์ พ่อบ้านผิวดำแห่งทำเนียบขาว ผู้ถูกกดขี่ข่มเหงจากสังคมรอบข้างมาตั้งแต่เด็ก ต้องหนีเอาตัวรอดเพื่อหาชีวิตใหม่ในวอชิงตัน จนกระทั่งโชคชาตะพาเขามาสู่การเป็นบริกรหรือพ่อบ้านในห้องทำงานของประธานาธิบดี

หนังสะท้อนให้เห็นถึงชีวิตของชาวแอฟริกัน-อเมริกันในอดีต ที่ต้องต่อสู้ เอาตัวรอดและเรียกร้องสิทธิพลเมืองของตัวเอง โดยเฉพาะพระเอกของเรื่องที่มีโอกาสได้เห็นมุมมองและความคิดของผู้นำประเทศแต่ละคน และในเวลาเดียวกัน เซซิล เกนส์ ก็ยังต้องต่อสู้กับความขัดแย้งที่เกิดขึ้นภายในครอบครัวอีก

หนังทำออกมาให้เห็นการต่อสู้ที่หลากหลายมิติของคนผิวดำ และเชื่อว่าบทสรุปจะทำให้ทุกคนเข้าใจได้แน่นอนว่า เพราะอะไรมนุษย์ทุกคนบนโลกจึงควรได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียม


Hidden Figures

Business Insider

ภาพยนตร์เรื่องต่อมาที่อยากแนะนำคือ Hidden Figures ภาพยนตร์ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในปี 2017 ที่แม้จะพลาดรางวัลใหญ่ไป แต่ตัวหนังก็ผ่านการพิสูจน์ถึงคุณภาพผ่านคำชื่นชมมากมายจากคนรักหนังทั่วโลก

Hidden Figures เป็นภาพยนตร์ที่สร้างจากเรื่องจริงของ Katherine Goble, Mary Jackson และ Dorothy Vaughan 3 สาวที่ทำงานกับ NASA ช่วงปี 1960 ในยุคสมัยที่สหรัฐอเมริกากำลังแข่งขันกับสหภาพโซเวียตในด้านการท่องอวกาศเพื่อครองความเป็นมหาอำนาจของโลก

ตัวหนังจะพาผู้หญิงผิวดำสุดแกร่ง 3 คนที่มีความสามารถ แต่กลับถูกกดขี่ในการทำงานเพียงเพราะเรื่องเพศและสีผิว ก่อนพวกเธอจะใช้ความอดทนทำลายกำแพงอคติและได้รับการยอมรับในเวลาต่อมา ซึ่งเรื่องราวและรายละเอียดอื่น ๆ จะเป็นอย่างไร คงต้องติดตามบทสรุปด้วยตัวเอง


The Green Mile

Hollywood Reporter

เรื่องต่อมาเชื่อว่าหนุ่ม ๆ คอหนังหลายคนต้องเคยน้ำตาไหลให้กับ The Green Mile มาแล้ว หนังขึ้นหิ้งที่เราอยากหยิบมาแนะนำเพราะเชื่อว่าจะทำให้ทุกคนเลิกตัดสินคนจากภายนอกก่อนที่จะมีโอกาสได้ทำความรู้จักกัน

Green Mile ดัดแปลงจากนิยายสยองขวัญของ สตีเฟ่น คิง ที่เล่าเรื่องผ่าน พอล เอดจ์บอมบ์ (Tom Hanks) หัวหน้าผู้คุมนักโทษในคุกที่เรียกว่า The Green Mile (คำเรียกแดนและเส้นทางเดินไปห้องประหาร) จนกระทั่งได้พบกับจอห์น คอฟฟี่ (Michael Clark Duncan) นักโทษผิวดำร่างใหญ่ที่ถูกส่งเข้ามาในเรือนจำด้วยข้อหาข่มขืนและฆาตกรรมเด็กผู้หญิง 2 คนที่ตัวเองไม่ได้ทำ

ท่ามกลางบรรยากาศของเรือนจำที่ชวนหดหู่ The Green Mile จะพาทุกคนไปพบกับเรื่องราวและมิตรภาพระหว่างนักโทษกับผู้คุม รวมถึงความน่ากลัวและความรักที่มนุษย์สามารถหยิบยื่นให้กันได้เป็นอย่างดี


WildTalkers

ต่อกันด้วย WildTalkers ภาพยนตร์สงครามที่จะพาเราไปลุ้นระทึกกับการเอาตัวรอด ท่ามกลางความแตกต่างของเชื้อชาติและภาษาที่ต้องต่อสู้ภายใต้ธงผืนเดียวกัน

WildTalkers เป็นภาพยนตร์ที่พูดถึงเรื่องราวในสงครามโลกครั้งที่ 2 ในขณะที่การสู้รบของสหรัฐอเมริกาเริ่มตกเป็นรอง เนื่องจากฝ่ายญี่ปุ่นสามารถดักฟังแผนและเจาะเข้ารหัสลับได้เกือบทั้งหมด จนกระทั่งกองทัพตัดสินใจส่งนาวิกโยธินที่มีเชื้อสายอินเดียนแดงเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ ด้วยการส่งข้อความผ่านภาษาพื้นเมือง ซึ่งมีส่วนสำคัญกับชัยชนะในเวลาต่อมา

แต่ท่ามกลางไฟสงครามและหน้าที่สำคัญ นาวิกโยธินเชื้อสายพื้นเมืองเหล่านี้ยังคงได้การเลือกปฏิบัติและมีสิทธิ์มีเสียงน้อยกว่าคนอื่น แต่ท้ายที่สุดวีรกรรมของพวกเขาจะถูกพูดถึงในทางไหน ต้องไปชมต่อด้วยตัวเอง


Green Book

universalpictures

ปิดท้ายเรื่องที่ 5 กับผลงานครบรสอย่าง Green Book ภาพยนตร์ที่จะทำให้เราได้เห็นแง่มุมต่าง ๆ ในการใช้ชีวิตร่วมกันของมนุษย์ ขณะเดียวกันก็ทำให้เราเข้าใจว่า ความแตกต่างนี่เอง ที่ทำให้มนุษย์ได้เรียนรู้ ก่อนจะพัฒนาตัวเองไปในทางที่ดีขึ้น

Green Book เล่าถึงเรื่องราวของ Don Shirey นักเปียโนและนักประพันธ์เพลงแจ๊สชั้นเซียน และโทนี ลิป บอดี้การ์ดและคนขับรถผิวขาวกับการเดินทางข้ามรัฐลงไปทางใต้ช่วงปี 1960 ซึ่งเวลานั้นชาวแอฟริกัน-อเมริกันจะต้องใช้ Green Book หรือ The Negro Motorist Green Book เพื่อประกอบการเดินทาง

ตัวหนังจะพาเราไปทำความรู้จักกับนักเดินทาง 2 คนที่มีความคิดแตกต่าง แต่ก็สามารถช่วยเหลือและมอบบทเรียนให้กันและกันได้ตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุดการเดินทาง


เชื่อว่าภาพยนตร์ทั้ง 5 เรื่องจะช่วยให้ทุกคนเข้าใจและเห็นภาพในความแตกต่างของมนุษย์มากขึ้น พร้อมย้ำเตือนให้เข้าใจว่า ไม่ว่าคุณจะเกิดมาเชื้อชาติมีเชื้อชาติไหน  ทุกคนล้วนเป็นมนุษย์ที่เกิดมาเท่าเทียมกัน และการมีชีวิตอยู่เพื่อช่วยเหลือกันและกัน ควรเป็นสิ่งที่เราควรทำให้กันมากกว่าลงมือทำร้ายกันเอง

SPLESS
WRITER: SPLESS
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line