แม้ชื่อ OnePlus Smartphone อาจจะไม่เป็นที่นิยมมากนักในบ้านเราเมื่อเทียบกับ iPhone หรือ Samsung อาจจะเพราะที่ผ่านมา OnePlus ไม่ได้มีจุดขายอะไรมากมาย แต่จากนี้ไปชาว UNLOCKMEN และแฟนคลับความแรงของ McLaren อาจจะต้องเริ่มตามหา OnePlus กันมากขึ้น เมื่อทั้งคู่ได้ร่วมมือกันเซ็นสัญญา Partnership ระยะยาว พร้อมประเดิมด้วยโมเดลรุ่นพิเศษที่ทำได้น่าสนใจกับ McLaren OnePlus 6T เปิดตัวไปล่าสุด ณ McLaren Headquarter ประเทศอังกฤษ จุดเริ่มต้นของโปรเจคนี้เกิดจาก OnePlus co-founder, Carl Pei ที่มีความชื่นชอบในคาแรคเตอร์ของ McLaren อยู่แล้ว และได้ไปทดลองขับ McLaren 720S เครื่อง 4.0-liter twin-turbocharged V8 engine 720 แรงม้า จึงเกิดไอเดียอยากสร้าง Smartphone ที่แรงและมีคาแรคเตอร์แบบเดียวกับ McLaren ซึ่งเป็นรถและ Smartphone สำหรับคนที่หลงใหลในความแรงอย่างแท้จริง นี่จึงเป็นไอเดียกำเนิดสเปคสุดแรงใน McLaren OnePlus 6T
ในขณะที่บ้านเรากำลังฮือฮาจากการเปิดตัว Nissan Leaf generation ที่ 2 ด้วยราคา 1.9 ล้านบาท บ้างก็ว่าราคาแพงเกินไป แต่บางคนก็เข้าใจว่าโดนกำแพงภาษีวางยามา ก็เราอยู่ในประเทศที่รัฐบาลถือหุ้นบริษัทน้ำมัน ครั้นจะให้รถพลังงานไฟฟ้าขายราคาดีเกินไปคงจะผิดหลักการทำกำไรของนักธุรกิจบางคน แต่ถ้าเห็น Nissan Leaf เวอร์ชั่นสุดโหดจากแดนอาทิตย์อุทัยที่ผ่านมือการโมดิฟายโดย Nismo มา หลายคนอาจจะลืมเรื่องราคาและคว้า Leaf มารอแต่งตามกันเลยทีเดียว หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่า Nismo Leaf ไม่ใช่พึ่งมีครั้งนี้ครั้งแรก แต่เคยมีการจับ Leaf พลังงานไฟฟ้ามาจูนมอเตอร์ให้แรงครั้งนึงแล้วในปี 2011 ด้วยขุมพลัง 80-kilowatt AC electric motor 107 แรงม้า และแรงบิด 207 lb-ft แถมยังการันตีความเสถียรของรถ EV จากค่ายด้วยการจับแต่งเพื่อส่งลงแข่ง 24 Hours of Le Mans ครั้งที่ 79 ล่าสุด Nismo ได้เปิดตัวแรงพลังงานไฟฟ้าคันใหม่ “NISSAN LEAF NISMO RC”
เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งเวทีล่าฝันของเหล่าสายแดนซ์ สำหรับการแข่งขันเต้นระดับโลก Juste Debout ที่โด่งดังมาตั้งแต่ปี 2002 โดยในปีนี้ประเทศไทยคว้าลิขสิทธิ์เป็นผู้จัดการแข่งขันอย่างเป็นทางการในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในรายการ Juste Debout Bangkok 2019 (จัส เดอบู แบงค็อก 2019) เพื่อเปิดฟลอร์ให้ ผู้ที่มีใจรักการเต้นแนว Street Dance ได้มีพื้นที่แสดงความสามารถกันอย่างเต็มที่ โดยใช้ศาสตร์การเต้น 4 ประเภทคือ Hiphop, Locking, Popping และ House มาประชันศึกกันอย่างดุเดือด ในวันที่ 19 มกราคม 2562 ที่ MCC HALL เดอะมอลล์บางกะปิ เพื่อเฟ้นหาสุดยอดนักเต้น 4 ทีมสุดท้าย จากผู้สมัครทั้งหมด 250 ทีม เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันชิงแชมป์โลกในรายการ “Juste Debout Paris 2019” ที่ประเทศฝรั่งเศส งานนี้นอกจากจะยกเวทีคุณภาพมาให้สายแดนซ์ได้โชว์ศักยภาพกันแล้ว ยังเป็นการมอบโอกาสสุดพิเศษให้เยาวชนและน้องๆ เด็กด้อยโอกาสกว่า 1,000 คนในประเทศไทยได้เข้าชมและสัมผัสประสบการณ์จริงที่ตื่นเต้นเร้าใจ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจพร้อมกับการสานฝัน
เปิดตัวอย่างเป็นทางการเรียบร้อยหลังจากเผยภาพหลุดค่อนข้างบ่อยจนหลายคนเริ่มชิน กับ Porsche 911 รหัส 992 โมเดลใหม่ล่าสุด แต่แม้ Porsche จะเรียกว่าใหม่ สำหรับคนที่ไม่ใช่แฟนตัวจริงของ Porsche คงจะมองดูอย่างเบลอ ๆ ว่า 911 คันนี้มันใหม่ตรงไหน อันที่จริงเราพอจะเข้าใจ Porsche ดีว่าการจะออกแบบ 911 ที่หล่อทุกมุมมองจนกลายเป็น Iconic Design อยู่แล้วให้หล่อขึ้นหรือเปลี่ยนดีไซน์แบบ model change คงเป็นเรื่องยาก ทั้งทีมนักออกแบบและแฟนคลับ 911 คงทำใจไม่ได้ แต่แม้ดูผ่าน ๆ เหมือนไม่มีใหม่ ที่จริงแล้ว Porsche 992 911 มีรายละเอียดที่ได้รับการออกแบบพัฒนาใหม่ค่อนข้างมากทั้งภายนอก ภายใน สมรรถนะ และเทคโนโลยี แต่บอกก่อนเลยว่าแฟน Porsche 911 ที่ชอบความดิบโหดแบบรถสปอร์ตอาจจะต้องผิดหวัง โดย 2 โมเดลที่เปิดตัวออกมาก่อนคือ 911 S ที่แรงขึ้นหนึ่งระดับ และ 911 4S ขับเคลื่อนสี่ล้อ
เป็นเวลาราว 2 ปีเห็นจะได้ นับตั้งแต่วันที่ DJI เริ่มนำเทคโนโลยีกันสั่นมาใส่ใน Gimbal และเรียกมันว่า ‘Osmo’ เป็นเหมือนไม้กายสิทธิ์คู่ใจคนถ่ายวีดีโอ ด้วยความสามารถในการกันสั่นที่นิ่งราวกับจับวางแม้คนถ่ายจะมือสั่นเป็นเจ้าเข้า ทำให้ Osmo ได้การตอบรับอย่างกว้างขวาง นำไปสู่การพัฒนา Gimbal กันสั่นรุ่นใหม่ ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง เทคโนโลยีของ Osmo พัฒนาจากกันสั่นสำหรับกล้อง DSLR สู่ Smartphone และวันนี้ DJI ได้พัฒนาไปอีกขั้นกับ Osmo ขนาดเล็กเท่าฝ่ามือที่เหมาะสำหรับตากล้อง Online, Blogger และ YouTuber ยุคนี้สุด ๆ กับ DJI Osmo Pocket กล้องที่มีจุดเด่นด้วย 3-axis stabilized handheld camera มากับกันสั่นสามแกนในขนาดเล็กที่สุดเท่าที่ DJI เคยสร้างสรรค์มา ด้วยความสูงเพียง 4 นิ้ว หนักเพียง 116 กรัม พร้อมเก็บใส่กระเป๋าได้สมชื่อ Osmo
ผลงานสร้างสรรค์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอดีตของ Apple ชิ้นนึงซึ่งหลายคนเสียดายที่มันต้องหายไปจากตลาด แต่ด้วยฟังก์ชันที่ทดแทนกันได้ง่าย ๆ ด้วยการรวมเข้ากับ iPhone ทำให้ iPod เครื่องเล่น MP3 Music Player ไม่มีที่ยืนในแผงสินค้าของ Apple Store อีกต่อไป แต่ด้วยความผูกพันที่โตมาพร้อมกันตั้งแต่ Classic iPod รุ่นแรก จึงทำให้ Designer ชาวเกาหลีเกิดปิ้งไอเดียออกแบบ Apple Watch case ที่ทำให้มันกลายเป็น iPod ได้ แม้จะแค่คล้าย ๆ ก็ยังดี Yeonsoo Kang นักออกแบบชาวเกาหลีได้ปล่อยโปรเจคที่ทำงานร่วมกับ Caseology บริษัทผู้ผลิตเคสสำหรับ Apple Product มากมายหลายชนิด รวมถึง Apple Watch ที่น่าสนใจชิ้นนี้ด้วย ซึ่งลักษณะเป็นซิลิโคนสีขาวที่มาพร้อม Click Wheel แบบใน iPod ซึ่งแม้เวอร์ชันปัจจุบันจะใช้งานปุ่มเหล่านี้ไม่ได้ ยังคงต้องสั่งงานด้วยการกดหน้าปัดนาฬิกา เป็นเพียงดีไซน์ที่สร้างสีสันให้ Apple Watch
นักเล่นรถเก่าหลายคนอาจจะนิยมความ Original ดั้งเดิมของรถคันนั้นทุกชิ้นส่วน อุปกรณ์ต้องเดิม เครื่องต้องเดิม แต่สำหรับบางคนการใช้รถคลาสสิคแบบนั้นอาจจะยากต่อการดูแลรักษาและเสี่ยงในการใช้งานบนท้องถนนมากเกินไป การได้ขับรถคลาสสิคในฝันที่เทคโนโลยีผ่านการอัพเกรดเหมือนรถใหม่จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ ปัจจุบันแม้แต่ค่ายรถอย่าง Jaguar ยังมีการพัฒนารถเพื่อตอบโจทย์คนกลุ่มนี้อย่างเช่น Jaguar E-Type Zero ที่เครื่องยนต์ถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าทั้งหมด แม้ Ford จะไม่มีแผนการสร้างรถพลังงานไฟฟ้าของตัวเองบน Mustang แต่เชื่อว่าหลายคนน่าจะเห็นอนาคตที่สดใสของม้าพลังไฟฟ้าเหมือนกับเรา และนี่คือสิ่งที่ CHARGE AUTOMOTIVE จากลอนดอนประเทศอังกฤษ ผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้าผู้เคยสร้างสรรค์ผลงานไว้มากมายกับหลายบริษัท ไม่ว่าจะเป็น Williams F1, McLaren Automotive, Jaguar Land Rover มาถึงผลงานล่าสุดที่จะเปลี่ยน Iconic Vintage Car อย่าง 1960 Ford Mustang ให้กลายเป็นคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อกับ Tesla ด้วยการเปลี่ยนเครื่องยนต์ V8 ออกไป เพื่อเปลี่ยนหัวใจให้ Muscla Car คันนี้ใหม่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ CHARGE AUTOMOTIVE ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดของ All-Electric 1960 Ford Mustang
Range Rover Evoque น่าจะเป็นรถ Subcompact Luxury SUV จากประเทศอังกฤษที่อยู่ในดวงใจของใครหลายคน ด้วยหน้าตาที่คมเข้ม กลมกล่อมทั้งความหรูหราและความสปอร์ต มีให้เลือกครบทั้ง 5-door, 3-door, Coupe’ และ Convertible แถมยังพร้อมลุยได้ในทุกสถานการณ์ กวาดรางวัล Car of the Year มานับไม่ถ้วน และนับเป็น 10% ของยอดขาย Land Rover sales ทั่วโลก เป็นเครื่องการันตีความดีงามที่ยากจะหา SUV คู่แข่งจากค่ายไหนมาเปรียบเทียบได้สมน้ำสมเนื้อ แต่ระหว่างที่เรายังคงชื่นชม Evoque โมเดลปัจจุบันอยู่ ก็ปรากฏภาพโมเดลใหม่ล่าสุดที่ผ่านการ Re-design 2020 Range Rover Evoque ออกมาอวดโฉมกันเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งได้รับการยืนยันว่าจะนี่คือภาพและสเปคคร่าว ๆ ของ Evoque โมเดลต่อไป ที่ยังคงคาแรคเตอร์เดิมของตัวเองเอาไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นความ Luxury และความ Sporty ที่เพิ่มดีกรีให้ภาพลักษณ์ชัดเจนขึ้นกว่าเดิมจากลวดลายเส้นรอบคัน ลายเส้นด้านข้างที่ลากทำแนวตั้งขึ้นจากหน้าไปถึงท้ายรถ พร้อมกับแนวหลังคา Roofline
ไม่ว่าจะมองในด้านความหล่อ ความแรง หรือความมันส์ในการขับขี่ BMW S1000RR ก็เป็นรถ SuperBike ที่ไม่มีใครกล้าแหยมบนท้องถนนแน่นอน ด้วยชื่อเสียงสมรรถนะอันเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ผู้ชาย ว่าไม่ต้องถึงกับบิดหมอปลอก แค่ขยับข้อมือ รอบเครื่องอันจัดจ้านก็พร้อมจะพาผู้ขี่ทะยานไปแบบทิ้งไว้แค่ฝุ่น สมกับสัญชาตญาณตัวแข่งใน 2009 Superbike World Championship ด้วยจุดเด่นที่ความจุ 1-liter 4 สูบ และรอบที่จัดถึง 14,200 rpm โดยแรกเริ่มผลิตจำนวนจำกัด 1,000 คัน ก่อนจะได้รับเสียงเรียกร้องเยอะจัดจนเริ่มผลิตขายแบบ Commercial ในเวลาต่อมา 9 ปีผ่านไป วันนี้ฉลามทางเรียบ BMW S1000RR ได้เวลาเปิดตัวโมเดลโฉมใหม่แบบ All-New ในงาน EICMA ณ เมือง Milan ประเทศ Italy ทำเอาผู้ชายสายบิดทั้งโลกต้องตาลุกวาวยิ่งกว่าเห็นสาว Sexy ด้วยการออกแบบที่สวยงาม มีโทนสีให้เลือก 3 แบบได้แก่ “Black Storm Metallic, “Racing Red/Light White” และ “Lupin Blue
ใครทำงานแล้วรู้สึกว่าทำไมหัวหน้าชอบหาเรื่องเป็นประจำ หรือบางทีทำผลงานอะไรเจ้านายก็ไม่เคยมองเห็น บางทีอาจจะเป็นเพราะคุณหล่อมากเกินไป เพราะผลวิจัยล่าสุดจากอังกฤษและอเมริกาต่างค้นพบว่า ผู้ชายหน้าตาดีที่มีหัวหน้าเป็นผู้ชายเหมือนกัน มักจะมีปัญหา Stereotypes ไม่ชอบขี้หน้า และเจ้านายชายอาจจะรู้สึกถูกคุกคามได้ ซึ่งมีผลกับการบริหารทีมงานที่ไม่มีประสิทธิภาพในองค์กร ผลวิจัยนี้จัดทำขึ้นโดย University College London’s School of Management และ University of Maryland ได้ทำการวิจัยร่วมกันเกี่ยวกับการทำงานในบริษัท โดยแบ่งการวิจัยเป็น 4 สถานการณ์ใน 4 บริษัทที่แตกต่างกัน พบว่าในกลุ่มชายล้วนนั้น ผลของการตัดสินใจคัดเลือกพนักงานว่าจะให้เข้ามาทำงานหรือไม่ มีผลโดยตรงกับความหล่อของหน้าตาผู้ชายที่เข้ามาสมัคร ยิ่งหน้าตาดี ยิ่งมีแนวโน้มที่หัวหน้าผู้ชายจะตัดสินใจไม่รับเข้าทำงาน หรือรับแต่จะถูกผลักไปอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ค่อยดีนัก เพราะหัวหน้าชายมักจะรู้สึกว่าผู้ชายหล่อเป็นภัยชนิดนึง ซึ่งอาจจะทำให้สูญเสียความยิ่งใหญ่ของตัวเองไป หรือที่เรียกกันง่าย ๆ ว่า ไม่ชอบขี้หน้าแบบไม่มีสาเหตุนั่นเอง Professor Sun Young Lee หนึ่งในทีมวิจัยบอกว่า ผลเสียของการคัดเลือกพนักงานจากหน้าตาของหัวหน้านั้นไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ มันเป็นอุปสรรคที่ทำให้บริษัทไม่ได้ร่วมงานกับตัวเลือกที่ดีที่สุดเพราะความลำเอียงส่วนตัวเกี่ยวกับรูปร่างหน้าตา ดังนั้นบริษัทและ HR จึงควรหาวิธีแก้ไขในการนำเสนอ Candidate โดยลดปัจจัยที่ทำให้เกิด Stereotypes แบบนี้ จะยิ่งทำให้การคัดเลือกคนมีประสิทธิภาพมากขึ้นเยอะเลยทีเดียว เช่นการไม่ให้หัวหน้าชายลงมามีผลกับการคัดเลือกคนจนกว่าจะได้แสดงผลงานหรือเข้ารอบลึก


