เป็นที่เข้าใจกันดีว่าในทุกวันนี้ “ทักษะในการเข้าสังคม” เป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งในการใช้ชีวิตอย่างปฎิเสธไม่ได้ นอกจากเสื้อผ้าหน้าผมและการสนทนาที่ต้องเหมาะสมและถูกกาลเทศะแล้ว “การดื่ม” ยังเป็นอีกหนึ่งทักษะในการเข้าสังคมอย่างมีรสนิยมเช่นกัน (โดยเฉพาะสำหรับผู้ชาย) ถ้าไม่เชื่อก็ลองสังเกตเวลาที่ดูหนังจากฝั่งฮอลลีวู้ดดูสิครับ เกือบทุกเรื่อง (ยกเว้นหนังสำหรับเยาวชนนะ) ต้องมีฉากที่พระเอกใส่สูทผูกไทด์มานั่งอารัมภบทอยู่ที่บาร์คนเดียว ทักทายกับบาร์เทนเดอร์คู่ใจอย่างคุ้นเคย ก่อนที่เครื่องดื่มสีน้ำตาลประกายทองที่ถูกเรียกกันจนติดปากว่า “เหล้า” จะถูกรินและเสิร์ฟอยู่ข้างกายเขาอย่างประณีต ยกขึ้นมาจิบสักเล็กน้อยอย่างมีสไตล์ แล้วปิดซีนนี้ด้วยการถือแก้วพร้อมเดินเข้าไปจีบนางเอกแบบหล่อ ๆ (ซีนต่อไปจะเป็นอย่างไรต่อพอจะนึกออกกันนะครับ) จริงอยู่ที่เหล้านั้นถูกคิดค้นมาเพื่อสร้างความสุนทรีย์ในอารมณ์ แต่ถ้าเรามองลึกลงไปอีกนิดและหาข้อมูลอีกหน่อย ผมเชื่อว่าหลาย ๆ คนจะต้องประหลาดใจอย่างแน่นอน เพราะนอกจากความมึน(เมา) ที่มีให้แก่ผู้ดื่มแล้ว “เหล้า” นั้นยังมี “เรื่องเล่า” เยอะอีกด้วย โดยเฉพาะเหล้าชนิดนึงที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในบ้านเรา(แต่ทั่วโลกนิยมมานานแล้ว) นั่นก็คือ “Single Malt” Single Malt (ซิงเกิล มอลต์) คือวิสกี้ที่หมักและกลั่นจากมอลต์ของข้าวบาร์เลย์ (Malted barley) “Single” หมายความว่ามอลต์ที่ไหลรินอยู่ในขวดทั้งหมด ต้องมาจากโรงกลั่นเดียว (Single distillery) เท่านั้น “Malt” หมายความว่าวิสกี้นั้นต้องทำจากมอลต์ (Malted) ที่ได้จากธัญพืชล้วน ๆ ยิ่งถ้าเป็น
อาจเป็นเพราะการเริ่มต้นด้วยความเข้าใจของศิลปินหรืออาจเป็นเพราะความคิดแบบเหมารวมของผู้คนในสังคมไทยที่ว่า งานศิลปะและศิลปินเป็นสิ่งที่แปลกแยกไปจากสังคม ไม่ได้มาซึ่งประโยชน์อะไรต่อผู้ใดเลยนอกจากศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงาน จึงทำให้การชื่นชมและเข้าใจผลงานศิลปะกลายเป็นเรื่องไกลตัว จับต้องได้ยาก และดูจะห่างไกลจากชีวิตอันเร่งรีบของคนทั่วไปซะเหลือเกิน การชื่นชมงานศิลปะจึงเป็นเรื่องของบุคคลที่มีเวลาและมีทรัพย์สินมากจนเหลือกินเหลือใช้แล้ว ความคิดในลักษณะนี้อาจเป็นความคิดที่ถูกต้องในด้านหนึ่ง เพราะหากเปรียบเทียบเป็นสินค้าแล้ว ผลงานศิลปะของศิลปินที่มีชื่อเสียงหรือจากสถาบันที่ได้รับการยอมรับ มักถูกซื้อขายให้กับผู้ที่มีฐานะดีในราคาที่สูง ไม่ต่างจากการจ่ายค่าบูชาพระเครื่องชื่อดังที่การซื้อขายแต่ละครั้งก็เป็นข่าวให้พูดถึงกันไป แต่สิ่งที่เป็นข่าวมักเป็นจำนวนหลักตัวเลขของราคาซะมากกว่า น้อยครั้งหรือแทบจะไม่เคยปรากฏว่าสื่อได้นำเสนอเนื้อหาสาระอันเป็นแก่นของผลงานราคาแพง ทำให้ผู้ที่มีฐานะปานกลางหรือผู้ใช้แรงงานหาเช้ากินค่ำ ที่ต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของตนเองต่างลงความเห็นกันอยู่ในใจว่าพวกเขาไม่มีโอกาสครอบครองงานศิลปะดีๆ จากศิลปินชั้นเยี่ยมเหล่านั้น ประเทศไทยมีศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะเพิ่มขึ้นทุกวัน มีสถาบันที่ให้การเรียนการสอนศิลปะเพิ่มมากขึ้นเมื่อเทียบกับในอดีตที่แทบจะนับจำนวนสถานที่ฝึกสอนและจำนวนคนเรียนได้เป็นรายบุคคล การสนับสนุนให้ผู้คนเกิดการรับรู้ก็มีมากขึ้น แต่อย่าพึ่งพูดถึงการสะสมผลงานศิลปะเลย แม้แต่การไปชื่นชมผลงานศิลปะตามแหล่งที่จัดนิทรรศการต่าง ๆ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ นอกจากการเดินทางและค่าใช้จ่ายส่วนตัวตามปกติก็ยังเป็นกิจกรรมลำดับท้าย ๆ ที่ผู้คนทั่วไปจะเลือกทำ หรืออาจไม่เคยมีความคิดนี้อยู่ในหัวเลยด้วยซ้ำไป ทำให้แนวคิดที่ว่า เรื่องศิลปะเป็นสิ่งไม่จำเป็นสำหรับชีวิต กลายเป็นเรื่องจริง! หากมองในเชิงธุรกิจแล้ว ให้ศิลปะเป็นสินค้าชนิดหนึ่งที่มีละคร เกมโชว์ และสิ่งบันเทิงต่าง ๆ เป็นคู่แข่งในตลาดเดียวกัน ศิลปะคงเป็นฝ่ายที่เสียเปรียบอยู่ไม่น้อย หากแข่งขันภายใต้วิธีการเดียวกัน เพราะในขณะที่คู่แข่งมีทุน มีเทคนิค มีรูปแบบเนื้อหาที่ผู้ชมเข้าใจได้ง่าย ผู้ชมยังได้ตื่นตาตื่นใจกับดารานักร้องหน้าตาหล่อสวย หัวเราะสนุกสนานกับบรรดาสารพัดตลก เร้าใจไปกับเกมโชว์ต่าง ๆ แม้แต่ร่วมลุ้นรางวัลที่สามารถมีส่วนร่วมได้ด้วย สิ่งต่างๆ เหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเมื่อแต่งตัวออกจากบ้านแล้วเดินทางไปหอศิลป์แห่งหนึ่งเพื่อชมงานศิลปะของศิลปิน เราอาจรู้สึกว่าโอกาสที่ศิลปะจะเข้าถึงจิตใจของผู้คนในสังคมดูจะมีน้อย แต่หากมองในอีกมุมหนึ่งจะเห็นว่า เป็นโอกาสดีที่ศิลปะยังจะมีโอกาสได้เติบโตอีกมาก เพราะยังมีการตั้งคำถามว่าศิลปะคืออะไร มีประโยชน์อย่างไร และจะเข้าใจศิลปะได้อย่างไร
“เหล้า” เมื่อพูดคำนี้ขึ้นมาหลาย ๆ คนคงรู้สึกได้ถึงความมึนเมา และเป็นสิ่งที่นำพามาซึ่งปัญหาให้กับสังคม แต่ยังมีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่คิดว่า “เหล้า” คือเพื่อนร่วมสุขร่วมทุกข์ ดื่มเพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสพิเศษ ดื่มเพื่อไว้อาลัย หรือเป็นแม้กระทั่งน้ำมงคลเพื่อประกอบพิธีทางศาสนา เป็นยารักษาโลก และอีกมากมายเหตุผลที่จะนึกได้ แล้วทำไมเจ้าเครื่องดื่มชนิดนี้ถึงมีความสามารถหลากหลายด้านเหลือเกิน อีกทั้งยังมีส่วนเกี่ยวของกับประวัติศาสตร์ของมนุษย์ชาติแทบทุกยุคทุกสมัย บางมุมของโลกเปรียบเป็นดั่งน้ำอัมฤทธิ์ แต่บางที่ก็กลายเป็นของต้องห้ามอย่างเด็ดขาด วันนี้เราจะมาปลดล็อคกันครับว่า “เหล้า” มันคืออะไรแล้วตกลงมันคือผู้ร้าย หรือพระเอกกันแน่ หากย้อนพูดถึงประวัติของเครื่องดื่มที่มีฤทธิ์เมาคงไม่อาจจะทราบแน่ชัดได้ว่าเกิดขึ้นเมื่อไหร่ เพราะตั้งแต่ที่เริ่มมีการบันทึกประวัติศาตร์ของมนุษย์ชาติไม่ว่าจะเป็นพุทธศักราช หรือคริสต์ศักราชก็ดี จะเห็นได้ชัดว่ามีการพูดถึงเครื่องดื่มประเภทน้ำเมาตั้งแต่แรกเริ่มประวัติศาสตร์แล้ว นักวิชาการหลาย ๆ คนมีความคิดเห็นว่าจริง ๆ แล้วเครื่องดื่มชนิดนี้อาจจะมีมาก่อนที่จะมีการบันทึกประวัติศาสตร์ของมนุษย์ด้วยซ้ำไป คำว่า “เหล้า” สำหรับบ้านเราอาจจะเป็นภาษาพูดที่เหมารวมไปสักหน่อย เพราะในความเป็นจริงแล้วเครื่องดื่มประเภทน้ำเมามีหลากหลายชนิดมาก ไม่ว่าจะเป็น ไวน์ บรั่นดี เบียร์ ซิงเกิ้ลมอลท์ วิสกี้ หรือ วอดก้า เป็นต้น จะจำแนกแตกต่างกันตามวัตถุดิบที่นำมาใช้ผลิตเช่น ผลองุ่น ข้าวบาเล่ย์ หรือข้าวโพด ต่อมาคือกรรมวิธีในการผลิตเช่น การดอง การหมัก การกลั่น แล้วแต่ภูมิปัญญาของพื้นที่นั้น ๆ
การปลดล็อคตัวเองในแนวทางการสะสมนาฬิกาคือ Passion ต้องอยู่เหนือ Investment หรือใช้หัวใจตัดสินแทนที่จะใช้สมองตัดสินนั่นเอง ทุกคนคงมีความฝันและฝันส่วนใหญ่ก็คือการครอบครองอะไรสักอย่างที่เราอยากได้ การสะสมนาฬิกาก็เช่นกันถ้านักสะสมบอกเพียงแค่มี Rolex Submariner ก็พอแล้ว หรือแค่มีรองเท้า Yeezy Boost ล่ะบอกว่าสุดแล้วก็คงจะไม่ใช่การปลดล็อคของชาว Unlockmen อย่างแท้จริง วันนี้ผมเลยอยากจะทำให้ชาว Unlockmen ได้มาทำความรู้จักกับ Independent Watches กัน แค่คำว่า Independent ก็บ่งบอกถึงการฉีกกฎเกณฑ์และความมีอิสระแล้ว เพราะถ้าใส่ Rolex Submariner หรือPatek Philippe Nautilus แล้วโลกไม่จำก็คงต้องใส่ Richard Mille แบบท่านประวิทย์ซึ่งเป็นนาฬิกาเรือนแรกที่เป็นตกข่าวเพราะถึงแม้ท่านจะใส่ Rolex หรือ Patek อีกสักกี่เรือนจะแพงแค่ไหนก็ไม่มีใครสังเกตหรือพูดเป็นประเด็นการเมืองใด ๆ แต่กลับเป็น Richard Mille ที่ตกเป็นข่าวก็เพราะ Richard Mille ถือเป็น Common Independent Watches ที่เข้าใจง่ายมีภาพลักษณ์ที่ชัดเจน เพียงยกข้อมือขึ้นทุกคนในวงการนาฬิกาก็รู้จักดี Independent Watches มักถูกมองว่ารูปทรงต้องประหลาดเอาไว้ก่อน
ทุกวันนี้เกิดกระแสของสะสมขึ้นมากมายหลากหลายรูปแบบจริงๆ ทั้งสะสมทั่วไปและสะสมเพื่อเก็งกำไร แต่สังเกตเห็นได้ชัดเลยว่ามีของสะสมอยู่แขนงนึงที่น่าสนใจไม่น้อยเลย มีการเติบโตทั้งจำนวนผู้สะสม มีความหลากหลายของตัวตน และที่สำคัญคือมีการเติบโตของราคาที่สูงทีเดียว ด้วยวัฒนธรรมของเราในอดีตอาจจะมองว่าสิ่งนี้เป็นของใช้งานไม่ได้มีคุณค่าหรือราคาอะไร แต่ในปัจจุบันไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว โดยเฉพาะกับคนยุคใหม่นั่นคือรองเท้าผ้าใบ หรือ Sneaker เมื่อไม่นานมานี้น่าจะพอได้ยินข่าวคราวเรื่อง Sneaker จากค่ายยักษ์ใหญ่รุ่นนึงที่เกิดการผลิตผิดพลาดโดยมีการปักตัวอักษรผิดและเกิดหลุดออกมาสู่ตลาด ด้วยโชคหรืออะไรก็ไม่ทราบดันมีลูกค้าชาวไทยคนนึงซื้อไปด้วยความบังเอิญ ซึ่งโอกาสที่จะเกิดความผิดพลาดแบบนี้มีน้อยมาก ๆ ถ้าเป็นสมัยก่อนรองเท้าคู่นี้คงไม่มีค่าหรือราคาอะไรมากนัก ผู้ซื้อคงเสียใจและเสียอารมณ์อย่างแน่นอนหรือเลวร้ายที่สุดอาจจะเกิดการฟ้องร้องกับทางผู้ผลิตเพื่อเรียกร้องความเสียหายได้เลย แต่ในความเป็นจริงมันกลับไม่เป็นเช่นนั้นหน่ะสิครับ รองเท้าคู่นี้ถูกรับซื้อต่อในระยะเวลาอันรวดเร็วจากคนไทยด้วยกันที่จำนวนเงินถึงหนึ่งล้านบาท ใช่ครับฟังไม่ผิดหรอก”หนึ่งล้านบาท” และจากข้อมูลที่ทราบมาว่าในตลาดโลกราคาของรองเท้าคู่นี้สามารถมีราคาขึ้นไปสูงถึงสองล้านบาทเลยทีเดียว มันเป็นไปได้ยังไงกันรองเท้าคู่เดียวมีราคาเทียบเท่ารถยุโรปคุณภาพดีคันนึงเลย ที่มันเป็นแบบนี้ได้ก็เพราะโอกาสที่โรงงานจะผลิตชิ้นงานผิดพลาดและหลุดรอดการตรวจสอบจนถูกนำมาวางขายในตลาดนั้นต่ำมากหรือแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ฉะนั้นรองเท้าคู่นี้อาจจะมีเพียงคู่เดียวในโลกก็เป็นได้และปัจจัยหลักต่อมาคือกำลังซื้อครับ ตลาด Sneaker และ Street Fashion มีกำลังซื้อและเงินหมุนเวียนที่สูงมาก ต้องอย่าลืมนะครับว่าสิ่งของเหล่านี้มักจะถูกซื้อด้วยความชอบและอารมณ์ เรื่องเหตุและผลเป็นเรื่องรองหรือไม่มีเลยจึงทำให้ซื้อง่ายจ่ายไวจ่ายหนักนั่นเอง และแน่นอนครับผมต้องมีข้อมูลติดไม้ติดมือมาให้ผู้อ่านเพื่อเป็นแนวแทง เอ้ยแนวทางสำหรับผู้ที่ชื่นชอบ Sneaker โดยวันนี้จะพูดถึง Sneaker 5 รุ่นที่น่าจับตามองกันครับ Adidas Yeezy Boost 350 V2 Beluga 2.0 ราคา 16,000 – 18,000 บาท :
เชื่อว่าเราทุกคนล้วนมีความฝัน ถ้าเรานึกย้อนไปในอดีตครั้งวัยเยาว์เมื่อแรกเริ่มจำความได้ น่าจะมีสิ่งที่อยากได้อยากครอบครองไม่มากก็น้อย อาจจะเป็นของเล่นสักชิ้น อาจเพราะเราเห็นเด็กคนอื่นเล่นของเล่นชิ้นนั้น หรือเห็นของเล่นชิ้นนั้นถูกวางขายอยู่ในร้านของเล่นที่พ่อแม่มักรีบจูงเราหนีเพราะกลัวเสียสตางค์ เราจึงรับรู้ได้ถึงความอยากครอบครองจากภายในตัวตนของเรา เพราะความอยากมักจะเกิดจากการสื่อสารหรือสิ่งเร้ามากระตุ้นความรู้สึกของเรา ในช่วงชีวิตของคนเราเมื่อทำการแสวงหาปัจจัยในการดำรงชีวิตมาพอระดับนึงแล้วก็มักจะถวิลหาสิ่งแปลกใหม่เข้ามาในชีวิตให้ได้ตื่นเต้น ได้คิดในสิ่งใหม่ ๆ ได้ทำในสิ่งใหม่ ๆ ลองนึกถึงเวลาเราจีบผู้หญิงใหม่ ๆ ดูสิครับว่าทำไมใจเราถึงเต้นรัวแทบไม่เป็นจังหวะ ความรู้สึกนี้ใช้ได้ดีกับสื่อโซเชียลเช่น Instagram หรือ Facebook โลกที่เรามักจะเข้าไปแสวงหาสิ่งใหม่ ๆ เราสามารถรู้จักพบเจอหรือเข้าใจแบรนต์ใหม่ ๆ ได้ง่ายขึ้น เราสามารถพบปะผู้คนสื่อสารกันง่ายขึ้น ได้รับข้อมูลข่าวสารหรือแม้แต่องค์ความรู้ใหม่ ๆ อย่างง่ายดาย ความถวิลหาที่จะครอบครองสิ่งต่าง ๆ โดยเฉพาะสิ่งที่สามารถแสดงความเป็นตัวตนสำหรับผู้ชายจึงมีมากขึ้นเป็นเงาตามตัว ใครจะคิดว่าประเทศไทยในรอบสิบปีที่ผ่านมานี้จะมีรถ Porsche วิ่งกันเกลื่อนถนนแบบทุกวันนี้ได้ ถ้าไม่ใช่เพราะข้อมูลข่าวสาร การที่เราเสพข้อมูลได้ง่ายเราจึงเริ่มตัดสินคนจากข้อมูลที่หาได้อย่างง่าย ๆ เราเริ่มค้นหาข้อมูลของพวกเขาใน Google หลังจากนั้นเราก็จะมโนว่า เขาเป็นคนดีบ้างหล่ะ ไม่ดีบ้างหล่ะทั้งที่เราอาจจะไม่เคยรู้จักเขาอย่างถ่องแท้เลย เรามโนไปเองตามแต่พื้นฐานของจิตใจผู้เสพข้อมูลแต่ละคน กระแสทางเลือกจึงเกิดขึ้นจากอุปสงค์-อุปทานตามหลักเศษฐศาสตร์ ในฐานะนักสะสม ผมมักเจอคำถามลักษณะนี้บ่อย ๆ “ช่วยหานาฬิกาเรือนนี้ให้หน่อยขอราคาดี ๆ นะ” ผมจะตอบกลับทันทีเหมือนท่องจำมาเลยว่า ”ช่วยส่งรุ่นและราคามานะครับ ผมจะช่วยหาให้” และส่วนใหญ่มักอยากได้


