ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่ายุคนี้มันเป็นยุคร้านกาแฟครองเมือง เพราะแทบทุกสัปดาห์ Facebook มักจะมีร้านคาเฟ่แนะนำใหม่ ๆ หรือ Co-Working Space ดี ๆ ผุดขึ้นมาให้เห็นบนหน้า feed ตลอดเวลาจนเราสงสัยว่าอะไรมันจะบูมขนาดนั้น แต่เราก็ยังขยันไปแวะร้านใหม่ ๆ เหมือนกันเพื่อหาพื้นที่ดี ๆ ไว้ทำงาน ทำงานในคาเฟ่ทำไม? ออฟฟิศก็มี บ้านก็ฟรี กระเสือกกระสนไปทำไมให้เสียเงิน? เชื่อว่าขณะที่เราลากตัวเองพร้อมหอบคอมกับอุปกรณ์ชาร์จหนักรวมโลกว่า ๆ ไปไหนมาไหนเพื่อหาที่ปักหลักทำงาน มันต้องเคยมีคนถามคำถามนี้ โดยที่ตัวเองก็ยังตอบไม่ได้ด้วยว่าทำไม แต่ที่รู้ ๆ คือสมองมันแล่นมากกว่าจริง ๆ ปริมาณงานก็ทำได้เยอะกว่า ถ้าคุณยังหาคำตอบไม่ได้ โปรดรู้ไว้ว่าปรากฏการณ์นี้มีชื่อเรียกว่า Coffee Shop Effect ซึ่งมาพร้อมกับข้อดีต่าง ๆ ที่เพิ่มศักยภาพการทำงานต่อไปนี้ เสียงรอบข้างทำให้สมองทำงานได้ดีขึ้น ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ แต่ Ambient ที่เกิดในร้านกาแฟมันกระตุ้นสมองเราให้ทำงานได้ดีไม่แพ้การจิบคาเฟอีนประจำร้าน จึงไม่แปลกที่งานครีเอทีฟหรือความหัวแล่นมักจะเริ่มต้นขึ้นจากในนั้น โดยผลวิจัยของ Van der Groen พิสูจน์ให้เห็นว่าประสาทสัมผัสที่เกิดขึ้นจากการรบกวนนี้ ถ้าเราได้รับมันในปริมาณที่พอเหมาะ
กระแสเทรนด์แฟชั่นเป็นอะไรที่เปลี่ยนไปมาเร็วมาก ทุก ๆ 6 เดือนก็จะมีการไหลเวียนเปลี่ยนผ่านในเรื่องของเทรนด์ ซึ่งหากจะให้จำกัดความในปัจจุบันคงไม่สามารถบอกตายตัวได้ว่า มันเป็นเทรนด์ของอะไร ทุกอย่างโดนมิกซ์รวมกันไปหมดจนไร้ขอบเขตของการแต่งตัวสำหรับผู้ชายไปแล้ว เพราะไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าครั้งหนึ่งเราเคยคิดเล่น ๆ ว่าจะมีโอกาสไหมที่ผู้ชายจะเลิกใส่กางเกงทรงสลิมฟิตกลับไปใส่กางเกงขาใหญ่เหมือนสมัยก่อน แต่แล้ววันนั้นก็มาถึง เพราะในปัจจุบันเราได้เห็นสไตล์การแต่งตัวแบบยุค 90s กลับมาฮิตอีกครั้ง ดังนั้นเพื่อเป็นย้อนวันวาน เนื่องจากเราก็เป็นหนึ่งในเด็กยุค 90s เหมือนกัน ทีมงาน UNLOCKMEN จึงเอา Tip สำหรับการมิกซ์แอนด์แมทช์เครื่องแต่งกายยุค 90s มาฝากกัน Baggy Back ในยุคที่จุดศูนย์กลางวัยรุ่นอยู่ที่ สยาม เซ็นเตอร์พ้อยท์ การใส่เสื้อผ้าสไตล์ Baggy ไม่ว่าจะเป็น Levi’s 501 หรือ Dickies 874 เรียกได้ว่าเป็นไอเทมของยุค ที่หากใครไม่ใส่จะถือว่าเชยมาก ซึ่งหากชาว UNLOCKMEN ลองนำกลับมาใส่จะรู้ถึงข้อดีของกางเกงทรงนี้ว่าสบายแบบสุดโต่ง ชนิดที่คุณไม่สามารถได้รับจากกางเกงทรงสกินนี่ ดังนั้นลองไปหากางเกงของ พ่อ พี่ชาย หรือของเก่าเก็บที่ยังพอมีอยู่ทรงหลวม ๆ หน่อย มาบวกับเสื้อกราฟิกโลโก้เบิ้ม ๆ แค่นั้นก็ได้อารมณ์
ยกให้เป็นงานสุด weird ประเดิมครึ่งปีหลังที่ไม่รู้จะหาดูได้จากที่ไหนได้อีก คิดไม่ออกด้วยว่าเอามารวมกันได้ยังไง แต่บอกตรง ๆ ว่ามันช่างมันส์เกินบรรยายจริง ๆ! เข็มถักนิตติ้ง เส้นไหมจากขนสัตว์พลิ้วย้วย กับการโยก ๆ ขยับมือยิก ๆ สอดประสานตามจังหวะเสียงกลอง เสียงกีตาร์ และเสียงว้ากบนเวทีแบบนี้ เป็นภาพสุดแรร์หาดูไม่ได้จากที่ไหนเพราะมาจากเวทีประกวดถักนิตติ้งในประเทศฟินแลนด์ งานที่เพิ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกของโลกวันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา ภายใต้ชื่อ Heavy Metal Knitting World Championship! จนเกิดเป็นกระแสทั่วโลกออนไลน์และกลายเป็นหนึ่งในอีเวนต์ที่คนปักหมุดไว้ให้เป็น A MUST อีเวนต์สำหรับปีหน้า จุดเริ่มต้นเวทีคราฟต์ของชาวร็อก อย่างที่บอกว่างานนี้จัดขึ้นที่ฟินแลนด์ ประเทศที่ได้ชื่อว่าเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของชาว Heavy Metal เพราะจิตวิญญาณเสรีของดนตรีแนว Heavy Metal มันกระจายอยู่ทุกที่ ถึงขนาดได้รับการขนานนามกันว่าถ้ามีคนฟินแลนด์สักแสนคน ก็ต้องมีวงดนตรีเฮวี่เมทัลสัก 50 วง แต่ขณะเดียวกันพลเมืองในฟินแลนด์ก็นิยมความนิ่งเรียบง่ายจากการเย็บปักถักร้อยด้วย ความสุขจากเสียงเพลงและความสุขจากงานฝีมือแม้จะดูต่างกันสิ้นดีแต่จุดหมายมันก็ไม่ต่างกัน เพราะทั้งสองสิ่งนี้ล้วนละเอียดและประณีตในตัวของมันเอง ดังนั้น เพื่อล้างทัศนคติลวงตาที่หลายคนเชื่อว่าคนทำงานคราฟต์ถักนิตติ้งต้องนั่งโยกตัวบนเก้าอี้โยกโง่ ๆ แก่ ๆ เฉิ่ม ๆ เขาจึงจัดงานประกวด
แหล่งน้ำกำลังโดนทำลาย หลอดพลาสติกทำร้ายสัตว์น้ำ แก้วพลาสติกใช้เวลาหลายปีเพื่อย่อยสลาย เรื่องนี้เรารู้กันมาเป็นชาติตั้งแต่ยังเรียนประถมแล้ว แต่ปัญหาหลายอย่างยังไม่ค่อยได้รับการแก้ไข และเมื่อมันทยอยลุกลามเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ วันนี้จึงถึงเวลาที่แต่ละฝ่ายออกมามีส่วนร่วมปลุกกระแสการรณรงค์รักษ์โลกในรูปแบบของตัวเอง วันนี้ UNLOCKMEN นำเรื่องราวเสื่อมโทรมที่บอกเล่าผ่านมุมมองทางศิลปะแสนสวยถ่ายทอดได้กระแทกใจกลับมาส่งต่ออีกครั้ง แม้ว่าทั้ง 3 นิทรรศการนี้จะจบลงแล้ว แต่เราคิดว่าควรแบ่งปันเพราะเนื้อหาของมันไม่เก่าเลย Popsicles project ผลงานชิ้นนี้เกิดขึ้นจาก 3 นักศึกษาชาวไต้หวันที่ร่วมมือกับโครงการที่ดูแลเรื่องน้ำเสีย นำเสนอโปรเจกต์รวบระหว่างการเสพสุนทรียภาพทางศิลปะและการเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน ด้วยการนำน้ำจากแหล่งน้ำเสีย 100 แห่งในไต้หวันมาและนำไปคงรูปในรูปแบบของแท่งไอติม ไอติมน้ำเสีย 1 แท่ง 1 สถานที่ ที่เขาใช้วิธีทำพิมพ์หล่อเรซินไว้สำหรับโชว์ จากนั้นสร้างแพ็กเกจสีสันสดใสห่อหุ้มไว้ เห็นแล้วอยากจะหยิบกิน แต่เมื่อแกะซองออกมาเห็นเนื้อไอติมใส ด้านในกลับมีมลพิษมากมายเจือปนอยู่ การนำเสนอโครงการแบบดักตีหัวอย่างนี้ไม่เพียงสนุก น่าสนใจ และเป็นไวรัลเท่านั้น แต่มันยังสะท้อนว่าวันนี้สังคมเรามองข้ามเรื่องน่าเกลียดและปัญหาต่าง ๆ ที่มีจากการไปโฟกัสมุมอื่นที่สวยงามมาแทนที่ด้วย 100%純污水製冰所 完整版形象影片來囉!!!好看=好吃?我們親自取臺灣100個污染水源地的水後,將其製成冰棒,因冰棒不易保存所以我們將他們再復刻成1:1的poly模型做展示,透過美麗包裝與內容物的反差感來傳達純淨水的重要,最後以圖鑑來呈現。那麼我們想問問大家的是:【這麼美的冰棒,你敢吃嗎?】設計團隊: 洪亦辰 、 郭怡慧 、鄭毓迪( Yudi Jheng)新一代設計展🏊↣ 台北世貿一館 / 編號D07(臺藝大)↣ 05.19(五) – 05.22(一)↣
มันคงต้องมีกันบ้างที่คอเพลงชายฉกรรจ์ทั้งหลาย อยากจะสลับมาเสพของสวย ๆ งาม ๆ ให้กระชุ่มกระชวยหัวใจ ไม่ว่าคุณจะเป็นสาย Hardcore หรือนักรันวงการ Hiphop มาด Swag มาจากไหน บางเวลาคุณก็อยากจะพักผ่อน ฟังเสียงใส ๆ มองหน้าสวย ๆ ของเหล่าศิลปินสาวกันบ้างแหละ ซึ่ง UNLOCKMEN เข้าใจความรู้สึกดี! วันนี้เราเลยจะมาแนะนำเพลงหลากหลายแนวจากเหล่าศิลปินสาวหน้าตาจิ้มลิ้ม แถมเพลงยังพริ้มพราว ไว้ให้คุณได้เพิ่มเข้าเพลย์ลิสต์ หรือคลิกไปดู MV ให้ชื่นใจกันเล่น ๆ เผื่อจะมีคนที่คุณยังไม่เคยรู้จัก หรือรู้จักแล้วแต่ยังไม่เคยฟัง มาดูกันดีกว่าว่ามีใครบ้าง Bad Guy – Billie Eilish หลายคนอาจจะรู้จัก Billie Eilish สาวน้อยอเมริกัน วัย 17 ปีคนนี้กันแล้ว เพราะเธอกลายเป็นป๊อปสตาร์ดาวรุ่งพุ่งแรงคนใหม่ประจำปีนี้ก็ว่าได้ เพลงของเธอเป็นอิเล็กทรอนิกส์ป๊อป ถึงเสียงร้องจะใส แต่อารมณ์ในเพลงค่อนข้างจะหม่นและลึกลับ จึงถูกใจแฟนเพลงทั้งชายและหญิงที่ไม่ถนัดเพลงสายหวานกันถ้วนหน้า หากคุณนิยมเพลงเร็ว เบสหนัก ๆ ก็อาจจะถูกใจเพลงฮิตอย่าง Bad Guy
ถือเป็นข่าวดีโดยเฉพาะหนุ่ม ๆ ที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ของรถยนต์สายพันธุ์อเมริกันมัสเซิลอย่าง Chevrolet Corvette เมื่อทางค่ายประกาศเปิดตัวการผลิต Chevrolet Corvette ปี 2020 เจเนอเรชันใหม่ รหัสเครื่อง C8 ที่ถึงแม้จะเปิดเผยรายละเอียดออกมาเพียงบางส่วน แต่มันก็ทำให้เราเฝ้ารอดูสเปคเต็มอย่างใจจดใจจ่อกันแน่นอน หลังจาก Corvette รหัสเครื่อง C7 ที่ผลิตขึ้นระหว่างปี 2014-2019 ใช้แพลตฟอร์มเป็นเครื่องยนต์วางหน้าที่ส่งกำลังขับเคลื่อนไปยังล้อหลัง มาในรหัสเครื่อง C9 ก็มีการเปลี่ยนมาใช้แพลตฟอร์มแบบ Mid-Engine แต่ยังคงการขับเคลื่อน แบบ RWD เช่นเคย ดีไซน์ภายนอกเปลี่ยนแปลงไปพอสมควร งานออกแบบเฉียบคมมากขึ้นโดยเฉพาะฝากระโปรงที่นำเอาช่องอากาศขนาดใหญ่ออกไปแทนที่ด้วยเส้นสายที่ตัดกลางตัวรถลงมาบรรจบกันด้านหน้า แต่มีการเพิ่มช่องลมไว้ด้านล่างของไฟหน้ารถของตัวรถเป็นการทดแทน รวมถึงช่องอากาศด้านข้างตัวรถที่ย้ายจากด้านหลังล้อหน้าเพื่อลดอุณหภูมิเครื่องยนต์ที่ถูกเปลี่ยนตำแหน่งการวางไป ดีไซน์ของไฟท้ายยังมีลักษณะคล้ายเดิม แต่เปลี่ยนจุดวางท่อไอเสียให้ออกมาอยู่ด้านข้าง ด้านดีไซน์ภายในคาดว่าห้องโดยสารจะใช้สีดำตัดด้วยเส้นสายสีแดง โดดเด่นด้วยคอนโซลกลางขนาดใหญ่และแผงควบคุมที่วางพาดยาวขนานลงมา แน่นอนว่าจอแสดงผลทั้งตำแหน่งคนขับและตรงส่วนของคอนโซลมาในแบบดิจิทัลที่สามารถปรับระดับได้ พลิกโฉมดีไซน์ไปแล้ว ด้านขุมกำลังก็ต้องพัฒนาไปอีกขั้นกับเครื่องยนต์ V8 ขนาด 6.2 ลิตรตัวใหม่ที่ให้พลัง 490 แรงม้าและแรงบิดที่ 630 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับชุดเกียร์ Dual-Clutch 8-Speed ที่ทาง Chevrolet เคลมว่าให้อัตราเร่ง
เรามักได้ยินปัญหาอยู่เป็นระยะเกี่ยวกับการแคมป์เพื่อรอต่อแถวซื้อรองเท้าบางรุ่นที่คาดว่าผู้คนจะนิยม แต่ใครจะคิดว่าเรื่องนี้จะกลายเป็นต้นเหตุความวุ่นวายถึงขั้นที่ตำรวจต้องมาปิด POP-UP STORE ก่อนไล่คนกลับบ้านแบบยกขบวน! เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นใจกลางนครนิวยอร์ก เมื่อ AdidasNYC เตรียมเปิด POP-UP ขายรองเท้าคอลเลกชัน Adidas Original x Arizona Iced Tea ซึ่งเป็นการร่วมงานกับเครื่องดื่มยอดนิยมที่มีฐานการผลิตอยู่ในนิวยอร์ก ประกอบด้วยรองเท้าสองรุ่นคือ Yung-1 และ Continental โดยแต่ละรุ่นทำออกมาเป็นสองสี ซึ่งเป็นสีของบริษัทเครื่องดื่มชื่อดัง โดยผู้ผลิตประกาศออกมาก่อนหน้านี้ว่าจะมีการวางขายรอบพิเศษระหว่างวันที่ 18 และ 19 เพียงสองวันเท่านั้น ความพิเศษของมันทำให้ผู้คนทั่วนิวยอร์กหลั่งไหลมาเพื่อรอซื้อรองเท้ารุ่นดังกล่าวถึงขั้นล้นออกมาบนถนน บางคนถึงขั้นมายืนรอตั้งแต่ช่วงตีสี่ แต่ดูเหมือนทีมงานจะไม่คาดคิดว่าจะมีคนมารอคิวซื้อมากขนาดนี้ทำให้การจัดระเบียบต่าง ๆ ไม่ได้เป็นไปอย่างเหมาะสมจนหลายคนเริ่มกังวลถึงความอันตรายหากมีความวุ่นวายเกิดขึ้นจากฝูงชน อีกเหตุผลที่ทำให้ผู้คนแห่กันมารอซื้อเป็นจำนวนมาก เพราะราคาวางขายของ Adidas Original x Arizona Iced Tea รอบนี้ถือว่าถูกมาก แค่ซื้อเครื่องดื่ม AriZona Iced Tea แบบกระป๋องในราคา 99 เซ็นต์ก็จะได้บัตรซึ่งสามารถเลือกรองเท้า 1 ใน 4 คู่จากคอลเลกชันได้ ทันทีที่การขายเริ่มต้น ความวุ่นวายที่หลายคนกังวลก็เกิดขึ้นจริง
ย้อนไปในปี 1986 ภาพยนตร์เรื่อง TOP GUN ได้สร้างตำนานให้กับจอเงินแบบที่คนทั่วทั้งโลกลืมไม่ลง ถือเป็นหนังอีกเรื่องที่ครบรสและถูกกับจริตแมน ๆ ของผู้ชายเราเป็นที่สุด นอกจาก TOP GUN จะทำให้ Tom Cruise แจ้งเกิดในวงการฮอลลีวูดอย่างเป็นทางการ ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังอัดแน่นด้วยฉากแอ็กชันเอฟเฟกต์ผาดโผนบนอากาศ นำเครื่องบินรบและเรือบรรทุกเครื่องบินของกองทัพเรือสหรัฐฯ มาเข้าฉากลำเป็น ๆ ให้ได้เห็นกันเต็มสองตา แถมสไตล์ความเนี้ยบเท่ของพระเอก Maverick ที่รับบทโดย Tom Cruise ก็กลายเป็นกระแสนิยมของผู้ชายในยุคนั้นด้วย ทั้งการสวมแว่นตากันแดดทรงหยดน้ำ ขี่บิ๊กไบค์คันเท่ หรือแม้แต่ใส่แจ็คเก็ตหนังหล่อ ๆ ล้วนเป็นแฟชั่นอมตะแห่งยุค 80s ที่ยังคงมีให้เห็นจวบจนทุกวันนี้ TOP GUN (1986) ภาพยนตร์เรื่องนี้เล่าถึงเรื่องราวของเสืออากาศรหัสลับ Maverick นักบินขับไล่ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่ประจำการบนเรือบรรทุกเครื่องบิน ซึ่งในขณะนั้นเป็นช่วงที่สงครามเหนือน่านฟ้าของอเมริกาและโซเวียตกำลังคุกรุ่น จนวันหนึ่งที่ Maverick ขับเครื่องบินขับไล่รุ่น F-14 Tomcat ทำภารกิจกับคู่หูตามปกติ แต่แล้วดันเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่ทำให้เข้าต้องเข้าร่วมการฝึกในศูนย์ฝึกสอนยุทธการทางอากาศ หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ ‘TOP GUN’ สุดยอดโรงเรียนที่เคี่ยวกรำเหล่านักบินขับไล่ให้เชี่ยวชาญการรบทางอากาศ ที่ Naval Air
หากพูดชื่อ Flume คอเพลงที่ไม่ใช่สายดีเจอาจจะยังไม่คุ้นเคย แต่หากลองเปิดเพลงฮิตอย่าง Never be like you, Say it (feat.Tove Lo) หรือ Drop The Game ฟังก็อาจจะพอคุ้นหูกันอยู่บ้าง รู้หรือไม่ว่าในเวลาสั้น ๆ จากปี 2011 จนถึงปัจจุบัน และด้วยวัยเพียง 28 ปี เท่านั้น เขาสามารถก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในศิลปินสายอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รางวัลการันตีมากมาย แถมยังอยู่เบื้องหลังผลงานศิลปินชั้นนำระดับโลกหลายต่อหลายคน วันนี้ UNLOCKMEN จะขุดเอาเบื้องลึกเบื้องหลังของชายผู้นี้มาตีแผ่ให้คุณได้รู้จัก เขาเป็นใคร เก่งมาจากไหน เราจะได้รู้ไปพร้อม ๆ กัน! WHO IS FLUME? Flume มีชื่อจริงว่า Harley Streten อายุ 28 ปี เติบโตมาในย่าน Northern Beaches มหานคร Sydney ประเทศ Australia ที่มาของชื่อ ‘Flume’ นี้เขานำมาจากชื่อเพลง Flume
เมื่อปฏิทินวนกลับมาถึงคืนวันศุกร์ เสียงแตรในสมรภูมิรบก็ดังขึ้น แต่นั่นเป็นสัญญาณที่บอกถึงการพักรบของหนุ่มวัยทำงานกับกองทัพงานเดือด ๆ หลังจากทนทำงานหลังขดหลังแข็งมาร่วมอาทิตย์ ก็ถึงเวลาแห่งการปลดปล่อยความเครียดและเอาตัวเองไปเริงราตรีท่ามกลางแสงสีของคืนครึกครื้น แล้วถ้ายังไม่รู้ว่าคืนวันศุกร์นี้จะไปไหน เราขอแนะนำ 5 บาร์สุดเท่ ที่จะเปลี่ยนบรรยากาศจำเจของคุณไปสู่ประสบการณ์ชิลแบบใหม่ ที่เชื่อว่าหนุ่ม UNLOCKMEN ทุกคนจะถูกใจแน่นอน 008 BAR speakeasy bar สุดเฟี้ยวที่ได้ inspire มาจากสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 ดีไซน์ร้านด้วยคอนเซ็ปต์ modern contemporary สะท้อนความคลาสสิกและแฝงกลิ่นอายร่วมสมัยอ่อน ๆ เอาไว้ทุกรายละเอียด เพียงก้าวแรกก็รับรู้ได้ถึงบรรยากาศอบอุ่นของแสงไฟสลัวชวนฉุกคิด เฟอร์นิเจอร์หนังหรูหรา และวัสดุไม้อันโดดเด่นที่ใช้ในงานดีไซน์ ความรู้สึกหว่อง ๆ ของคนอยากเมาที่โหยหาเสียงเพลง ถูกเติมเต็มด้วยดนตรีแจ๊สฟังสบายที่ช่วยให้ 008 BAR แห่งนี้คึกคักขึ้นมากลางดึก นอกจากโซนที่นั่งหลากสไตล์ที่นี่ยังเสิร์ฟเหล้าและค็อกเทลนานาชนิด มีซิกเนเจอร์ค็อกเทล 19 เมนู และตัวคลาสสิกค็อกเทลก็ใช้แค่เหล้า Vermouth นำไปผสมผสานกับวัตถุดิบอื่น ๆ เพื่อให้เหล้าหนึ่งแก้วดูน่าสนใจและมีหลายมิติ สำหรับหนุ่ม ๆ ที่คลั่งไคล้สุรารสเข้มหนักแน่น เราขอแนะนำ ‘1920’ คลาสสิกค็อกเทลที่ผนวก


