G-SHOCK แบรนด์นาฬิกาเลื่องชื่อแห่งดินแดนอาทิตย์อุทัยยังคงพยายามเสาะหาสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม และนำมันมาปรุงรส เหยาะแรงบันดาลใจ ใส่ความคิดสร้างสรรค์ จนเกิดเป็นนาฬิกาเรือนเด็ดที่ได้ใจผู้ชายหลาย ๆ คน แล้วหนึ่งในรุ่นล่าสุดอย่าง ‘G-SHOCK GA700SK’ ก็ยังคงเป็นเช่นนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย ดีไซน์ของตัวเรือนผูกโยงความคลาสสิกและโมเดิร์นเข้าด้วยกัน ออกแบบหน้าปัดเป็นทรงกลมตามรุ่นพิมพ์นิยมของตัวแบรนด์ รอบนอกและสายนาฬิกาห่อหุ้มด้วยเรซินกึ่งโปร่งใสและสีเมทัลลิกทูโทน สะท้อนความอาวองกาค์ (avant-garde) ของโลกอนาคตและกลิ่นอายแอนทีคแห่งยุค 80s ในเวลาเดียวกัน ย้อนไปในปี 1980 เป็นช่วงที่หลากหลายอุตสาหกรรมเริ่มหันมารังสรรค์ผลิตภัณฑ์โปร่งใสเป็นยุคแรก ไม่ว่าจะเป็นแว่นตา โทรศัพท์ หรือแม้แต่เรือนเวลา เคสด้านนอกที่ขาวโปร่งนั้นทำให้เรามองเห็นเนื้อในของวัสดุได้อย่างแจ่มแจ้งชัดเจน G-SHOCK จึงหยิบเรซินกึ่งโปร่งใสที่เคยนิยมในยุคก่อนมาใช้เป็นวัสดุหลักในงานดีไซน์ของเรือนนี้ แถม G-SHOCK GA700SK ยังถอดแบบความแข็งแกร่งมาจากรุ่นพี่ G-SHOCK GA-700 ทำให้มันทนทานและสมบุกสมบันเป็นพิเศษ ด้วย mineral glass วัสดุปกป้องนาฬิกาประจำค่าย G-SHOCK ที่มีศักยภาพเหนือกว่าและใสกว่าวัสดุ acrylic ทำให้ G-SHOCK GA700SK เรือนนี้ทนทานต่อรอยขีดข่วน แรงกระแทก และกันน้ำได้ลึกถึง 200 เมตร หน้าปัดขนาด 52.68 มิลลิเมตร ถูกดีไซน์มาให้แสดงเลขเวลาทั้งแบบดิจิทัลและแอนะล็อก
เรื่องการทำความสะอาดบ้านก็เป็นอีกประเด็นที่ผู้ชายโดนสาว ๆ ก่นด่าเป็นประจำ แม้ปากเธอจะยังไม่ฉีกถึงรูหูดีแต่แค่นี้ก็เพียงพอจะทำลายโสตประสาทและสร้างความรำคาญใจให้เราได้ไม่น้อยเลย จริงไหม? แต่ก็นะ กลับมาจากทำงานเหนื่อย ๆ ไม่ว่าใครก็อยากพักผ่อนกันทั้งนั้น เกมก็ต้องเล่น บอลก็ต้องเชียร์ ซีรีส์ก็ต้องดู จะให้พวกผมไปเอาเวลาจากไหนมาทำความสะอาดห้องล่ะครับคุณผู้หญิง แม้ไม่ใช่ผู้หญิงทุกคนจะขี้บ่นจุกจิก แต่ก็ไม่ใช่ผู้ชายทุกคนที่จะรักษาความสะอาดมากพอจนทำให้พวกเธอพอใจ ทำให้ในบางครั้งหลายคนมักคิดว่าผู้ชายชาตรีอย่างเราไม่รอบคอบและปราศจากความละเอียดอ่อนจนมองไม่เห็นร่องรอยของสิ่งสกปรก แต่จริง ๆ แล้วศักยภาพในการสังเกตสิ่งปฏิกูลของผู้ชายก็ทำได้ดีไม่แพ้ผู้หญิงเลย ความสามารถในการมองเห็นที่เท่ากัน มีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Sociological Methods & Research โดยนำผู้ชาย 327 คน และผู้หญิง 295 คน มาประเมินภาพห้องครัวและห้องนั่งเล่นว่าสะอาดหรือสกปรกในระดับใด ผลการสำรวจเผยว่าทั้งสองเพศต่างประเมินระดับความสะอาดและสกปรกได้ในระดับเดียวกัน นั่นแปลว่าผู้ชายเราก็มีดวงตาเฉียบคมทัดเทียมนกเหยี่ยวและทำเรื่องนี้ได้ดีไม่แพ้ผู้หญิง เพราะฉะนั้นที่บอกว่าผู้ชาย ‘ตาบอดต่อสิ่งสกปรก’ คงไม่ใช่เรื่องจริงนัก แต่ความขยันกลับมีไม่เท่ากัน ผลการสำรวจยังระบุว่าผู้หญิงนั้นทำงานบ้านหนักกว่าผู้ชายเสมอ เพราะผู้หญิงจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาทีต่อวัน ซึ่งครอบคลุมทั้งการปรุงอาหาร ทำความสะอาด และซักรีด ในขณะที่ผู้ชายกลับใช้เวลาในฐานะพ่อบ้านเพียงครึ่งชั่วโมงต่อวันเท่า แม้ในสวีเดนจะมีการส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศอย่างหนัก แต่สาวสวีเดนก็ยังทำงานบ้านหนักกว่าผู้ชายถึงสองเท่าอยู่ดี ถูกสังคมตัดสินทั้งคู่แต่ให้ผลลัพธ์ที่ต่างกัน จริงอยู่ที่คนในสังคมติดภาพจำของ ‘ผู้ชายสกปรก’ มากกว่า ‘ผู้หญิงสกปรก’
กระแสของเรื่องราวของดาราศาสตร์ อวกาศกับดวงดาว เป็นสิ่งที่ถูกพูดถึงอยู่เป็นระยะ แถมในช่วงนี้องค์การอวกาศชื่อดังอย่าง NASA ก็กลับมามีบทบาทในสื่ออีกครั้งกับการครบรอบ 50 ปี ของการขึ้นไปเหยียบดวงจันทร์ครั้งแรกของมนุษยชาติ และเมื่อพูดถึงอวกาศ ก็จะต้องนึกถึงบรรยากาศไร้แรงโน้มถ่วงนอกโลกกับสีดำสุดลูกหูลูกตาที่ยิ่งทำให้เคว้งคว้างกว่าเดิม ด้วยเหตุผลหลายอย่างทำให้ UNLOCKMEN เลือกหนังเกี่ยวกับอวกาศ 5 เรื่อง ที่ทั้งเศร้า เหงา หว่อง ไปจนถึงงุนงงมาให้ทุกคนได้ดูกันว่าชีวิตของเราในตอนนี้กับตัวละครในหนังใครจะเหงากว่ากัน The Martian (2015) ในขณะที่กลุ่มนักบินอวกาศกำลังสำรวจบนดาวอังคาร แต่กลับต้องเจอกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันอย่างพายุที่อาจสร้างความเสียหายให้กับยานจึงต้องยกเลิกภารกิจ ระหว่างการอพยพ Mark ถูกชิ้นส่วนของยานกระแทกจนกระเด็นออกห่างจากคนอื่นและทางยานก็ไม่พบสัญญาณชีพของเขา จึงต้องยกเลิกการค้นหาตัวเขาพร้อมนำยานออกจากดาวอังคาร แต่สิ่งที่เหนือความคาดหมายคือ Mark ยังไม่ตาย Mark พาตัวเองไปยังศูนย์อาศัยไร้คนบนดาวอังคาร เขาตรวจสอบข้อมูลและพบว่ามนุษย์จะกลับมาที่ดาวอีกครั้งในอีก 4 ปี แต่เขามีอาหารที่จะประทังชีพเพียงแค่ 300 วัน ทำให้เขาต้องดึงความรู้เรื่องของพฤกษศาสตร์มาใช้ดำรงชีพพร้อมกับความรู้ทางวิศวกรรมเพื่อดัดแปลงรถ เครื่องยนต์ต่าง ๆ เพื่อให้ตัวเองอยู่รอดได้นานที่สุด ในขณะที่โลกก็ทราบถึงการมีชีวิตของเขาและหาทางช่วยเหลือให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ The Martian (2015) เป็นผลงานกำกับของ Ridley Scott นำแสดงโดย Matt Damon และเข้าชิงรางวัลออสการ์ถึง
ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคสมัย ‘การแข่งขัน’ กับ ‘วงการดนตรี’ ล้วนแล้วแต่อยู่คู่กันมาอย่างช้านาน ไม่ว่าจะแข่งบนเวทีประกวด, แข่งกันทำเพลงให้ฮิตติดชาร์ต, แข่งยอดวิวบน Youtube จนมาถึงแข่งยอด Streaming อย่างในปัจจุบัน ไหนจะบรรดานักวิจารณ์ที่ขยันออกมาตีตรางานเพลงกันเป็นว่าเล่น ใครโชคดีก็ถูกยกยอ หากโชคร้ายก็ถูกสาปจนยับเยิน ฟังดูอาจจะไม่ยุติธรรม เพราะไม่รู้ว่าอะไรคือมาตรวัดสิ่งนี้ แต่ก็เป็นความจริงที่ศิลปินแทบทุกคนต้องพบเจอ SOMKIAT (สมเกียรติ) 5 หนุ่มอินดี้อารมณ์ดีวงนี้ก็เช่นกัน ทั้ง โบ๊ท (ร้องนำ), บอส (กีตาร์), นนท์ (กีตาร์), นัท (เบส) และ ยิ้ม (กลอง) ก้าวแรกในวงการเพลงของพวกเขาเกิดขึ้นพร้อมกัน นั่นก็คือการแข่งขัน Coke Music Awards ปี 2010 ถึงจะได้รางวัลชนะเลิศ แต่กว่าจะได้ออกซิงเกิลแรกกับค่าย Smallroom ก็ผ่านไปแล้วถึง 2 ปีให้หลัง วันนี้ UNLOCKMEN จึงอยากชวนคุณ มาย้อนรอยเส้นทางสายดนตรีที่ไม่เรียบง่ายของพวกเขาไปพร้อม ๆ กัน จากวงดนตรีนักศึกษาบนเวทีประกวด สู่ศิลปินมืออาชีพในค่ายอินดี้แถวหน้าของเมืองไทย พวกเขายังต้องแข่งอะไรอีกบ้างจนถึงทุกวันนี้
นอกจากความเพลิดเพลินและอรรถรสที่ได้รับชมภาพยนตร์ อีกสิ่งหนึ่งที่ตื่นเต้นเร้าใจไม่แพ้กัน คือการคอยลุ้นว่าพล็อตของหนังเรื่องนี้จะเป็นไปตามที่เราคิดไว้หรือเปล่า แล้วฉากเริ่มเรื่อง กลวิธีการเล่า ตลอดจนฉากจบจะสร้างความประทับใจได้มากน้อยขนาดไหน? แต่เราเชื่อว่าคงมีภาพยนตร์หลายเรื่องที่ทำให้หนุ่ม ๆ รู้สึกว่าตนถูกหลอก เปลี่ยนบริบทจากเซียนหนังผู้คร่ำหวอดในแวดวงจอเงินให้กลายเป็นคนโง่ใบ้ ตามไม่ทัน สังเกตไม่เห็น และคิดไม่ถึงกับเรื่องราวและฉากจบที่ดูจะสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง เพราะมันดันมาจบเรื่องในแบบที่คุณไม่เคยวาดฝันไว้มาก่อน คำเตือน! ภาพยนตร์ดังต่อไปนี้ไม่มีการสปอยล์ฉากจบของเรื่องแต่อย่างใด THE SIXTH SENSE “I See Dead People” ประโยคดังที่หลุดออกจากปากเด็กชายผู้มองเห็นวิญญาณ ในภาพยนตร์บิดเบี้ยวอัดแน่นซาวด์ผีอลังการ THE SIXTH SENSE ที่เคยปล่อยความหลอน เครียด และกดดันกระโจนเข้าใส่จิตใจของผู้ชมมานับล้าน เนื้อเรื่องเล่าถึงเด็กชายผู้มองเห็นผีและนักบำบัดที่พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือเด็กคนนี้ แต่น่าแปลกที่เคสเล็ก ๆ ของเด็กคนเดียวดันกระทบกระเทือนไปยังครอบครัวของนักบำบัดรายนี้ด้วย บทบาทการแสดงของเด็กหนุ่มที่ดูน่ารักพร้อม ๆ กับน่ากลัว และนักบำบัดที่เชื่อว่าเด็กเห็นผีจริง แต่ก็มิอาจสัมผัสได้ถึงวิญญาณเหล่านั้น หนุ่ม ๆ จึงจะได้ซึมซับความสนุกสนานไปพร้อมกับการพัฒนาของตัวละคร แต่ด้วยมุมมองกล้อง การตัดต่อ และกลการเล่าอาจทำให้คุณไม่สามารถจินตนาการถึงตอนจบของมันได้เลย MEMENTO จะเป็นยังไงถ้าคุณตื่นมาแล้วต้องรับรู้ว่าตัวเองความจำเสื่อม จนไม่อาจจดจำเรื่องราวที่เพิ่งเกิดขึ้นได้แม้แต่เล็กน้อย ความรู้สึกนั้นเป็นความรู้สึกเดียวกันกับที่ตัวละครเอกในเรื่อง MEMENTO ต้องพบเจอ แต่ที่แย่กว่านั้นคือเขากำลังค้นหาฆาตกรที่ฆ่าข่มขืนภรรยาของเขา ทั้งที่ตนสูญเสียความทรงจำ
Jake Gyllenhaal เป็นนักแสดงชายในฮอลลีวูดที่แจ้งเกิดจากหนังสูตรสำเร็จและก้าวเข้าสู่หนังอินดี้และหนังอื่น ๆ เพื่อท้าทายความสามารถทางด้านการแสดงของตัวเอง ก่อนที่จะหวนกลับเข้าสู่แวดวงภาพยนตร์ Blockbuster อีกครั้งกับภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่เรื่อง Spider Man: Far From Home (2019) กับบทบาท Mysterio ด้วยมาดเท่ ๆ กับดวงตาที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ รวมถึงฝีมือการแสดงที่มากความสามารถจนได้เข้าชิงรางวัลจากเวทีมากมายหาตัวจับยากนี้ ทำให้ UNLOCKMEN อยากจะชวนทุกคนไปย้อนดูหนัง 5 เรื่องที่เขาเคยฝากผลงานไว้ ลองมาดูไปพร้อมกันว่าภาพยนตร์เรื่องไหนของ Jake Gyllenhaal บ้างที่คุณไม่ควรพลาด SOURCE CODE (2011) เวลา 8 นาทีใช้ทำอะไรได้บ้าง ฟังเพลง เดินกลับบ้าน หรือเปลี่ยนโลกไปตลอดกาล ? ค้นหาคำตอบของเวลาไปกับ Jake Gyllenhaal ในภาพยนตร์แอกชัน-ไซไฟ ที่สอดแทรกความโรแมนติกไว้อย่างแยบยลกับเรื่อง Source Code (2011) เมื่อทหารนายหนึ่งตื่นขึ้นมาบนรถไฟพร้อมกับความมึนงงเพราะเขาตื่นขึ้นมาในร่างของคนอื่น เขาจะเริ่มนึกถึงตัวตนว่าเขาถูกส่งข้ามเวลามาด้วยเครื่องที่ชื่อว่า Source Code พร้อมกับภารกิจใหญ่เพื่อหยุดยั้งการระเบิดของรถไฟ โดยการย้อนเวลาแต่ละครั้งจะมีเวลาแค่ 8
สหรัฐอเมริกาในยุค 50 เป็นช่วงเวลาแห่งความเท่ที่เมื่อมองย้อนกลับไปเมื่อไหร่ก็จะสัมผัสได้ถึงความคลาสสิกที่มีสไตล์ทุกครั้ง โดยเฉพาะกับเมืองลาสเวกัส (Las Vegas) ที่คนทั่วโลกตั้งฉายาว่าเมืองแห่งบาป (Sin City) เมืองที่เต็มไปด้วยเหล่าสตาร์ชื่อก้องโลก คาสิโน เป็นแหล่งบันเทิงชั้นนำของโลก ด้วยความวินเทจและตื่นตาที่เมืองอื่น ๆ ในช่วงเวลาเดียวกันยังไม่สามารถจัดจ้านได้เท่า จึงทำให้เราสนใจเมืองแห่งบาปและอยากพาทุกคนไปทำความรู้จักกับลาสเวกัสหลังสงครามโลกครั้ง 2 หรือในช่วงยุค 50 เพื่อพบกับความงามของเมืองหลังสงคราม คงจะถูกใจคอรถเก่าสุดคลาสสิกกันไม่น้อยกันรูปถ่ายถนน Fremont ซึ่งเป็นถนนสายหลักที่พาดผ่านคาสิโนหลายแห่งของลาสเวกัสในปี 1955 รูปดังกล่าวทำให้เราเห็นรถรุ่นเก่า ๆ ที่ในปัจจุบันแทบไม่เหลืออยู่แล้ว รวมถึงได้เห็นบรรยากาศยามค่ำคืนของเมืองปี 1958 ที่ทำให้รู้ว่าไม่ว่าจะเมื่อไหร่ลาสเวกัสก็ไม่เคยหลับ แถมยังเห็นโรงแรมในตำนานอย่าง Golden Nugget โรงแรมและคาสิโนที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในย่าน downtown ที่ในตอนนี้ก็ยังเปิดให้บริการอยู่ ป้ายไฟนีออนหลากสีที่กระจายตัวอยู่เต็มสองฝั่งถนน รวมถึงรถยนต์คันโก้ที่จอดสนิทอยู่ริมทางเป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดีว่ามีผู้คนจำนวนไม่น้อยมาใช้บริการเพื่อความรื่นรมย์ที่เมืองแห่งบาปนี้ สระว่ายน้ำถือเป็นสิ่งจำเป็นที่ช่วยบรรเทาอากาศที่ร้อนระอุ และในปี 1955 ผู้คนในยุคนั้นก็เห็นถึงความสำคัญของสระน้ำเช่นเดียวกับปัจจุบัน เพราะอากาศของเมืองลาสเวกัสในฤดูร้อนก็อบอ้าวเกินกว่าหลายคนจะทนไหว ด้วยความร้อนที่พุ่งสูงกว่า 100 ฟาเรนไฮต์ หรือประมาณ 38 องศาเซลเซียส ทำให้การได้แหวกว่ายอยู่ในน้ำเย็น ๆ ก็จะช่วยสามารถคลายความร้อนได้ และไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถมีสระว่ายน้ำเป็นของตัวเอง การมาใช้บริการในโรงแรมพร้อมกับเสี่ยงโชคไปด้วยจึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เหล่านักท่องเที่ยวและนักแสวงโชคแห่แหนกันมายังเมืองเพื่อคาสิโน อย่างในปี 1957
ชีวิตในเมืองใหญ่คือความวุ่นวายสับสน แม้เราจะเจอคนนับสิบนับร้อยในหนึ่งวัน แต่กว่าจะควานคว้าหาใครสักคนที่เข้าใจเข้ากายกันได้ช่างยากแสนยาก “ONE NIGHT STAND” จึงคล้าย “ความสัมพันธ์กึ่งสำเร็จรูป” ที่ฉีกซอง เติมความพยายามไม่มากไม่น้อย ให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นอ้อมกอดหวามไหวและกิจกรรมเรียกเหงื่อที่ช่วยให้คืนค่ำในเมืองใหญ่ไม่เหงาเดียวดายเกินไปนัก อย่างไรก็ตามสิ่งที่ผู้ชายหลายคนยังเข้าใจ “ONE NIGHT STAND” แบบผิด ๆ คือการที่คิดว่า ONE NIGHT STAND เป็นแค่การมีอะไรกันที่บังเอิญเกิดขึ้นแล้วจบไป ไม่ต้องทบทวน ใตร่ตรอง หรือเตรียมพร้อมอะไรมาก จริง ๆ เซ็กซ์ที่ดีควรมาพร้อมความรับผิดชอบและไม่ละเมิดใคร UNLOCKMEN จึงเชื่อว่าเซ็กซ์คือความพึงพอใจที่เราเติมเต็มให้ตัวเองและคนที่เราหลงใหล ดังนั้นไม่ว่าเซ็กซ์และความสัมพันธ์จะเกิดขึ้นชั่วคราวแค่ไหน เราก็ควรเตรียมตัวพร้อม รู้เท่าทัน เพื่อให้ได้ทั้งความสบายกาย สบายใจ และความรื่นรมย์ยากลืมเลือนแม้คืนหนึ่งคืนนั้นจะจบลงไปแล้ว และนี่คือกฎเหล็ก 5 ข้อที่ผู้ชายควรรู้ถ้าริมีความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืน ทบทวนตัวเองให้ดีว่าคืนนี้เราเหงากายหรือเหงาใจ ไม่ว่าความสัมพันธ์ทางกายหรือความสัมพันธ์ทางกายก็ล้วนแต่สำคัญและมีความหมายต่อผู้ชายอย่างเรา ไม่มีอะไรสูงค่าหรือต่ำค่ากว่า แต่เราต้องยอมรับก่อนว่าการมี ONE NIGHT STAND นั้นคือการมีความสัมพันธ์ทางกาย ตอบสนองการลูบไล้ เติมเต็มการสัมผัสแบบกายแนบกายที่เรารู้สึกขาดหายไป แต่หากคืนนี้เป็นความเหงาใจที่ถาโถม แล้วเราหวังว่า ONE NIGHT STAND จะช่วยปลอบประโลมและถมเต็มช่องว่างในใจนั้นได้
ผู้ชายกับสิวเสี้ยนไม่ได้เป็นของคู่กัน เพราะฉะนั้นหนุ่ม ๆ จึงไม่ควรละเลยและปล่อยให้มันอิงอาศัยอยู่บนใบหน้าเฉกเช่นพืชกาฝากที่ไม่ได้สร้างประโยชน์อันใดให้เรา นอกจากข้อเสียที่ทำให้รูขุมขนเปิดกว้างขึ้น สิวเสี้ยนยังทำให้หน้าหล่อ ๆ ของคุณดูสกปรกและไม่สะอาดเกลี้ยงเกลามากพอจะเตะตาสาว ๆ ได้ แต่ก็อย่างว่า ทั้งความเครียดในการทำงาน มลพิษฝุ่นควันที่ต้องเจอ ฮอร์โมนของร่างกาย หรือแม้แต่อาหารการกิน ทั้งหมดล้วนมีผลต่อการเกิดสิวเสี้ยนด้วยกันทั้งนั้น ในเมื่อเราไม่อาจเลี่ยงการจุติลงบนใบหน้าของสิวเสี้ยนตัวร้ายได้ ก็คงต้องหาวิธีรับมือและป้องกันไม่ให้มันเป็นอุปสรรคต่อความหล่อของเรามากไปกว่านี้ จุดกำเนิดของสิวเสี้ยนหัวดำ โครงสร้างผิวของผู้ชายนั้นต่างจากผิวผู้หญิง ต่อมผลิตไขมันของเราจะทำงานมากกว่าผู้หญิงถึงสองเท่า จึงไม่แปลกถ้าใบหน้าของผู้ชายจะมันมากกว่า แล้วไอ้ความมันเยิ้มบวกกับสิ่งสกปรกที่ต้องเจอในแต่ละวัน ก็เป็นปัจจัยที่ทำให้ผู้ชายมีสิวได้ง่ายกว่า ถ้าเทียบกับสิวทั่วไป คงต้องบอกว่าสิวเสี้ยนหัวดำนั้นสร้างความรำคาญใจให้เราไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย แม้จะไม่ปวดบวมเหมือนกับสิวอักเสบ แต่เมื่อมันผุดขึ้นบนใบหน้าก็กลายเป็นจุดนำสายตา (แต่ไม่ได้น่ามองเลยสักนิด) ยิ่งเวลาที่มันโผล่มายั่วโมโหเราบนจมูก ทำเอาไม่อาจอดกลั้นและเผลอบันดาลโทสะฆ่ามันด้วยพละกำลังและปลายเล็บอยู่เสมอ เลี่ยงการบีบ เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมผุดขึ้นบนใบหน้า ไม่แปลกนักถ้าเราจะเลือกบีบเพื่อกำจัดมันให้หายวับไปกับตา แต่หนุ่ม ๆ โปรดรู้ไว้ว่าวิธีเบสิกอย่างการบีบสิว หาใช่ขั้นตอนการยับยั้งการเกิดสิวที่ถูกต้อง แถมยังทำลายผิวหน้าอันบอบบางอย่างรุนแรง จนเกิดรอยแดง รอยช้ำ และกลายเป็นแผลตามมาได้ หากคุณเลือกใช้วิธีนี้ไม่นานนักสิวเสี้ยนหัวดำที่แสนน่ารำคาญก็จะกลับมาบนใบหน้าพวกคุณอยู่ดี ผลัดเซลล์ผิวด้วยกรด การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่มีส่วนผสมของกรดซาลิไซลิก ก็เป็นอีกเทคนิคที่ใช้กำจัดสิวเสี้ยนให้อยู่หมัด เพราะกระบวนการทำงานของกรดตัวนี้ จะเข้าไปปลดล็อกสิวเสี้ยนหัวดำและผิวหนังที่ตายแล้วให้หลุดออกมาจากใบหน้า ถึงจะไม่ได้เจ็บแสบจากการใช้กรดซาลิไซลิก แต่เราแนะนำให้หนุ่ม ๆ ทำความสะอาดผิวหน้าอย่างบางเบาและพิถีพิถันสักหน่อย แล้วควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรดซาลิไซลิกอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งเท่านั้น
ในที่สุดสถิติของราคารองเท้าที่มีราคาซื้อขายผ่านการประมูลของ Converse คู่ที่ตำนานยัดห่วงอย่าง Michael Jordan เคยใส่แข่งขันในรอบชิงในการแข่งขันกีฬา Olympics ในปี 1984 ก็ถูกทำลายลงแล้ว โดยแชมป์ใหม่กลายเป็นของรองเท้าต้นแบบจาก Nike ที่มีฉายาว่า “Moon Shoe” ใครที่เคยคิดว่ารองเท้ารุ่นหายากหรือโมเดลแรร์ในอดีตคงจะไม่มีราคาควรค่าแก่การครอบครอง อาจต้องคิดใหม่ เพราะราคาประมูลรองเท้าที่แพงที่สุดในโลกคู่ก่อนหน้าอย่าง Converse ‘Jordan Olympics 1984 มีราคาถึง 190,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 5.8 ล้านบาท ในขณะที่สถิติคู่ใหม่ที่เป็น Prototype ของรองเท้าวิ่งทั้งมวลในโลกอย่าง Nike ‘Moon Shoe ที่ถูกประมูลไปในราคา 437,000 ดอลลาร์หรือประมาณ 13.5 ล้านบาทเลยทีเดียว เจ้า Moon Shoe ถือเป็นบรรพบุรุษของรองเท้าวิ่งที่ผลิตโดย Nike ในช่วงปี 1970 ที่ Phil Knight และ Bill Bowerman ผู้อยู่เบื้องหลังความยิ่งใหญ่ของค่าย Swoosh ร่วมมือกันพัฒนาและสร้างขึ้นเพื่อให้กลายเป็นรองเท้าวิ่งที่มีประสิทธิภาพที่สุดในยุคนั้น ก่อนที่ Moon Shoe


