เดือน 5 เดือนแห่งสายฝนกำลังจะจบลง แต่กำลังจะขึ้นเดือน 6 ที่พายุฝนกระหน่ำ เพื่อเติมเต็มจิตวิญญาณที่เริ่มพร่องเพราะสภาพอากาศทึมเทา เราจึงตัดสินใจเปิดคอลัมน์ใหม่เพื่อเติมสีสันแก่จิตใจและความรู้สึกให้ครบรส ใช้ชื่อว่า “Art of Ars” “Art” ตัวแรกคือคำที่ทุกคนคุ้นเคยความหมายกันดีว่าศิลปะ ส่วน “Ars” ตัวหลังมาจากภาษาละตินที่แปลได้ว่า ความรู้หรือศาสตร์ “Art as Ars” เราแปลว่า “ศิลป์แห่งศาสตร์” หรือศิลปะที่เกิดศาสตร์ทุกแขนง มีไว้สำหรับรีวิวงานนิทรรศการหรืองานศิลปะน่าไปในไทย ไม่ว่าจะเกิดขึ้นหรือจบลงแล้วที่เราไปและเก็บภาพมาแบ่งปัน ประเดิมที่แรกที่เราไป TCDC กับงาน Japanese Design Today หรือ “การออกแบบ แบบญี่ปุ่น” งานที่เขาว่ากันว่ามีโปรดักส์ของญี่ปุ่นที่มีความสำคัญจัดอันดับไว้ถึง 100 ชิ้นจัดโดย Japan foundation ร่วมมือกับ CEA หลายชิ้นเป็นตำนานของผลิตภัณฑ์ที่เราใช้งานทุกวันนี้ เพื่อเข้าถึงวิถีมินิมัลของแดนปลาดิบอีกนิด ไขปริศนาความน่าทึ่งของผลิตภัณฑ์ว่าเขาทำแบบนี้ไปทำไม หรือคิดได้ยังไง ทีมเราเลยตัดสินใจเข้าไปงานดูสักหน่อย เพราะเราเชื่อว่า “จิตวิญญาณ” แท้จริงไม่ได้อยู่แค่ลมหายใจ แต่สามารถมองได้ผ่านงานออกแบบ ห้องจัดแสดงหนึ่งฮอล์ขนาดกลาง ๆ สไตล์อินดัสเทรียลลอฟต์ ด้านในจัดแสดงของกว่า
ในยุคที่แพลตฟอร์มฟังเพลงออนไลน์และวิดีโอเกมกำลังนิยมอย่างตอนนี้ คงไม่มีอะไรเพลิดเพลินไปกว่าการได้เล่นเกมที่มีภาพกราฟิกสวย ๆ และดื่มด่ำกับเพลย์ลิสต์โปรดที่ดังลั่นในสองรูหู พูดแล้วก็นึกถึง iPod จาก Apple ขึ้นมาเลย เพราะมันเป็นอะไรที่โคตรเหมาะกับการเล่นเกมและฟังเพลง ทั้งยังมีดีไซน์บางเฉียบ น้ำหนักเบา เวลาจะพกพาไปไหนก็สะดวกสบาย ตอบโจทย์ด้านฟังก์ชันและความคล่องตัวให้กับผู้ชายอย่างเราได้เป็นอย่างดี หลังจากเปิดตัว iPod Touch รุ่นที่ 6 ไปเมื่อ 4 ปีก่อน Apple ก็ไม่ปล่อยให้สาวก iPod ทนคิดถึงนาน ด้วยการเปิดตัว ‘iPod Touch 2019’ ที่คราวนี้ยกเครื่องใหม่ทั้งยวง มาพร้อมชิป A10 Fusion แบบเดียวกันกับ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ซึ่งระบบการประมวลผลของชิปตัวนี้ใกล้เคียงกับรุ่นพี่ A12 Bionic ที่ใช้ใน iPhone XS iPod Touch 2019 มีให้เลือก 6 สี คือ Space
คุณจะซื้อคอมพิวเตอร์แล็บท็อปที่มาพร้อมไวรัส 6 ตัวที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์โลกมนุษย์ในราคา 1 ล้านเหรียญไปทำไม? นี่คงเป็นคำถามที่ใครหลายคนอยากถามผู้ร่วมประมูลผลงานศิลปะร่วมสมัยสุดแหวกแนวชิ้นนี้ The Persistence Of Chaos หรือ “การคงอยู่ของความโกลาหล” ผลงานศิลปะจากไอเดียสุดเจ๋งของ Guo O Dong ศิลปินทางอินเตอร์เน็ตผู้อยากเสียดสีว่าสิ่งที่อยู่ในโลกออนไลน์มันไม่สามารถออกมาทำร้ายเราได้ในชีวิตจริง เขาจึงผลิตผลงานด้วยการนำเสนอแล็ปท็อปที่เก็บรวบรวม 6 ไวรัสที่เลวร้ายที่สุดในโลกเอาไว้ โดยรวมมูลค่าความเสียหายที่พวกมันทั้งหมดสร้างไว้เป็นมูลค่ากว่า 9,500 ล้านเหรียญเลยทีเดียว ไวรัสทั้ง 6 ตัวถูกดาวน์โหลดมาเก็บเอาไว้ภายในคอมพิวเตอร์แบบพกพายี่ห้อ Samsung NC ที่มีความจำเครื่องขนาด 10-14 GB ขนาดหน้าจอ 10.2 นิ้ว โดยเราจะแนะนำไวรัสทั้งหมดคร่าว ๆ ผ่านวีรกรรมสุดโหดที่มันเคยฝากความย่อยยับให้กับคนที่ต้องพบเจอ – ILOVEYOU ไวรัส ILOVEYOU หรือ Love Bug, Love Letter เป็นคอมพิวเตอร์เวิร์มที่เริ่มโจมตีคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลในระบบปฏิบัติการ Windows หลายสิบล้านเครื่องเริ่มจากวันที่ 5 พฤษภาคมของปี 2000 โดยแพร่กระจายผ่านอีเมลซึ่งสร้างความเสียหายตีมูลค่าได้เกือบ 15 พันล้านเหรียญ MyDoom
James Bond ถือเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ที่ผู้ชายอย่างเรารู้จักกันเป็นอย่างดี ภาพยนตร์ที่พูดถึงสุดยอดสายลับรหัส 007 จากองค์กร MI6 ที่เต็มไปด้วยฉากแอ็กชันและการไล่ล่าสุดมันส์ แม้จะผลิตออกมาถึง 24 ภาคในช่วงเวลา 55 ปีก็ยังมีฐานแฟน ๆ ติดตามหนังภาคใหม่อยู่ตลอดเวลาราวกับต้องมนตร์ที่ไม่เสื่อมคลาย นอกจากเนื้อเรื่องแล้วอีกสิ่งหนึ่งที่หนุ่ม ๆ อย่างเราซึมซับได้จากหนังเรื่องนี้คือรถยนต์คันงามคู่ใจของพระเอกในแต่ละภาค โดยเฉพาะรถจากค่าย Aston Martin ที่กำลังผลิตรถรุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 50 ของโมเดลดังจากหนังภาค On Her Majesty’s Secret Service (OHNSS) ถ้าพูดถึง Aston Martin และ James Bond หลายคนอาจติดภาพจำของ Aston Marin DB5 ที่พระเอกอย่าง Sean Connery ใช้งานในภาค Goldfinger และ Thunderball รวมถึงโผล่มาอวดโฉมทั้งใน Casino Royale Skyfall และช่วงท้ายของ Spectre Aston Marin DB5 จึงกลายเป็นรถขึ้นหิ้งที่มีราคาสูงโดยไม่ต้องบรรยายสรรพคุณไปแล้ว
ความทรงจำเป็นหน่วยความจุที่ซ่อนอยู่ในสมองสิ่งมีชีวิตอย่างเรา เป็นเหมือนเทปที่ถูกบันทึกและฉายภาพออกมาเมื่อมีสิ่งเร้าให้นึกถึง แม้จะรู้ว่าสมองแบ่งเป็น 4 ส่วนและส่วนฮิปโปแคมปัสคือศูนย์รวมของความจำ แต่เราก็ไม่สามารถกลับไปลบ แก้ไข หรือเพิ่มความทรงจำใหม่ได้ตามใจชอบ ยิ่งไปกว่านั้นคือการใช้ชีวิตที่ถูกพันธนาการด้วยความทรงจำเชิงลบ มีเรื่องแย่ ๆ หลายเรื่องล่อลวงให้เราหวนกลับไประลึก ก่อนจะตลบหลังแล้วเอาหอกแหลม ๆ ทิ่มแทงจนมิดด้าม นอกจากความทุกข์ ความเศร้า และความปวดร้าว ยังมีภาพความจำเลวร้ายตามหลอกหลอนเราอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย มีงานวิจัยยืนยันว่าความทรงจำแง่ลบที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดนั้นมีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเรา ด้วยเหตุนี้นักวิทยาศาสตร์จึงพยายามค้นหาวิธีการลบความทรงจำบางส่วนเพื่อลดผลกระทบที่กระเทือนต่อจิตใจมนุษย์ สมองไม่ได้ฉลาดเสมอไป เชื่อว่าหนุ่ม ๆ ทุกคนคงมีทั้งความทรงจำหอมหวานและขมขื่นผสมปนเปกันอยู่ภายใต้รอยหยักลูกกลม ๆ ถึงหลายงานวิจัยจะสรรเสริญความชาญฉลาดของสมองมนุษย์ แต่ต้องยอมรับบางครั้งมันก็ไม่ได้ฉลาดอย่างที่คิด เรื่องที่เราอยากยัดลงไปในส่วนของความจำ สมองกลับลืมมันไปอย่างง่าย แต่กับบางเรื่องที่ยิ่งตั้งใจจะลืมมากแค่ไหน ดูเหมือนจะสมองจะขับเน้นให้เราจดจำมันได้ละเอียดและถาวร แม้ความมุ่งมั่นที่จะลืมเดินทางไปถึงประตูทางออก แต่ร่างกายกลับไม่ตอบสนองจะเดินไปเฉกเช่นความคิด คงไม่แปลกมั้งถ้าจะพูดว่า “สมองมันไม่ได้ฉลาด” เพราะบางความทรงจำที่อยากลืม เรายังทำให้เลือนรางหรือจางหายไปไม่ได้เสียด้วยซ้ำ ยากล่อมประสาทมีผลต่อหน่วยความจำ งานวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ในวารสาร Science Advances เผยว่าโปรโพฟอล (Propofol) หรือยาชา ช่วยลบความทรงจำเชิงลบออกไปจากหน่วยความจำของเราได้ มันจะทำให้ระบบประสาทและสมองทำงานช้าลง ผ่อนคลาย ไร้พันธะทางความรู้สึก และสามารถหลับไปได้อย่างรวดเร็ว แถมยาชายังเชื่อมโยงกับความทรงจำในระยะสั้นซึ่งกำลังเป็นที่สนใจของบรรดานักวิทยาศาสตร์ เพราะพวกเขาเชื่อว่ากลไกการทำงานของยากล่อมประสาทชนิดนี้จะช่วยลบความทรงจำเลวร้ายออกไปได้ คล้ายกับการขโมยไฟล์ออกจากตู้เก็บเอกสาร นำมาตรวจสอบและใส่มันกลับไปยังที่เดิม ทีมนักวิจัยจึงทดลองเปิดสไลด์โชว์ที่มีเนื้อหาเชิงลบให้อาสาสมัคร
หากนับจากปีค.ศ. 1989 ไล่มาจนถึง 2019 ก็จะเท่ากับว่าตอนนี้ครบรอบ 30 ปีพอดีเป๊ะ สำหรับความพิเศษของโลกแห่งดนตรี ทุก ๆ ปีที่ ค.ศ. ลงท้ายด้วย ‘9’ มักน่าสนใจเสมอ เพราะเป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านจากยุคหนึ่งไปสู่ยุคหนึ่ง และซีนดนตรีในช่วงปีนั้น ๆ มักส่งอิทธิพลต่อยุคถัดไปไม่มากก็น้อย แถมปี 1989 นี้ยังเป็นปีแห่งการกำเนิดศิลปินระดับตำนานหลายวงเลยทีเดียว เรามาดูกันว่าในปี 1989 นี้ มีอัลบั้มอะไรที่น่าสนใจออกมาบ้าง Bleach – Nirvana ไม่มีใครไม่รู้จักกรันจ์ร็อกในตำนานอย่าง Nirvana เพราะคณะดนตรีกลุ่มนี้คือตัวจริงเสียงจริงแห่งยุค 90 แต่รู้หรือไม่ว่า ‘Bleach’ อัลบั้มแรกของพวกเขา ถูกปล่อยออกมาตั้งแต่ปี 1989 ก่อนจะย่างเข้ายุค 90 โดยสมบูรณ์เสียอีก ซึ่งตอนที่ผลงานชุดนี้ถูกปล่อยออกมา แทบไม่มีใครบนโลกใส่ใจกับวงดนตรี 3 ชิ้นที่ชื่อ Nirvana นี้เลย เพลงก็ไม่ติดชาร์ต ไม่ประสบความสำเร็จแบบอัลบั้ม Nevermind (ที่มีเพลงชาติชาวร็อกอย่าง Smells Like Teen Spirit) แต่เมื่อเวลาล่วงเลยแล้วมองย้อนกลับไปนั้น
ในโลกแห่งวงการฟุตบอลยุคปัจจุบันนั้น การจะไต่เต้าขึ้นมาจากเด็กฝึกหัดใน Academy เพื่อมาเป็นกำลังหลักของทีมนั้นไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายนัก โดยเฉพาะกับสโมสรใหญ่ ๆ ที่ต่างต้องการเสริมทัพนำผู้เล่นที่ดีที่สุดเข้ามาในทีมอยู่ตลอดเวลา Ruben Loftus-Cheek คือหนึ่งในคนที่ไขว่คว้าหาโอกาสนั้น นับตั้งแต่ที่เขาก้าวเท้าเข้าสู่ Academy ของสโมสรตั้งแต่วัยเพียง 8 ขวบ และแม้ว่าน้อยคนจะรู้จักชื่อของเขา แต่ด้วยฟอร์มการเล่นที่น่าประทับใจในฤดูกาลนี้ ถึงขั้นที่แฟนบอลไม่พอใจและโห่ด้วยความไม่เห็นด้วย ตอนที่เห็น Loftus-Cheek ถูกเปลี่ยนตัวออกในนัดที่เชลซีเปิดบ้านชนะแฟรงก์เฟิร์ต รอบรองชนะเลิศยูโรปาลีคเลยทีเดียว เชื่อได้เลยว่าแฟนเชลซีมีความหวังที่จะเห็นเขาก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของสโมสร และตัวหลักของทีมชาติอังกฤษ ทว่าโชคชะตากลับไม่เป็นใจ เพราะในขณะที่เชลซีต้องออกไปเตะนัดเพื่อการกุศลที่สหรัฐอเมริกา สิ่งที่แฟนบอลหวาดกลัวที่สุดก็ได้เกิดขึ้น Loftus-Cheek ล้มลงผิดท่า และลงไปนอนด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่ทีมแพทย์จะต้องมาช่วยพยุงออกนอกสนามไป และต้องออกจากสนามพร้อมกับใส่เฝือกป้องกันไว้ที่เท้าซ้ายของเขา ซึ่งผลจากการพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ยืนยันแล้วว่า Loftus-Cheek บาดเจ็บจากอาการเอ็นร้อยหวายฉีกขาด และแม้จะไม่มีกำหนดพักที่แน่นอนออกมาจากสโมสร แต่คาดว่าน่าจะต้องใช้เวลาถึง 1 ปี ก่อนที่เขาจะกลับมาคืนสนามได้อีกหน นอกจากจะพลาดโอกาสลุ้นชูถ้วยยูฟ่า ยูโรปาลีค กับเชลซี และถ้วยยูฟ่า เนชั่นส์ลีคกับทีมชาติอังกฤษแล้ว เขาอาจต้องพลาดลงเล่นทั้งฤดูกาลหน้าไปโดยปริยาย และทุกอย่างที่เขาได้ทำมานั้นดูเหมือนจะจบลงไปต่อหน้าต่อตาแล้ว Loftus-Cheek เป็นผู้เล่นที่โดดเด่นตั้งแต่อยู่ใน Academy แล้ว และได้รับโอกาสลงเล่นกับทีมชุดใหญ่ครั้งแรกในวัยเพียง 18 ปีที่แล้ว โดยเป็นตัวสำรองในนัดที่พบกับสปอร์ตติง
เหตุการณ์เพลิงไหม้ Notre-Dame เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ได้ทำให้หลังคาและยอดของอาสนวิหารแห่งนี้พังถล่มลงมา ซึ่งทำให้ดีไซน์เนอร์และสถาปนิคจากทั่วทุกมุมโลกต่างเสนอให้ดีไซน์หลังคาขึ้นมาใหม่ ไล่ตั้งแต่เป็น Greenhouse ลอยฟ้า ไปจนถึงสระว่ายน้ำ แต่ไม่ว่าดีไซน์ไหนก็คงไม่เทียบเท่ากับฐานปล่อยจรวดของคุณ Sebastian Errazuriz ที่แหวกทุกข้อจำกัดกับดีไซน์ใหม่ของเขา ดีไซน์เนอร์ชาวชิลีได้โพสต์ภาพหลังคาแบบฐานปล่อยจรวดลงใน Instagram ส่วนตัวของเขา พร้อมกับจดหมายที่ขอร้องให้เหล่าดีไซน์เนอร์และสถาปนิคทั้งหลายหยุดออกแบบหลังคาแบบใหม่ให้กับ Notre-Dame เสียที Errazuriz ได้เขียนว่าดีไซน์ที่เขาออกแบบนั้นไม่ได้กะไว้ให้สร้างจริง ๆ หรอก แต่เขาต้องการจะออกแบบอะไรที่มันแหวก (และประชด) บรรดาดีไซน์เนอร์กับสถาปนิคหน้าเงินทั้งหลาย ที่กำลังหากินกับซากประหักพังของ Notre-Dame อยู่ ตัวของ Errazuriz เองก็ได้ถูกเชื้อเชิญให้ร่วมออกแบบหลังคาใหม่แบบจริงจังเหมือนกัน ทว่าเขาได้ตัดสินใจและลงความเห็นว่าหลังคาของอาสนวิหาร Notre-Dame ควรจะถูกปล่อยไว้แบบนี้โดยไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับการก่อสร้างใหม่ ให้หลังคาจะเปิดโล่งมองเห็นท้องฟ้าและรับฝนที่พรำลงมา ฝรั่งเศสเองก็จะสามารถยืดอกด้วยความภูมิใจกับรอยแผลใหม่ที่เกิดขึ้นกับสถานที่ประวัติศาสตร์ เฉกเช่นเดียวกับที่กรีซและกรุงโรมเผชิญมา เขายังเสริมอีกว่า ฝรั่งเศสควรนำงบที่ได้รับบริจาคสำหรับการซ่อมบำรุง มาใช้เพื่อส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนในชาติตัวเอง ซึ่งนั่นจะเป็นสัญญาณแห่งความกล้าที่จะจูบลาอดีต และเริ่มสร้างอนาคตขึ้นมาของพวกเขา แม้จะออกแบบมาเพื่อประชด แต่ Errazuriz ก็ยังใส่ใจในรายละเอียดอยู่เช่นกัน โดยยอดของจรวดนั้นมีขนาดเท่ากับยอดของอาสนวิหาร ที่ถล่มพังลงมา และมีรูปร่างที่คล้ายคลึงกับจรวด Saturn V ลำที่ส่งมนุษย์ออกเดินทางไปสู่ดวงจันทร์อีกด้วย Errazuriz ได้ทิ้งท้ายถึงบรรดาดีไซน์เนอร์เอาไว้ว่า
“สมบูรณ์แบบ” คือนิยามของชีวิตที่ Urban Men อย่างเราตามหา โดยเฉพาะการได้ทำงานให้สมบูรณ์แบบควบคู่ไปกับการได้พักผ่อนอย่างสมบูรณ์แบบซึ่งจะนำผู้ชาย Work Hard Play Hard อย่างเราไปสู่การใช้ชีวิตที่ลงตัวอย่างที่คาดหวัง แต่การทำงาน การพักผ่อน ไปจนถึงการใช้ชีวิตอย่างสมบูรณ์แบบจะเป็นไปไม่ได้เลย ถ้าพื้นที่อยู่อาศัยและย่านที่อยู่อาศัยไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการให้เราได้ ย่านที่อยู่อาศัยจึงควรเป็นทั้งความสมบูรณ์แบบ ความหลากหลายแห่งไลฟ์สไตล์ ความเรียบหรูเหนือระดับและพรั่งพร้อมไปด้วยพื้นที่สีเขียวเพื่อเยียวยาร่างกายและจิตใจ FIFTH AVENUE: แก่นแห่งความสมบูรณ์แบบอันเหนือระดับ หากจะมีสักย่านบนโลกที่เติมเต็มได้ยิ่งกว่าความสมบูรณ์แบบ “Fifth Avenue”ถนนสายไลฟ์สไตล์เรียบหรูตัวแทนแห่งความพรีเมียมเกินใคร ณ เมือง Manhattan ใจกลางนคร New York ประเทศสหรัฐอเมริกา ถือเป็นคำตอบลำดับต้น ๆ ในใจใครหลาย ๆ คน ถนน Fifth สายนี้เป็นความฝันใฝ่ของขาช้อปทั่วทุกมุมโลกที่จะต้องแวะมาดื่มด่ำกับสินค้าไฮเอนด์สารพัดชนิดจนได้รับการขนานนามว่า “เมืองหลวงแห่งการชอปปิง” โดยห้างสรรพสินค้าเต็มไปด้วยสไตล์ที่ยากจะหาใครเหมือน อย่างทาคาชิมาย่า หรือห้างดังอย่างแซคส์อเวนิว ผู้คนสามารถเลือกใช้เวลาแห่งความสุขได้เต็มอิ่มตลอด 24 ชั่วโมง หากย้อนกลับไปในอดีต Fifth Avenue ยังเต็มไปด้วยประวัติศาสต์ เนื่องจากย่านนี้ถือเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของเศรษฐี ทั้งสองฟากถนนเต็มไปด้วยคฤหาสน์อันประณีตวิจิตรโดยปัจจุบันเศรษฐีเหล่านี้ได้ย้ายไปยังย่านอัพทาวน์ นอกจากนั้น Fifth Avenue
เม็กซิโกถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ยังต้องเผชิญกับปัญหายาเสพติดและการคอร์รัปชันมายาวนาน การปราบปรามตลอดหลายปีที่ผ่านมาทำให้รัฐยึดทรัพย์จากผู้กระทำผิดได้จำนวนมาก โดยหนึ่งในทรัพย์สินเหล่านั้นนั้นคือซูเปอร์คาร์และรถราคาหรูราคาแพงระยับจำนวนมากจึงเป็นโอกาสดีที่รัฐฯ จะนำรถหรูเหล่านั้นออกประมูลเพื่อนำเงินที่ได้มาไปพัฒนาชุมชนยากจนในประเทศต่อไป รัฐบาลเม็กซิโกภายใต้การนำของ Anders Manuel Lopez Obrador (แอนเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์) ประธานาธิบดีคนที่ 58 ที่กำลังให้ความสำคัญกับการพัฒนาชุมชนด้อยโอกาสในประเทศ หนึ่งในหนทางการพัฒนานั้นคืองานจัดประมูลรถหรูกว่า 80 คันที่ยึดมาได้จากพ่อค้ายาเสพติดและบุคคลฉ้อโกงที่ถูกยึดทรัพย์ โดยเงินทั้งหมดมีแผนจะนำไปพัฒนาชุมชนที่ขึ้นชื่อว่ายากจนที่สุดในประเทศ ณ รัฐ Oaxaca (โอคาซากา) รายชื่อรถยนต์ทั้ง 82 คันในลิสต์การประมูลประกอบไปด้วยคันที่น่าสนใจอย่าง Lamborghini Mucielago ปี 2007, Ford Mustang ปี 1965, Chevrolet Corvette C7 ปี 2014, Ford Shelby F-150 รวมไปถึงตัวคลาสสิกอย่าง Volkswagen Beetle ปี 1951 นอกจากนี้ยังประกอบไปด้วย Chevrolet Suburban แบบกันกระสุนอีก 25 คันซึ่งเป็นรถแบบเดียวกันกับที่แรปเปอร์อย่าง 50


