หนุ่ม ๆ ผู้เป็นสาวกของมหากาพย์ภาพยนตร์อย่าง Star Wars คงเนื้อตัวสั่นกันถ้วนหน้า เมื่อมีข่าวว่าจะมีงานประมูลของชิ้นสำคัญจากหนังภาค The Empire Strike Back แถมยังเป็นชุดที่ใช้ถ่ายทำของตัวละครในตำนานอย่าง Darth Vader อีกด้วย WONDERS OF THE GALAXY งานประมูลเกี่ยวภาพยนตร์ Sci-fi ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของ Bonham ผู้จัดประมูลชื่อดังและ Turner Classic Movie จะจัดขึ้นในวันที่ 14 พฤษภาคมที่กำลังจะมาถึงโดยไฮไลต์ของงานที่ทุกคนสนใจคือของโคตรแรร์จากภาพยนตร์ Star Wars จากภาค The Empire Strike Back (1980 ) ของชิ้นที่ว่าคือชุดของ Darth Vader ที่ใช้สวมใส่เข้าฉากจริงโดย David Prowse ตลอดการถ่ายทำโดยหลังจากการถ่ายทำชุดนี้ไม่เคยถูกย้ายออกจากกล่องบรรจุอีกเลย ภายในชุดประกอบไปด้วยเครื่องแต่งกายตั้งแต่หัวจรดเท้าหลายชิ้น ตั้งแต่หน้ากากและหมวกครอบด้านบนลงมาสู่ส่วนลำตัวที่ประกอบไปด้วยเสื้อด้านใน-นอก แผงวงจรและเกราะโลหะในส่วนหัวไหล่และแขน รวมไปถึงถุงมือและรองเท้า 3 คู่ที่เขียนไว้ว่า MR PROWES สภาพความสมบูรณ์และเรื่องราวของมันทำให้ชุดนี้มีราคาเริ่มต้นไว้ที่ประมาณ
สภาพแวดล้อมการทำงานปัจจุบันนั้นแตกต่างจากสมัยก่อนอย่างสิ้นเชิง ดิจิทัลเอเจนซี่และสตาร์ตอัพค่อย ๆ ก้าวขึ้นบันไดความสำเร็จไปทีละขั้น ในขณะที่มีบริษัทใหม่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดก็ทำเอาโฮมออฟฟิศทวีความนิยมเพิ่มขึ้นตามมา ยิ่งไปกว่านั้นหลากหลายบริษัทเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับออฟฟิศแบบเปิดโล่งโดยหวังจะสร้างความสัมพันธ์อันดีให้กับพนักงาน เติมรสชาติความสนิทสนมและนำไปสู่บรรยากาศการทำงานที่ราบรื่น แต่ในความเป็นจริงแล้วออฟฟิศแบบโล่ง ๆ มันดีจริงเหรอ? ถ้าเราจะบอกว่าออฟฟิศแบบเปิดโล่งก็ส่งผลเสียไม่น้อยต่อคนทำงานอย่างเรา ๆ ล่ะ? ออฟฟิศเปิดโล่งไม่ได้ดีเสมอไป จริงอยู่ที่การทำงานในออฟฟิศเปิดโล่งทำให้เราได้พูดคุยกับเพื่อนร่วมงาน ระดมความคิด และช่วยลดความเคร่งเครียดในการทำงาน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าใครหลายคนก็ต้องการใช้สมาธิเหมือนกัน บ่อยครั้งที่จะจดจ่ออยู่กับงาน ก็มักจะมีอะไรมาคอยกวนใจอยู่เสมอ มีงานวิจัยเผยว่าพนักงานต้องเสียเวลากว่า 28% จากการหยุดชะงักและถูกรบกวนในขณะทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเสียงหัวเราะ เสียงเอะอะโวยวาย หรือแม้แต่เสียงของเพื่อนข้าง ๆ ที่ชวนคุยเรื่องสัพเพเหระ ไม่เพียงแต่จะลิดรอนความกระตือรือร้นในการทำงาน แต่ยังส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อีกด้วย Dorota Węziak-Białowolska, Zhao Dong และ Eileen McNeely 3 นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดสำรวจพนักงาน 456 คน ที่ทำงานในบริษัทสถาปัตยกรรม 20 แห่งของสหรัฐฯ แล้วได้ข้อสรุปว่าคนส่วนใหญ่ไม่ชอบทำงานในออฟฟิศแบบเปิดโล่ง เพราะขาดความเป็นส่วนตัว เหมือนถูกจำกัดความคิดสร้างสรรค์ มิหนำซ้ำเสียงจากการพูดคุยก็ยิ่งทำให้รู้สึกประสาทเสียและทำให้ความสามารถในการทำงานถดถอย จะเป็นอย่างไร ถ้าในออฟฟิศมีพื้นที่ส่วนตัว Foster + Partners บริษัทชั้นนำด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการออกแบบสถาปัตยกรรม
ยุคสมัยเฮเซที่เริ่มต้นตั้งแต่ปี 1989 เพิ่งผ่านพ้นไป การก้าวเข้าสู่ยุคสมัยเรวะของญี่ปุ่นครั้งนี้มีหลายสิ่งที่สื่อทั่วโลกต่างพูดถึงโดยหนึ่งในนั้นคือเรื่องราวแสนโรแมนติกของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะกับสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ UNLOCKMEN ก็เองก็สนใจในเรื่องราวหอมหวานนี้เช่นกัน ดังนั้นเพื่อทิ้งท้ายกับยุคสมัยเก่าเราจึงอยากเล่าเรื่องรักแรกและรักเดียวที่ต้องก้าวข้ามผ่านอุปสรรคของทั้งสองพระองค์ที่กินใจคนทั่วทั้งโลก ช่วงสมัยที่จักรพรรดิโชวะผู้เป็นบิดากำลังครองราชย์ ตามลำดับการสืบสันตติวงศ์ของญี่ปุ่นเจ้าชายอากิฮิโตะทรงเป็นทายาทอันดับหนึ่งของราชบัลลังก์เบญจมาศตั้งแต่ประสูติ และทรงเข้ารับพระราชพิธีสถาปนาเป็นมกุฎราชกุมารเมื่อปี 1951 แต่จุดเริ่มต้นของเรื่องราวความรักที่จับใจคนทั้งโลกเริ่มต้นขึ้นที่สนามเทนนิสเมื่อปี 1957 เจ้าชายอากิฮิโตะทรงโปรดการเล่นกีฬาเทนนิสเป็นอย่างมาก และกีฬานี้ก็ทำให้พระองค์พบกับรักแรกกับหญิงสาวคนหนึ่งบนคอร์ดเทนนิสในเมืองคารุอิซาวะ เธอคนนั้นมีชื่อว่าโชดะ มิชิโกะ บุตรสาวของตระกูลนักธุรกิจที่อยู่ในเครือ Nisshin Seifun Group หรือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปชื่อดังที่คนไทยเห็นผ่านตาอยู่บ่อย ๆ หลังจากที่ทั้งสองได้พบเจอกันที่สนามเทนนิสก็เริ่มคบหาดูใจกัน สื่อต่างสนใจเรื่องความสัมพันธ์ของทั้งสองและเรียกว่า ‘Romance of thr tenis court’ เจ้าชายอากิฮิโตะทรงต้องการสานสัมพันธ์จริงจังกับมิชิโกะ และมีครั้งหนึ่งที่พ่อของมิชิโกะได้รับสารจากมกุฏราชกุมารเพื่อขอลูกสาวแต่เขาตอบกลับไปแค่ว่า “ลูกสาวของหม่อมฉันไม่คู่ควรกับพระองค์” เจ้าชายอากิฮิโตะทรงทราบว่าพ่อของมิชิโกะไม่อยากให้เธอเข้าสู่รั้ววังเพราะกังวลเรื่องฐานันดรและความกดดันที่เธอจะได้รับ เพราะถึงแม้ว่าโชดะ มิชิโกะมาจากตระกูลนักธุรกิจที่รำ่รวย จบปริญญาตรีสาขาวรรณคดีอังกฤษด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1 และศึกษาต่อในหลักสูตระยะสั้นที่ฮาร์วาร์ดและออกซฟอร์ด แต่ถึงจะฉลาดและมีความสามารถมากแค่ไหนเธอก็คือสามัญชนคนธรรมดาคนหนึ่ง ตามธรรมเนียมปฏิบัติยาวนานหลายร้อยปีของราชวงศ์ญี่ปุ่น สมาชิกราชวงศ์มักจะอภิเษกสมรสกับเครือญาติเพื่อรักษาเชื้อสายราชวงศ์ ก่อนที่เจ้าชายอากิฮิโตะจะพบกับมิชิโกะ พ่อของมิชิโกะคงไม่คิดว่าอยู่มาวันหนึ่งเจ้าฟ้าชายจะมาตกหลุมรักลูกสาวเขา ในช่วงปี 1950 จึงได้หาคู่ดูตัวให้กับลูกสาว หมายมั่นปั้นมือให้ลูกสาวของเขาแต่งงานกับมิชิมะ ยูกิโอะ นักเขียนชื่อดังที่เรียกตัวเองว่าเป็นซามูไรคนสุดท้าย ถึงแม้ว่าครอบครัวทางฝ่ายโชดะยังกังวลหลายเรื่องที่เจ้าชายอากิฮิโตะและมิชิโกะคบหากัน แต่พระองค์ก็ไม่ย่อท้อกับความรักครั้งนี้ ทั้งสองติดต่อหากันอยู่บ่อยครั้งด้วยการเขียนจดหมายพร้อมกับคำหวานจับใจความได้ว่า “หากไม่ได้อยู่กับมิชิโกะ ชาตินี้คงนอนตายตาไม่หลับ” ความรักครั้งนี้ทำให้ผู้คนในเวลานั้นต่างคาดเดากันไปต่าง ๆ
สุนัขพันธุ์ชิบะจากเกาะญี่ปุ่นถือเป็นเจ้าหมาหน้าแหลมขวัญใจของใครหลายคน ด้วยความน่ารักของชิบะนี้เองที่ทำให้แบรนด์ดังอย่าง Nike เกิดไอเดียคอลเลกชันพิเศษต้อนรับซัมเมอร์ร่วมกับสุนัขนายแบบ Bodhi ที่ทั้งเท่และน่ารักไปพร้อมกัน Bodhi หรือ The Menswear Dog สุนัขพันธุ์ชิบะที่อาศัยอยู่ในมหานครนิวยอร์กเริ่มมีชื่อเสียงโด่งดังเมื่อ 2013 เพราะเจ้าของสุนัขเกิดไอเดียสนุก ๆ จับ Bodhi มาแต่งตัวหล่อพร้อมกับสไตล์แฟชั่นสุดเท่และถ่ายรูปลง Instagram จนคนพูดถึงเป็นวงกว้าง หลังจากสร้างชื่อเสียงบนโลกโซเชียล หมาชิบะชื่อดังก็มีงานถ่ายแบบเข้ามาไม่ขาดสาย เป็นนายแบบเสื้อผ้าให้กับหลายแบรนด์ทั้ง Coach, Todd Snyder, Salvatore Ferragamo และแบรนด์อื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากแบรนด์แฟชั่นนั้นนำแล้ว Bodhi ยังรับงานถ่ายรูปให้กับนิตยสารแฟชั่น สามารถสร้างรายได้ให้ตัวเองต่อเดือนกว่า 15,000 เหรียญ หรือประมาณ 506,000 บาทต่อเดือน เรียกได้ว่าค่าตัวแพงกว่านายแบบบางคนเสียอีก แถมยังมีผู้ติดตามใน Instagram มากกว่าสามแสนคนแล้วด้วย คอลเลกชันพิเศษของ Nike และ Bodhi ครั้งนี้จะประกอบไปด้วยเสื้อยืดคอกลมสองตัว ต้อนรับซัมเมอร์ที่สดใสด้วยเนื้อผ้าฝ้าย เสื้อตัวแรกพิมพ์ลายอยู่ตรงกลางมีเจ้าหมาชิบะอยู่บนพื้นหลังภาพสีส้มคล้ายกับพระอาทิตย์ที่กำลังตกดิน โดย Bodhi จะสวมแว่นกันแดดกับเสื้อเชิ้ตคอปกสีดำลายดอกไม้ แสดงให้เห็นถึงแฟชั่นฤดูร้อนริมชายหาด แถมเสื้อยืดด้านในที่ Bodhi ใส่อยู่ก็มีสัญลักษณ์ของ Nike ที่มองเห็นอย่างเด่นชัดอีกด้วย ส่วนเสื้ออีกตัวจะมีหน้าของ
สำหรับเรากิจกรรมที่เพลิดเพลินที่สุดในแต่ละวันคือการหาอะไรสนุก ๆ ดูระหว่างกินข้าว และท่ามกลางซีรีส์ที่มีอยู่มากมาย Midnight Diner: Tokyo Stories คือเรื่องที่เหมาะที่สุดสำหรับมื้ออาหารนี้ ไม่ว่าจะด้วยเนื้อหาที่ผ่อนคลาย เบาสมอง ความยาวของแต่ละตอนที่พอดีสำหรับอาหาร 1 มื้อ (23-24 นาที) และสำคัญที่สุดคืออาหารในเรื่องที่ยั่วน้ำลายสุด ๆ ทำให้บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่เรากินอยู่อร่อยขึ้นทันตา ถึงแม้ Midnight Diner: Tokyo Stories ที่ฉายอยู่ใน Netflix นี้จะเป็นภาคต่อ (จุดเริ่มต้นของซีรีส์เรื่องนี้คือมังงะเรื่อง Shinya Shokudo ก่อนจะถูกดัดแปลงเป็นภาพยนตร์และซีรีส์ในอีกมากมายหลายประเทศ) แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะเนื้อหาของแต่ละตอนไม่เชื่อมโยงกัน นี่คือซีรีส์อีกหนึ่งเรื่องที่เราอยากแนะนำ เพราะท่ามกลางบรรยากาศสบาย ๆ Midnight Diner: Tokyo Stories กลับแฝงอะไรไว้มากมาย ให้คนดูอย่างเราได้ตกตะกอน เข้าใจความเป็นไปของชีวิต หิวเมื่อไหร่ก็แวะมา เมื่อเวลาล่วงเข้าสู่วันใหม่ หลายชีวิตต่างจมดิ่งสู่ห้วงนิทรา แต่อีกหลายชีวิตกลับเพิ่งเริ่มต้น เช่นเดียวกับที่ร้านอาหารเล็ก ๆ แห่งหนึ่งซ่อนตัวอยู่เงียบ ๆ ในตรอกใจกลางกรุงโตเกียว เจ้าของร้านเป็นชายสูงวัย ทำทุกอย่างเพียงคนเดียว เมนูอาหารมีไม่เยอะ แต่อยากกินอะไรเป็นพิเศษก็บอกได้ ลูกค้ามีไม่มากแต่ก็ผลัดเปลี่ยนแวะเวียนกันมาเรื่อย ๆ ที่แห่งนี้จึงเป็นมากกว่าร้านอาหาร
ศิลปะตะวันออกถือเป็นเทคนิคงานศิลป์ที่ทั่วโลกต่างยอมรับ ผลงานของแต่ละพื้นที่ในทวีปเอเชียก็จะมีรายละเอียดแตกต่างกันไป เช่นการวาดภาพสไตล์ญี่ปุ่นที่มีเอกลักษณ์และมักถูกหยิบมาปรับให้เข้ากับแฟชั่นปัจจุบันบ่อยครั้งโดยครั้งนี้งานเส้นแบบอูกิโยะจะมาอยู่บนรองเท้าผ้าใบ Flying Hawk Studio ที่ขึ้นชื่อเรื่องงานรองเท้าทำมือร่วมมือกับ Simple Union แบรนด์แฟชั่นที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2011 และมักจะสร้างสรรค์ผลงานเครื่องหนังและสินค้าทำมือ ทั้งสองได้ดีไซน์ลวดลายของ Air Force 1 ของแบรนด์ดังอย่าง Nike ที่ใส่สไตล์ตะวันออกของเกาะญี่ปุ่นมาเต็มเปี่ยม รองเท้าคู่นี้มีชื่อเท่ ๆ ว่า Nike Air Force 1 “Ukiyo-E” รู้จักกันว่าภาพอูกิโยะ มีความหมายว่าโลกที่มีแต่ความทุกข์ หรือถ้าอ่านตามภาษาจีนจะเป็นโลกนี้ไม่เที่ยง เป็นศิลปะญี่ปุ่นช่วงเอโดะเน้นบอกเล่าเรื่องราววิถีชีวิตของชนชั้นกลางไปจนถึงประวัติศาสตร์ เรื่องราวในราชสำนัก และศาสนา และวางขายในราคาที่ชนชั้นกลางสามารถจับต้องได้ ทั้งสองข้างจะมีจุดเด่นด้วยวงกลมสีแดงขนาดใหญ่แต้มสีทับ Swoosh สัญลักษณ์ของแบรนด์ Nike ตัวแทนของธงชาติญี่ปุ่น โดยรองเท้าข้างซ้ายมีลวดลายของเกลียวคลื่นแบบผลงานภาพพิมพ์แกะไม้คลื่นยักษ์นอกฝั่งคะนะงะวะของ คาสึชิกะ โฮะกุไซ ศิลปะชื่อก้องโลกแห่งศตวรรษที่ 19 แสดงถึงการบรรจบกันของศิลปะญี่ปุ่นและตะวันตกโดยทาง Simple Union และ Flying Hawk ก็ไม่ลืมภูเขาไฟฟูจิที่เป็นฉากหลังของผลงานมาไว้บนรองเท้าด้วยเช่นกัน ส่วนลวดลายทางด้านขวาถูกแต่งแต้มด้วยก้อนเมฆสุดคลาสสิกสีฟ้าสดใส มีทั้งสีน้ำเงินเข้มไปจนถึงสีฟ้าอ่อนที่อยู่บน Swoosh ส่วนด้านหน้าตรงบริเวณเชือกสร้างเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครด้วยศิลปะแบบญี่ปุ่นอันเลื่องชื่อ
คอลเลกชันภาพถ่ายชุดนี้เป็นฝีมือของ Jeff Luker ช่างภาพชาวอเมริกันที่เติบโตมาจากฟาร์มเล็ก ๆ ทางตอนใต้ของรัฐ Massachusetts โดยได้แรงบันดาลใจมาจากชีวิตวัยเด็กของเขาที่เงียบสงบ โลดแล่นอยู่ในอ้อมกอดแห่งธรรมชาติ แตกต่างจากชีวิตปัจจุบันที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่อย่าง Boston New York และ Portland เขาอยากกลับไปสัมผัสสิ่งเหล่านั้นอีกครั้ง จึงตัดสินใจสะพายกล้องออกเดินทางไปทั่วแผ่นดินอเมริกา พร้อมความตั้งใจที่อยากจะบันทึกทุกอย่างที่เขาเห็นออกมาเป็นรูปถ่าย “ผมชอบความรู้สึกที่ตัวเองอยู่ที่ไหนสักแห่งที่ผมไม่รู้จัก…มีคาวบอยออกมาร่ายเวทมนตร์ในถนนที่โดดเดี่ยว” – Jeff Luker นี่คือการเดินทางของ Jeff ที่เขาบันทึกมันมาในรูปแบบภาพถ่าย เชื่อว่าใครหลายคนรวมถึงเราด้วยหลังจากได้ดูรูปพวกนี้แล้วคงรู้สึกว่าห้องที่อยู่มันเล็กเกินไป อยากสะพายกล้องออกท่องโลกแบบนี้บ้าง เป็นคอลเลกชันภาพถ่ายที่สร้างแรงบันดาลใจได้มหาศาล แล้วเจอกันเมื่อพร้อมนะ…โลกที่เรายังไม่รู้จักดี SOURCE1
“ไม่มีสักวันเดียวที่ฉันรู้สึกเสียใจที่มาเป็นไอดอล ไม่มีสักวันเดียวที่ฉันอยากจะหยุด ฉันสนุกกับการเป็นไอดอลมากจริง ๆ ” – ซาชิฮาระ ริโนะ คำพูดที่มาพร้อมหยาดน้ำตาที่ไหลริน เป็นสิ่งยืนยันได้อย่างดีว่า ‘ราชินี’ คนนี้รักการเป็นไอดอลมากแค่ไหน ตลอดเวลา 11 ปีที่ผ่านมาเธอทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดที่มีเพื่อ 48 Group แต่สุดท้ายงานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา แม้จะเต็มไปด้วยคราบน้ำตาก็ตาม จบลงไปแล้วสำหรับคอนเสิร์ตจบการศึกษาของ ซาชิฮาระ ริโนะ หรือ ซัซชี่ แห่ง HKT48 ทุกอย่างเป็นไปอย่างยิ่งใหญ่ ท่ามกลางผู้คนนับหมื่น ณ โยโกฮาม่า สเตเดียม พร้อมด้วยแขกรับเชิญมากมาย สมกับเป็นการอำลาหนึ่งในบุคคลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดใน 48 Group ถ้า มาเอะ อัตสึโกะ หรือ อัตจัง คือเสาหลักแห่ง 48 Group ยุคแรก คงจะไม่ผิดนักถ้าเราจะพูดว่าซัซชี่คือเสาหลักรุ่นต่อมา เพราะทุกอย่างประจักษ์อย่างชัดเจนว่าเธอยิ่งใหญ่ขนาดไหน ไม่ว่าจะเป็นการได้อันดับ 1 ในการเลือกตั้งถึง 4 ครั้ง การได้เป็นเซ็นเตอร์ในเพลง Koisuru Fortune Cookie หรือ คุ้กกีเสี่ยงทาย หนึ่งในเพลงที่โด่งดังที่สุดของ 48 Group และอีกมากมายจนไม่อาจนับได้ เธอแบก 48
คอลเลกชันฉลองครบรอบ 25 ปีของสุดยอดแบรนด์สตรีตอย่าง Supreme ฮอตตามคาดเพราะถูกหิ้วไปเกลี้ยงร้านหลังวางขายเพียงไม่กี่วัน แต่ที่น่าสนใจมากกว่าคือการมีมือดีนำเอาแคปซูลดังกล่าวออกมารีเซลล์ในราคาพุ่งกระฉูดขึ้นจากป้ายราคาไปอีกหลายเท่าตัว หลังจากเปิดกิจการมาตั้งแต่ปี 1994 จนปัจจุบันกลายเป็นแบรนด์สเก็ตบอร์ดที่หนุ่ม ๆ ทั่วโลกต่างอยากหามาไว้ในครอบครอง ก่อนขยายสาขาออกไปมากถึง 11 สาขาทั่วทุกมุมโลก ทั้งสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่นและในทวีปยุโรป ล่าสุดพวกเขาฉลองครบรอบวัยเบญจเพสของตัวเองด้วยคอลเลกชันพิเศษที่ได้ Swarovski มาร่วมออกแบบและตกแต่ง Logo Box ด้วยคริสตัล ก่อนจะแปะลงบนไอเทมอย่าง T-Shirt Sweatshirt และ Hoodie โดยทั้งหมดขายเกลี้ยงสต็อกภายในเวลาไม่กี่วันเท่านั้น แน่นอนว่า T-Shirt ที่ประดับด้วยคริสตัล 1,161 เม็ดในราคาป้าย 398 ดอลลาร์สหรัฐ (12,700 บาท) และ Hoodie ประดับด้วยคริสตัล 1,201 เม็ดในราคา 598 ดอลลาร์สหรัฐ (19,140 บาท) ก็เป็นราคาที่สูงมากอยู่แล้วสำหรับเสื้อผ้าสักชิ้น แต่เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็น Supreme แถมยังเป็น Logo Box รุ่นพิเศษที่ถูกแต่งอย่างสวยงาม ทำให้ไม่นานก็มีหนุ่มหัวใสนำพวกมันออกมา
หนังภาคต่อรวมซูเปอร์ฮีโร่ Avengers: Endgame ที่ใครหลายคนตั้งตารอยังสร้างปรากฏการณ์ต่อเนื่อง เพราะภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นบทสรุปของเรื่องราวที่ยาวนานกว่า 11 ปี ตั้งแต่ที่ Iron Man ภาคแรกออกฉาย แต่ความตื่นตัว ตื่นเต้นของผู้คนทั่วโลกไม่ได้อยู่แค่บนโลกออนไลน์หรือในชีวิตจริงเท่านั้น ยังลุกลามไปยังเว็บไซต์วาบหวามสำหรับผู้ใหญ่อย่าง Pornhub ด้วย แล้วทีม Avengers เกี่ยวข้องกับ Pornhub เว็บไซต์สำหรับผู้ใหญ่ที่เหล่าชายไทยหลายคนชื่นชอบได้อย่างไร ? เว็บไซต์ออกมาเผยสถิติที่น่าตกใจว่าเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ถูกเสิร์ชชื่อบนเว็บผู้ใหญ่มากถึง 2912% คิดเป็น 4 เท่า จากการค้นหาก่อนหน้านี้ ด้วยยอดเสิร์ชกว่า 2 ล้านครั้งภายใน 7 วัน แต่เหตุการณ์แบบนี้ใช่ว่าไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ภาคก่อนหน้านี้อย่าง Avengers: Infinity War เมื่อปี 2018 ก็ส่งผลให้ยอดค้นหาที่เกี่ยวกับทีม Avengers เพิ่มขึ้นสูงถึง 365% (ทำให้แฟน ๆ แซวกันว่าหนังเรื่องนี้ชื่อ Avengers: Infinity Porn) เมื่อ Pornhub ได้รับกระแสที่ร้อนแรงจากภาพยนตร์เรื่อง Avengers แล้วก็ไม่รอช้า นอกจากจะแสดงกราฟการค้นหาชื่อเหล่าฮีโร่แล้ว ยังจัดอันดับตัวละครที่ถูกค้นหาชื่อมากที่สุดแสดงให้เห็นกันไปเลยว่าใครได้รับความนิยมมากที่สุดบนเว็บไซต์ผู้ใหญ่


