เมื่อ 50 ปีที่แล้ว ทั่วทั้งโลกได้เฝ้ามองดู นีล อาร์มสตรอง และ บัซ อัลดริน ก้าวลงเดินบนดาวต่างดวง เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ ซึ่งเชื่อได้เลยว่าเป็นสิ่งที่ใคร ๆ ก็คงปรารถนาอยู่แน่ ๆ ทั้งการประทับรอยเท้าไว้บนดวงจันทร์ และชื่อเสียงมากมายที่เข้ามาหาพวกเขาทั้งสอง อย่างไรก็ตาม ชีวิตของทั้งคู่หลังกลับมาจากดวงจันทร์กลับไม่ได้สู้ดีนัก โดยเฉพาะกับ บัซ อัลดริน ที่ต้องเผชิญกับโรคซึมเศร้า ปัญหาครอบครัว ติดเหล้า และอีกหลาย ๆ ปัญหา ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นกับเขา ชีวิตของอัลดรินที่จริงแล้วไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเลย เขาต้องส่งใบสมัครเข้าเป็นนักบินอวกาศถึง 2 รอบด้วยกันถึงจะติด เนื่องจากในตอนแรกนั้นนาซามีข้อกำหนดว่าผู้สมัครต้องเป็นนักบินทดสอบเพียงอย่างเดียว ทำให้อัลดรินต้องรอการเปิดรับอีกรอบในปี 1963 ที่เปิดรับนักบินเครื่องบินเจ็ตปกติด้วย และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการก้าวมาเป็นนักบินอวกาศของอัลดริน ภารกิจแรกสู่อวกาศของเขานั้นคือภารกิจเจมิไน 12 ซึ่งเป็นภารกิจที่เก็บกวาดสิ่งที่นาซายังไม่ได้ทดลอง หรือทดลองไม่สำเร็จในภารกิจก่อนหน้า เนื่องจากนี่คือภารกิจสุดท้ายของโครงการเจมิไนแล้ว ก่อนที่พวกเขาจะเข้าสู่โครงการอพอลโลที่ส่งคนไปดวงจันทร์ โดยอัลดรินได้เดินทางขึ้นสู่อวกาศพร้อมกับจิม โลเวล รุ่นพี่ผู้มากประสบการณ์ในเวลานั้น หลังจากเดินทางขึ้นสู่อวกาศไปแล้วหนนึง เขาก็ได้ออกเดินทางอีกครั้งกับภารกิจอพอลโล 11 ซึ่งเป็นการลงจอดบนดวงจันทร์ครั้งแรกของมนุษยชาติ ภาพส่วนใหญ่บนพื้นผิวดวงจันทร์ที่ถูกนำมาเผยแพร่นั้นก็เป็นภาพของอัลดริน (เนื่องจากอาร์มสตรองต้องเป็นคนถือกล้องถ่าย เลยแทบจะไม่มีภาพเขาเลย) แน่นอนว่านี่แหละคือจุดเริ่มต้นสู่เส้นทางของชื่อเสียงที่โด่งดังของเขา
ถ้าเดินดุ่ม ๆ เข้าไปถามคนร้อยคนว่า “ความรัก” คืออะไร ? เราอาจได้คำตอบเป็นร้อยแบบ (หรือมากกว่านั้น) เพราะความรักไม่ใช่แค่สีชมพูหวานฟุ้งงดงามเท่านั้น แต่ความรักคือความหลากหลาย ความรักคือเฉดสีสารพัดแบบเท่าที่มนุษย์จะจินตนาการไปถึง UNLOCKMEN จึงอยากชวนผู้ชายทุกคนเข้าสู่ภวังค์แห่งความรักทะลักเขตความรู้สึกด้วยวรรณกรรม 5 เล่มที่ว่าด้วยความรักหลายรูปแบบที่เรามั่นใจว่าไม่ใช่ความรักในแบบที่ผู้ชายอย่างเราเข้าใจมาก่อนแน่นอน แผลลึกหัวใจสลาย แผลลึกหัวใจสลาย แปลจากหนังสือ: Never Let Me Go ผู้เขียน: Kazuo Ishiguro ผู้แปล: นารีรัตน์ ชุนหชา สำนักพิมพ์: เอิร์นเนสต์ (Earnest) Kazuo Ishiguro อาจไม่ใช่ชื่อที่คุ้นหูมากนักสำหรับผู้ชายที่ไม่ได้หลงใหลรื่นรมย์กับการอ่าน แต่เขาคือนักเขียนรางวัลโนเบลที่ในชีวิตนี้เราควรอ่านงานของเขาสักครั้ง ไม่ใช่เพราะเขาเป็นนักเขียนมือรางวัล แต่เพราะวรรณกรรมที่ว่าด้วยความรัก (และเรื่องราวอื่น ๆ ) ของเขาเล่มนี้จะชวนให้เราก้าวข้ามสู่พื้นที่แห่งรักในมิติใหม่ การตั้งคำถามถึงความเป็นมนุษย์ในแบบใหม่ ๆ ได้อย่างไม่น่าเชื่อ “แผลลึกหัวใจสลาย” ไม่ได้มีแค่เรื่องความรักโดยตรง แต่คือเรื่องของการเติบโต การก้าวผ่านวันวัย ในห้วงเวลาสุดพิลึกพิลั่นที่เราขอแอบบอกว่าตอนจบจะชวนให้เรารู้สึกแปลกประหลาดอย่างไม่คาดคิด (แต่ก็ไม่อาจบอกได้มากกว่านี้จริง ๆ ) หลังอ่านจบเรารับรองได้ว่าเราจะตั้งคำถามสารพัดสารพันแตกกิ่งก้านไม่รู้จบ ซึ่งนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเราตกหลุมรักใครสักคน หรือเป็นเราที่สูญหาย
วินาทีนี้ผู้ชายในประเทศไทยทุกคนคงกำลังผจญปัญหาเดียวกันคือการต้องเจอกับอากาศที่ร้อนระอุอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน นอกจะสร้างปัญหาให้กับร่างกายเวลาอยู่ในที่โล่งแจ้งซึ่งเสี่ยงกับการเผชิญภาวะ Heatstroke แล้ว สำหรับหนุ่ม ๆ ที่หลงใหลการแต่งตัวก็ถูกลดกรอบการเลือกเครื่องแต่งกายให้แคบลงเนื่องจากอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสมอีกด้วย อุณหภูมิเฉลี่ยระหว่าง 30 – 38 องศาที่เราต้องเจอในแต่วัน แน่นอนว่าไม่ผิดแปลกที่เราจะเลือกสวมใส่เสื้อผ้าแนวสตรีตที่กำลังมาแรงในทุกมิติ แต่บางที Track Pant หรือ Hoodies ตัวหนาก็ทำให้ต้องมานั่งปาดเหงื่อได้เหมือนกัน ดังนั้นการเลือก Mix & Match เสื้อผ้าในตู้จนสามารถออกจากบ้านในสไตล์ที่พึงพอใจ พร้อมได้ความเบาสบายเป็นของแถมก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เราฝันถึง แต่จะมีสไตล์ไหนบ้าง ถ้ายังไม่มั่นใจ UNLOCKMEN อยากพาไปดูสไตล์ต่อไปนี้ไว้เป็นทางเลือกในวันที่ร้อนแสนร้อน Athletics Style เชื่อเหลือเกินว่าหนุ่ม ๆ ทุกคนต้องมีเสื้อกีฬาไม่ว่าจะเป็นเสื้อฟุตบอล บาสเกตบอลหรือเบสบอลอยู่ในตู้แน่นอน เสื้อเหล่านี้ตอบโจทย์กระแส Jersey Fashion ซึ่งเป็นที่นิยมอยู่เสมอได้ ลองเปลี่ยนสไตล์ตัวเองมาเป็นสปอร์ตแมนเพียงหยิบ Jersey ทีมกีฬาโปรดสีสันสดใสของคุณมาจับคู่กางเกงตัวเก่งไม่ว่าจะเป็นยีนส์หรือกางเกงขาสั้น ส่วนหนุ่ม ๆ สาย OG อาจเพิ่มลูกเล่นด้วยเสื้อทีมแบบย้อนยุคก็ทำดูเก๋าขึ้นเป็นเท่าตัว นอกจากจะได้สไตล์ที่ถูกใจแล้วความเบาบางและระบบระบายอากาศอันยอดเยี่ยมจะช่วยทำให้คุณไม่รู้สึกอบอ้าวเหมือนอยู่ในเตาอบอีกต่อไป Linen Oversize อากาศร้อน ๆ แบบนี้คงไม่มีเนื้อผ้าแบบไหนที่จะเหมาะสมไปกว่า
หลังจากได้เห็นฤทธิ์เดชของมือถือกล้องเทพอย่าง Hauwei P30 Pro ไปแล้ว วันนี้ UNLOCKMEN เลยจะพาหนุ่ม ๆ ไปชม Pixel 3a และ Pixel 3a XL คู่สมาร์ตโฟนสเปกแรงจาก Google กันบ้าง นอกจากกล้องและฟีเจอร์เด็ด ๆ ราคายังย่อมเยา เพราะเปิดตัวที่ $399 หรือราว 12,000 บาท เท่านั้น! เรียกได้ว่าเป็นคู่แข่งคนใหม่ที่น่ากลัว พร้อมท้าชนสมาร์ตโฟนเรือธงจาก Apple และ Samsung กันเลยทีเดียว Pixel 3a และ Pixel 3a XL มีให้เลือก 3 สี คือ Just Black, Clearly White และ Purple-ish แม้ด้านหลังจะใช้วัสดุพลาสติกแทนกระจกและจำกัดพื้นที่เก็บข้อมูลสูงสุดไว้ที่ 64GB แต่ยังคงคุณสมบัติกล้อง Pixel
หลายต่อหลายครั้งที่เรามักเห็นภาพยนตร์ฮอลลีวูดหยิบเรื่องราวสุดเท่ของซามูไรมาเล่าเป็นหนัง ไม่ว่าจะเป็น The Last Samurai (2003) หรือ 47 Ronin (2013) รวมถึงหนังที่มีสไตล์การต่อสู้ด้วยดาบซามูไรอย่าง Kill Bill (2003) ซึ่งเรื่องราวของตัวละครหลักส่วนมากมักดำเนินด้วยชาวตะวันตก แต่ในตอนนี้ค่ายหนังใหญ่เตรียมหยิบเรื่องราวของซามูไรผิวสีมามาสร้างความแตกต่างให้หนังซามูไรแบบเดิม Metro-Goldwyn-Mayer (MGM) ไฟเขียวให้กับภาพยนตร์แอคชันอิงประวัติศาสตร์ที่ดึงเรื่องราวสุดเท่ของขุนศึกซามูไรผิวสีชาวแอฟริกันคนแรกและคนเดียวในประวัติศาสตร์ช่วงศตวรรษที่ 16 มาสร้างเป็นหนัง ด้วยเรื่องราวที่ต้องฝ่าฝันทั้งการฝึกฝนและการตั้งคำถามของคนในสังคมช่วงเวลานั้น เพราะการเป็นซามูไรไม่ใช่แค่เดินไปจับดาบ หมั่นฝึกฝนและสามารถเป็นได้ทันที แต่คนส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นมองว่าซามูไรถือเป็นฐานันดรที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด แล้วยิ่งทาสผิวสีที่เป็นชาวต่างชาตินั้นยิ่งยากเข้าไปใหญ่ และด้วยประเด็นต่าง ๆ จึงทำให้เกิดโปรเจ็กต์ภาพยนตร์ขึ้น จุดเริ่มต้นของซามูไรผิวสีคนเดียวในประวัติศาสตร์ ในปี 1579 ทาสผิวสีชาว Mozambique นามว่า Yasuke ติดตามรับใช้นักบวชเยซูอิต Alessandro Valignano เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมายังเกาะญี่ปุ่นที่ห่างไกลเพื่อเผยแผ่ศาสนา แต่เกาะญี่ปุ่นในช่วงเวลานั้นยังไม่ค่อยมีคนเชื้อชาติอื่นเดินทางเข้ามา Yasuke ผู้มีรูปร่างสูงใหญ่กว่าคนเอเชียและสีผิวที่แตกต่างทำให้ชาวบ้านไม่คุ้นชินและหวาดกลัวเขา เคยมีคนพบบันทึกบรรยายเกี่ยวกับ Yasuke ว่าเขาเป็นชายร่างกายกำยำสูงถึง 2 เมตร แต่จริง ๆ แล้วตามบันทึกของคณะบาทหลวงเขียนไว้ว่าเขาสูงราว 6 ฟุต หรือประมาณ 182 เซนติเมตร ไม่ได้สูงสองเมตรอย่างที่คนลือกัน
เคยไหม เวลานั่งอยู่บนรถที่ไม่มีที่ท่าว่าจะขยับ แต่หิวไส้แทบขาดแล้วทำอะไรไม่ได้ ทิ้งรถก็ไม่ได้เพราะพะวักพะวง บอกตรง ๆ ว่าหลายครั้งที่เดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะเห็นกระเป๋ารถเมล์โดดลงไปสั่งของกินร้านข้าง เราเองก็หิวมองตาละห้อย อยากจะฝากซื้อ แต่กลัวเสียม้า แต่ก็เกรงใจกระเป๋ารถเมล์ ลุกไปซื้อเองก็กลัวเสียม้า สุดท้ายเลยต้องแขวนท้องแล้วหันเหไปมองอย่างอื่นแทน ถ้านั่งหิวคารถติดแล้วสั่งอาหารให้มาส่งถึงที่ได้ก็คงดี เป็นเรื่องที่เราเคยคิดมานานแล้วแต่ยังไม่มีใครลองทำ ในที่สุดวันนี้ Burger King ก็คิดแบบเดียวกับเราเหมือนกันจึงสร้างแคมเปญใหม่ให้บริการที่เรียกว่า “the Traffic Jam Whopper.” ส่งเบอร์เกอร์ชิ้นโตของ Burger King ด้วยมอเตอร์ไซค์มาถึงหน้าต่างรถที่เรานั่ง We Believers คือ Agency เจ้าของแคมเปญนี้ พวกเขาผสมผสานระหว่างการใช้ฟีเจอร์สุดไฮเทคกับการจัดส่งรูปแบบดั้งเดิม ส่ง Whoopers (ชื่อเรียกเบอร์เกอร์ซิกเนเจอร์ของเบอร์เกอร์คิง) ในพื้นที่แออัดของเม็กซิโก หลังจากเริ่มต้นแคมเปญไป พบว่าผลลัพธ์มันเกินคาด เพราะยอดการสั่งเบอร์เกอร์เพิ่มขึ้นถึง 63% ตั้งแต่สัปดาห์แรกที่ปล่อยแคมเปญออกไป และมีการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันของ Burger King เพิ่มสูงขึ้นถึง 44 ครั้ง ส่งผลให้ Burger King ก้าวขึ้นมาเป็นแอปฯ Fast Food อันดับ
ในขณะที่น้ำแข็งขั้วโลกเหนือค่อย ๆ ละลาย เมืองไทยบ้านเราเองก็ร้อนดุจนรกขึ้นทุกวัน ช่วงนี้ถ้าหนุ่ม ๆ หลายคนจะบ่นว่าร้อน ๆ ๆ ก็คงไม่แปลกนัก เพราะอุณหภูมิเฉลี่ยของชั้นบรรยากาศกำลังเพิ่มขึ้น โดยมีตัวการหลักคือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ CO2 ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิง โรงงานอุตสาหกรรม หรือแม้แต่จากน้ำมือของมนุษย์ CO2 สะสมในชั้นบรรยากาศและส่งผลให้เกิดภาวะเรือนกระจก อันเป็นต้นเหตุของอากาศร้อนที่น่าหงุดหงิด ปฏิเสธไม่ได้ว่าการใช้ชีวิตทุกวันของเรา ก็แอบทำลายสภาพแวดล้อมทางอ้อมเหมือนกัน ตั้งแต่การอุปโภคไปจนถึงบริโภค ทำให้มนุษย์เรามีส่วนเอี่ยวที่ทำให้อากาศมันร้อนขึ้นอย่างทุกวันนี้ แม้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นจะช่วยให้เราใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ลำบากลำบนต้องออกล่าหาสัตว์ป่าเหมือนในยุคหิน แต่จะดีกว่าไหมถ้าการใช้ชีวิตทั่วไปของเราช่วย safe โลกนี้เอาไว้ได้บ้าง? DO BLACK บัตรเครดิตรักษ์โลกช่วยลดการปล่อย CO2 Doconomy บริษัทผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีสัญชาติสวีเดน เปิดตัวบัตรเครดิตของคนยุคใหม่ DO BLACK ที่ติดตามการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการจับจ่ายใช้สอย หวังจะลดผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อม และปลุกเร้าให้หนุ่มสาวนักชอปหันมาให้ความสำคัญกับการรักษ์โลกมากขึ้น บัตรเครดิต DO BLACK ทำจากวัสดุชีวภาพ พิมพ์ด้วย Air Ink หมึกรีไซเคิลที่สร้างจากอนุภาคของมลพิษทางอากาศ มีลักษณะเหมือนกับเขม่าคาร์บอน แต่จะต่างตรงที่ Air
ถือเป็นธรรมเนียมที่จัดกันทุกปีและเหล่าสื่อรวมถึงผู้คนที่ชื่นชอบแฟชั่นทั่วโลกต่างตั้งตารอกันเป็นพิเศษ กับงาน Met Gala 2019 ที่ในปีนี้สร้างเสียงฮือฮามาตั้งแต่หลายเดือนก่อน เพราะคอนเซ็ปต์ของปีนี้มันทั้งแปลก หลุดโลกเหนือจริงไปไกลจนบางคนแทบอดใจรอวันงานกันแทบไม่ไหว ด้วยเหตุนี้ UNLOCKMEN จึงไม่รอช้า ขอพาไปดูแฟชั่นคอนเซ็ปต์ของเหล่าหนุ่ม ๆ ในมุมใหม่ที่ไม่ได้มีแค่ชุดสูทน่าเบื่ออีกต่อไป หลายคนอาจจะรู้จักงาน Met Gala กันมาบ้างแล้ว โดยงานในปีนี้จัดขึ้นที่ The Met (Metropolitan Museum of Art) แต่บางคนอาจยังไม่รู้ว่างานนี้มีจุดประสงค์เพื่ออะไรบ้าง ? Costume Institute Gala หรือ Met Gala งานเลี้ยงการกุศลประจำปีเพื่อหารายได้เข้าสถาบันเครื่องแต่งกายแห่งพิพิธภัณฑ์ศิลปะในมหานครนิวยอร์กที่ก่อตั้งเมื่อปี 1870 ภายในเก็บผลงานของศิลปินทั่วโลกกว่า 2 ล้านชิ้น แบ่งเป็น 19 แผนก บางคนต้องใช้เวลาตามเก็บกว่า 3 วัน ถึงจะเดินครบทุกแผนก แม่งานของ Met Gala ปีนี้ก็ยังคงเป็น Anna Wintour บรรณาธิการบริหารของนิตยสาร Vogue อเมริกา เจ้าเก่าเจ้าเดิม ร่วมกับประธานรับเชิญร่วมอย่าง
สำหรับผู้ชายอย่างเรา การเลือกซื้อรองเท้าสักคู่มาใช้งานย่อมต้องมีเหตุผลมากมาย ไม่ว่าจะเป็นความชื่นชอบที่มีต่อแบรนด์หรือรูปทรงที่เหมาะสมกับสไตล์การแต่งตัว รวมไปถึงความไฮป์ของตลาดในขณะนั้น แต่สำหรับรองเท้ารุ่นพิเศษหลาย ๆ คู่ นอกจากองค์ประกอบที่พูดถึงแล้ว บรรจุภัณฑ์ก็ถือเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้หลายคนเลือกซื้อมาเก็บสะสม ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะที่หาจากไหนไม่ได้ UNLOCKMEN อาสาพาไปสำรวจว่าที่ผ่านมาจะมีกล่องรองเท้าคู่ไหนที่ถูกสร้างขึ้นมาได้อย่างน่าสนใจและดึงดูดตาตั้งแต่อยู่บนหิ้งกันบ้าง มาชมไปพร้อมกัน Nike SB Blazer : Fly Milk เริ่มกันที่กล่องสุดแหวกแนวของ Nike SB Blazer Fly Milk ที่ทาง Nike SB ออกแบบให้กับ Jeff Han หนึ่งในผู้คร่ำหวอดในวงการสตรีตจากเซี่ยงไฮ้ซึ่งเป็นคนก่อตั้ง FLY Skateshop โดยรูปทรงและลวดลายที่ใครเห็นเป็นครั้งแรกก็ต้องคิดว่ามันคือกล่องนมมากกว่ากล่องรองเท้าแน่นอน โดยการออกแบบได้แรงบันดาลใจมาจากอาชีพเดิมของ Jeff โดยตัวเขาเคยเป็นพนักงานในโรงงานแปรรูปนมสดมาก่อนนั้นเอง Burn Rubber x New Balance 557 : Joe Louis หลายคนอาจสงสัยว่ากล่องรองเท้าของ Burn Rubber x New Balance 557 :
Tinder แอปพลิเคชันโด่งดังที่ออกแบบมาให้คนแปลกหน้าได้กลายเป็นคนรู้จักหรือรู้ใจ ตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย บางคนอาจอยากได้เพื่อนคุย บางคนใช้หาคนที่ใช่ หรือบางคนก็กำลังมองหาคนที่มีรสนิยมหรือความชอบที่คล้ายกันเพื่อแบ่งปันเรื่องราวนั้น ๆ ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ Tinder พัฒนาฟีเจอร์ใหม่อย่าง Festival Mode เพื่อผู้คนทั่วโลกที่หลงใหลในเสียงเพลง หลายคนคงเคยใช้หรือรู้จักแอปพลิเคชันหาคู่ยอดฮิตอย่าง Tinder กันมาบ้างไม่มากก็น้อย ล่าสุดผู้ผลิตแอปฯ ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดเรียกว่า Festival Mode สำหรับจับคู่ตามงานดนตรีด้วยเหตุผลที่ว่าดนตรีคือสื่อกลางดีเยี่ยมสำหรับคนสองคนที่พร้อมจะสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกัน เหตุผลที่ Tinder ตัดสินใจสร้างฟีเจอร์นี้ขึ้นเพราะผลของสถิติการดาวน์โหลดแอปฯ มักพุ่งสูงขึ้นในช่วงเทศกาลดนตรี เช่น ในงาน EDC Las Vegas มีคนปัด Tinder มากขึ้นกว่าปกติ 60% หรือระหว่างที่กำลังเพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงในงาน Bonnaroo ก็มีคนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาปัดขวาเพิ่มขึ้นถึง 300% จึงทำให้ทางผู้พัฒนาระบบเล็งเห็นช่องทางที่จะทำให้ผู้ใช้งานสามารถพบเจอกับคนที่มีความชอบคล้ายกันได้จากทั่วทุกมุมโลก วิธีการใช้ฟีเจอร์ Festival Mode ทำได้ง่าย ๆ ด้วยการนำโลโก้ของเทศกาลดนตรีที่ตัวเองชอบหรืองานที่ตั้งใจจะไปมาแปะไว้บนโปรไฟล์ของตัวเอง เพียงเท่านี้เหล่าผู้ชื่นชอบเทศกาลดนตรีเดียวกันก็แมตช์กันได้ง่ายขึ้น และสามารถติดโลโก้ได้ล่วงหน้า 3 สัปดาห์ก่อนวันงานโดยไม่จำเป็นต้องอยู่ใกล้กัน ถือว่าเป็นฟังก์ชันพิเศษที่เสริมเข้ามาเพราะตามปกติแล้วแอปพลิเคชันจะค้นหาคนบริเวณใกล้เคียงได้สูงสุดแค่ 160 กิโลเมตรเท่านั้น แต่สำหรับ Festival Mode เพียงแค่เราเลือกงานเทศกาลดนตรีมาหนึ่งงาน จากนั้นคนที่เลือกงานดนตรีเดียวกับเราไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของโลกก็สามารถแมตช์ได้โดยไม่ต้องอยู่ในละแวกใกล้กัน


