ระหว่างที่ผู้ชายอย่างเรามุ่งมั่นใช้ชีวิตบนเส้นทางของตัวเองอย่างเต็มที่อยู่ทุกวัน ขณะเดียวกันเวลาทุกวินาทีที่เดินไปข้างหน้าเรื่องของเทคโนโลยีล้ำสมัยในโลกของยานยนต์ก็ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเทศแห่งนวัตกรรมอย่างจีนที่กำลังถูกจับตามองจากคนในแวดวงการรถยนต์ทั่วโลกแบบไม่คลาดสายตา SAIC Motor Corporation หนึ่งในบริษัทยานยนต์ระดับโลกจากประเทศจีนซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ เอ็มจี ประเทศไทยที่กำลังมุ่งเน้นพัฒนาและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานทางเลือกออกมา เพื่อให้หนุ่ม ๆ ทั่วโลกได้มีทางตัวเลือกในการซื้อรถยนต์เพิ่มมากขึ้นในอนาคต ด้วยการพัฒนาภายใต้ 4 แกนหลักคือรถยนต์ขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า (Electrification), ระบบการเชื่อมต่ออัจฉริยะ (Intelligence Connectivity) , การใช้รถยนต์ร่วมกัน (Car Sharing) และความเป็นสากล (Globalization) โดยพวกเขาใช้ประสบการณ์จากการทำธุรกิจในกว่า 60 ประเทศทั่วโลกและศูนย์วิจัยพัฒนาที่ตั้งอยู่ทั้งในประเทศจีน, อังกฤษและสหรัฐอเมริกา รวมถึงขยายฐานการผลิตมาที่ประเทศไทย, อินโดนีเซียและอินเดียเมื่อไม่นานมานี้ มาในปีนี้พวกเขาได้ทำการเปิดตัวรถยนต์หลากหลายรูปแบบทั้งชนิดขับเคลื่อนด้วยน้ำมันเชื้อเพลิง (Fuel Cell) , รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า 100 เปอร์เซ็นต์ (EV) รวมถึงรถต้นแบบที่สามารถเชื่อมต่อกับการสื่อสาร 5G ซึ่งเกิดจากความร่วมมือกับ China Mobile, Huawei และ Shanghai International Auto City เพื่อสร้างอาณาจักรของรถยนต์แห่งอนาคต โดยทั้งหมดจัดแสดงในงาน Auto
การฟังเพลงคงเป็นหนึ่งในงานอดิเรกของผู้ชายหลาย ๆ คน จะฟังเพลิน ๆ ตอนอาบน้ำหรือนั่งฟังตอนกินเบียร์ เราก็เชื่อว่าความรื่นรมย์ของบทเพลงจะทำให้หนุ่ม ๆ UNLOCKMEN จรรโลงใจได้ไม่น้อย ยิ่งเวลาที่ต้องเดินทางไปทำงาน แม้จะฝ่าสมรภูมิรถติด ต่อสู้กับฝูงชนที่แน่นเอี๊ยด หรือวินาทีที่รอไฟเขียวกลางสี่แยกอย่างไร้จุดหมาย คงต้องบอกว่าเพลย์ลิสต์ดี ๆ นั้นเติมเต็มความสบายใจบนโลกที่วุ่นวายนี้ได้เป็นอย่างดี แต่บ่อยครั้งที่จะตั้งใจฟังเพลงก็มักมีเสียงรบกวนสอดแทรกเข้ามาจนได้ ถึงเราจะเร่งเสียงให้ดังมากขนาดไหน ก็หนีไม่พ้นเสียงที่ดังกว่าจากภายนอกซึ่งมันเจาะทะลุเข้ามาในหูฟังเราได้อยู่ดี แล้วถ้ามีนวัตกรรมหูฟังเจ๋ง ๆ ที่ช่วยลบเสียงดังวุ่นวายข้างนอกและทำให้เราจดจ่ออยู่กับบทเพลงในสองรูหู หนุ่ม ๆ ว่ามันจะน่าสนใจหรือเปล่า? Surface Headphones หูฟังตัดเสียงรบกวนชุดแรกจาก Microsoft หลังจาก Sony, Bose, Panasonic และแบรนด์ชั้นนำอื่น ๆ ได้เปิดตัวหูฟังตัดเสียงรบกวนกันไปแล้ว ทีนี้ก็ถึงคราวของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านไอทีอย่าง Microsoft กันบ้าง Microsoft เปิดตัว “Surface Headphones” หูฟังไร้สายชุดแรกที่มีความสามารถยอดเยี่ยมในการตัดเสียงรบกวน ใช้งานง่าย อัดแน่นไปด้วยคุณภาพและฟังก์ชัน แถมเมื่อเทียบราคากับคู่แข่งก็ไม่ได้ทิ้งห่างจากกันมากนัก โดยมีราคาอยู่ที่ $349.99 หรือประมาณ 11,000 บาท เท่านั้น หูฟังตัวนี้ถูกออกแบบให้มีสี
หากจะพูดว่าเซ็กซ์นั้นกลายมาเป็นอีกหนึ่งสับเซตของความรัก ก็คงจะไม่ผิดนัก เพราะในปัจจุบันเซ็กซ์เข้ามาเป็นกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนความสัมพันธ์หนุ่มสาว เพิ่มความตื่นเต้นเร้าใจ แถมยังช่วยเติมรสชาติเร่าร้อนให้กับภาพยนตร์รักแต่ละเรื่องได้เป็นอย่างดี UNLOCKMEN เลยอยากพาหนุ่มๆ ไปทำความรู้จักกับ ‘คลิตอริส (Clitoris)’ จุดรวมความเสียวซาบซ่านของผู้หญิง ซึ่งถ้าได้ตีซี้กับมันมากพอ เชื่อว่าจะช่วยทำให้เซ็กซ์ของคุณเพอร์เฟกต์ขึ้นกว่าเดิม ไม่ว่าจะสมรภูมิรบไหน ก็ไม่ตกม้าตายอย่างแน่นอน คลิตอริส (Clitoris) จุดรวมความเสียวของหญิงสาว การที่หนุ่มๆ จะบรรเลงบทเพลงรักให้สาวๆ ไปถึงจุดสุดยอด ไม่ได้อาศัยเพียงแค่การสอดใส่จากเจ้าโลกเพียงอย่างเดียว หากแต่ยังต้องกระตุ้นจุดคลิตอริส หรือ ปุ่มกระสัน ด้วยเช่นกัน คลิตอริสนั้นเป็นก้อนเนื้อที่อยู่บริเวณด้านนอกของร่างกายผู้หญิง มันจะขยายและแข็งตัวขึ้นเมื่อถูกกระตุ้น ถ้าจะเทียบให้เข้าใจง่ายๆ ก็คงจะเหมือนกับบริเวณปลายองคชาตของผู้ชาย แต่จะพิเศษกว่าตรงที่มันเป็นศูนย์รวมเส้นประสาทกว่า 8,000 เส้น หรือประมาณสองเท่าขององคชาต คงไม่ต้องบรรยายแล้วละมั้ง ว่าจุดนี้จะอ่อนไหวและไวต่อการสัมผัสมากขนาดไหน ไขกุญแจความสุข ปลดล็อกจุดสุดยอด คำว่า ‘คลิตอริส (Clitoris)’ ในภาษากรีกแปลว่า ‘กุญแจ’ เมื่อใดที่กุญแจดอกนี้ถูกไขออกมา ก็จะทำให้ฝ่ายหญิงเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข หรือถึงจุดสุดยอดได้นั่นเอง แต่ก่อนที่จะทำให้แฟนสาวถึงฝั่งฝัน หนุ่มๆ ก็ต้องรู้ตำแหน่งของจุดคลิตอริสให้ดีเสียก่อน หากลองจินตนาการภาพอวัยวะเพศหญิงให้เป็นดั่งริมฝีปาก จุดคลิตอริสนี้จะอยู่บริเวณกระจับปาก โดยจะตั้งอยู่เหนือริมฝีปากเล็กน้อย เป็นส่วนที่แคมเล็กทั้งสองข้างมาบรรจบกัน โดยเนื้อเยื่อจะถูกห่อหุ้มด้วยผิวหนังบางๆ แล้วจะโผล่ออกมาเพียงส่วนปลายที่เป็นก้อนเนื้อขนาดเล็กเท่านั้น
หลังจากขุดตัวเองออกมาจากเตียงในทุกเช้า กิจวัตรประจำวันของผู้ชายอย่างเราที่สำคัญไม่แพ้การอาบน้ำแปรงฟันคือการหยิบใบมีดโกนมาฟาดฟันกับหนวดเคราที่รกรุงรังและยาวขึ้นมาได้แทบทุกวัน หนุ่ม ๆ ที่ไว้หนวดอยู่แล้วอาจไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ถ้าเป็นผู้ชายสายเนี้ยบที่ปรารถนาใบหน้าอันเกลี้ยงเกลา คงเหนื่อยหน่อยกับการที่ต้องโกนหนวดแบบนี้อยู่ทุกวัน แล้วไอ้การโกนหนวดมันใช่เรื่องง่าย ๆ เหมือนปอกกล้วยเข้าปากซะที่ไหน โกนแรงไปก็ระคายเคือง โกนพลาดนิดหน่อยก็เป็นแผล แถมซ้ำยังมีความรู้สึกแสบ ๆ คัน ๆ ที่ตามมาหลังโกนเสร็จที่น่าหงุดหงิดชะมัดยาด คงจะดีกว่านี้ถ้าการโกนหนวดที่ผู้ชายต้องทำเป็นรูทีน แม่งฟินเหมือนตอนที่โกนหนวดในร้านตัดผมแพง ๆ เราเชื่อว่าหนุ่ม ๆ UNLOCKMEN คงเคยไปโกนหนวดในร้านตัดผมมืออาชีพกันมาบ้าง ซึ่งต้องบอกเลยว่าขั้นตอนการโกนหนวดของเขา ทำเราเพลินและสบายจนไม่รู้ว่าหนวดและเคราหายไปตอนไหน ยิ่งเวลาที่ใช้ผ้าอุ่น ๆ ประคบเบา ๆ บนใบหน้าก่อนโกน ยิ่งทำให้รู้สึกอ่อนโยน ไม่ติดขัดเหมือนกับตอนโกนเองอยู่ที่บ้านเลย โดยข้อดีของการใช้ผ้าอุ่น ๆ ประคบคือจะช่วยลดการระคายเคืองของผิวหน้า เพราะความร้อนจะไปเปิดรูขุมขนให้กว้างขึ้นและทำให้การโกนหนวดเป็นไปอย่างราบรื่นไม่มีสะดุด GilletteLabs Heated Razor มีดโกนที่ให้ความสบายเหมือนกับโกนในร้านหรู หนุ่ม ๆ คงไม่ต้องไปเสียเงินโกนหนวดฟิน ๆ ในร้านตัดผมกันแล้ว เพราะตอนนี้ GilletteLabs ผู้นำด้านนวัตกรรม Grooming ของผู้ชาย นำประสบการณ์สุดพิเศษแบบเดียวกันกับการโกนหนวดในร้านมาไว้ใน “GilletteLabs Heated Razor” มีดโกนแถบความร้อนสุดอัจฉริยะที่ให้ความรู้สึกพิเศษไม่ต่างจากการโกนหนวดในร้านตัดผมมืออาชีพเลย มีดโกนตัวนี้เป็นมีดโกนระบบความร้อนเครื่องแรกของโลก ใช้เทคโนโลยี FlexDisc
สงครามสร้างความสูญเสียไม่ว่ากับใคร โดยเฉพาะกับเหล่าทหารกล้าที่อยู่ในสมรภูมิรบที่ต้องทำภารกิจที่ได้รับควบคู่กับการพยายามเอาชีวิตรอด UNLOCKMEN จะพาไปทำความรู้จักกับยอดนักแม่นปืน 5 คน จากกองทัพนาวิกโยธินสหรัฐ ฯ กองทัพแดง และกองทัพฟินแลนด์ ที่มีวีรกรรมสุดโหดในสงครามมาเล่าให้คนรุ่นหลังได้ฟังกัน Carlos Norman Hathcock Carlos Norman Hathcock ชายหนุ่มผู้มีชื่อเสียงเรื่องความแม่นยำก่อนหน้าที่จะเข้ามาในหน่วยนาวิกโยธินสหรัฐฯ เสียอีก เพราะเขาเป็นนักแม่นปืนที่ชอบแข่งขันล่าเงินรางวัล และเมื่อเขาได้เป็นทหารก็ยิ่งสร้างชื่อเสียงเพิ่มขึ้นด้วนผลงานโดดเด่นจากสงครามเวียดนาม จากการสังหารเป้าหมายกว่า 93 ราย ที่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นฝีมือการยิงของเขา แถมยังมีอีกหลายร้อยคนที่เขาสังหารไปแต่ไม่สามารถยืนยันรายชื่อของผู้เสียชีวิตได้ ด้วยวีรกรรมความโหดของ Hathcock ทำให้มีเรื่องเล่าตำนานเกี่ยวกับเขา เรื่องการตั้งค่าหัวที่สูงถึง 30,000 ดอลลาร์ คิดเป็นค่าเงินไทยปัจจุบันประมาณ 960,000 บาท จากสาเหตุที่นักแม่นปืนมือดีที่สุดของเวียดนามโดน Hathcock ยิงทะลุเข้าลูกตา รวมถึงอีกหนึ่งตำนานเกี่ยวกับภารกิจสุดโหดที่เขาต้องคลานเข้าพงหญ้าเพื่อไปยิงหัวนายพลเวียดนามระยะประชิด และสามารถหนีกลับฐานได้อย่างปลอดภัย จากตำนานและผลงานบ้าระห่ำจำนวนนับไม่ถ้วนทำให้ Carlos Norman Hathcock มักเป็นทหารที่จะต้องถูกกล่าวถึงทุกครั้งที่ถูกถึงสงครามเวียดนาม Charles Chuck Mawhinney Charles Chuck Mawhinney เติบโตและเข้าร่วมสงครามเวียดนามเช่นเดียวกับ Carlos Hathcock
IKEA ร้านขายเครื่องเรือนและของใช้ในบ้านชั้นนำจากสวีเดน จับมือกับ Sonos บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์เครื่องเสียงสัญชาติอเมริกัน ร่วมกันพัฒนา ‘SYMFONISK’ ลำโพงคู่หูไฮบริดแบบ Two-in-one ที่รวมฟังก์ชันการใช้งานทั้งสองแบบเข้าด้วยกัน ไม่เพียงแต่สร้างความบันเทิงด้วยเสียงจากลำโพง แต่ยังตอบโจทย์การใช้งานอื่นๆ ภายในบ้านได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ในงาน Milan Design Week 2019 ที่ผ่านมา มีการเปิดตัวลำโพงไฮบริด SYMFONISK อันเกิดจากแนวคิดของสองบริษัทยักษ์ใหญ่ ที่จะสร้างสรรค์บรรยากาศ ความสะดวกสบาย และตั้งใจที่จะเปลี่ยนชีวิตภายในบ้านให้ดียิ่งขึ้น จึงมีการผสมผสานระหว่างความเชี่ยวชาญด้านเสียงและเทคโนโลยี กับศาสตร์แห่งการแต่งบ้านเข้าด้วยกัน จนได้ออกมาเป็นลำโพงโคมไฟตั้งโต๊ะ SYMFONISK Table Lamp with Wi-Fi Speaker และลำโพงชั้นวางของ SYMFONISK Bookshelf Wi-Fi Speaker SYMFONISK Table Lamp with Wi-Fi Speaker เป็นลำโพงโคมไฟตั้งโต๊ะรูปทรงโค้งมน ที่ซ่อนตัวกระจายสัญญาณเอาไว้ด้านบน ด้านหน้ามีปุ่มให้หมุนเพื่อปรับระดับแสงสว่างและระดับเสียง ส่วนบริเวณฐานโคมไฟทำหน้าที่เป็นลำโพงขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นการรวมแสงและเสียงเข้าด้วยกัน ออกแบบมาให้กระจายแสงไฟอย่างอบอุ่นและกระจายเสียงอย่างลงตัว ที่ง่ายๆ คือลำโพงโคมไฟตัวนี้จะช่วยลดการใช้สายไฟในบ้านของคุณได้อย่างแน่นอน ส่วน SYMFONISK
โลกของธุรกิจมีมากกว่าตัวเงิน สำหรับคนที่ไม่ชอบเรื่องตัวเลขหรือต้นทุนเลยอาจจะมองว่าน่าปวดหัว แต่ความจริงมันยังมีหลายมิติที่น่าสนใจ โดยเฉพาะแง่ของการตลาดและการโฆษณา เพราะมันคือแหล่งรวมความคิดสร้างสรรค์ล้วน ๆ ซึ่งถ้าเรารู้ทันและเข้าใจมัน เราก็จะไม่ตกเป็นเหยื่อและนำความคิดสร้างสรรค์เหล่านั้นไปต่อยอดได้ ช่วงนี้ไม่ว่าจะแบรนด์ไหนก็เริ่มบุกตลาด AI และ AR กันเป็นแถบ อย่างล่าสุดที่เราเพิ่งนำเสนอกันไปก็เป็น Application วัดขนาดเท้าของ Nike อย่าง “Nike Fit” เพื่อแก้ปัญหาเรื่องการซื้อรองเท้าแต่ขนาดไม่ตรงกับความจริง แต่ล่าสุดเราเพิ่งไปพบรูปแบบการตลาดของ AI ที่น่าสนใจ เรียกได้ว่าน่าจะเป็นปรากฏการณ์ใหม่เขย่าวงการด้วยการใช้ AI กับ “สุนัข” เพื่อเพิ่มยอดขายอย่างจริงจัง ร้านขายสัตว์เลี้ยงประเทศบราซิลในเครือ Petz แหวกแนวเปิดชอปปิงออนไลน์สำหรับสุนัขอย่างแท้จริง โดยเรียกมันว่า Pet-Commerce หรือการซื้อของออนไลน์ที่เลือกจากความต้องการของสัตว์เลี้ยงเอง โดยใช้ AI ดักจับความสนใจของสุนัขผ่านกล้องของอุปกรณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ตโฟน แท็ปเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ การเลือกซื้อของระหว่างสุนัขกับระบบ AI จะใช้วิธีการ access เข้าเว็บไซต์ก่อนโดยให้สุนัขนั่งอยู่ที่หน้าตักเราหรือจุดไหนก็ได้ที่มองเห็นกล้องหน้า จากนั้นให้เราเลือก Pet Commerce หน้าจอจะแสดงคลิปสินค้าแบบแรนดอม ไม่ว่าจะเป็นกระดูก บอลยาง ฯลฯ ขั้นตอนนี้เอง
แม้เซ็กซ์จะไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับทุกคู่ แต่ต้องยอมรับว่ามันคือส่วนหนึ่งในความสัมพันธ์หนุ่มสาว ก่อนเริ่มมีเซ็กซ์ผู้ชายหลายคนคงไม่พลาดที่จะเล้าโลมพร้อมซุกไซ้ตามซอก ดื่มด่ำเนินสูง ใช้ลิ้นละเลงรักทั่วเรือนร่าง ก่อนลงไปสร้างความเสียวซ่านด้วยริมฝีปากอบอุ่นและปลายลิ้นอันชุ่มฉ่ำ UNLOCKMEN เชื่อว่าหนุ่ม ๆ สายเบิร์นคงมีความชอบในการทำออรัลเซ็กซ์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่พวกคุณคงกระตือรือร้นกับมันมากขึ้น ถ้าได้รู้ว่ามันมีประโยชน์กับผู้ชายอย่างเรามากกว่าแค่หนึ่งในฉากรักสุดเร่าร้อนบนเตียง การทำออรัลเซ็กซ์ถูกพิสูจน์แล้วว่าช่วยกระตุ้นให้เพศสัมพันธ์สนุกสนานและตื่นเต้นเร้าใจมากกว่าเดิม ถึงจะไม่ใช่เรื่องที่แพร่หลายมากนักในบ้านเรา แต่ในอเมริกาออรัลเซ็กซ์เป็นหนึ่งในกิจกรรมทางเพศที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม The National Survey of Family Growth เผยว่าชาวอเมริกัน 86-87% จะทำออรัลเซ็กซ์อย่างน้อยหนึ่งครั้งในการมีเซ็กซ์ แถม 97% ของผู้ชายและ 95% ของผู้หญิงก็พึงพอใจกับการถูกทำออรัลเซ็กซ์ แลตโตบาซิลลัส แบคทีเรียดี ๆ ที่ไม่ได้มีแค่ในน้ำนม ไม่เพียงแต่ความเสียวซาบซ่าน แต่การทำออรัลเซ็กซ์ยังมีประโยชน์ด้านสุขภาพต่อผู้ชายอีกด้วย หนุ่ม ๆ อาจยังไม่รู้ว่าภายในช่องคลอดของผู้หญิงนั้นมีแลคโตบาซิลลัส หรือที่นักวิทยาศาสตร์เรียกว่า “โพรไบโอติกส์” ซ่อนอยู่ ฟังแล้วอาจรู้สึกคุ้นหูกันบ้าง เพราะมันเป็นแบคทีเรียชนิดดีชนิดเดียวกับที่อยู่ในเครื่องดื่มประเภทนม ทั้งนมเปรี้ยวและโยเกิร์ต แต่ที่น่าแปลกคือภายในถ้ำหรรษาของผู้หญิงก็มีสิ่งนี้ด้วยเช่นกัน แลคโตบาซิลลัสที่อยู่ในช่องคลอดของผู้หญิงจะทำหน้าที่ควบคุมค่าความเป็นกรดเป็นด่าง หรือ ค่า pH ของของเหลวในช่องคลอดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมตามที่ควรจะเป็น ประโยชน์ของแลคโตบาซิลลัส นอกจากในนมเปรี้ยวและโยเกิร์ต แลคโตบาซิลลัสยังถูกพบบริเวณลำไส้ใหญ่ของมนุษย์ ซึ่งมีส่วนช่วยในการย่อยอาหารและย่อยน้ำตาลแลคโตส เพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมสารอาหาร
สไตล์วินเทจถือว่าเป็นแฟชั่นที่ไม่เคยตกยุค บางคนอาจมองว่าเชย แต่ก็ยังมีคนส่วนใหญ่ที่มองว่ารองเท้าสไตล์วินเทจเป็นสิ่งที่เท่และบ่งบอกความเป็นตัวเองได้อย่างชัดเจน จึงทำให้ Nike ร่วมมือกับ J.Crew ออกรองเท้าสุดเท่ที่เหล่าผู้ชื่นชอบความวินเทจไม่ควรพลาด บางคนอาจจะรู้จัก Nike แต่ยังไม่รู้จัก J.Crew เท่าไหร่นัก J.Crew เป็นแบรนด์เสื้อผ้าสัญชาติอเมริกันก่อตั้งขึ้นในปี 1983 และปัจจุบันมีร้านค้ากระจายอยู่ 300 กว่าแห่งทั่วโลก โดยแบรนด์โดดเด่นเรื่องสไตล์สุดคลาสสิกไม่ตกยุค ผสมผสานวัฒนธรรมให้เข้ากับไลฟ์สไตล์และรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน สนีกเกอร์ Nike Killshot เป็นการร่วมมือกันระหว่าง Nike และ J.Crew ที่ก่อนหน้านี้เคยปล่อยโมเดลมาแล้วและได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยม เพราะ Killshot ถอดดีไซน์มาจากรองเท้ากีฬาของนักเทนนิสเวลาใส่ลงสนาม ด้วยการนำรองเท้าพื้นยางสีเหลืองยอดนิยมจากยุคเก่าก่อนมาเป็นจุดเด่นสำคัญของรองเท้าตระกูลนี้ เดิมรองเท้า Killout ผลิตสีต่าง ๆ ทั้งแดงและน้ำเงิน แต่ครั้งนี้จะยิ่งวินเทจมากกว่าเดิมด้วยการหยิบสีเขียวเรือใบ (Sail Green) มาใช้เพิ่มความโดดเด่นหลายส่วนทั้งตรงบริเวณ Swoosh ภาษาอังกฤษคำว่า Nike ทั้งตรงด้านหลัง ลิ้นรองเท้า และด้านในพื้นรองเท้า พร้อมสร้างเลเยอร์ด้วยหนังกลับตรงฐาน Lace Cage รูสำหรับร้อยเชือกรองเท้า รวมถึงด้านหน้าและด้านข้างของสนีกเกอร์ด้วย สนีกเกอร์ที่มีลุควินเทจกับสไตล์สปอร์ตมารวมกันคู่นี้ แม้จะได้แรงบันดาลใจจากรองเท้าเทนนิสในยุคเก่าแต่
ศิลปะมีไว้เพื่อจรรโลงใจ มีไว้เพื่อบันทึกเรื่องราวเหตุการณ์ที่น่าประทับใจ และผลงานศิลปะบางส่วนก็มีไว้เพื่อสะท้อนและเสียดสีสังคม โดยเฉพาะผลงานของศิลปินญี่ปุ่นคนหนึ่งที่มักจะสร้างสรรค์ผลงานเจ็บ ๆ ไว้ให้ระลึกถึงสภาพสังคมแต่ละวันที่เราต้องเผชิญ ว่าเหตุการณ์ทุกคืนวันที่ดำเนินไปมันดีจริง ๆ หรือว่าเรากำลังหลอกตัวเองว่าดีกันแน่ ? บางคนอาจมองว่าตัวเองมีอิสรภาพ แต่สำหรับ Tetsuya Ishida ศิลปินชื่อดังของญี่ปุ่น เจ้าของผลงานภาพวาดที่เต็มไปด้วยการเสียดสีสังคมกลับมองต่างออกไป เขามองว่าถึงแม้แต่ละคนจะมีอิสรภาพแต่มันก็ไม่ใช่อิสรภาพที่แท้จริง เพราะเราทุกคนล้วนถูกจำกัดอยู่ในกรอบเสมอ รวมถึงต้องเคยสูญเสียอิสรภาพไม่ว่าจะด้วยความสมัครใจหรือไม่ด้วยกันทั้งนั้น การสร้างสรรค์ผลงานของ Tetsuya จะเป็นศิลปะแบบลัทธิเหนือจริงหรือที่เรียกกันว่า Surrealism เต็มไปด้วยความเสียดสีประชดประชัน เผยให้เห็นมุมมองที่เจ็บปวดของผู้คนในสังคมญี่ปุ่น โดยเฉพาะกลุ่มชนชั้นกลางอย่างมนุษย์เงินเดือน เด็กนักเรียน ท่ามกลางบรรยากาศทั่วไปที่ทุกคนจะนึกภาพตามได้ง่าย ทั้งห้องพักรูหนู บ้านขนาดกลาง สถานีรถไฟฟ้า หรือโรงพยาบาล และนำสิ่งไม่มีชีวิตจากงานอุตสาหกรรมมาผสม เช่น โถส้วม รถไถ บันไดเลื่อน เปรียบคนเหมือนกับวัตถุ พยายามบอกเล่าอะไรบางอย่างที่ซุกซ่อนอยู่ในภาพและลดทอนความเป็นมนุษย์ เรื่องราวส่วนมากในผลงานของ Tetsuya จะเป็นช่วงเวลาที่ประเทศญี่ปุ่นเกิดความวุ่นวายทางด้านเศรษฐกิจ หลายบริษัทปลดพนักงานจำนวนมาก บางครั้งก็วาดภาพเด็ก ๆ ที่ต้องรับความกดดันจากครอบครัว ชีวิตที่ตายซากจากการทำอะไรซ้ำ ๆ จนกลายเป็นความเฉยชา แสดงให้เห็นว่าการดิ้นรนเอาตัวรอดจากระบบทุนนิยมบางครั้งก็โหดร้ายกับเรามากเหลือเกิน แม้ว่าผลงานทั้งหมดของเขาจะเสียดสีสังคมญี่ปุ่น แต่พื้นเพครอบครัวของ Tetsuya นับว่าดีกว่าหลายคนมาก เพราะพ่อของเขาเป็นสมาชิกรัฐสภา


