“ฉันรู้สึกเหมือนเป็นนางเงือก ร่างชี้ว่าเป็นชายแต่จิตวิญญาณคือหญิงสาว ฉันเหมือนดอกไม้ ดอกไม้ที่สร้างขึ้นจากกระดาษ แม้รับความรักท่วมท้นจากภายนอกเมื่อมองมา แต่ไม่ได้อาจสัมผัสความรู้สึกนี้จากการแตะต้องและดอมดม” Heena, 51, ธากา, บังกลาเทศ, 2012 Hijra (ฮิจรา) คือกลุ่มคนที่มีเพศสภาพที่แตกต่างจากเพศสถานะภายใน ใช้สำหรับเรียกเพศที่สามที่กายเป็นชายแต่ใจเป็นหญิงและดำเนินชีวิตแบบหญิงสาว คำศัพท์ที่ชี้หน้าและตีตราความรู้สึกของบทบาทความเป็นชายหญิงและความ “เป็นอื่น” ทางสังคม ถ้าพูดในแง่ประวัติศาสตร์แล้ว “ฮิจรา” ปรากฏหลักฐานมายาวนาน นานพอจะเชื่อว่านี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ในสังคม แต่ค่านิยมแง่ลบไม่ได้หายไปพร้อมกาลเวลา เหลือเป็นคราบติดแน่นฝังไว้ถึงวันนี้แม้รัฐบาลบังกลาเทศจะออกกฎหมายแสดงการรับรองสิทธิทางเพศมา 5 ปีแล้วก็ตาม การใช้ชีวิตต้องสาปด้วยคำสาป บางคนสงสัยว่าสถานะต้องสาปที่ผู้คนไม่อยากเข้าใกล้นี้จะใช้ชีวิตอย่างไร คงไม่ต้องพูดถึงเรื่องการหางานเพราะไม่มีใครยอมรับ หรือสิทธิพลเมืองอื่น ๆ ที่ถูกริดรอนไป สิ่งที่พิทักษ์ฮิจราไว้คือระบบความเชื่อบางอย่างของสังคมที่ฝังมายาวนาน ว่าเพศที่สามอย่างพวกเธอคือผู้มีอำนาจพิเศษจากการบูชาพระแม่พหุชระหรือมาตากี ซึ่งเป็นปางหนึ่งของพระแม่อุมา ทำให้สามารถสาปแช่งหรือให้พรได้ ดังนั้น วาจาศักดิ์สิทธิ์นี้จึงกลายเป็นเครื่องมือทำกินที่ทำให้ฮิจราสามารถรับเงินมาได้จากการอวยพรเด็กแรกเกิดที่ครอบครัวต่าง ๆ เชิญไป และเป็นอาวุธปกป้องตัวเองจากผู้ไม่ประสงค์ดีด้วยการสาปแช่งผู้คน ซึ่งเชื่อกันว่าใครได้รับคำบริภาษนั้นไปจะต้องโชคร้าย เงือกที่ไม่อาจเป็นมนุษย์ ดอกไม้เทียมที่ไม่อาจเป็นดอกไม้จริง คือความเจ็บปวดที่ฮิจราชาวบังกลาเทศต้องยอมรับ จิตวิญญาณที่ขัดแย้งกับเปลือกที่รับมาทำให้พวกเธอต้องกลายเป็นคนไร้ราก หอบชีวิตออกจากแผ่นดินเกิดคนแล้วคนเล่า ถูกทอดทิ้งจากความสัมพันธ์เบื้องหลังทุกรูปแบบเพื่อย้ายไปยังอินเดีย สถานที่ที่พวกเธอยังคงได้รับการดูหมิ่นดูแคลนไม่แพ้กันแต่ระดับความเลวร้ายต่ำกว่า ทว่าในความมืดมิดอ้างว้างก็แทนที่ได้ด้วยความสัมพันธ์เหนียวแน่นระหว่างฮิจราด้วยกัน ดังนั้น ถ้าเราไปพบพวกเธอเป็นกลุ่มใหญ่ นั่นคือครอบครัวใหม่ของพวกเธอ Sharhia Sharmin
เราเชื่อว่าผู้ชายแทบทุกคนต้องเคยอกหักกันมาบ้าง แล้วเมื่อความผิดหวังมาพร้อมกับสายสัมพันธ์ที่จบลง ถึงจะเป็นเพศที่เข้มแข็งแต่เวลาที่อกสามศอกหักเป็นเสี่ยง ๆ ก็ทำเอาผู้ชายอย่างเราโศกเศร้าได้เหมือนกัน แถมไอ้ความเจ็บช้ำที่เกิดขึ้นภายในใจแทบไม่ต่างอะไรกับความเจ็บที่เกิดกับร่างกายเลย ผู้ชายทุกคนก็คงมีวิธีรับมือกับอาการอกหักและถูกทิ้งที่แตกต่างกันไป แต่วันนี้ UNLOCKMEN จะมาแนะนำอีกวิธีที่จะช่วยรักษาแผลใจ โดยที่หนุ่ม ๆ ไม่ต้องเอากำปั้นไปชกกำแพงหรือซัดสุราเมรัยหลายขนานจนเมาแอ๋ วิทยาศาสตร์ของการอกหัก เมื่อเราตกหลุมรักใครสมองจะสูบฉีดฮอร์โมน dopamine และ oxytocin ทำให้เรารู้สึกดี ในทางตรงกันข้ามหากเราอกหักหรือสูญเสียคนสำคัญในชีวิต การไหลเวียนของกระแสเลือดและเคมีในสมองจะเปลี่ยนแปลงไป โดยเปลือกของสมองส่วนหน้า (cingulate cortex) ที่คอยควบคุมความเจ็บปวดทางร่างกายจะมีบทบาทมากขึ้น ซึ่งสิ่งที่ตามมาคือทำให้เราไม่อยากอาหาร ไม่อยากนอน และไม่อยากแม้แต่จะทำอะไรเลย การเดินทางช่วยซ่อมแซมหัวใจที่สึกหรอ Dr. Jessica O’Reilly ผู้เชี่ยวชาญด้านเพศและความสัมพันธ์ที่ผ่านประสบการณ์การทำงานกับคู่สมรสมากกว่า 15,000 คู่ทั่วโลก อธิบายว่าการออกเดินทางนั้นช่วยเยียวยาหัวใจที่แตกสลายได้จริง เพราะเป็นการทำลายกิจวัตรประจำวันของเราและมันจะพาหนุ่ม ๆ ออกไปจากสภาพแวดล้อมที่คุ้นชิน โดยจะกระตุ้นการทำงานของสมองส่วนรับรู้ทำให้สมองของเราเปลี่ยนแปลงไปตามความแปลกใหม่ที่เกิดขึ้น ต้องยอมรับว่าความทรงจำหวาน ๆ ในวันวานเป็นเรื่องยากที่จะหาวิธีจัดการกับมัน แต่การเดินทางจะช่วยให้คุณค่อย ๆ หลุดพ้นออกจากภาพจำเก่า ๆ ไปทีละน้อย สถานที่ที่เคยไปเที่ยวด้วยกันจะถูกทำให้เลือนรางและแทนด้วยความทรงจำใหม่ ๆ เมื่อเราออกเดินทางไปยังดินแดนแปลกใหม่ ห่างไกล และไร้ซึ่งคนรู้จัก แม้การออกไปเที่ยวคนเดียวจะเป็นเรื่องที่ยากหน่อยในช่วงที่หัวใจไม่สู้ดีนัก แต่มันจะสร้างโอกาสให้หนุ่ม
ในวันนี้โลกอบอวลความเศร้าอีกครั้งกับการสูญเสียยอดสถาปนิกที่สร้างผลงานสะเทือนวงการสถาปัตยกรรม เมื่อ I.M. Pel ชายผู้หลงใหลในรูปทรงเรขาคณิตจากไปอย่างไม่มีวันกลับด้วยวัย 102 ปี เพราะเขาถือว่าเป็นบุคคลสำคัญที่ต่อยอดแนวคิดของสถาปัตยกรรมสมัยใหม่และมีอิทธิพลต่อการขับเคลื่อนงานสร้างสรรค์ไม่น้อยเลยทีเดียว Ieoh Ming Pei (เป้ย์ ยวี่ หมิง) หรือชื่อในวงการ I.M. Pei สถาปนิกชาวอเมริกันเชื้อสายจีน ผู้โด่งดังเรื่องการสร้างสรรค์ผลงานสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ ที่เน้นรูปทรงเรขาคณิตกับความเกลี้ยงเกลาของโครงสร้างที่ไม่นิยมตกแต่งมากนัก ซึ่งเป็นเทคนิคที่เริ่มใช้กันช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 20 และแพร่หลายมากหลังจบสงครามโลกครั้งที่ 2 I.M. Pei ได้รับการยอมรับว่าเป็นปรมาจารย์ของสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ ที่ชูเรื่องเรขาคณิตและความงามที่สะอาดสะอ้านของตึก เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งพีระมิดแก้วจากผลงานที่ทำให้โลกต้องจดจำอย่าง Louvre Pyramid ที่ทำจากเหล็กกับกระจกทรงสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนจำนวน 603 แผ่น และกระจกทรงสามเหลี่ยม 70 แผ่น ประกอบกัน ก่อร่างเป็นรูปทรงดั่งพีระมิด The solid is for the dead, but the transparent is for the living – I.M. Pei
‘ศิลปะ’ บ่งบอกถึงความคิด ความรู้สึก และแรงบันดาลใจในการสรรสร้างชิ้นงานของศิลปิน นอกจากมันจะเป็นหนึ่งในความสวยงามที่ประดับไว้บนโลกนี้แล้ว บางครั้งก็เป็นเครื่องมือสะท้อนมุมมืดของสังคมและโลกตามขนบ ‘ปัญญาประดิษฐ์’ สมองกล AI แห่งโลกอนาคตอันมีวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์เป็นเบ้าหลอม มันเต็มไปด้วยความสามารถอันน่าทึ่งทัดเทียมมนุษย์และกำลังคืบคลานเข้ามาในโลกดิจิทัล การทำงาน ตลอดจนชีวิตประจำวันของเรา ดูเผิน ๆ แล้วศิลปะและปัญญาประดิษฐ์นั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงและเหมือนจะอยู่กันคนละโลกซะด้วยซ้ำ แต่จะเกิดอะไรขึ้นถ้าศิลปะที่เต็มไปด้วยความสร้างสรรค์ผสมผสานกับเทคโนโลยี AI จนได้ออกมาเป็นนิทรรศการศิลปะยุคใหม่ของโลกอนาคต The Barbican Centre London ศูนย์ศิลปะ ดนตรี และการแสดงที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป เปิดให้เข้าชม ‘AI: MORE THAN HUMAN EXHIBITION’ นิทรรศการที่จัดแสดงความสามารถของปัญญาประดิษฐ์ภายใต้ฉากหลังของงานศิลปะ ใช้สมองกล AI สุดล้ำประยุกต์งานศิลปะให้หลากหลาย ทันสมัย และมีชีวิต ถือเป็นนิทรรศการ AI แบบ interactive ที่ไม่เคยจัดขึ้นที่ไหนมาก่อน งานนี้รวบรวมสิ่งประดิษฐ์จากศิลปิน นักวิทยาศาสตร์ และนักวิจัย พร้อมผลงานผลเท่ ๆ ของคนดังในอดีต ไม่ว่าจะเป็น Charles Babbage นักคณิตศาสตร์และผู้บุกเบิกคอมพิวเตอร์ชาวอังกฤษที่สร้างเครื่องวิเคราะห์เชิงกลชิ้นแรกของโลก Ada Lovelace
ก่อนจะมีตัวเลข 08 หรือ 09 นำหน้าเลขหมายโทรศัพท์มือถือในปัจจุบัน เท่าที่จำความได้และเกิดทัน เราเคยใช้เลขหมายโทรศัพท์บ้านเริ่มต้นด้วย 02, 03, 05 และ 07 และใช้หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่หรือมือถือด้วย 01 นับแล้วตอนนั้นจำทั้งหมด 9 หลัก แต่พอมาวันนึง จำนวนคนมากขึ้นเลยทำให้เลขหมายที่มีอยู่ไม่พอและเพิ่มเลขแทรกเข้ามาอีกหนึ่งหลักของมือถือ จนวันนี้เราต้องจำ 10 หลักเพื่อโทรศัพท์หากัน ญี่ปุ่นเป็นอีกประเทศหนึ่งที่กำลังเจอกับเหตุการณ์เลขกำลังจะหมดเกลี้ยง ไม่เหลือให้ใช้แล้วเหมือนกัน ดังนั้น เพื่อป้องกันเหตุการณ์นั้น กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารจึงวางแผนเพิ่มเลขหมายจากเดิม 11 หลักเป็น 14 หลัก ซึ่งจะทำให้ตัวเลขใหม่ทั้งหมดเพิ่มขึ้นจำนวนกว่าหนึ่งหมื่นล้านเลขหมายภายในปี 2021 โดยนโยบายนี้ได้รับการยอมรับจากผู้ให้บริการมือถือ 3 รายหลัก ได้แก่ NTT Docomo Inc., KDDI Corp. และ SoftBank Corp. เหตุผลของการเพิ่มครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องการขยายตัวของประชากร แต่อีกแง่หนึ่งมันเกิดจากการใช้อุปกรณ์ประเภท IoT ที่เพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งในญี่ปุ่นอุปกรณ์เหล่านี้มันจำเป็นต้องผูกกับหมายเลขโทรศัพท์ จึงทำให้เลขหมายหมดไว ยิ่งปีหน้าเมื่อญี่ปุ่นเตรียมเปิดใช้ 5G ยิ่งมีความเป็นไปได้สูงที่จำเป็นจะต้องใช้เลขหมายมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่
สำหรับหนุ่ม ๆ ที่หลงใหลยานยนต์จากค่าย BMW โดยเฉพาะโมเดลสปอร์ตซีดานสุดแรงอย่าง M5 เตรียมพบกับข่าวดีกันได้เลย เพราะในปี 2020 ที่กำลังจะมาถึงรุ่นพิเศษที่ผลิตออกมาฉลองครบรอบ 35 ปีของรถยนต์ในสายการผลิตดังกล่าว เตรียมถูกเปิดตัวออกมาแล้วในชื่อ BMW M5 “Edition 35 Years” ย้อนกลับไปในปี 1985 เป็นช่วงเวลาที่ M5 รุ่นแรกถูกสร้างขึ้นมาในรหัสตัวถัง E28 โดยใช้เครื่องยนต์ที่ดัดแปลงมาจาก M1 จนกลายเป็นรถยนต์ประเภทซีดานที่เร็วที่สุดในตอนนั้นและกลายมาเป็นจุดเริ่มต้นความสำเร็จของตระกูล M5 ซึ่งเป็นที่นิยมจากผู้ใช้รถทั่วโลกมาตลอดระยะเวลา 35 ปีโดยทาง BMW เลือกจะฉลองความสำเร็จที่ผ่านมาด้วย M5 ที่อัดแน่นความพิเศษไว้เต็มคัน BMW M5 “Edition 35 Years” มีพื้นฐานมาจาก M5 Competition ที่ใช้เครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.4 ลิตร Twin-Turbo ให้พลัง 617 แรงม้าแรงบิดที่ 553 ปอนด์-ฟุต มีอัตราเร่งความเร็วตั้งแต่
New McLaren GT สุดยอดรถยนต์รุ่นล่าสุดผลผลิตจาก GT Racing แผนกปรับแต่งรถยนต์สมรรถนะสูงของ McLaren Automotive โดยการกลับมาครั้งนี้ไม่ได้มีดีเฉพาะความแรงที่มากกว่าเดิมเท่านั้น แต่โดดเด่นด้วยดีไซน์หรูหราและน้ำหนักเบากว่าทุกรุ่นในสายการผลิตที่ผ่านมาอีกด้วย McLaren เปิดตัวรถยนต์ประเภทแกรนด์ทัวเลอร์คันล่าสุดในตระกูล GT ที่คาดว่าจะเป็น 1 ใน 4 โมเดลสำหรับแผนสำคัญทางธุรกิจของแบรนด์รถยนต์จากประเทศอังกฤษในปี 2025 โดย GT คันใหม่ได้รับการส่งต่อแรงบันดาลใจส่วนหนึ่งมาจาก Speedtail เรือธงของค่าย ด้วยการใช้โครงสร้าง MonoCell II-T ซึ่งแข็งแรงและมีน้ำหนักเบาทำให้มีน้ำหนักตัวถังเพียง 1,530 กิโลกรัมซึ่งเบามากสำหรับรถสายพันธุ์ GT ด้านในห้องโดยสารของ New McLaren GT กว้างขวางและสะดวกสบาย เพราะถูกออกแบบมาให้เหมาะสำหรับการขับขี่ระยะไกลด้วยเบาะปรับอุณหภูมิที่รองรับแผ่นหลังและหัวไหล่ได้เป็นอย่างดี มีระบบไฟ “Ambient Lighting“ ให้เลือกปรับบรรยากาศได้ตามความต้องการ สร้างความเพลิดเพลินจากเสียงเพลงที่ถูกส่งออกมาจากชุดลำโพงจาก Bowers & Wilkins ทั้งหมด 12 ตัว พร้อมระบบลดเสียงรบกวนจากภายนอกที่จะช่วยเพิ่มอรรถรสในการขับขี่ได้อย่างดีเยี่ยม ด้านขุมกำลัง 2020 McLaren GT เลือกวางเครื่องยนต์
แฟนหนังและแฟนการ์ตูนของ DC Comics คงทราบกันดีว่าหลังจาก Ben Affleck รับบทเป็น Batman คนล่าสุดมานานหลายปี ได้ประกาศถอนตัวออกจากการรับบทดังกล่าว ทำให้สื่อทั่วโลกรวมถึงแฟน ๆ ต่างจับตาดูพร้อมลุ้นว่าใครจะก้าวเข้ามารับบทซูเปอร์ฮีโร่ที่ว่างอยู่นี้ และคำตอบของคำถามที่ใครต่างสงสัยก็ได้เฉลยออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การปรากฏตัวครั้งล่าสุดของ Batman คือภาพยนตร์เรื่อง Justice League (2017) รับบทโดย Ben Affleck แต่หลังจากนั้นเจ้าตัวยืนกรานชัดเจนว่าจะไม่เป็น Batman อีกต่อไปพร้อมถอนตัวออกจากโปรเจกต์หนัง จึงทำให้ตำแหน่งฮีโร่แห่งรัตติกาลว่างอยู่ และทางค่ายก็เตรียมเฟ้นหาคนที่เหมาะสมเพื่อมารับช่วงต่อ แต่ไม่นานมานี้ความว่างเปล่าไร้บัลลังก์กว่า 2 ปี กลับมาสร้างกระแสครึกโครมอีกครั้ง จากข่าวล่าสุดที่อัปเดตผ่านเว็บไซต์ Variety เรื่องการมาถึงของฮีโร่มนุษย์ค้างคาวคนใหม่ที่จะมารับบท Bruce Wayne ใน Batman: The Caped Crusader แทนที่ Ben Affleck ว่าน่าจะเป็นนักแสดงตระกูลเดียวกันกับค้างคาวอย่างหนุ่ม Robert Pattinson พระเอกหนุ่มที่ผู้คนติดตากับบทบาทแวมไพร์สุดโรแมนซ์จากหนังแฟรนไชส์ The Twilight Saga หลังจากที่เว็บ Variety ลงข่าวว่า Pattinson คือ Batman คนใหม่
หนึ่งในหนังที่พลาดไม่ได้สำหรับหนุ่ม ๆ หลายคน คงจะหนีไม่พ้นบทแฟรนไชส์ภาพยนตร์แอ็คชันของคนรักหมาอย่าง John Wick ที่นอกจากฉากบู๊ที่ดุดัน ยังขาดไม่ได้กับรถสวย ๆ และฉากที่ตราตรึงใจใครต่อหลายคนในภาค 3 ที่ Keanu Reeves ควบม้าฆ่ารอบเมืองจนทำให้เราอดคิดไม่ได้ว่าพาหนะที่แท้จริงของพระเอกวัยเก๋าคนนี้จริง ๆ แล้วเขาใช้รถรุ่นอะไรคันไหนอยู่กันบ้าง ว่ากันว่า Keanu Reeves คือหนึ่งในชายที่หลงใหลโลกแห่งความเร็ว ทั้งในรูปแบบ 4 ล้อและ 2 ล้อ เห็นได้จากการปรากฏตัวของเขาพร้อมรถคันงาม รวมถึงเจ้าตัวยังชอบโดดไปร่วมงานทดสอบการขับขี่ของผู้ผลิตรถค่ายต่าง ๆ อยู่เสมอ อีกทั้งยังมีแบรนด์มอเตอร์ไซค์เป็นของตัวเองอีกด้วย วันนี้ UNLOCKMEN จึงได้รวบรวมพาหนะที่ตัวเขามีไว้ในครอบครอง แต่ละคันจะพิเศษและสวยงามยังไงบ้าง? มาดูไปพร้อมกันได้เลย Volvo 122 Dumpy คือชื่อของรถยนต์คันแรกชีวิตของ Keanu Reeves เป็นรถยนต์ Volvo 122 ที่ถูกผลิตขึ้นระหว่างปี 1,956-1970 มาในโทนสี British Racing Green ทั่วทั้งคันเป็น Saloon 4 ที่นั่ง
การได้ขึ้นไปขับเฮลิคอปเตอร์บนฟ้าสักครั้งคงเป็นหนึ่งในความฝันของผู้ชายหลายคน สำหรับบางคนอาจทำความฝันให้เป็นจริงได้ แต่กับหนุ่ม ๆ บางคนก็ดูเป็นเรื่องที่ไกลตัวไม่น้อยเลยละ จริงไหม? แล้วถ้ามีนวัตกรรมยานยนต์ที่มอบประสบการณ์การขับขี่ราวกับได้นั่งจับแฮนด์ของเฮลิคอปเตอร์จริง ๆ มันจะเจ๋งขนาดไหนกัน Citroën (ซีตรอง) บริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของฝรั่งเศสฉลองครบรอบ 100 ปี ด้วยการสร้าง “Citroën’s 19_19” รถยนต์ไฟฟ้าแนวคิดใหม่ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเฮลิคอปเตอร์ โครงสร้างรถถูกดีไซน์ด้วยกระจกหนาแทบทั้งคันเพื่อให้คล้ายกับลำตัวของเครื่องบิน พร้อมเปิดให้เห็นทัศนียภาพโปร่งใสทั่วคันรถเช่นเดียวกับเฮลิคอปเตอร์ ตัวล้อ Citroën ได้พัฒนาร่วมกับ Goodyear บริษัทผลิตยางรถยนต์สัญชาติอเมริกัน โดยประกอบล้อความกว้าง 30 นิ้ว พร้อมพื้นผิวเป็นรูพรุนเพื่อดูดซับแรงกระแทก ภายในแต่ละล้อถูกฝังเซ็นเซอร์อัจฉริยะที่ทำหน้าที่ตรวจสอบพื้นถนน รอบล้อรถหุ้มด้วยบังโคลน aero dynamic ช่วยลดการฉุดลากที่ก่อให้เกิดแรงเสียดทานในขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง พร้อมระบบกันสะเทือน progressive hydraulic cushion ป้องกันการกระแทกอย่างไร้ที่ติและมอบประสบการณ์การนั่งรถราวกับอยู่บนพรมวิเศษ Citroën’s 19_19 มีขนาดใกล้เคียงกับรถยนต์ SUV ซึ่งมีความยาวอยู่ที่ 4,655 มิลลิเมตร กว้าง 2,240 และมีความสูง 1,600 มิลลิเมตร รถขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าใช้ชุดแบตเตอรี่ขนาด 100kwh โดยการชาร์จหนึ่งครั้งจะใช้ได้สูงสุด 800 กิโลเมตร หรือประมาณ 497 ไมล์


