วงการถ่ายภาพต้องพบกับความสูญเสียอีกครั้ง เพราะเมื่อเร็ว ๆ นี้ ช่างภาพชื่อดังอย่าง Michael Wolf เสียชีวิตลงด้วยวัย 64 ปี ถึงแม้จะจากไปแต่เขาก็ได้ทิ้งสุดยอดผลงานภาพถ่ายที่ให้แง่คิดมุมมองไว้บนโลกใบนี้ UNLOCKMEN ขอร่วมรำลึกถึงเขาด้วยผลงานเขาที่สร้างชื่อไปทั่วโลก Michael Wolf ช่างภาพชาวเยอรมันที่เดินทางไปทั่วทั้งเอเชียเพื่อเก็บภาพทุกมุมเมืองไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น ฮ่องกง ผลงานของเขาขึ้นชื่อเรื่องการภ่ายภาพของตึกรามบ้านช่องและวิถีชีวิตในชุมชนที่สะท้อนสภาพสังคมปัจจุบันได้เด่นชัด Architecture of Density Architecture of Density ถ่ายทอดความแออัดของชุมชนเมืองในเกาะฮ่องกงผ่านภาพถ่ายที่มีเส้นสายมากมายนับไม่ถ้วน กราฟิกของแต่ละภาพคุมโทนสีสันให้ไปในทิศทางเดียวกัน รูปทรงเรขาคณิตที่แม่นยำ แต่ภาพของเขากลับให้ความรู้สึกสงบนิ่งทั้งที่เห็นเพียงแค่ตึกเท่านั้น เขาตัดทอนทั้งส่วนท้องฟ้าส่วนบนและพื้นส่วนล่างออกไปเพื่อให้คนดูจดจ่ออยู่กับตึกที่มีห้องมากมาย สะท้อนรูปแบบของสถาปัตยกรรมที่ไม่มีวันจบสิ้น แม้ภาพของเขาถูกเปรียบเทียบกับภาพของ Andreas Gursky และ Candida Höfer แต่ผลงานของเขาสื่อให้เห็นถึงมุมมองหลายอย่าง รวมถึงองค์ประกอบศิลป์ที่เป๊ะกินขาดทำให้คอลเลกชันภาพถ่าย Architecture of Density ของเขาสามารถคว้าแชมป์จากเวที World Press Photo 2014 ได้สำเร็จ 100×100 คอลเลกชัน 100×100 เริ่มต้นขึ้นในปี 2006 Michael Wolf ตระเวนเคาะห้องของผู้อยู่อาศัยในตึก Shek
สำหรับผู้ชายอย่างเราเพียงแค่ได้เห็นรถยนต์คันที่ชอบ รุ่นที่ใช่ขับเคลื่อนผ่านไปก็ทำให้หัวใจพองโตได้แล้ว แต่สำหรับหนุ่ม ๆ ที่ชื่นชอบยานพาหนะเป็นทุนเดิม แล้วยังหลงใหลภาพยนตร์หมดหัวใจ เราเชื่อว่านิทรรศการอย่าง Hollywood Dream Machines จะทำให้คุณกลับไปตื่นเต้นเหมือนเด็กอีกครั้งได้แน่นอน เพราะที่นี่รวมเอายานพาหนะที่เราต้องอ้าปากค้างจากภาพยนตร์เรื่องที่เราเคยเสพมาไว้ให้อย่างจุใจ The Petersen Automotive Museum หนึ่งในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกเป็นหัวเรือหลักในการจัดนิทรรศการครั้งนี้ขึ้น โดยร่วมมือกับ Comic-Con เพื่อนำเสนอนิทรรศการจัดแสดงพาหนะที่มาจากโลกภาพยนตร์ในชื่อ “Hollywood Dream Machines : Vehicles of Science Fiction and Fantasy” ในนิทรรศการมีรถในตำนานมากกว่า 40 คันจากภาพยนตร์ที่หลายคนต้องคุ้นตามากกว่า 20 เรื่อง ไม่ว่าจะเป็น Back to the Future, Batman, Star wars, Blade Runner, Transformers และ Mad Max : Fury Road รวมถึงหนังของค่ายซูเปอร์ฮีโร่ทั้งค่าย Marvel และ
ใกล้เข้ามาทุกขณะแล้วกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของญี่ปุ่นนับตั้งแต่ปี 1989 อย่างการเปลี่ยนยุคสมัยจากเฮเซย์มาเป็นเรวะที่จะเริ่มต้นขึ้นในเดือนพฤษภาคมของปีนี้ ส่งผลให้สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะพร้อมด้วยพระจักรพรรดินีมิชิโกะเสด็จพระราชดำเนินไปยังศาลเจ้าชินโตเพื่อทำพิธีบอกกล่าวบรรพบุรุษว่าจะสละราชสมบัติ แต่สิ่งที่ดึงความสนใจของใครหลายคนคือดาบในตำนานที่จะถูกนำออกมาให้เห็นอีกครั้ง องค์จักรพรรดิอากิฮิโตะทรงเชิญเครื่องราชกกุธภัณฑ์สามอย่างที่ประกอบด้วยดาบคุซานางิ อัญมณียาซากะนิ และกระจกยาตะที่ถือว่าเป็นของศักดิ์สิทธิ์โบราณ โดยเฉพาะกับตำนานมากมายของดาบคุซานางิที่เป็นตัวแทนของความกล้าหาญและภาคภูมิของคนญี่ปุ่น ตำนานนานงูยักษ์แปดหัว เทพวายุ ซู ซาโนโอะถูกเนรเทศให้ลงมายังโลก เขายื่นมือเข้าช่วยเหลือหญิงชาวบ้านที่กำลังถูกงูยักษ์แปดหัว ยามาตะ โน โอโรจิพาตัวไปจากหมู่บ้าน เทพวายุซูซาโนโอะใช้ค่ายกลประตูแปดบาน วางไหเหล้าสาเกไว้ทุกประตูบ้านและนำหญิงสาวคนอื่นในหมู่บ้านซ่อนไว้ด้านในสุด เมื่อยามาตะ โน โอโรจิเห็นไหสาเกก็ไม่รอช้าที่จะพุ่งหัวทั้งแปดเข้าไปในประตูทุกบานและงับไหเหล้า ส่งผลให้ ซู ซาโนโอะสามารถตัดหัวงูยักษ์ทั้งหมดได้ เมื่อปราบงูยักษ์สำเร็จ เขาพบกับดาบวิเศษที่ฝังอยู่ในหางของงู เขาจึงนำดาบที่ว่าเก็บกลับไปให้เทพีอามาเทราสุแห่งพระอาทิตย์ซึ่งเป็นน้องสาวให้เป็นผู้เก็บไว้ ซึ่งเทพีอามาเทราสุเป็นต้นตระกูลของจักรพรรดิญี่ปุ่น และดาบวิเศษที่ชื่อว่าคุซานางิก็เป็นดาบประจำตระกูลที่อยู่คู่บัลลังก์และส่งต่อมายังรุ่นสุ่รุ่นจนถึงยุคปัจจุบัน ตำนานดาบคุซานางิที่ตัดไฟราบเป็นหน้ากอง สมัยสมเด็จพระจักรพรรดิเคโกะ จักรพรรดิองค์ที่ 12 ของญี่ปุ่นมีลูกชายฝาแฝดชื่อทาเครุทั้งสองคน เมื่อทั้งคู่อายุได้ 15 ปี พี่น้องเกิดฆ่ากันเองโดยไม่มีใครทราบสาเหตุ ทำให้พระบิดาไม่พอใจเป็นอย่างมากแต่ไม่กล้าทำอะไรเพราะกลัวไม่มีผู้สืบทอดบัลลังก์ จึงตัดสินใจส่งโอรสองค์เดียวที่เหลือไปปราบกบฎทางตอนใต้สุดของอาณาจักร ก่อนที่ทาเครุจะออกเดินทางเขาได้แวะขอพรกับเจ้าป้าที่เมืองอิเซะพร้อมได้ดาบ เสื้อคลุม และผ้านุ่งสำหรับออกศึก หลังจากที่ทาเครุสามารถปราบกบฎสำเร็จเขากลับมายังพระราชวังและหวังว่าบิดาจะหายโกรธเขา แต่จักรพรรดิเคโกะออกคำสั่งให้เขาออกไปปราบกบฎทางฝั่งตะวันออกต่อทันที ทาเครุอ่อนล้าจากการทำศึกอย่างต่อเนื่องและก่อนออกศึกเขากลับไปหาเจ้าป้าอีกครั้งพร้อมระบายความอัดอั้นตันใจ เจ้าป้าจึงมอบดาบคุซานางิซึ่งเป็นศาสตราวุธศักดิ์สิทธิ์ให้ ฝ่ายกบฎต้อนรับการมาถึงของทาเครุโดยการวางอุบายหลอกว่าบริเวณทุ่งหญ้ารอบหมู่บ้านมีปีศาจร้ายซ่อนตัวอยู่และขอร้องให้ทาเครุช่วยกำจัดปีศาจร้าย ทาเครุได้ยินดังนั้นจึงรีบมุ่งหน้าไปยังทุ่งหญ้าที่ว่าเพียงลำพังทันที เมื่อเขาหลงกลฝ่ายกบฎจัดการจุดไฟรอบทุ่งหญ้าเพื่อหวังจะเผาทาเครุทั้งเป็น และเมื่อทาเครุชักดาบคุซานางิออกมาจากฝัก พลังของดาบสามารถตัดต้นหญ้าติดไฟทุกต้นให้ราบเป็นหน้ากอง รวมถึงปราบกบฎจนสิ้นซาก ด้วยเรื่องเล่าที่เกี่ยวข้องกับหญ้าจึงทำให้ตำนานของดาบคุซานางิเรื่องนี้มีคนญี่ปุ่นเชื่อถือมากพอสมควร
พล็อตหนังที่ขายได้ต้องเป็นอย่างไร ? พล็อตหนังแบบไหนที่ทำออกมาแล้วไม่น่าจะทำกำไรได้ ? แล้วถ้าหนังบู๊ที่มีเนื้อเรื่องหลักแค่หมาตายตัวเดียวกับรถคันโปรดที่โดนเอาไป แต่ทำให้โลกมาเฟียต้องสะเทือนแบบหนังเรื่อง John Wick ล่ะ? อะไรที่กันทำให้หนังที่ใครอ่านบทก็ต้องส่ายหัวประสบความสำเร็จจนน่าตกใจ กลายเป็นภาพยนตร์แฟรนไชส์มูลค่า 140 ล้านดอลลาร์ ได้อย่างวันนี้ เนื้อเรื่องดำเนินโดย John Wick ชายผู้มีชีวิตสองแบบ หนึ่งคือจอห์น วิคที่เป็นนักฆ่า กับจอห์น วิคที่วางมือเปลี่ยนตัวเองเป็นชายธรรมดา แต่งงานและมีภรรยาที่น่ารัก ก่อนที่ชีวิตทุกอย่างของเขาจะเปลี่ยนไปตลอดกาลจากสาเหตุลูกหมาหนึ่งตัวกับรถหนึ่งคัน ก่อนที่ภาพยนตร์เรื่อง John Wick จะประสบความสำเร็จแบบทุกวันนี้ น้อยคนนักที่จะรู้ว่าแต่เดิมหนังเรื่องนี้คือหนังที่ไม่มีใครกล้าลงทุนด้วยเพราะเนื้อเรื่องของหนังมันหลุดโลกเกินไปไม่ว่าจะเป็นเรื่องของหมาตัวเดียวที่ทำให้คนคนหนึ่งตัดสินใจฆ่าล้างบางจนหมดแก๊ง หรือเรื่องราวของ The Continental โลกของเหล่านักฆ่าที่มีกฎระเบียบ มันแปลกเกินและดูอย่างไรก็ไม่คุ้มที่จะลองเสี่ยง ไม่ใช่แค่กับนักลงทุนเท่านั้นมุมมองของนักแสดงนำอย่าง Keanu Reeves เขาคิดว่ายุคนี้คือยุคที่ใคร ๆ ต่างก็นอนดูสตรีมมิ่งอยู่ที่บ้าน คนเริ่มเบื่อหนังแอคชันแบบเดิม ๆ แต่ Keanu และผู้กำกับ Chad Stahelski ก็เป็นเพื่อนที่สนิทกันมานาน เพราะผู้กำกับคนนี้เคยเป็นสตั๊นแมนให้กับ Keanu ในเรื่อง The Matrix ซึ่งพวกเขาอยากทำหนังบู๊ที่เรียกผู้คนให้ออกมาดูหนังด้วยกันได้ เพื่อให้ภาพยนตร์ที่คิดไว้สามารถสร้างออกมาได้จริง ๆ
“คิดจะพัก คิดถึงสีฟ้า” ประโยคนี้ไม่ใช่ประโยคโฆษณาร้านอาหารอีกต่อไป แต่เรากำลังหมายถึง “สีฟ้า” ที่เป็นสีจริง ๆ เพราะ G.F. Smith. บริษัทผลิตกระดาษเขาเพิ่งประกาศให้สีฟ้าเฉด “Navy Blue” เป็นสีที่สร้างอารมณ์ผ่อนคลายมากที่สุดในโลกรองจาก เทอร์ควอยส์ และสีชมพู ความจริงที่ว่าสีสัมพันธ์กับอารมณ์ พูดไปแล้วฟังดูเป็นเรื่องธรรมดา ใครก็คงรู้ เพราะถ้าเข้าคลาสศิลปะเขาก็สอนเรื่องทฤษฎีสีมานานแล้วว่า สีแบ่งเป็นสีร้อน สีเย็น โทนสีเย็นก็เป็นสีที่ทำให้ผ่อนคลาย เหมาะจะเอามาตกแต่งบ้าน แต่ภายในกลุ่มสีเย็นก็มีอีกหลายสี ทั้งเขียว น้ำเงิน หรือม่วงและเหลืองที่อยู่ในโทนสีกลางระหว่างสองฝั่ง แต่สีไหนล่ะที่ทำให้เราผ่อนคลายที่สุด เรื่องนี้เรายังไม่เคยเห็นใครลุกมาวิจัยหาเฉดสีกันจริงจัง G.F. Smith. ร่วมมือกับ University of Sussex ค้นหาเฉดสีที่ให้ความสงบผ่อนคลายกับมนุษย์มากที่สุด โดยกำหนดผู้เข้าร่วมการศึกษาวิจัยครั้งนี้ไว้มากกว่า 26,000 คนจากหลายประเทศ ทำแบบสอบถามเพื่อวิเคราะห์ความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ที่สัมพันธ์กับสีที่มองเห็น ด้วยการสอบถามเกี่ยวกับสีที่พวกเขาชื่นชอบ อย่างเช่น เราชอบสีขาว เขาก็จะทำแบบสอบถามรื้อหาเหตุผลว่าทำไมเราถึงชอบมันและรู้สึกอย่างไรกับมัน Anna Franklin ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาจาก University of Sussex กล่าวถึงการวิจัยว่าสีมักสัมพันธ์กับอารมณ์ เชื่อมโยงกับความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้อื่น ๆ อย่างความสงบ
ธุรกิจใหม่รอแจ้งเกิดรายวันเยอะแยะก็จริง แต่ใช่ว่าเจ้าเก่าจะยอมร้างไปง่าย ๆ ดังนั้น สำหรับโลกธุรกิจเวลาใครที่คิดจะเข้าไปขอส่วนแบ่งเค้กแต่ละทีเลยต้องพกไปทั้งดวง ทั้งความมั่นใจ เป้าหมาย และกำความเก๋าทันเกมเรื่องการต่อรองไปด้วย เพราะต้นทุนการทำธุรกิจไม่สูงก็ไม่ใช่อุปสรรค ถ้าไอเดียของเราดีและโตได้ มันจะดึงดูดนักลงทุนเงินหนาให้มาช่วยหนุนธุรกิจเอง SHARK TANK คือรายการเรียลริตี้ด้านธุรกิจที่ซื้อลิขสิทธิ์จากอังกฤษนำมาทำใหม่ในบ้านเราแล้วใช้ชื่อว่า SHARK TANK THAILAND รายการนี้ทำหน้าที่เหมือนนัดบอร์ดระหว่างคนมีไอเดีย กับนักธุรกิจมือเก๋าเกมที่มีเงินหนาพร้อมให้โอกาสและต้องการร่วมทุนกับนักธุรกิจหน้าใหม่ ใช้เวลาสั้น ๆ ที่พบกันในรายการทำข้อตกลงทางธุรกิจ ฝ่ายนักธุรกิจแจ้งเกิดจะต้องเป็นตั้งไข่ธุรกิจมาบางส่วนแล้ว จากนั้นนำมาเสนอขายความน่าสนใจของโปรดักส์พร้อมขอเงินทุนและแจ้งสัดส่วนที่บรรดา Shark (นักลงทุนแถวหน้าที่มีทรัพย์สินมากและมีมันสมองด้านธุรกิจ) จะได้จากการลงทุนนั้น ๆ ซึ่ง Shark สามารถปฏิเสธข้อเสนอได้ทันทีที่มองว่ามันไม่ Make Sense หรือต่อรองนักธุรกิจหน้าใหม่ได้ตามอัตราที่ตัวเองต้องการ ส่วนนักธุรกิจก็ต่อรองในอัตราที่ตัวเองต้องการได้เช่นกัน แต่การดีลทั้งหมดจะสำเร็จได้ต้องมาจากการตกลงพร้อมใจกันของทั้งสองฝ่าย Shark หรือฉลามแถวหน้าในวงการธุรกิจทั้ง 6 คน ที่คัดสรรมาฟาดฟันในรายการนี้ ได้แก่ คุณกฤษณ์ ศรีชวาลา เจ้าของอาณาจักรฟิโก้ กรุ๊ป คุณเฉลิมชัย มหากิจศิริ ลูกชายและทายาทคนเดียวของมหาเศรษฐีแห่งอาณาจักร PM Group คุณนิชิต้า ชาห์ ทายาทธุรกิจขนส่งทางทะเลที่ใหญ่ที่สุดของไทย จีพี กรุ๊ป คุณแชนนอน กัลยาณมิตร ผู้ก่อตั้ง ORAMI &
บทความนี้ไม่มีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญของซีรีส์เรื่อง Master of None ซีรีส์บางเรื่องก็ลุ้นทุกวินาทีจนหยุดดูไม่ได้ บางเรื่องก็ขำจนกรามค้าง บางเรื่องก็หวานจนมดขึ้น บางเรื่องก็ขมจนน้ำตาซึม แต่สำหรับ Master of None ซีรีส์เจ้าของรางวัล Emmy Award, Golden Globes, และอีกมากมายหลายเวทีเรื่องนี้ให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไป เป็นความอบอุ่นปนความเปลี่ยวเหงา ตามมาด้วยเสียงหัวเราะเปื้อนหยดน้ำตา ซึ่งหาได้ยากจากการดูซีรีส์ยุคนี้ ทั้ง ๆ ที่เป็นซีรีส์น้ำดี แต่กลับไม่ได้รับความนิยมในบ้านเรานัก เราจึงอยากเป็นกระบอกเสียงบอกเล่าให้ทุกคนได้รู้ว่าทำไม Master of None จึงเป็นซีรีส์อีกเรื่องที่ไม่ควรพลาด ชีวิตธรรมดาของผู้ชายชื่อ Dev Dev คือชายหนุ่มวัย 30 ปี อาศัยอยู่ในมหานคร New York หาเลี้ยงชีพด้วยการเป็นนักแสดงตัวประกอบ และกำลังมุ่งมั่นอย่างเต็มที่เพื่อไต่เต้าสู่จุดที่สูงกว่าในสายอาชีพนี้ ในขณะเดียวกันด้านความรัก เขาก็พยายามไขว่คว้ามันอย่างสุดตัวไม่แพ้กัน เรื่องจะเล่าผ่านมุมมองของ Dev ที่ต้องพบเจอกับเหตุการณ์มากมายไปพร้อม ๆ กับเพื่อนสนิทของเขาอีก 3 คน บางครั้งก็เรียกเสียงหัวเราะ บางคราก็เรียกน้ำตา เป็นพล็อตเรื่องที่ไม่หวือหวา ออกจะจืดชืดด้วยซ้ำ แต่เสน่ห์ของ Master of None
เหล้าพร้อม มิกซ์เซอร์พร้อม เบียร์พร้อม กับแกล้มพร้อม แต่ไม่มีที่เปิดขวด คุณเคยเจอปัญหานี้หรือไม่? สำหรับบางคนที่เชี่ยวชาญเจนสนามวงเหล้าคงไม่ใช่ปัญหา แค่มีไฟแช็กสักอัน หรือใช้ขวดเปิดขวดได้สบาย ๆ แต่ทักษะที่ดูง่าย ๆ นี้ก็ใช่ว่าจะทำกันได้ทุกคน ต้องอาศัยการฝึกฝนพอสมควร ดังนั้นจะดีแค่ไหนถ้าเรามีที่เปิดขวดขนาดจิ๋ว สามารถพกพาไปได้ทุกที่ สนุกกับเครื่องดื่มได้ทุกเวลา TiBO คือชื่อของที่เปิดขวดที่เล็กที่สุดในโลก มาพร้อมกับความกว้างเพียง 21 มิลลิเมตร ในรูปทรงคล้ายไขควงปากแบน โดยบริเวณแง่งมีขนาดที่พอดีกับร่องฝาขวด ดังนั้นแค่ออกแรงเพียงเล็กน้อยก็สามารถงัดออกได้อย่างง่ายดาย WYN LABS บริษัทผู้ออกแบบเริ่มต้นโปรเจกต์นี้ตั้งแต่ปี 2016 และค่อย ๆ พัฒนาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงดีไซน์ของ TiBO มาเรื่อย ๆ เพื่อให้ออกมามีประสิทธิภาพที่สุด โดยใช้ Grade 5 Titanium ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแรงทนทานเป็นวัสดุหลัก ‘เล็กพริกขี้หนู’ คือคำที่คู่ควรกับ TiBO อย่างแท้จริง ถึงขนาดจะเล็กเพียง 21 มิลลิเมตร น้ำหนักเบากว่า 1 กรัม (0.9 กรัม) แต่ประโยชน์ของมันมากมายมหาศาล คุณสามารถพกมันไปได้ทุกที่ ไม่ว่าจะงานปาร์ตี้หรือออกทริปตั้งแคมป์กับเพื่อน ๆ เป็นไอเท็มที่หนุ่ม ๆ ควรมีติดตัวไว้
Lazareth บริษัทผลิตยานยนต์สัญชาติฝรั่งเศสเป็นแบรนด์ยนตรกรรมขึ้นชื่อเรื่องไอเดียสร้างรถโหด ๆ ที่ทำให้ผู้คนต้องตื่นตะลึงได้บ่อยครั้ง และครั้งนี้ทางทีมผู้ผลิตก็ผุดไอเดียใหม่อีกครั้ง ถือเป็นโปรเจกต์ใหญ่ที่จะทำมอเตอร์ไซค์คันโตให้ลอยอยู่กลางอากาศได้ Lazareth LMV 496 ผลงานสุดล้ำสมัยที่จะทำให้รถมอเตอร์ไซค์คันงามไม่ได้ขับเคลื่อนอยู่บนพื้นราบอีกต่อไป โดยชื่อของมอเตอร์ไซค์รุ่นนี้คือ LMV ย่อมาภาษาฝรั่งเศส La Moto Volante ที่มีความหมายว่ารถบินได้ โดยความพิเศษของรถคันดังกล่าวก็ตรงตามชื่อ เพราะเจ้าปีศาจคันนี้ถูกออกแบบมาให้บินได้จริง ๆ สำหรับใครที่คุ้นหน้าเหมือนว่าเคยเห็นที่ไหนมาก่อนก็ไม่ต้องตกใจไป เพราะ LMV 496 ถอดแบบมาจากรุ่น LM 847 ที่มีเครื่องยนต์ V8 จากแบรนด์ Maserati ความจุ 4,700 ซีซี พร้อมกับแรงม้าที่มากถึง 470 แรงม้า ทำให้ล้อเพียงแค่สองล้อไม่สามารถรับมือกับความเร็วได้ จึงทำให้ทางทีมวิศวกรเพิ่มล้อหลังให้กลายเป็น 2 ล้อ เพราะปกติแล้วด้วยความแรงขนาดนี้จะมีให้เห็นแค่ในรถยนต์ซูเปอร์คาร์เท่านั้น จึงทำให้ดีไซน์ของ LM 847 ใหญ่โตกว่ามอร์เตอร์ไซค์คันอื่น ๆ และมีน้ำหนักมากถึง 400 กิโลกรัม Lazareth LMV 496 เปรียบเหมือนมอเตอร์ไซค์ภาคต่อของ LM 847
ไม่ว่าจะเป็นหนัง Battle Royale จากญี่ปุ่น หนังฮอลลีวูดบล็อกบัสเตอร์ The Hunger Game การ์ตูนเรื่อง Btooom! หรือแม้กระทั่งเกมที่กำลังฮิตกันอยู่ในตอนนี้อย่าง PUBG และ Free Fire ล้วนมีกฎใหญ่ง่าย ๆ คือต้องทำทุกทางให้อยู่รอดได้นานที่สุด การดูภาพยนตร์และเล่นเกมสไตล์เอาชีวิตรอดแบบนี้บ่อยเข้า อาจทำให้เราเผลอจินตนาการว่าถ้าตัวเองต้องเขาสู่โหมด survival จริง ๆ เราจะอยู่รอดได้นานแค่ไหน ? เรื่องราวของ survival ที่ท้าทายเหล่าคนกล้าและกระตุ้นอะดรีนาลีนได้เป็นอย่างดี จึงทำให้เศรษฐีผู้ไม่ประสงค์ออกนามรายหนึ่งต้องการให้เกมเอาชีวิตรอดนี้เกิดขึ้นจริง โดยเขาวางแผนจะจัดการแข่งขันแบบเกม PUBG บนเกาะร้างแห่งหนึ่งพร้อมกับใช้คนจริง ๆ จำนวน 100 คน มาแข่งขันกันว่าใครจะเหลือรอดเป็นคนสุดท้าย แน่นอนว่าการวางแผนจัดการแข่งขัน survival ครั้งนี้ เราไม่ได้นั่งเทียนเขียนขึ้นมาเองแน่ ๆ แต่มีการบอกรายละเอียดบางส่วนเกี่ยวกับโปรเจกต์ดังกล่าวบนเว็บไซต์ Hush Hush เว็บฯ ขายของออนไลน์และจัดอีเวนต์ลงประกาศรับสมัครงานในตำแหน่งผู้ช่วยและครีเอทีฟให้กับเศรษฐีรายหนึ่ง งานที่จะต้องทำคือช่วยวางแผนจัดการแข่งขันแบบภาพยนตร์เรื่อง Battle Royale ผสมกับเกมแบบ PUBG ด้วยค่าจ้าง 45,000 ปอนด์


