Ford ฉลองครบ 50 ปีเพื่อระลึกถึงชัยชนะครั้งแรกของพวกเขาในการแข่งขัน 24 Hour Le Mans ปี 1968, 1969 เหนือคู่แข่งคนสำคัญอย่าง Ferrari เพื่อเป็นเกียรติให้แก่ทีมนักขับในเวลานั้นอย่าง Pedro Rodriguez, Lucien Bianchi, Jacky Ickx , Jackie Oliver ด้วยการเผยโฉม GT Heritage Edition 2019 Ford GT Heritage Edition 2019 มาในเครื่องแบบเอกลักษณ์ของแชมป์สีส้มฟ้าที่เรียกว่า the Gulf livery ผู้สนับสนุนคนสำคัญในตอนนั้น โดยคาดกันว่ารุ่นปี 2019 จะสวมเครื่องแบบหมายเลข 9 ที่คว้าแชมป์ในปี 1968 และรุ่นปี 2020 จะใช้เครื่องแบบของรถหมายเลข 6 ที่ป้องกันแชมป์เอาไว้ได้ในปี 1969 ในการแข่งขันความอึด 24 Hour LE Man ครั้งที่ 36
งานที่เคร่งเครียดในปัจจุบันทำให้หนุ่ม ๆ ต้องนั่งติดเก้าอี้ ตาจ้องจอคอมพิวเตอร์ตลอดทั้งวัน เมื่อเป็นแบบนี้อาการตาล้า ผลกระทบจากแสงสีฟ้าตามมาแน่นอน ปัญหานี้ก็ไม่ใช่ปัญหาที่จะแก้ไขได้ง่าย ๆ เสียด้วย เพราะลักษณะการทำงานยุคปัจจุบันเป็นแบบนี้ จะให้ลาออกก็คงไม่ใช่เรื่อง ดังนั้นคงจะดีถ้ามีมุมให้พักสายตาระหว่างวันบ้าง แต่ในออฟฟิศไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็ดูเคร่งเครียดไปหมด ไม่ผ่อนคลายเลย UNLOCKMEN วันนี้จึงมีสุดยอดสิ่งประดิษฐ์ที่เรียบง่ายแต่ดีงามมาฝาก EcoQube C Plus อธิบายง่าย ๆ มันคือลูกผสมระหว่างกระถางต้นไม้และตู้ปลาขนาดย่อม แต่เพิ่มความสะดวกสบายตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่ด้วยการที่ไม่ต้องรดน้ำ พืชที่คุณปลูกจะเติบโตจากพลังงานแสงอาทิตย์เทียมที่ส่องสว่างผ่านหลอดไฟที่ติดตั้งอยู่ด้านบน ซึ่งเจ้าหลอดไฟอัจฉริยะนี้ไม่ได้มีดีแค่ประโยชน์ แต่ยังสวยงามอีกด้วยเนื่องจากคุณสามารถเลือกสีสันของไฟได้ด้วยตัวของคุณเอง ถึงแม้ EcoQube C Plus จะใช้ระบบ All-In-One น้ำทั้งหมดไหลเวียนอยู่ในตัวเอง ไม่ต้องระบายน้ำทิ้ง ไม่ต้องเติมน้ำเพิ่ม แต่รับรองได้เลยว่าไม่มีปัญหาเรื่องความสะอาดแน่นอน เนื่องจากใช้ตัวกรอง ‘Aquaponics’ ผลงานการออกแบบจากบริษัทตัวกรองน้ำชั้นนำ ‘Aqua Design Innovations’ ซึ่งระบบนี้เป็นตัวกรองที่มีความซับซ้อนถึง 3 ชั้น ดังนั้นรับประกันได้ว่าน้ำที่คุณใส่ไปตั้งแต่วันแรกใสแจ๋วแม้จะผ่านกาลเวลาไปอย่างยาวนาน ด้านบนของ EcoQube C Plus เป็นเหมือนกระถางต้นไม้เล็ก ๆ 5 กระถาง ทำให้คุณสามารถเลือกปลูกพืชได้ตามใจชอบได้แตกต่างกันถึง 5 ชนิด เรียกว่านอกจากจะเป็นที่ผ่อนคลายพักสายตาแล้วยังช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ของเราได้อีกต่างหาก ใครที่กำลังหามุมเล็ก
ทุกวันนี้เรามักจะได้ยินคำว่า “เล่นใหญ่” กับทุกวงการที่เกี่ยวข้องกับไอเดีย เพราะคนมักคิดว่าการแสดงออกให้ใหญ่เข้าไว้จะสร้างความประทับใจได้ แต่สำหรับเรื่องของศิลปะมีไดนามิกมากกว่านั้น เพราะไม่จำกัดขนาด แนวคิด หรือกรอบกฎเกณฑ์ใดเลย เช่นเดียวกับผลงานศิลปะของ Tanaka Tatsuya ศิลปินชาวญี่ปุ่นที่อยู่ระหว่างจัดขึ้นที่ No. 8 Bridge Space of Art in Shanghai ภายใต้ชื่อนิทรรศการว่า “Miniature Life Exhibition” ซึ่งรวบรวมผลงานจำนวนกว่า 100 ชิ้น นำเสนอไลฟ์สไตล์ชีวิตประจำวันในมุมมองต่าง ๆ ด้วยการ “เล่นเล็ก” แต่ทำให้รู้สึกใหญ่ได้ จากการหยิบวัตถุชิ้นเล็กใกล้ตัว มาเล่าเรื่องใหม่อย่างน่าสนใจ เบื้องหลังการสร้างสรรค์ภาพเหล่านี้มาจากความคิด และความประณีตในการจัดวางก่อนจะได้ภาพสวย ๆ ทุกใบ นี่คือตัวอย่างของภาพผลงานเพียง 1 ส่วน 10 ของจำนวนผลงานทั้งหมดที่เรานำมาฝาก ที่เราเชื่อว่าน่าจะช่วยปลดล็อกไอเดียความคิดสร้างสรรค์ของคุณได้ไม่มากก็น้อย ใครชื่นชอบผลงานแนวมินิของเขา แต่ยังไม่จุใจอยากติดตามต่อ สามารถเข้าไปตามต่อได้ในนี้ SOURCE
ปกติโต๊ะทำงานของผู้ชายเราส่วนใหญ่มักจะเคลียร์ไว้ให้โล่งเสมอ หัวจะได้แล่นขณะทำงาน แต่ถ้ามีสิ่งแปลกปลอมนอกเหนือจากอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการทำงานแล้ว ส่วนใหญ่มักเป็นอุปกรณ์เพื่อความบันเทิงอย่างฟิกเกอร์ตัวโปรด หรือ หนังสือที่ชอบไว้เปิดพักเบรกสายตาเท่านั้น เพื่อเพิ่มรสชาติการทำงาน ทุกวันนี้จึงมีคนประดิษฐ์อุปกรณ์ต่าง ๆ ขึ้นมาสนอง need ของอารมณ์หนุ่มออฟฟิศระหว่างที่นั่งทำงานหน้าจอมากขึ้น ทั้งปุ่ม Enter ขนาดยักษ์ไปทุบแก้หัวร้อน คีย์บอร์ดวินเทจเพิ่มความโก้ ฯลฯ ล่าสุดมีของเล่น tech ชิ้นใหม่สุดยียวนชวนให้ควักกระเป๋าอย่างแฟลชไดร์ฟที่มีชื่อว่า Humpy Dog หรือจะให้แปลเป็นไทยคงเรียกได้ว่า “ไดร์ฟหมาจอมดึ๊บ” ที่พอเสียบเข้าพอร์ต USB แล้ว ระหว่างรออัพโหลดข้อมูลเข้าแฟลชไดร์ฟ เจ้า dog จะกระทำท่า doggie รัว ๆ แบบไม่มีเหนื่อยให้เราได้พักสายตา ว่าด้วยเรื่องคุณภาพ Humpy Dog ผลิตออกมาหลายเวอร์ชั่น บางเวอร์ชั่นใช้เป็น USB cover ขณะที่บางเวอร์ชั่นสามารถใช้เป็นไดร์ฟบันทึกข้อมูล ดังนั้น เวลาซื้อก็ต้องอ่านให้รอบคอบก่อน แต่เราขอรีวิวไว้ตรงนี้ว่าสำหรับตัวที่เป็นแฟลชไดร์ฟยังไม่ใช่ตัวท็อปด้านการใช้งานเพราะมีความจุน้อยแค่ 8 GB เท่านั้น ถ้าเทียบกับแฟลชไดร์ฟใหม่ ๆ ในยุคนี้ก็ถือว่าห่างกันหลายขุม ถ้าซื้อคิดว่าเน้นประโยชน์เรื่องความบันเทิงมากกว่า ใครที่คิดว่าอยากแบ่งปันโมเมนต์กวนขำ ๆ
ชาติพันธุ์ที่ทำให้คนเรามีรูปลักษณ์ภายนอกที่แตกต่างกันไปตามเชื้อชาติของแต่ละคน ความแตกต่างภายนอกไม่ได้เป็นสิ่งเดียวที่ทำให้มนุษย์เราแตกต่างกัน สิ่งที่อยู่ข้างในอย่างนิสัยก็เป็นอีกสิ่งที่ทำให้คนเราแตกต่างกัน ทั้งการแสดงออก การปฏิบัติกับคนอื่น นิสัยที่เหมือนกันทำให้คนถูกคอกันก็มี นิสัยที่แตกต่างกันทำให้คนเราแตกคอกันก็มี แต่ใครจะไปรู้ว่าบนโลกใบนี้ที่มีคนมากมาย นิสัยที่คนมีเหมือนกันเยอะที่สุดคือ “ตลก” มาดูกันว่าเรื่องนี้มันเป็นไงมาไง เราอาจจะคุ้นเคยกับแบบทดสอบเกี่ยวกับนิสัยส่วนตัวว่าเราเป็นคนแบบไหนกันนะ เอาจริง ๆ ทั้งที่เราควรจะรู้อยู่แล้วว่าเราเป็นคนแบบไหน แต่การทำแบบทดสอบแบบนี้ มันจะเป็นมุมมองที่มองจากพฤติกรรมของเราเองจริง ๆ ไม่ใช่แค่มุมจากตัวเองที่มองว่าตัวเองเป็นแบบไหน เพราะให้เรามองตัวเองมันอาจจะไม่เป็นแบบนั้นจริง ๆ ก็ได้ แบบทดสอบที่ว่านั่นก็คือ The Myers-Briggs Type Indicator (MBTI) ที่ให้แบ่งกลุ่มพฤติกรรมมนุษย์เป็นกลุ่มอักษรทั้งหมด 4 กลุ่มโดยแบ่งเป็น Introverted (I) หรือ Extroverted (E), Intuitive (N) หรือ Sensing (S), Thinking (T) หรือ Feeling (F), Perceiving (P) หรือ Judging (J) ก็คือเราจะทำแบบทดสอบ ตอบคำถามตามพฤติกรรมของตัวเองจริง ๆ ว่าในกลุ่มนี้เราเป็นตัวอักษรไหน
ใคร ๆ ก็อยากทำทุกสิ่งออกมาสมบูรณ์แบบกันทั้งนั้น แต่เมื่อความจริงเราไม่อาจทำทุกอย่างได้ดั่งใจเรา ความผิดพลาดมันติดตัวมนุษย์เราตั้งแต่หลุดออกมาสูดอากาศเฮือกแรกบนโลกใบนี้แล้ว แม้เราจะเป็นคนเพอร์เฟ็กต์ ก็ใช่ว่าทุกอย่างมันจะเพอร์เฟ็กต์ไปตามที่เราต้องการให้มันเป็น แม้คำว่าเพอร์เฟ็กต์ดูเป็นสิ่งสวยงามที่ใคร ๆ ต่างก็ฝันถึง UNLOCKMEN จะพาทุกคนมาดูอีกด้านของความเป็นหนุ่มเพอร์เฟ็กต์ ที่อาจไม่ได้สวยงามอย่างที่เราคิดไว้ ดูเป็นคนเรื่องเยอะ ในตอนที่ปัญหามันเกิดขึ้น ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะโฟกัสกับการหาทางออกให้ได้ไวที่สุด หรือง่ายที่สุด แต่หนุ่ม Perfectionism อาจกังวลกับเรื่องจุดบกพร่องมากเกินไป ว่าสาเหตุมันมาจากอะไร ใครเป็นต้นเหตุให้เกิดเรื่องผิดพลาดนี้ จนทำให้คนรอบข้างเกิดอาการเอือมระอาในความละเอียดผิดที่ผิดเวลา เราเข้าใจว่ามันเป็นนิสัยที่มันจะคันยิบ ๆ ในใจถ้าเกิดอะไรที่มันผิดพลาดไม่เป็นไปตามแผน แต่การไปจู้จี้จุกจิกกับคนอื่นแบบไม่ถูกที่ถูกเวลา มันอาจสร้างความน่ารำคาญมากกว่าการแสดงถึงความใส่ใจก็ได้ เพราะโลกนี้ไม่มีอะไร Perfect อย่างที่เรารู้นั่นแหละว่าโลกนี้ไม่มีอะไรเพอร์เฟ็กต์ แม้แต่คนที่เรียกตัวเองว่า Perfectionism ก็ไม่เพอร์เฟ็กต์ 100% เหมือนกัน แม้คนเราจะพยายามแสดงออกถึงชีวิตอันสมบูรณ์แบบให้คนอื่นได้เข้าใจแบบนั้นก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นในชีวิตประจำวัน หรือใน Social Media แต่มันไม่อาจลบความจริงที่โลกใบนี้มาตรฐานของความเพอร์เฟ็กต์แต่ละคนนั้นไม่เท่ากัน พอเอาบรรทัดฐานของอีกคนมาวางกับอีกคนมันยิ่งวุ่นวายไปหมด ยิ่งพยายาม “Perfect” ยิ่งท้อ ความเพอร์เฟ็กต์ในทุกกระเบียดนิ้ว มันทำให้เราเครียดเกินไปหรือเปล่า ? ในเมื่อรู้อยู่แล้วว่าความเพอร์เฟ็กต์ไม่ใช่อะไรที่ได้มาง่าย ๆ แล้วการพยายามจะเพอร์เฟ็กต์อยู่ตลอดเวลาเนี่ย มองมุมนึงมันก็คือความท้าทาย แต่พอมันยากขึ้นเรื่อยแล้วเราไม่อาจทำมันสำเร็จได้ทุกอย่าง มันอาจทำให้เราท้อกับความพยายามแต่ไม่สำเร็จของเรา
“เมื่อชีวิตมันดูเหมือนจะมีแต่เรื่องยุ่ง การจะเข้ายิมแต่ละทีมันช่างดูยาก สมัครสมาชิกรายปีไว้ก็แทบไม่ค่อยได้ใช้ กว่าจะเลิกงานก็ไร้พลังงานแล้ว ขอรีแลกซ์ก่อนนอนดีกว่า พรุ่งนี้ค่อยฟิตก็ได้” เชื่อว่าชีวิตของหนุ่ม ๆ หลายคนเป็นแบบนี้ ที่จริงก็ไม่ได้ตั้งใจจะขี้เกียจหรอก แต่ไลฟ์สไตล์มันเป็นแบบนี้ไปแล้ว ทำงานหนัก กิจกรรมอื่น ๆ เยอะ ขนาดไม่ได้ออกกำลังกายยังเหนื่อยขนาดนี้ ขอกลับไปพักผ่อนให้สบายดีกว่า (ฟังขึ้นเหมือนกันนะ) แต่พอเวลามันล่วงเลยก็พบว่าร่างกายเรามันโรยรา โหยหาพลังที่จะเอามาใช้ชีวิต แบบนี้ต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อความฟิตแล้ว เอาเข้าจริงโปรแกรม workout ที่ใช้เวลาน้อย ๆ แถมไม่ต้องใช้อุปกรณ์อะไรยกเว้นร่างกายของเรานั้นมีให้เราเสิร์ชหาดูมากมาย ซึ่งมันตอบโจทย์คนที่ไม่ค่อยมีเวลาไปยิมได้ดี แต่ที่เราจะนำมาแชร์กันในตอนนี้เป็นโปรแกรม workout แบบใช้ตัวเราเข้าแลกความฟิตล้วน ๆ ภายในเวลาประมาณ 20 นาที ทำได้ทุกที่ทุกวัน ที่สำคัญเป็นโปรแกรมที่ Luke Zocchi ผู้ทำหน้าที่เทรนเนอร์ส่วนตัวของ Chris Hemsworth ดาราฮอลลีวูดมาดเท่เจ้าของบทบาทซูเปอร์ฮีโร่อย่าง Thor แนะนำมา ซึ่ง Luke บอกไว้ว่า “โปรแกรมนี้คุณจะได้ออกกำลังกายทุกส่วนตั้งแต่ช่วงขาถึงช่วงแกนลำตัว รวมถึงแขนและไหล่ด้วย ถ้าคุณเป็นคนไม่มีเวลา นี่คือโปรแกรมที่เพอร์เฟคต์สำหรับเล่นก่อนหรือหลังเลิกงานก็ได้ บอกลายิมไปได้เลย!” ใช้เวลาเท่าไหร่ ? โปรแกรมนี้ใช้เวลาฝึกทั้งหมดแค่ 20 นาที แต่ละท่าใช้เวลาประมาณ 1 นาทีในการเล่น
“ดนตรี” คือหนึ่งในศิลปะแขนงหนึ่งที่เราเสพด้วยหู ก่อให้เกิดทั้งความสุนทรี ความรู้สึกนึกคิด สามารถเปลี่ยนแปลงอารมณ์เราได้ในชั่วขณะ และก้องในหัวเราแม้อยู่ในความเงียบงัน มันคือสื่อที่สร้างสรรค์ขึ้นมาด้วยไอเดีย ทักษะ เทคโนโลยี และภาษาที่สื่อความหมายที่ร้อยเรียงกับการเรียบเรียงดนตรีอย่างลงตัว ที่สำคัญการสร้างงานเพลงคุณภาพนั้นต้องใช้บุคลากรที่เชี่ยวชาญทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ในอุตสาหกรรมดนตรีนั้น นอกจากตัวศิลปินผู้อยู่เบื้องหน้า ยังมีตำแหน่งหนึ่งซึ่งสำคัญมาก ๆ และมีบทบาทที่หลากหลาย ทั้งควบคุมทุกขั้นตอนการผลิต ไม่ว่าจะเป็นการทำงานเพลง ควบคุมการบันทึกเสียง ไกด์แนวทางให้กับศิลปิน วางแผนและจัดการการผลิตทุกอย่าง ทั้งค่าใช้จ่ายและทรัพยากร จนถึงการ mix down และ mastering ต่อไป หรือแม้กระทั่งทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาปัญหาชีวิตกันเลยทีเดียว ทีมงาน UNLOCKMEN ได้มีโอกาสพูดคุยกับโปรดิวเซอร์มือดี นักดนตรีและศิลปินวงดัง อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยที่มีชั่วโมงบินในอุตสาหกรรมดนตรีทั้งในและนอกกระแสมามากมาย “บอล-อพาร์ตเมนต์คุณป้า” กันต์ รุจิณรงค์ ที่จะมาบอกเล่าเรื่องราวของการทำหน้าที่ผู้ควบคุมการผลิตงานเพลงจากประสบการณ์ส่วนตัว หลายคนรู้จักเขาในฐานะมือกีตาร์ของหนึ่งในวงที่มีเอกลักษณ์ที่สุดในไทยอย่าง อพาร์ตเมนต์คุณป้า แต่ที่จริงแล้วเขายังเป็นโปรดิวเซอร์แถวหน้าคนหนึ่งในบ้านเราอีกด้วย ได้ร่วมงานกับศิลปินเจ๋ง ๆ ทั้ง อะตอม-ชนกันต์, บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์, หมู-Muzu, ป๊อป-ปองกูล นอกจากนี้ก็ยังอยู่ในระหว่างทำงานกับวง Playground และ โอ๊ต-ปราโมทย์ อีกด้วย Ball’s Identity โอ๊ต-ปราโมทย์
ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับเดือนสิงหาคมอันแสนเดือดของตลาด Sneakers หลังจากค่ายยักษ์ใหญ่ต่างเรียงหน้ากันปล่อยรองเท้าคู่เด็ดของตัวเองออกมาให้เราเฝ้ามองเพื่อจับจองอย่างไม่ขาดสาย ซึ่งหลายคนคงได้เป้าหมายที่ถูกใจไปแล้วบ้างไม่มากก็น้อย แต่สำหรับคนที่ยังไม่ได้ยังไม่โดน วันนี้ UNLOCKMEN ได้คัดสรรรองเท้าที่น่าสนใจ ซึ่งจะออกวางขายในเดือนกันยายนนี้มาไว้ให้แล้ว ไปดูกันว่ามีคู่ไหนทำให้เราอยากจะเสียเงินกันบ้าง NEW BALANCE x END (Dusk Pack) งาน Collab ล่าสุดจาก New Balance และ END ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการมองไปที่เส้นขอบฟ้าในตอนพลบค่ำ ความคิดนี้ถูกถ่ายทอดลงในโมเดล X90 โดยมีการผลิตออกมาทั้งหมด 2 สีด้วยกัน คือ White และ Black ในส่วนของ Midsole ใช้สีเนวี่กับม่วงตัดสลับ มาพร้อมเทคโนโลยี REVlite จุดขายของ NB ในส่วนของ Uppers ขึ้นรูปเป็นผ้า Mesh ซึ่งดูมีสีสันทีเดียวสำหรับ X90 Day Release : 1 กันยายน Price : 135$ PUMA
สำหรับหนุ่มคนไหนรักการตกแต่งพื้นที่ของตัวเองให้เป็นไปตามความชอบ คุมโทน คุมเรื่องราว ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน หรือแม้แต่สตอรี่ของของตกแต่งชิ้นนั้น ๆ ก็สามารถมาเป็นสิ่งตกแต่งได้เช่นกัน เชื่อเถอะว่าหนุ่มประเภทนี้มักจะสอดส่ายสายตาไปที่ดีเทลของสิ่งต่าง ๆ อยู่เสมอ เพื่อปรับเปลี่ยนสิ่งที่มีอยู่บ้าง และมองหาสิ่งที่จะมาเพิ่มเติมบ้าง UNLOCKMEN อยากชวนหนุ่มที่ชื่นชอบ Interior Design มาดู Documentary ที่เราแนะนำซึ่งเกือบทั้งหมดสามารถหาดูได้ใน Netflix เผื่อว่าใครจะได้ไอเดียเจ๋ง ๆ ไปไว้ใช้กับพื้นที่ของตัวเองกันบ้าง Amazing Interior บ้านหน้าตาธรรมดา ๆ หากมองจากภายนอก แต่พอได้ก้าวเข้าไปแล้วเราจะพบว่า Interior Design คือหัวใจสำคัญของบ้านหลังนั้น ๆ เพราะมันเปลี่ยนภายนอกที่น่าเบื่อ ธรรมดา เหมือน ๆ กันไปหมด ให้แตกต่างกันได้ตามความชอบของเราเอง ซึ่งเรื่องนี้จะพาเราไปดูบ้านเหล่านั้นที่ Interior Design ตอบโจทย์ความชอบส่วนตัวของเจ้าของแบบสุดขั้ว ไม่ใช่แค่การตกแต่งเล็กน้อย แขวนรูป ทาสี อะไรแบบนั้นแล้ว แต่ Beyond ไปถึงการทำพื้นที่นั้นให้กลายเป็นโลกส่วนตัวของเจ้าของจริง ๆ Stay Here ดีไซน์เนอร์และผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์จะพาเราไปดูพื้นที่เจ๋ง ๆ ที่เจ้าของเลือกจะเปลี่ยนมันให้เป็นที่พักแบบไม่เหมือนกันด้วย Interior Design


