กระแส Cyberpunk ที่กลับมาแรงแซงโค้งในวงการหนังอีกครั้งช่วงนี้ ชัดเจนสุด ๆ ก็ต้อง Blade Runner 2049 ที่แฟน ๆ แนว Sci-FI ต่างประทับใจและยกให้เป็นหนังขึ้นหิ้งในดวงใจกันเป็นแถบ (แม้หนังจะไม่ทำเงินก็ตาม) ทำให้เราได้กลับมาเห็นความ Sci-Fi ในแวดวงบันเทิงอีกครั้ง เมือง Dystopia ยานพาหนะหน้าตาสุดล้ำ โฮโลแกรม และไฟนีออนสีสันแสบตา จะกลับมาเล่าเรื่องราวสุดล้ำเกินจินตนาการ ให้หนุ่ม ๆ อย่างเราได้เติมเต็มความบันเทิงแบบอิงวิทยาศาสตร์กันอีกครั้ง UNLOCKMEN ชวนมาดูซีรีส์ Sci-Fi 5 เรื่องล้ำ ๆ ดูกันเพลิน ๆ สำหรับคนเวลาน้อยที่อยากจะเก็บสักวันละตอนสองตอน แต่อย่าเพลินจนลืมเวลานอนละหนุ่ม ๆ Altered Carbon พระเอกสุดเท่ของเรา เป็นยอดนักฆ่ามือฉกาจ ที่ถูกเศรษฐีปลุกขึ้นมาเพื่อให้สืบคดีฆาตกรรมคดีหนึ่ง ซึ่งก็คือของเขาเอง Action-Thriller ดูเพลิน ๆ มันส์ ๆ กับพล็อตเรื่องสุดล้ำ เรื่องราวของโลกอีกหลายร้อยปีข้างหน้า ที่เราจะเก็บความทรงจำ ความคิด Consciousness ของเรา เอาไว้ใน Platform แบบดิจิทัล
สิ่งที่ผู้ชายส่วนใหญ่คาดหวังกับชีวิตการงานคือการเจองานที่ชอบ เอ็นจอยกับงานที่ใช่ และได้รับการยอมรับในสังคมการทำงาน ทว่าการทำงานเก่งเพียงอย่างเดียวอาจไม่ไช่คำตอบของการถูกยอมรับก็ได้ มีบางคนเหมือนกันที่ทุ่มเทกับการทำงานอย่างหนักทุกวัน แต่ก็ยังถูกเพื่อนร่วมงานเบือนหน้าหนี แถมโดนผู้บริหารเพ่งเล็ง แบบนี้มันเป็นเพราะอะไร ? ถ้าเราทำงานอยู่ในบริษัทหรือองค์กรต่าง ๆ ที่ต้องร่วมงานกับผู้อื่น มันย่อมมีกฏกติการ่วมกัน มีความเป็นสังคม และมันเป็นสิ่งที่ทำให้เรากลายเป็นวิญญาณไร้ความหมาย ไร้คนเคารพได้หากชอบแตกแถว หรือวางตัวไม่เหมาะสม พอเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นเราก็จะรู้สึกขาดความสุขในการทำงาน แม้ว่าลักษณะงานและรายได้จะดีก็ตาม ชีวิตที่ออฟฟิศก็จะหมดสนุก ถ้าปล่อยไว้แบบนี้รับรองว่าเซ็งแย่ ไม่ก็ท้อแท้จนแค่ทำงานไปวัน ๆ ความมันส์ก็จะค่อย ๆ ลดลงไปจนเหลือศูนย์ แต่เราจะไม่ปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้นแน่นอน UNLOCKMEN มีวิธีเหมาะ ๆ ที่จะช่วยให้คุณได้รับการยอมรับรอบด้านในที่ทำงานมาฝากกัน อย่าไปจริงจังมากเกิน ผู้ชายอย่างเรามักจะหมกมุ่นกับเรื่องงาน ราวกับว่างานตรงหน้าคือคู่เดท จนบางครั้งก็เหนื่อยมากเกินไป ถ้ารู้สึกรักงานขนาดนั้นก็อยากให้ลองเปรียบเทียบเรื่องงานกับเรื่องความรักไปเลย คุณต้องแสดงความชัดเจน นายจ้างของคุณก็ต้องเห็นความทุ่มเทของคุณเช่นกัน แต่ไม่ใช่ว่าโหมหนักมากเกินถึงค่ำมืดดึกดื่นไม่เว้นวันหยุด แบบนี้อาจเป็นความรักที่ไม่ค่อยรักตัวเองเท่าไหร่ บนโลกที่โหดร้ายแบบนี้โชคคงไม่ได้เข้าข้างเราเสมอไป ถ้าเราทุ่มเทกับอะไรมากเกินไปแบบไม่เตรียมใจ เกิดพลาดพลั้งขึ้นมาด้วยความซวย ก็ไม่รู้จะช่วยใจของตัวเองอย่างไรเหมือนกัน เพราะฉะนั้นลดความจริงจังเรื่องงานลงมาบ้าง ย้ำว่าลด “ความจริงจัง” ไม่ใช่ลด “ความตั้งใจ” บางคนอาจจะคิดว่าการทุ่มเทแบบไม่ลืมหูลืมตาจะเป็นเกราะป้องกันไม่ให้เขาตกงาน แบบนี้เป็นการสร้างความกดดันให้กับตัวเอง และถมความเหนื่อยเข้าไปอีก ทางที่ดีควรทำงานให้เต็มที่แบบไม่เกินตัว และหาแผนสำรองให้กับชีวิตบ้าง
ชาว UNLOCKMEN ที่เดินทางด้วยรถส่วนตัวเป็นประจำคงรู้กันดีว่าเวลาเดินทางเราต้องเติมน้ำมันหรือแก๊สให้พร้อมก่อนเดินทางเสมอเพื่อความชัวร์ และการเติมครบโปรตามปั๊มก็ทำให้เราได้ของแถมอย่าง “น้ำเปล่าบรรจุขวดพลาสติก” กันอยู่เป็นประจำ บ่อยครั้งพวกเราก็โยนมันไว้ที่เบาะด้านหลังรถอย่างไม่ใส่ใจ ถือเอาฤกษ์สะดวก อยากกินเมื่อไรก็ค่อยหยิบมาเปิดคลายกระหาย สำหรับหนุ่ม ๆ คนไหนที่เคยทำแบบนั้นลองสังเกตดูที่เบาะนั่งที่วางน้ำไว้ให้ดี เพราะบางทีคุณอาจจะได้เจอจุดไหม้บนเบาะสักจุดสองจุดเล็ก ๆ ก็ได้ และถ้ามันเกิดขึ้นแล้วอย่างทำเพิกเฉยต่อสิ่งที่เห็น เนื่องจากร่องรอยนี้เป็นสัญญาณอันตรายที่บอกว่า อนาคตมันอาจไม่หยุดแค่นี้ แต่ขยายเป็นการจุดไฟให้ลุกท่วมรถคันงามของพวกเรา เรื่องนี้เกิดจากหนุ่มเจ้าหน้าที่ซ่อมบำรุงแบตเตอรี่ที่บังเอิญเห็นควันลอยขึ้นมาใกล้ ๆ คอนโซลรถบรรทุกของตัวเองแล้วพบว่ามีต้นตอมาจาขวดน้ำพลาสติกที่อยู่ในรถ เหตุการณ์ภัยจากขวดน้ำพลาสติกไม่ได้มีเพียงหนุ่มคนที่เท่านั้นที่เคยพบ แต่ยังมีคลิปแจ้งเตือนกันแบบจริงจังจากหนุ่มนักดับเพลิงที่สาธิตให้เห็นอีกด้วย หลักการการเผาไหม้นี้เป็นแบบเดียวกับการทดลองใช้แว่นขยายจุดไฟในคาบเรียนวิทยาศาสตร์ แสงอาทิตย์จะรวมตัวกันผ่านขวดน้ำที่ทำหน้าที่ไม่ต่างจากเลนส์ ชี้ตรงไปที่จุดโฟกัสแล้วจุดติดจากควันสู่ประกายไฟลุกท่วมรถได้ทั้งคัน แม้อัตราอัคคีภัยจากการทิ้งขวดน้ำพลาสติกไว้ในรถจะไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นให้เห็นบ่อย ๆ แต่พวกเราคงไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้กับรถคันโปรดของเราแน่ ๆ เพราะอุบัติเหตุจากความประมาทไร้คู่กรณีแบบนี้คงไม่มีใครรับเคลมประกันอย่างแน่นอน หนุ่ม ๆ อย่าลืมนะ ถึงที่หมายอย่าทิ้ง “ขวดน้ำ” ไว้บนรถ หรือถ้าจำเป็นจริง ๆ ก็ย้ายไปใส่ไว้หลังรถแทนในที่ที่แสงส่องไม่ถึง ไปไหนจะได้ไม่ต้องพะวงและเสียใจภายหลัง SOURCE
ถ้าเราอยากรู้หรืออยากได้อะไร เด็กยุค 90 อย่างเราอาจจะเรียกหาพ่อแม่หรือครูไว้ก่อน แต่เดี๋ยวนี้เมื่อโลกเข้าสู่ยุคดิจิทัล Keyword ในการหาความช่วยเหลือกลับกลายเป็นคำว่า “Google” แทนเสียแล้ว แทบทุก Browser ของหนุ่มอย่างเราต้องวนเวียนกับ Google ไม่ตำ่กว่า 10 ครั้งต่อวันอย่างแน่นอน เหตุผลที่ทำให้ Google ครองใจคนทั่วโลกไม่เพียงแค่จุดขายของความเป็น Search Engine เท่านั้น แต่พี่เขายังขยายโปรดักส์พัฒนาด้านอื่นให้ครอบคลุมทั่วถึงชนิดเป็นทุกอย่างให้ผู้ชายอย่างเราแล้ว ทั้งด้านการทำงานอย่างการมี Google Drive ทำหน้าที่เป็นคลังอัปโหลดข้อมูลออนไลน์ หรือ Google assistant เลขาส่วนตัวที่สามารถสั่งการได้ด้วยเสียง ล่าสุดยังทำในสิ่งที่ตอบโจทย์การใช้งานอย่างเราคือแปลงกายเป็นไม้บรรทัดโดยพัฒนาต่อยอดมาจากโปรเจ็กต์ Tango มาอยู่ในแอปฯ ใหม่ที่เรียกว่า ARCore เราจะไม่ได้ต้องคอยพะวงมองหาตามโต๊ะอีกต่อไป ARCore เป็นแอปพลิเคชันที่เราสามารถใช้กล้องในการวัดขนาดของสิ่งต่าง ๆ ผ่านแอปฯ ได้ โดยปักตำแหน่งที่เราต้องการวัดจากจุดเริ่มต้นถึงจุดปลาย รวมทั้งยังสามารถยืดภาพที่ต้องการออกมาเป็นรูปแบบสามมิติได้ โดยจอจะแปลงตัวเลขตามจริงเพื่อให้เห็นว่าเมื่อขยายพื้นที่แล้ว ความกว้าง ความยาว และความสูงจะเป็นอย่างไร https://www.youtube.com/watch?v=OX-LkVWKSTg ใครที่อยากรู้ว่าใช้งานอย่างไรลองดูตัวอย่างจากในคลิปวิดีโอได้ หากสงสัยว่าสายวัดล่องหนนี้มีจะประโยชน์กับผู้ชายอย่างเราอย่างไร คงต้องบอกได้เลยว่าสะดวกเรื่องการพกพาโดยต้องพกอุปกรณ์หลายชิ้น ช่วยเราทำหน้าที่บันทึกขนาดเพื่อจดบันทึก และยังประยุกต์เป็นเครื่องมือใช้ในการศึกษาได้ด้วย (อย่างน้อยก็วิชาคณิตศาสตร์) ที่สำคัญยังมีทีเด็ดอยู่ที่การดึงภาพ 2 มิติออกมาเป็นรูป 3 มิติ
หนึ่งในเรื่องสำคัญที่ถูกยกมาเป็นประเด็นพูดถึงกันอยู่บ่อย ๆ สำหรับฟุตบอลโลก 2018 ครั้งนี้คือการนำเทคโนโลยี VAR และ Goal-Line Technology มาใช้ในศึกฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรก ถือว่าเป็นการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แห่งวงการฟุตบอล เพราะที่ผ่านมามีการถกเถียงเรื่องนี้กันมาตลอด ฝ่ายที่ต่อต้านให้เหตุผลว่ามันจะสูญเสียเสน่ห์ของฟุตบอลและเสียเวลาทำให้การแข่งขันไม่ต่อเนื่อง แต่เมื่อมีการนำมาใช้จริง ๆ ทุกคนคงจะเห็นผลลัพธ์กันแล้วว่ามันทำให้เกมมีความยุติธรรมมากขึ้น ผู้เล่นลดความรุนแรงในการเล่นลง และก็ไม่ได้เสียเวลามากมายอย่างที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งในฟุตบอลโลก 2018 นี้แม้จะเพิ่งเริ่มต้นมาไม่กี่นัดแต่ก็มีช็อตน่ากังขามากมายซึ่งถ้าไม่มี VAR และ Goal-Line Technology มาช่วยตัดสินแล้วล่ะก็คงเป็นประเด็นถกเถียงดราม่ากันไปทั่วทั้งโลกแน่ ต้องขอบคุณเทคโนโลยีทั้งสองที่ทำให้เกมฟุตบอลยุติธรรมและขาวสะอาดขึ้น ยิ่ง VAR และ Goal-Line Technology มีบทบาทในเกมการแข่งขันมากเท่าไร คนดูอย่างเราก็อดคิดไม่ได้ว่าถ้าย้อนเวลากลับไปตั้งแต่ฟุตบอลโลกครั้งแรกเมื่อปี 1930 ประวัติศาสตร์ของฟุตบอลโลกจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางไหนกันนะ? ทีมชาติอังกฤษอาจจะไปได้ไกลกว่าเดิมในฟุตบอลโลก 2010 ย้อนไปเมื่อ 8 ปีก่อน ฟุตบอลโลก 2010 รอบ 16 ทีมสุดท้าย ในเกมระหว่างทีมชาติเยอรมันและทีมชาติอังกฤษ ซึ่งเกมนี้ทีมอินทรีเหล็กออกนำไปก่อน 2-0 จากลูกยิงของ Miroslav Klose และ Lukas Podolski ก่อนที่อังกฤษจะตีตื้นขึ้นมาจากลูกโหม่งของ Matthew Upson การแข่งขันดำเนินมาถึงนาทีที่ 37 และแล้วจังหวะปัญหาก็เกิดขึ้น
ใช้ชีวิตตอนกลางวันมันก็ไม่เป็นอะไร ยังรู้สึกใช้ชีวิตได้แบบปกติ แต่พอพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าเมื่อไหร่ อาการแพ้กลางคืนคืบคลานเข้ามาหาทุกที ในคืนที่เหงา ๆ หันไปไม่เจอใครแบบนี้ อะไรจะดีไปกว่ามีเพลงที่เข้ากับบรรยากาศมาอยู่เป็นเพื่อน UNLOCKMEN ชวนมาฟัง 20 เพลงในคืนเหงาที่จะไม่ปล่อยให้เราเหงาเพียงคนเดียวอีกต่อไป แม้จะเหงามากเท่าไหร่ ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องรีบไขว่คว้าใคร เอาไว้เราพร้อมที่จะมีใครสักคนจริง ๆ จะดีกว่าเลือกใครเข้ามาในชีวิตเพื่อคลายเหงา ให้เพลงอยู่เป็นเพื่อนเราดีกว่า เพราะอีกไม่นานก็จะเช้าแล้ว idealism – Wanna know มาเริ่มต้นกันด้วย Lo-Fi ลอย ๆ ที่ชวนให้เรารู้สึก Relax ไปกับเพลงนี้ ที่มีเนื้อเพลงมาจาก Do I Wanna Know – Arctic Monkeys ที่เราคุ้นเคยกันนั่นเอง ซึ่งความพิเศษของเพลงนี้คือ Ambient เสียงจากธรรมชาติ ที่ยิ่งทำให้เพลงนี้ชวนให้ Relax เข้าไปใหญ่ Bon Iver – Watch อีกผลงานดี ๆ จาก Bon Iver ที่จะอัลบั้มไหน ๆ ก็ยังแฝงความเหงาเอาไว้ในน้ำเสียงแทบทุกเพลง โดยเฉพาะเพลงนี้ที่ยิ่งทวีความเหงาให้เราได้ด้วย
เจอหน้าที่ไรก็ไม่อยากจะมอง เบื่อหน้าจนไม่รู้จะหันหนีไปทางไหนดี มีคนเกลียดขี้หน้าอยู่ใกล้ตัวแบบนี้ มีแต่ชวนให้อารมณ์ขึ้นทุกคร้ังที่นึกถึง หงุดหงิดไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา UNLOCKMEN ขอแนะนำทางออกดี ๆ เอาไว้ดีลกับคนที่ไม่ชอบขี้หน้า ทางออกแบบ Positive ไม่ชวนให้เสียอารมณ์ ไม่บั่นทอนสุขภาพจิต อย่าปล่อยให้ความเกลียดชังบั่นทอนคุณมากเกินไป เพราะมันอาจะเป็น Mind Game จากอีกฝั่งก็ได้ ที่ปั่นหัวให้คุณโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ มาลอยตัวอยู่เหนือปัญหาไปด้วยกันดีกว่า ฝึกการควบคุมความเกรี้ยวกราด ใครมันกระตุ้นต่อมเกรี้ยวกราดของเราได้ดีเท่าคนที่เราเกลียดขี้หน้าล่ะ นั่นหมายความว่า เรารู้ลิมิตความเกรี้ยวกราดของตัวเองได้จากศัตรูเนี่ยแหละ ว่าถ้าตัวเราเองเปิดโหมดฉุนเฉียวเมื่อไหร่ เราจะกลายร่างเป็นปีศาจร้ายได้ถึงเลเวลไหน หรืออาจจะเป็นแค่ความฉุนเฉียวเพียงเล็กน้อยก็ได้ มันขึ้นอยู่กับเรานี่แหละที่จะควบคุมมันได้มากแค่ไหน พอมันเป็นอย่างงั้นแล้ว ตรงนี้มันก็กลายเป็นจุดอ่อนของเราอยู่เหมือนกัน เพราะถ้าศัตรูรู้ว่าทำให้เราเดือดได้ อาจจะยิ่งสุมไฟให้เราเป็นบ้า เพื่อให้เราเสียศูนย์ในการคุมอารมณ์ไปเลย ลองเปลี่ยนจากความฉุนเฉียวเมื่อเจอหน้า ให้เป็นบททดสอบการควบคุมอารมณ์ของเรา ยังไม่ได้ต้องลดลงปุบปับก็ได้ แค่ให้เราไม่บ้าจี้ไปตามเกมที่ฝั่งนู้นปั่นหัวเราก็พอ กระตุ้นให้เราอยากก้าวผ่านคำดูถูก คนเกลียดขี้หน้ากัน คงไม่ได้มีคำชมออกจากปากถึงกันอยู่บ่อย ๆ หรอก การได้ยิน Hate Speech จากคนที่ไม่ถูกกัน มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แม้จะชวนหงุดหงิดไปบ้าง ก็อย่าเก็บเอามาคิดในแง่ลบให้มันบั่นทอนตัวเอง ลองเปลี่ยนเป็นพลังเอาไว้ลบคำสบประมาทดูสิ หากเราโดนสบประสาทเรื่องความสามารถ หรือปมด้อยใด ๆ เป็นโอกาสดีด้วยซ้ำที่เราจะได้เห็นจุดบอดของตัวเอง แล้วเอามันมาพัฒนาตัวเองเพื่อเป็นการตอกกลับฝ่ายนั้นว่าเราเปลี่ยนได้ ง่าย
แม้ว่าวัฒนธรรมกราฟิตี้จะไม่ได้อยู่ในกระแสสังคมหลักของบ้านเรา แต่ถ้าหากสังเกตออกไปรอบ ๆ ในปัจจุบัน แทบจะเป็นเรื่องธรรมดาที่สามารถมองเห็นลวดลายศิลปะเหล่านี้อยู่มากมายเต็มไปหมด ซึ่งหลายคนต่างถกเถียงเกี่ยวกับศิลปะแขนงนี้ว่ามันเป็นเพียงการพ่นสีเล่นของเด็ก ๆ ทั่วไป ทว่าในต่างประเทศศิลปะกราฟิตี้ล้วนได้รับการยอมรับ และจัดเป็นบ่อเกิดแห่งศิลปะสมัยใหม่ จนมีการศึกษาพัฒนางานกันอย่างจริงจัง ตัวอย่างเช่นกลุ่มคนที่เรากำลังจะมาพูดถึงในวันนี้สำหรับ 1UP Crew แก๊งกราฟิตี้ชื่อดังจากเมืองเบอร์ลินที่ตระเวน สร้างงานศิลปะไปทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย และกำลังโด่งดังเป็นเบอร์ต้น ๆ ของโลกในขณะนี้ 1UP Crew (One United Power) คือกลุ่มกราฟิตี้ที่รวมตัวกันเพื่อสร้างผลงานของตนเอง ซึ่งพวกเขาสร้างสรรค์งานได้อย่างไร้ขอบเขต พร้อมเปิดเผยสไตล์งานศิลปะของตัวเองอย่างชัดเจน โดยความโดนเด่นของชิ้นงานไม่ได้ถูกจำกัดเพียงแค่ในบ้านเกิดเมืองนอน (เยอรมนี) เท่านั้น เพราะสิ่งที่เป็นตัวช่วยขับเคลื่อนผลักดันให้ 1UP Crew กลายเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย คือการที่พวกเขานำภาพขณะกำลังสร้างงานศิลปะไปแชร์ต่อบนช่องทาง YouTube จากนั้นพวกเขาก็ได้รับความนิยมในวงกว้างอย่างรวดเร็ว 1UP Crew มีความบ้าดีเดือดและฮาร์ดคอร์ด ด้วยลักษณะการทำงานแบบ Bombing หรือการพ่นทับงานเก่าไปเลยด้วยสัญลักษณ์ของตัวเองแบบเด่นชัด และเลือกจุดที่อยู่เป้าสายตา เนื่องมาจากคำขวัญประจำกลุ่มคือ Higher Farther Faster แปลว่าผลงานของพวกเขาจะต้องเจ๋งชนิดไร้ที่ติ กลุ่ม 1UP Crew เริ่มต้นปล่อยผลงานตั้งแต่ปี 2003 และยังคงเดินหน้า Bomb กราฟิตี้ของพวกเขาไปทั่วโลก พร้อมยังทำเป็น DVD วางจำหน่ายอย่างจริงจัง แถมมีงานแสดงผลงานของตัวเองต่อสาธารณชนในอาร์ตแกลลอรี่อีกด้วย
จบกันไปแล้วสำหรับงาน E3 2018 หรือชื่อเต็ม ๆ Electronic Entertainment Expo 2018 งานเกมประจำปีที่คนทั้งโลกรอคอย ซึ่งปีนี้ก็จัดที่ Los Angeles Convention Center เช่นเคย และเป็นธรรมดาของงาน E3 ที่เหล่าบรรดาค่ายเกมยักษ์ใหญ่จะขนเกมของตัวเองมาเปิดตัวเป็นครั้งแรกต่อหน้าชาวโลก จะมีไฮไลต์อะไรเด็ด ๆ น่าสนใจกันบ้าง UNLOCKMEN รวบรวมมาไว้ในบทความนี้ให้แล้ว Sony Interactive Entertainment ในงาน E3 ครั้งนี้ถือว่าค่าย Sony คือดาวเด่นเลยก็ว่าได้ เพราะพวกเขาขนเอาเกมเกรด Triple A มาเพียบ เล่นเอาเหล่าแฟนบอยนั่งไม่ติดกันเลยทีเดียว The Last of Us Part II – เกมแนวเอาชีวิตรอดในโลกที่เต็มไปด้วยฝูงซอมบี้ เนื้อเรื่องดราม่าเข้มข้น ซึ่งในภาค 1 นั้นทำมาตรฐานเอาไว้สูงจนขึ้นหิ้งเป็นเกมระดับตำนานไปเรียบร้อยแล้ว The Last of Us Part II จึงถูกคาดหวังไว้สูงทีเดียวว่าจะทำออกมาได้ดีเหมือนภาคแรกหรือเปล่า อันนี้เราก็ต้องติดตามกันต่อไป
“สุขุมวิท” ย่านใจกลางเมืองที่แน่นขนัดไปด้วยร้านรวงและผู้คน ทุกตารางนิ้วในย่านธุรกิจแห่งนี้มีราคาที่ประเมินค่าออกมาเป็นตัวเลขหลายหลัก ทว่ามุมหนึ่งของมหานครกลับมีร้านอาหาร Hidden Gems ให้หยุดเวลาภายใต้ร่มไม้เขียวซึมซับบรรยากาศสงบและการตกแต่งแบบ cozy เพื่อนั่งถ่ายทอดบทสนทนาระหว่างรับประทานอาหารรสเลิศอย่างรื่นรมย์ ไม่ต้องสนใจสายตาใคร โดยมีกฎน่าสนใจตรงที่ร้านนี้รับลูกค้าเพียง 2 รอบคือช่วงเวลามื้อเช้ากับมื้อเย็น และแต่ละรอบที่รับจอง เขารับจำกัดจำนวนคนไม่เกิน 12 คน เท่านั้น! UNLOCKMEN ขอเชิญชวนคุณมาเปิดสุนทรียศาสตร์แห่งการกินที่ครบรสทั้งแรงบันดาลใจ แนวคิด แล้วปิดท้ายกันด้วยมื้ออร่อยให้อิ่มเอมชวนน้ำลายสอที่ร้าน “MIGHTY PRIVATE DINING” กับ คุณปัง – คงศักดิ์ ลิขิตจรรยากุล หนึ่งในหุ้นส่วนของร้าน Having a crush! ท่ามกลางกระแสของการกินหลากเมนูอย่าง Buffet ที่เพิ่มจำนวนขึ้น “Mighty Private Dining” กลับเลือกนำเสนอในสิ่งที่แตกต่างด้วยการต้อนรับลูกค้าให้เข้ามา “นั่งแช่” เพื่อลิ้มรสความอร่อยแทนที่วัฒนธรรมการกินแบบ “เก้าอี้ดนตรี” สุดเร่งรีบ แนวคิดต่างแบบนี้เกิดขึ้นจริงได้จากวันนั้น วันที่พี่ปังตัดสินใจทิ้งชีวิตแบบ nine-to-five มาหาความชื่นชอบของตัวเองระหว่างการขับรถกลับบ้านเท่านั้น “สมัยก่อนพี่ก็เป็นพนักงานออฟฟิศธรรมดาทำงานอยู่ในอุตสาหกรรมธุรกิจเครื่องแก้ว วันหนึ่งพี่เดินทางกลับบ้านขับรถขึ้นสะพานแล้วมองไปทางซ้ายเห็น Le Cordon Bleu (เลอ กอร์ดอง


