เราเชื่อว่าทุกคนล้วนมีประสบการณ์ไปช้อปของมือสองที่สวนจตุจักร หรือตลาดนัดต่าง ๆ ซึ่งการซื้อขายแบบตัวต่อตัวมักไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่ อยู่ที่ตาดีตาร้ายเสีย เพราะผู้ซื้ออย่างเราจะได้เห็นของได้ลองใส่ก่อน หากชอบก็ซื้อ ไม่ชอบก็ไม่ซื้อ แต่เนื่องจากพฤติกรรมการช็อปปิ้งที่เปลี่ยนไป เกิดเป็นวัฒนธรรมการซื้อขายรูปแบบใหม่ ด้วยการหันมานิยมซื้อขายของทางออนไลน์กันมากขึ้น ซึ่งเราแทบจะไม่ต้องออกจากบ้าน แค่คลิกโอนเงินของก็ส่งมาถึงบ้านแล้ว แต่ในความง่ายนี้ก็ต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงอื่น ๆ ที่ตามมา เพราะเมื่อไม่เห็นของเราจึงไม่สามารถลองได้ หรือแม้กระทั่งต้องมานั่งระแวงว่าของที่สั่งมาจะตรงตามที่ได้แจ้งไว้หรือเปล่า ดังนั้นทีมงาน UNLOCKMEN เลยจะขอมาแนะนำวิธีป้องกันตัวเองจากการซื้อของออนไลน์เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมา ต้องรู้สัดส่วนของตัวเองเสียก่อน ก่อนจะทำการซื้อเสื้อผ้าอะไรก็ตาม เราควรจะรู้สัดส่วนของตัวเองให้เป๊ะ ๆ เสียก่อน ซึ่งวิธีก็ทำได้โดยการวัด และจดบันทึกเอาไว้ ซึ่งเราเชื่อว่าหลายคนไม่เคยรู้มาก่อนว่าสัดส่วนจริงของตัวเอง โดยอาจจะรู้แบบคร่าว ๆ ว่าตัวเราใส่ไซส์อะไร แต่ไม่ได้เจาะจงละเอียดยิบ ดังนั้นถ้าอยากเป็นออนไลน์ช็อปเปอร์ที่ดี การรู้สัดส่วนของตัวเองจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเลยก็ว่าได้ Lower Body ทีมงาน UNLOCKMEN ได้นำการวัดแบบสากลที่สุด ซึ่งเรียกว่ากฎของ Davinci เริ่มจากหาสายวัดมาสักเส้นเริ่มจากการวัดรอบคอเป็นตำแหน่งแรก รอบคอจะสามารถบอกขนาดของเอวได้โดยนำไปคูณสอง ความยาวของขา ให้เราเริ่มวัดจากด้านในของเป้าไปจนถึงตาตุ่ม ก็จะได้ความยาวของขา ( ให้เพื่ออีกสองนิ้วสำหรับความยาวขากางเกงในการซื้อกางเกง ) รอบเอว ( สำหรับคนที่คิดว่าวัดรอบคอไม่เป๊ะ )
ปล่อยให้อัพเดทกันไปไม่นานสำหรับ iOS 11 ที่นอกจากจะมีการเปลี่ยนแปลงฟังก์ชั่นการใช้งานเพียบแล้ว ยังมาพร้อมกับขนาดของไฟล์อัพเดทที่เรียกว่าใหญ่และหนักมาก ซึ่ง Apple ก็ย่อมรู้ดีว่า 16GB มันไม่เพียงพอแล้ว จึงเริ่มปล่อยแต่รุ่น 32GB ไล่มาจนถึง 64GB ในปัจจุบัน แต่เราว่าส่วนใหญ่ยังมีเพื่อน ๆ หลายคนที่ติดอยู่ใน 16GB กลืนไม่ได้คายไม่ออก จะไม่อัพเดทก็ไม่ได้เพราะแอปฯ ส่วนใหญ่จะไม่รองรับ แต่ถ้าอัพเดทไปแล้วก็เหลือพื้นที่ว่างให้ถ่ายรูปหรือโหลดแอปฯ อื่น ๆ ช่างน้อยนิดเหลือเกิน ทำไงดี UNLOCKMEN เลยจะแนะนำวิธีจัดการและเคลียร์พื้นที่ให้กลับมาเยอะขึ้นกว่าเก่ามาบอก อย่างแรกเลย iOS 11 มีมาตราฐานการบีบอัดไฟล์แบบใหม่ ๆ ในรูปแบบ HEIF สำหรับการถ่ายภาพและ HEVC สำหรับวิดีโอ ทำให้ประหยัดพื้นที่ได้ถึง 50% จากเดิม ในขณะที่ได้คุณภาพเท่ากัน นอกจากนี้ iOS 11 ยังมีคำแนะนำในการจัดการพื้นที่เก็บข้อมูลส่วนบุคคลต่าง ๆ ได้ดีกว่าเก่าอีกด้วย ดังนี้ 1. ปิด Apps อัตโนมัติซะ น่าจะเป็นวิธีที่แรกที่เราแนะนำให้หยิบเครื่องมาทำเลยครับ
นอกจากเราจะอยากหล่อเพื่อตัวเราเองแล้ว อีกเหตุผลที่เราอยากหล่อ อยากหน้าตาดีก็เพื่อให้สาว ๆ ได้หันมาสนใจเราบ้าง แต่จะว่าอย่างไรถ้างานวิจัยชิ้นหนึ่งออกมาบอกว่าบรรดาสาว ๆ เธอรู้สึกมีความสุขมากกว่าถ้าได้คบกับคนที่พวกเธอรู้สึกว่าหน้าตาดีน้อยกว่าเธอ พูดง่าย ๆ ว่าถ้าหล่อเกินหน้าเกินตาเธอมากไปเธอก็ไม่มีความสุขนั่นเอง เชื่อไม่เชื่อก็ลองมาอ่านกันดูหน่อยว่างานวิจัยครั้งนี้ว่าอย่างไรกันบ้าง นักวิจัยจาก Florida State University ได้ทำงานวิจัยโดยใช้กลุ่มตัวอย่างเป็นคู่รักในช่วงอายุ 20 ไปยันเกือบ 30 ที่เพิ่งแต่งงานจำนวน 113 คู่ โดยประเมิณกลุ่มตัวอย่างเหล่านี้ว่าความหน้าตาดีของคู่รักมีผลต่อความสุขโดยรวมของพวกเขาหรือไม่ เพราะผลการวิจัยก่อนหน้านี้มักชี้ให้เห็นว่าการที่สาว ๆ สวย ๆ แต่งงานกับหนุ่มที่ไม่ต้องหน้าตาดีมากมีความสุข แล้วการวิจัยครั้งนี้ล่ะให้ผลเป็นอย่างไร? ทีมนักวิจัยทำการประเมิณเพื่อหาคำตอบด้วยการให้ทำแบบทดสอบเกี่ยวกับต้องการส่วนตัว และกลุ่มตัวอย่างแต่ละคนจะถูกจัดลำดับตามความน่าปรารถนาโดยอ้างอิงจากรูปร่างและความดึงดูดของหน้าตา ผลปรากฏว่าผู้หญิงที่แต่งงานกับผู้ชายที่ถูกจัดลำดับว่าหน้าตาดีจะมีแนวโน้มที่พยายามควบคุมอาหารเพื่อลดน้ำหนักเพื่อที่จะดูดียิ่งขึ้น ยิ่งขึ้น และคอยกังวลอยู่ตลอดเวลาว่ารูปร่างหน้าตาตัวเองดูเป็นอย่างไร ซึ่งมันอาจดูไม่แย่เท่าไหร่นักที่จะใช้ชีวิตแบบดูแลสุขภาพจ๋าขนาดนั้น แต่การที่มัวกังวลเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพและรูปร่างอยู่ตลอดเวลานั้นถือเป็นการกดดันตัวเองและนำมาซึ่งความเครียด ในทางกลับกันผู้หญิงที่แต่งงานกับผู้ชายที่ไม่ได้ฮ็อตหรือเซ็กซี่ลำดับต้น ๆ จนเดินไปไหนใครก็เหลียวมอง เธอจะไม่กังวลกับการทำตัวเองให้ดูดีเพื่อแข่งขันกับผู้หญิงคนอื่น ๆ ที่ (อาจ) มารุมล้อมสามีเธอ ผู้หญิงเหล่านี้จึงสามารถมีความสัมพันธ์แบบผ่อนคลาย สบาย ๆ ไม่ต้องกังวลว่าตัวเองต้องดูดีให้เท่าที่สามีตัวเองดูดีอยู่ตลอดเวลา ผลงานวิจัยจึงพอสรุปออกมาได้ว่าผู้ชายที่หน้าตาดีมาก หล่อลากจนสาว ๆ เหลียวหลังอาจจะมีผลกระทบในทางลบกับสาว ๆ ข้างกาย
ใครที่เป็นสายเสพติดสมาร์ทโฟนหรือขาดไฟฟ้าแทบจะไม่ได้ UNLOCKMEN มีแนะนำตัวช่วยเจ๋ง ๆ ที่เหมาะสำหรับคนชอบไปไหนมาไหน แต่แบตเตอรี่สำรองที่มีมันไม่พอ ไม่สะใจ กับ “Lib-AID E500” แบตเตอรี่สำรองใหม่สุดโหดจาก Honda Lib-AID E500 รูปทรงน่ารัก ๆ ถูกโชว์ตัวครั้งแรกในงาน Tokyo Motor Show เมื่อปี 2015 แต่เพิ่งได้เริ่มวางขายจริงอย่างเป็นทางการแล้วในวันนี้ โดยมีขนาดตัวเครื่องเพียง 26.6 × 18.2 × 24.8 เซนติเมตร และน้ำหนักเพียง 5.3 กิโลกรัมเท่านั้น Lib-AID E500 มีหน้าที่เสมือน Power Bank ที่เราพกพากันอยู่ในชีวิตประจำวัน แต่มีขนาดใหญ่และหนักกว่าเยอะ แต่ก็สามารถจัดเก็บประจุไฟฟ้าได้มากแบบไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว โดยสามารถจ่ายไฟกระแสสลับเพื่อชาร์จพวกรถยนต์ไฟฟ้าได้ รวมถึงจ่ายไฟฟ้าให้กับบ้านทั้งหลังของเรายามสถานการณ์ฉุกเฉิน จุดประสงค์หลักของ Lib-AID E500 ไม่ใช่ให้เราหิ้วพกไปนอกบ้านนะครับ แต่ให้ใช้เป็นแหล่งพลังงานยามฉุกเฉินเมื่อเกิดเรื่องที่เราไม่ทันตั้งตัว อย่างพวกภัยพิบัติต่าง ๆ เช่น แผ่นดินไหว, สึนามิ โดยตัวเครื่องจะมาพร้อมกับพอร์ต USB
หลังจากที่เราเคยได้นำเสนอเรื่องของนักรบสุดโหด ที่ใช้ Sniper เป็นอาวุธคู่ใจในการล่าสังหารกลุ่มก่อการร้าย ISIS ที่มีชื่อว่า Abu-Tahseen กันไปแล้ว ด้วยสถิติความโหดในการเด็ดหัว ISIS ที่น่าสนใจจนได้รับการจับตามองไปทั่วโลก และถือว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจที่ ISIS หมายหัว หวังปลิดชีวิตมือ Sniper ผู้นี้เช่นกัน แต่ดูเหมือนว่าตำนาน Sniper แห่ง Iraq ผู้นี้ จะกลายเป็นเพียงแค่ตำนาน เมื่อมีข่าวออกมาว่า Abu-Tahseen ได้โดนสังหารเสียชีวิตไปในสนามรบซะแล้ว Abu-Tahseen มือ Sniper ระดับพระกาฬวัย 63 ปี ที่มีการอ้างว่า เขาเพียงคนเดียวได้สำแดงเดชด้วยปืน Sniper คู่ใจ สังหารกลุ่มผู้ก่อการร้าย ISIS ไปถึง 321 ราย ถูกพูดถึงโลกออนไลน์มาพักใหญ่ ก่อนที่ไม่นานนี้จะมีข่าวลือออกมาในโลกออนไลน์เช่นเดียวกันว่า เขาได้ถูกสังหารเสียชีวิตขณะที่กำลังออกไปสู้รบบริเวณทางตอนเหนือของประเทศ Iraq เสียแล้ว โดยสำนักข่าวหลายแห่งต่างพร้อมใจกันรายงานว่า Abu-Tahseen คือผู้ที่เข้าร่วมทำสงครามต่าง ๆ ภายในประเทศ Iraq มาอย่างยาวนาน รวมถึงการเข้าทำสงครามต่อต้านกลุ่มก่อการร้าย ISIS และทำการสังหารผู้ก่อการร้ายมามากมาย อีกทั้งยังมีประสบการณ์ในสนานรบมาอย่างโชกโชน กลับพลาดท่าถูกสังหารเป็นที่เรียบร้อย ระหว่างออกปฏิบัติหน้าที่กู้เมือง
ช่วงชั้นประถม เราทุกคนล้วนต้องเคยฝึกหัดฝีมือทางด้านการพิมพ์มาตั้งแต่สมัยพิมพ์ดีด มาจนแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดปัจจุบันกันบ้างแล้วแน่ ๆ ปกติหลักการวางมือ asdfg hjkl จะเป็นที่คุ้นเคยกันอยู่แล้วในหลักสูตร และบางทีต้องวัด WPM เพื่อดูค่าเฉลี่ยกันอยู่บ่อยๆ ไว้สำหรับกรอกลงใบสมัครงานอีกด้วย หลายคนอาจคิดว่าการพิมพ์ไว พิมพ์ถูกต้องเป็นแค่เรื่องเล่น ๆ ไม่เห็นมีความจำเป็นนอกจากกรอกใบสมัครงาน ซึ่งเราจะบอกว่าคิดผิดมากเลยนะครับ เพราะว่าแทบจะทุกงานในปัจจุบันที่ต้องใช้แป้นพิมพ์ ในการพิมพ์งานเป็นส่วนผสมช่วยให้การทำงานหลาย ๆ อย่างดีขึ้น เสร็จไวขึ้น อย่างเช่นการเขียนบทความ เป็นต้น แล้วเราจะสามารถทำให้มันดีขึ้นกว่าเก่าได้ยังไง UNLOCKMEN มีเคล็ดวิธีเพิ่มความสามารถด้านการพิมพ์มาแนะนำให้ลองทำตามดูครับ ทำแบบทดสอบออนไลน์ หนึ่งในวิธีที่ง่ายดายที่สุดและแทบต้องไม่เสียค่าใช้จ่ายอะไรทั้งนั้น โดยเราสามารถทดสอบฝึกฝีมือออนไลน์ได้บ่อย ๆ เพื่อที่จะช่วยพัฒนาขีดความสามารถของเราให้เร็วและความแม่นยำในการพิมพ์มากขึ้น การทดสอบมีตั้งแต่แบบจริงจัง วัดค่าเฉลี่ย ไปจนถึงรูปแบบสนุก ๆ อย่างพวกเกมท้าทายเป็นด่าน ๆ ไป แต่ไม่ว่าแบบไหนก็ช่วยเพิ่มทักษะความสามารถได้เหมือน ๆ กัน เพราะงั้นลองฝึกกันดูเลยครับ สบายใจ & ท่าทางลงตัว หลายคนอาจคิดว่าความสบายใจเกี่ยวอะไรกับการพิมพ์ เราบอกไว้เลยว่าไม่ใช่แค่การพิมพ์เท่านั้น แต่การทำงานอะไรแทบจะทุกอย่าง เราต้องรู้สึกสบายใจในการทำ แล้วคุณจะทำสิ่งนั้นได้ดีมากยิ่งขึ้น โดยไม่ว่าจะเป็นเรื่องของจิตใจหรือท่าทางในขณะนั่งพิมพ์ เช่น ตำแหน่งการวางข้อมือ, นั่งหลังตรงหรือค่อม
การ Diet นั้นกำลังเป็นที่นิยมกันในหมู่ของคนที่ออกกำลังกาย หรือรักษาหุ่นให้ฟิตเฟิร์ม แต่ทว่ามีหลายคนที่ Diet อย่างผิดวิธี เรียกได้ว่า งดอาหารแทบจะทุกอย่าง เพียงเพื่อที่จะให้ได้หุ่นและมีนำหนักที่ลดลงตามต้องการโดยไม่คำนึงถึงผลเสียทางด้านสุขภาพที่จะตามมา ต่างจากนักกีฬาระดับโลกที่เราเห็นกันว่า พวกเขามีหุ่นที่ดี แต่ยังคงมีพละกำลัง และร่างกายที่แข็งแรง แม้จะอยู่ในช่วง Diet ก็ตาม นั่นก็เพราะว่าพวกเขามีการศึกษา และวางโปรแกรมมาเป็นอย่างดี ว่าสารอาหารที่ร่างกายรับเข้าไปนั้นเพียงหรือไม่ และอาหารชนิดใดที่กินได้ และมีประโยชน์ วันนี้เราจึงได้นำเอาสูตรการ Diet ของนักมวย MMA ตัวจี๊ด กับเคล็บลับความสำเร็จอย่างหนึ่งของ Conor McGregor ไม่ว่าจะเป็นพละกำลัง การฟิตหุ่นเพื่อการขึ้นสังเวียนนั้นคือ อาหารการกิน โดยเฉพาะในช่วงก่อนที่จะมีไฟท์การแข่งขันใหญ่ ๆ ประมาณ 3 เดือน เขาจะต้องทำการเข้าโปรแกรม Diet เพื่อเตรียมความพร้อมกันขึ้นไปประกาศศักดาบนเวทีลูกกรง Conor McGregor เคยกล่าวว่า “ผมมักจะเลือกทานแต่อาหารที่ดีเสมอ” นอกจากนี้เขายังอธิบายเกี่ยวกับการจัดโปรแกรมอาหารเขาเอาไว้ด้วยว่า “มันขึ้นอยู่ว่า ในระหว่างนั้น ผมต้องห่างจากการขึ้นชกไปนานแค่ไหน มันต้องดูความเหมาะสมของร่างกายในตอนนั้นด้วย บางทีคุณก็ไม่ควรที่จะดื่มน้ำมากเกินไป บางครั้งคุณก็ต้องการน้ำมากกว่าปกติ แต่คุณเชื่อหรือไม่ว่า ชีวิตนี้ผมแทบไม่แตะเครื่องดื่มชูกำลังเลย แต่ผมใช้น้ำมะพร้าวในการให้พลังงานแทน
คงปฏิเสธไม่ได้ว่านี่เป็นอีกเดือนหนึ่งที่ประเทศของเราจะปกคลุมด้วยความเจ็บปวดและความเศร้า แต่เศร้าได้ก็ต้องลุกขึ้นแล้วจับมือผ่านไปพร้อม ๆ กันได้ UNLOCKMEN เลยอาสานำ 5 วิธีแสนง่ายที่จะช่วยให้เราผ่านความเศร้าในช่วงเดือนนี้ไปได้ อ่านแล้วอย่าหายเศร้าลำพัง แชร์ไปให้เพื่อนหายเศร้าไปพร้อม ๆ เราด้วย พาตัวเองไปอยู่ในอ้อมกอดใครสักคน มีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าการสัมผัสช่วยให้เราเอาชนะความเศร้า ความหดหู่ได้ การกอด การสัมผัสช่วยลดฮอร์โมน Cortisol ฮอร์โมนที่สร้างความเครียดให้กับมนุษย์ รวมถึงเพิ่มปริมาณฮอร์โมน oxytocin ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ส่งผลต่อความรู้สึกดี ๆ ดังนั้นก็กอดใครสักคน หาใครสักคนมากอดเราเพิ่มฮอร์โมนและความรู้สึกดี ๆ ต้านความเศร้ากันเถอะ อยู่ท่ามกลางแสงแดดหรืออยู่ในที่ร่มแต่ใกล้หน้าต่าง ไม่ว่าคุณจะทำอะไรอยู่ที่ไหน แสงแดดมีส่วนสำคัญอย่างมากในการทำให้คุณรู้สึกไม่จ่อมจมกับความเศร้า คุณอาจจะร้อนแทน หงุดหงิดกับเหงื่อ สำหรับแดดที่ร้อนมากของบ้านเรา แต่ถ้าเป็นไปได้ขอให้รู้เถอะว่ามีแดดดีกว่าไม่มีแดด ประเทศที่แดดไม่ออกมีอัตราการฆ่าตัวตายและผู้คนตกอยู่ในภาวะซึมเศร้ามากกว่าประเทศที่มีแดด ดังนั้นอย่าเอาตัวเองจมไว้ในที่มืด ๆ ทึม ๆ พาตัวเองออกไปเจอแสงแดด หรือได้นั่งมองแสงแดด ความสว่าง ความสดใสดูก็ดีต่อการลดความเศร้าลงได้เยอะ ออกกำลังกาย การออกกำลังกายได้รับการพิสูจน์แล้วว่าต่อสู้กับความเศร้าได้มีประสิทธิภาพสูงสุดอีกอย่างหนึ่ง แถมยังช่วย Boost อารมณ์ และถ้าอยากให้ได้ผลดีที่สุดในการออกกำลังกายต้านความเศร้าก็ควรออกกลางแจ้งในช่วงที่มีแสงอาทิตย์แล้วจะได้รับแสงแดดไปอีกทาง ถ้านึกไม่ออกก็อย่างเช่นการเดินออกไปหาอะไรกินตอนกลางวัน ได้ออกกำลังกายเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้แสงแดดไปด้วยในตัว
กางเกงยีนส์เปรียบดังไอเทมคู่ใจของผู้ชายทั่วโลกเสมอมา เพราะไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย กางเกงยีนส์ก็ไม่เคยตกจากเทรนด์การแต่งตัวไปได้เลย แม้ว่าในปัจจุบันเทรนด์กางเกงยีนส์อาจจะซบเซาไปบ้าง แต่โดยรวมแล้วอย่างน้อยหนุ่ม ๆ ทุกคนก็ยังคงถวิลหาต้องการมีกางเกงยีนส์ตัวเก่งติดตู้เสื้อผ้าไว้ใช้สำหรับออกงานสักหนึ่งตัว แต่สำหรับมือใหม่บางคนอาจจะกำลังลังเลว่าควรเสียตังไปกับกางเกงยีนส์แบบไหนดีถึงจะเหมาะสมกับตัวเอง เพราะหลายครั้งกางเกงที่ซื้อมาแล้วไม่เคยได้ใส่เลย ดังนั้นทีมงาน UNLOCKMEN ได้นำวิธีการเลือกซื้อกางเกงยีนส์คู่ใจสักหนึ่งตัวไว้ให้ชาว UNLOCKMEN ได้ไปลองประยุกต์ใช้กันดู ควรมีงบประมาณในใจไว้เสียก่อน หากเราเดินเข้าร้านขายกางเกงยีนส์แบบสุ่มสี่สุ่มห้า อาจจะต้องประหลาดใจ เพราะกางเกงยีนส์มีราคาตั้งแต่หลักพันยันหลักหมื่น ดังนั้นการกำหนดงบประมาณจะช่วยจำกัดแบรนด์ได้ระดับหนึ่งว่าในงบประมาณเท่านี้ เราสามารถซื้อยีนส์ยี่ห้อใดได้บ้าง แต่ทั้งนี้ทั้งก็ไม่ได้หมายความว่ากางเกงยีนส์ที่มีราคาถูกจะมีคุณภาพไม่ดีเสมอไป ซึ่ง UNLOCKMEN ลิสต์ยี่ห้อตามงบประมาณเอาไว้ดังต่อไปนี้ 8000 บาทขึ้นไป : Saint Laurent ,Dior , Pprs , Diesel , Calvin Klein , Flat Head , Iron Heart 4000 – 8000 บาท : April 77 , LVC , Evisu
เกิดเป็นลูกผู้ชายแมน ๆ กับเขาก็ใช่ว่าจะไม่มีเรื่องทุกข์ใจ ยิ่งการสูญเสีย ความร้าวรานแหลกสลายแบบผู้ชาย ๆ ในหมู่เพื่อนที่เรารักก็เกิดขึ้นให้เห็นกันอยู่เป็นประจำ วันที่เพื่อนของเราเดินมาปรับทุกข์ เล่าเรื่องสุดเศร้าในชีวิตของพวกเขาให้ฟัง เราปลอบใจเพื่อนแบบไหนกันแน่? แล้วแน่ใจได้อย่างไรว่าวิธีการที่เราปลอบใจเพื่อนไปมันเป็นการปลอบใจที่ถูกต้องแล้ว? ลองนึกภาพว่าเพื่อนรักของเราเพิ่งสูญเสียพ่อของเขาไปจากอุบัติเหตุรถยนต์ เมื่อเพื่อนกำลังพรรณนาถึงความเจ็บปวดที่เขามี เราอาจจะตบบ่าเขาเบา ๆ แล้วเริ่มบอกว่า “เราเข้าใจดีว่านายรู้สึกยังไง” พ่อเราตายตั้งแต่เราสามขวบ เราเติบโตมาแบบไม่มีพ่อ มันเป็นการเติบโตแบบโดดเดี่ยว แถมโดนล้อจนเราไม่อยากมีชีวิตอยู่เลย แต่เราก็ฝ่าฟันมาได้ถึงวันนี้ ฝ่าฟันความเจ็บปวดทั้งหมดที่มีและจากการไม่มีพ่อในชีวิต ดังนั้นเราโคตรเข้าใจเลยว่านายรู้สึกยังไง อ่านมาถึงตรงนี้ก็ยังไม่รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติใช่ไหมล่ะ? เพราะหลายครั้งเรา คุณ คนข้าง ๆ หรือใครก็ตามก็ปลอบใจคนสูญเสียด้วยวิธีนี้ เราพยายามบอกคนที่กำลังสูญเสียและเจ็บปวดว่าเราเข้าใจเขาดี เข้าใจมาก ๆ ว่าเขารู้สึกยังไง แถมไม่ได้บอกว่าเข้าใจเปล่า ๆ เรายังยกประสบการณ์สุดเจ็บปวดของเราที่ใกล้เคียงกับของเขามาเล่าให้เขาฟังเพื่อตอกย้ำให้เขามั่นใจว่าเขาไม่ได้เจ็บปวดลำพัง แถมบางทีเราสิ ที่เจ็บปวดยิ่งกว่าเขา ยิ่งเขาฟังเรื่องคนที่แย่กว่าก็ต้องรู้สึกดีสิ UNLOCKMEN ก็อยากบอกว่าใช่ คุณคิดถูกแล้ว การบอกว่า “เราเข้าใจดีว่านายรู้สึกยังไง” ช่วยปลอบใจคนเจ็บปวดได้จริง แต่ที่เราต้องบอกคือไม่ มันไม่จริง มันเป็นความเข้าใจผิด! เราไม่สามารถทำให้ใครรู้สึกดีขึ้นได้ด้วยการบอกว่าเข้าใจเขา แล้วยกเรื่องราวโคตรเจ็บปวดของเรามาบลัฟกลับ เพื่อนเราจะยิ่งรู้สึกแย่พร้อมเกิดคำถามกึ่งหงุดหงิดว่า อ้าว ตกลงกูไม่ควรเสียใจที่พ่อกูตายหรอเนี่ย เพราะคนที่ไม่มีพ่อตั้งแต่สามขวบยังมีชีวิตอยู่ได้


