Life

คนสู้แต่น้องไม่สู้! หลั่งไว ไม่แข็งตัว ทำความเข้าใจปัญหาชวนปวดหัว ให้ผงาดอย่างราชา

By: april January 2, 2019

หลายครั้งที่หนุ่ม ๆ เจอสถานการณ์ชวนหน้าแตก อย่างไปหน้างานแล้วใจสู้แต่น้องไม่ยอมลุกขึ้นสู้ สารพัดลูกเล่นที่เอามาปลุกน้องให้ลุกขึ้นตื่นมาผงาดอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นยาทา ยากิน แต่อยากกระซิบบอกว่ามันเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ลองมาสำรวจร่างกายของเราในเชิง Bio กันแบบง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน เข้าปัญหาให้ตรงจุดแล้วแก้มันตรงจุดกันที่ร่างกายของเราเอง จะได้เตรียมตัวให้ฟิตปึ๋งปั๋งแบบที่เข้าใจในร่างกายตัวเองจริง ๆ เข้มแข็ง ผ่อนคลาย ลงสนามได้แบบชายทั้งแท่ง

 

น้องไม่สู้ล่มปากอ่าว ปัญหาระดับชาติของหนุ่มล่ก

แม้สิ่งเร้าจะมาอยู่ตรงหน้าระยะประชิด แต่ความตื่นเต้น อาการประหม่า พาให้น้องหนูห่อเหี่ยว นอนนิ่งไม่ลุกขึ้นสู้ หรือต่อให้ลุกขึ้นมาแล้ว (นึดนึง) แต่ก็ไม่ทันจะบรรเลงเพลงรักให้ถึงใจ ไคลแม็กซ์ดันมาถึงไวกว่าที่คิด เจ้าหนูหลั่งไหลปล่อยน้ำรักออกมาแบบไม่ปรึกษาใคร เซ็งกันทั้งคุณทั้งสาว เอาเป็นว่ามาทำความเข้าใจกันก่อน ว่าปัญหาระดับชาติของผู้ชายเหล่านี้เกิดจากอะไร

 

ลุกไม่ลุกอยู่ที่อะไร ?

ก่อนอื่นต้องมาทำความเข้าใจ แคะแกะเการ่างกายตัวเองกันก่อนว่า เจ้าหนูมันลุกขึ้นได้เพราะอะไร เจ้าหนูของเราเนี่ย มันเป็นอวัยวะที่อยู่นอกเหนืออำนาจจิตใจ ไม่ได้เหมือนแขนขาว่าจะยก ย้าย ไปทางไหน เราบังคับเจ้าหนูให้ได้ดั่งใจไม่ได้ว่าจะให้มันแข็งแล้วมันจะแข็งให้เลย เราต้องหาสิ่งกระตุ้นทั้งของจริง ทั้งภาพในหัว คอยกระตุ้นให้เจ้าหนูลุกขึ้นมา เจ้าหนูเนี่ยมันถูกควบคุมโดยระบบประสาทอัตโนมัติ แล้วไอ้ระบบนี้เนี่ย แบ่งเป็นสองฝั่งคือ พาราซิมพาเทติก และ ซิมพาเทติก

พาราซิมพาเทติก จะลดระดับของซิมพาเทติกลง ทำให้ร่างกายของเราผ่อนคลาย หายใจเป็นปกติ ความดัน การสูบฉีดเลือดเข้าสู้ระดับปกติ น้องหนูจะแข็งไม่แข็งอยู่ในช่วงนี้นี่แหละ เพราะฉะนั้นหากเราต้องการให้น้องลุกขึ้นพร้อมลงสนามแบบเต็มแท่ง ก็ต้องให้ร่างกายของเราห่างไกลจากสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดความเครียด หรือไปกระตุ้นซิมพาเทติกนั่นเอง

ระยะนี้เราต้องหาความผ่อนคลายให้ตัวเอง เราเลยมักมีการเปิดเพลงคลอ อยู่ในที่ปลอดภัย แสงไฟอบอุ่น สภาวะเหล่านี้จึงเป็นสภาวะที่เหมาะกับการมีเซ็กซ์นั่นเอง และเป็นอีกเหตุผลว่าทำไมเวลาเราตื่นเต้นมาก ๆ อย่างกิจกรรม Outdoor ลงสนามครั้งแรก ถึงทำให้บางคนตื่นเต้นเสียจนไม่ลุกขึ้นสู้

ซิมพาเทติก จะทำหน้าที่เมื่อร่างกายเจอแรงกดดัน ความเครียด ให้เราเลือกว่าเราจะหนีหรือเราจะสู้ เป็นสัญชาตญาณดิบที่ติดตัวมนุษย์มาแต่ไหนแต่ไร ช่วงที่ซิมพาเทติกทำงานเนี่ย เราจะใจเต้นเร็ว เลือดสูบฉีดอย่างบ้าคลั่ง หายใจหอบถี่ ม่านตาขยาย แล้วช่วงนี้แหละจะเป็นช่วงที่ทำให้เรากระแทกกระทั้นอย่างดุเดือดและพร้อมจะหลั่งในทุกเมื่อ หากเราปล่อยให้ร่างกายมีซิมพาเทติกมากเกินไป เป็นสาเหตุให้เราหลั่งเร็วนั่นเอง

ทั้งสองระแบบนี้ต้องทำงานร่วมกัน แบบไม่ให้อะไรมากกว่ากัน หรือให้มันถูกใช้งานในภาวะที่เหมาะสม อย่างพาราซิมพาเทติก ควรมีมากในตอนสร้างบรรยากาศที่เหมาะสม การเล้าโลมให้ทั้งคู่เครื่องติดจนพร้อมที่จะลงสนาม พอลงสนามจริง ค่อย ๆ ไต่ระดับซิมพาเทติกให้สูงขึ้น

หากเราตื่นเต้น กระแทกกระทั้น ปล่อยสัญชาตญาณดิบออกมาโลดแล่นมากเกินไปจะทำให้เราหลั่งไวจนไม่ทันจะเสพความสุขให้เต็มที่ เพราะฉะนั้นหากยังอยากอยู่ในเกม ก็ต้องควบคุมตัวเองไม่ให้ตื่นเต้นมากเกินไป ผ่อนคลายทั้งความคิดและสภาพแวดล้อม แล้วค่อยเต็มที่กับเกมรุกในตอนท้าย ปล่อยให้ซิมพาเทติกออกมาเร่งเครื่องจนถึงจุดหมายไปแบบฟิน ๆ 

ทั้งหมดนี้อยู่ที่เราควบคุมจิตใจตัวเองให้เหมาะกับแต่ละภาวะ บรรยากาศเองก็มีผล พูดรวม ๆ ง่าย ๆ ก็คือ ทำให้ร่างกายของเราพร้อม ไม่ฝืนทำตอนเหน็ดเหนื่อย ร่างกายจะได้ผ่อนคลายในช่วงเริ่มเกม ให้น้องลุกขึ้นมาแบบไม่ตึงเครียด แล้วค่อยมาเปิดเกมรุกในช่วงท้ายที่เหมาะกับความดุดัน ทำความรู้จักกับร่างกายของตัวเองให้มาก เพราะสุดท้ายแล้วสิ่งที่มีผลที่สุดไม่ใช่แค่ตัวกระตุ้น แต่เป็นความพร้อมของร่างกายเราเอง

SOURCE 1,2

april
WRITER: april
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line