ในยุคที่โลกกำลังแข่งกันสร้างสรรค์รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่สุดแสนจะไฮเทค ขุมพลังแรง และวิ่งได้ไกลแสนไกล แต่ในโลกแห่งความล้ำหน้า ย่อมตีคู่มาด้วยโลกของความคลาสสิค วันนี้เราขอแนะนำให้รู้จักกับ Iconic car ที่โด่งดังในอดีต รถทรงไข่ขวัญใจชาวประชาทั่วโลก และเป็นฮีโร่ที่ช่วยกอบกู้สถานการณ์ให้ BMW กลับมาจากสถานการณ์ใกล้ล้มจนยิ่งใหญ่แบบในทุกวันนี้ นั่นคือ Isetta Micro Car แต่วันนี้มาในรูปแบบ All-Electric พลังงานไฟฟ้าสุดล้ำสำหรับคนเมืองในชื่อ ‘Microlino’ Microlino มาในรูปแบบเดียวกับ Isetta เป๊ะ ๆ ด้วยรูปทรงไข่ขนาด 2.4 เมตร ที่เปิดประตูเข้าออกได้จากหัวรถด้านหน้าเต็มบาน นั่งได้เต็มที่ 2 คน แต่ผ่านการเปลี่ยนหัวใจใหม่ให้เป็นแบตเตอรี่ขนาด 8 kWh และ 14.4 kWh ให้เลือกได้ตามต้องการ ขุมกำลัง 15 kW แรงบิดสูงสุด 110Nm สามารถชาร์จผ่านปลั๊กไฟแบบ Type 2 มาตรฐานโลกได้ตามปกติ ชาร์จแบตเต็มหนึ่งครั้งใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง สามารถวิ่งได้ระยะทางไกล 120
ใกล้ความเป็นจริงเข้าไปทุกที สำหรับโปรเจคที่ Porsche กำลังเข็นออกมาฆ่า Tesla โดยใช้จุดเด่นที่ตำนานและจิตวิญญาณอันยาวนานของ Porsche และแน่นอนว่าสเปคของ Taycan หรือที่เรียกกันติดปากว่า Mission E ก่อนหน้านี้ รถ Supercar เบอร์หนึ่งจากค่ายทั้งทีย่อมต้องไม่ธรรมดาแน่นอน Porsche Taycan เปิดเผยสเปคอย่างเป็นทางการครั้งแรก โดยจะมีรุ่นย่อยให้เลือก 3 รุ่น แตกต่างกันตามแรงม้าและขนาดแบตเตอรี่จากใหญ่ไปเล็ก โดยรุ่นพี่ใหญ่สุดจะมากับขุมกำลังมอเตอร์ไฟฟ้า 600 แรงม้า (440 kilowatts) เด่นด้วยเทคโนโลยีระบบไฟฟ้า 800-volt Fast-Charging Electric System ซึ่งสามารถชาร์จไฟฟ้าให้แบตเตอรี่ได้ถึง 80% โดยใช้เวลาเพียง 15 นาทีเท่านั้น ชาร์จเต็ม 1 ครั้ง สามารถซัดได้ระยะทางไกลถึง 500 กิโลเมตรสบาย ๆ หรือถ้าจะใช้ซิ่งในสนามแข่ง ระยะทางอาจจะลดลงเล็กน้อยตามความแรงเท้าที่กดคันเร่ง ใน Porsche Taycan 600 แรงม้า สามารถทำความเร็ว 0 – 100
ว่ากันเรื่องผู้ชายกับยานพาหนะ ย่อมมีความหมายมากกว่าแค่ผู้ขับขี่และรถคันหนึ่ง นอกจากสมรรถนะอันยอดเยี่ยมที่ทำให้เราประทับใจแล้ว เรื่องราวต่าง ๆ ของรถคู่ใจยังเป็นเสน่ห์ที่ทำให้เราหลงใหล เป็นความหมายที่ช่วยผลักดันให้ทำสิ่งที่เปี่ยมไปด้วย Passion ที่ส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่นได้ จากการวิจัยพบว่า สาเหตุที่ผู้ชายอาจหลงใหลในยนตรกรรมมาก ๆ ก็เพราะว่าเสน่ห์ของการออกแบบที่อยู่ถาวร ความรู้สึกอิสระในเวลาที่ได้ควบคุมพวกมาลัยและคันเร่งที่จะพาเราไปทุกที่ การอยากจะดูแลยานพาหนะสักคันตามสัญชาติของหนุ่ม ๆ มันสามารถบ่งบอกตัวตนของเราได้ จึ่งไม่แปลกที่ผู้ชายจะรู้สึกว่ารถคันโปรดของเขาคือส่วนหนึ่งในชีวิต ราวกับมิตรสหายที่โตมาด้วยกัน และถ้าพูดถึงยนตรกรรมที่เต็มเปี่ยมไปด้วย Story, Passion และ Feeling นั้น ชื่อแรก ๆ ที่โผล่ขึ้นมาในใจก็คือ BMW ค่ายรถยักษ์ใหญ่จากเยอรมนีที่ผู้คนทั่วโลกต่างยอมรับทั้งชื่อเสียง สมรรถนะ เทคโนโลยี ความสวยงาม และเรื่องราวระดับตำนานมาถึง 100 ปี ซึ่งความคล้องจองระหว่าง insight และตัวแบรนด์ใบพัดฟ้า-ขาว ทำให้ BMW ผุดไอเดียแคมเปญ #BMWStories ที่เกิดจากความเชื่อที่ว่า “เรื่องราวของทุกคน สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่นได้” โดยเปิดโอกาสให้ผู้ใช้รถ BMW ในประเทศไทยได้บอกเล่าเรื่องราว, passion และความประทับใจของรถคันโปรด และแบ่งปันแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่น จากแคมเปญ #BMWStories ทำให้เราได้รับแรงบันดาลใจจากผู้คนที่มาถ่ายทอดประสบการณ์ของตัวเองกับรถ BMW คู่ใจ ซึ่งแต่ละคนก็จะมี passion ที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นนักแข่งรถ, นักเดินทาง
590,000,000 (ห้าร้อยเก้าสิบล้าน) บาท นี่ไม่ใช่งบประมาณลับทางทหารของประเทศไทยที่ประชุมกันแบบไม่เปิดเผย แต่นี่คือราคาของรถยนต์ 1 คัน ที่ได้รับตำแหน่ง “แพงที่สุดในโลก” อย่างเป็นทางการ แซงหน้า One-off Rolls-Royce Sweptail รถหรูสั่งทำคันเดียวในโลกที่เคยครองแชมป์ด้วยราคา $13,000,000 (440,000,000 บาท) ไปแบบไม่เห็นฝุ่น นั่นคือ Pagani Zonda HP Barchetta ตำนานสุดพิเศษที่ถูกสร้างขึ้นมาเพียง 3 คันในโลก มันดีซะจนเจ้าของต้องขอเก็บไว้ใช้เอง 1 คัน เหลือวางขายเพียง 2 คันเท่านั้น ในราคาเลือดตากระเด็น $17,500,000 (590,000,000 บาท) และราคานี้เราคงโดนผู้ใหญ่ดุว่า ซื้อรถทั้งทียังไม่มีหลังคามาให้ซะด้วย หลังผ่านช่วงอายุขัยการผลิตกว่า 18 ปีของ Pagani Zonda และหยุดสายการผลิตไปเมื่อปีที่แล้ว แต่ยังทิ้งตำนานที่ยิ่งใหญ่เอาไว้ และล่าสุดพึ่งจะเปิดเผยรุ่น Special Edition ทิ้งทวน Zonda series ที่พิเศษถึงขั้นใช้ชื่อย่อของ Horacio Pagani ผู้ก่อตั้งเป็นรหัสใน
ความหล่อของ BMW X5 นั้นเราคงไม่ต้องวิจารณ์อะไรให้มากความ เพราะมันเป็นรถ SUV ขนาดใหญ่ที่ดูป๋าสุด แถมยังพกเทคโนโลยีมาเต็มเปี่ยม ทรงพลังไม่แพ้ใครบนท้องถนน ซึ่งทรง BMW เรียกมันว่า SAV หรือ Sports Activities Vehicle ซึ่งตัวแรงสุดในตระกูลนี้ต้องเป็น BMW X5 M ที่มาพร้อมขุมพลัง 570 แรงม้า ทำเวลา 0 – 100 Km/h ได้ภายใน 4 วินาที ตัวเลขที่คนทั่วไปแค่เห็นก็ถึงกับต้องเกร็งตัวดูเหมือนจะยังไม่พอใจสำนักจูนรถ Auto-Dynamics Vehicle แห่ง Poland มากนัก จึงจับมันมาทำเป็นโปรเจคพิเศษ เสกแรงม้าเพิ่มเข้าไปให้อีก 100 ตัว กลายเป็น BMW X5 M Avalanche รถ SUV ที่ทรงพลังยิ่งกว่า Lamborghini Urus ด้วยตัวเลขแรงม้ามากถึง 670 แรงม้า
ในขณะที่โลกเรากำลังถกเถียงกันว่า AI จะเป็นประโยชน์หรือโทษมหันต์กันแน่? คำตอบที่ Sun Tianqi ผู้หลงใหลในหุ่นยนต์ AI และเป็น CEO บริษัท Vincross ที่มีผลงานเด่นเป็นหุ่นยนต์แมงมุม 6 ขาอารมณ์ดีนามว่า Hexa ได้มอบคำตอบให้เราเรียบร้อยแล้วว่า มันขึ้นอยู่กับการใช้งานสิ่งเหล่านั้นให้เกิดประโยชน์หรือโทษต่างหาก พร้อมหลักฐานผลงานสร้างสรรค์ในฐานะ Art Project ของตัวเองที่ตั้งชื่ออย่างตรงตัวเข้าใจง่ายว่า “Sharing Human Technology with Plants” ผลงานที่ว่าคือหุ่นยนต์ที่ใช้พื้นฐาน Hexa หุ่นยนต์ชื่อดังของบริษัท Vincross ของตัวเอง ผ่านการนำมา Reprogramming ใหม่ให้รองรับการทำงานร่วมสารพัด Sensors และ Infrared ที่ติดตั้งเข้ามาเพิ่มจาก Hexa เวอร์ชั่นปกติ สำหรับตรวจจับแสงแดด เงา และความชื้นรอบ ๆ พร้อมสิ่งสำคัญคือกระถางต้นไม้บนหัว เมื่อ Hexa รู้สึกว่าต้นไม้ขาดน้ำ จะสามารถแสดงอารมณ์ได้ด้วยการกระทืบเท้าให้เรารับรู้ว่าถึงเวลาต้องรดน้ำ หรือเมื่อต้นไม้ต้องการแสงแดด Hexa สามารถพาตัวเองไปหาแสงแดดได้เองโดยอัตโนมัติ พร้อมกับหมุนตัว 360 องศา เพื่อให้มั่นใจว่าต้นไม้จะได้รับแสงแดดอย่างทั่วถึงทุกซอกทุกใบ
คุณสมบัติใหม่ที่ซ่อนอยู่ในรองเท้าฟุตบอลสายคอนโทรลซีรี่ย์ล่าสุด “แฟนธ่อม วิชั่น” (PhantomVSN) จาก NIKE ที่มาพร้อมเทคโนโลยีควอดฟิต (Quadfit) เหมาะสำหรับเท้าทุกรูปแบบ ฉีกกรอบการออกแบบเดิม ๆ ของรองเท้าฟุตบอล ฟิล วูดแมน (Phil Woodman) นักออกแบบของไนกี้สร้างสรรค์สิ่งที่แตกต่างและดียิ่งกว่าโดยเริ่มต้นออกแบบรองเท้าฟุตบอล รุ่นใหม่ล่าสุดนี้จากองค์ประกอบภายในก่อน แนวคิดใหม่นี้ส่งผลให้วูดแมนรังสรรค์โครงสร้างรองเท้าฟุตบอลแบบใหม่ล่าสุด อันเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของไนกี้ โดยไนกี้ใช้โครงสร้างนี้กับรองเท้าฟุตบอลรุ่น PhantomVSN ก่อนและจะใช้งานกับรองเท้ารุ่นอื่น ๆ ต่อไป โครงสร้างภายในของรองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้ผลิตจากเส้นใยตาข่ายที่เรียกว่าเส้นใย ควอดฟิต (Quadfit) ที่สามารถปรับให้เข้ากับรูปทรงของเท้าได้ทุกแบบ อีกทั้งยังสามารถคงตัวได้ดี ไม่ยืดออกจนย้วยและไม่กระชับกับรูปทรงของเท้า เส้นใยควอดฟิตสามารถโอบรับกับเท้าได้พอดีโดยไม่รัดกับเท้าของผู้สวมใส่จนเกินไปอีกด้วย แม้จะมองไม่เห็นจากภายนอก แต่ผู้สวมใส่สามารถสัมผัสจุดเด่นของเส้นใยควอดฟิตได้ทันที ซึ่งนักฟุตบอลมักจะต้องใช้เวลาปรับตัวเมื่อสวมใส่รองเท้าฟุตบอลคู่ใหม่ แต่รองเท้าฟุตบอลรุ่น PhantomVSN จะเป็นรองเท้าฟุตบอลที่เข้ากับเท้าของผู้สวมใส่ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้สวมใส่ทันที เส้นใยควอดฟิตมีประสิทธิภาพเยี่ยมยอดเพราะเส้นใยนี้ไม่ยืดตัวจนเสียรูป อันเป็นจุดอ่อนที่พบได้ในผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากการทักถอเส้นใยต่างๆ เส้นใยที่ยืดหยุ่นได้ทั้ง 4 ทิศทางสามารถโอบรับกับรูปเท้าของผู้สวมใส่และปกป้องเท้าได้แม้ขณะเคลื่อนไหวในทุกทิศทาง เส้นใยควอดฟิตมีประสิทธิภาพเช่นนี้ได้เพราะการจัดเรียงเส้นใยและการแบ่งแยกเส้นใยแต่ละชั้น ช่องว่างที่เกิดขึ้นนี้ช่วยกระจายน้ำหนักของเท้าและลดแรงเสียดทาน เส้นใยควอดฟิตจึงเป็นเส้นใยที่กระชับเข้ากับรูปเท้าที่หลากหลายของผู้สวมใส่อย่างแท้จริง เชือกผูกที่ปรับปรุงใหม่เพื่อความรู้สึกกระชับตามที่แต่ละคนต้องการ อีกหนึ่งคุณสมบัติใหม่ภายในโครงสร้างของรองเท้าฟุตบอลแฟนธ่อม วิชั่นคือระบบเชือกผูกที่ซ่อนอยู่ภายในรองเท้า ไนกี้ตั้งชื่อแนวคิดของเชือกผูกแบบใหม่นี้ว่า “Ghost Lace” ทางไนกี้ได้ทำการวิจัยหลายต่อหลายครั้ง พูดคุยกับนักฟุตบอล และวิเคราะห์ข้อมูลในห้องวิจัย ผลลัพธ์ที่ได้คือระบบเชือกผูกแบบใหม่ช่วยให้แต่ละคนปรับความกระชับของรองเท้าได้ตามต้องการ แนวคิดเชือกผูกแบบ Ghost
วันหยุดทั้งทีอะไรจะเหมาะกับผู้ชายอย่างเราไปมากกว่ากิจกรรมกลางแจ้ง ให้เราได้ออกแรง บริหารร่างกายไปพร้อม ๆ กับเสพความมันส์ในไลฟ์สไตล์เท่ ๆ การออกไปว่ายน้ำไม่ว่าจะในสระหรือทะเลจริง ๆ ก็เป็นไอเดียที่ไม่เลวเหมือนกัน เพราะมันสนุกโดยที่เราไม่ต้องมีอุปกรณ์อะไรเยอะแยะมากมาย (รวมถึงเสื้อผ้าด้วย) แต่ UNLOCKMEN อยากจะแนะนำอุปกรณ์ ที่จะเปลี่ยนการว่ายน้ำแบบธรรมดาให้มีความมันส์ และกลายเป็นกิจกรรมเจ๋ง ๆ จนอยากจะออกไปว่ายน้ำในทุกวันหยุด CUDA JETPACK เราอาจจะคุ้นเคยกับ Jetpack ที่ทำให้เราลอยตัวขึ้นจากผิวน้ำได้เหมือนกับ Ironman แต่ว่า Jetpack ตัวนี้จะแตกต่างออกไปตรงที่เราจะได้ดำดิ่งลงไปใต้น้ำแบบมันส์ ๆ ในความเร็วที่พอดี เพราะต้องนึกถึงความถ่วงจำเพาะของแหล่งน้ำที่ต่างกันอีกด้วย แต่นั่นทำให้การดำใต้น้ำในระยะที่ไม่ลึกมากของเรา เพิ่มความสนุกมากขึ้นกว่าเดิม แถมดีไซน์และขนาดของมันยังเท่เหมือนกระเป๋า Backpack ให้เราสะพายไปกับเราได้ทุกที่ ไม่ว่าจะสระน้ำ หรือแหล่งน้ำตามธรรมชาติ โดยเจ้า Jetpack ตัวนี้ถูกพัฒนาขึ้นมาโดย Archie O’Brien’s Cuda จากวัสดุ 3D Hubs หลักการของมันก็ง่าย ๆ คือการดึงเอาน้ำจากด้านหน้าเข้ามา และดันออกทางด้านหลังด้วยแรงที่มากพอที่จะทำให้เราพุ่งไปข้างหน้าได้ ประมาณ 8mph ทำให้เราโลดแล่นใต้น้ำได้แบบไม่ได้รับอันตรายแต่อย่างใด ความเร็วระดับนี้ทำให้เรารู้สึกเหมือนกำลังบินแต่เปลี่ยนสถานที่เป็นใต้น้ำแทน เพราะนั่นคือความตั้งใจของ Archie
ตลอดระยะเวลา 116 ปี Triumph Motorcycles ได้ผลิตรถมอเตอร์ไซค์มากมายหลายรุ่นออกมาให้ผู้ที่ชอบมอไซค์ทั่วโลกได้ชื่นชม อีกทั้งยังผ่านประวัติศาสตร์ที่สำคัญในอดีตมากมาย จนทำให้ Triumph Motorcycles ได้กลายมาเป็นแบรนด์รถมอเตอร์ไซค์ที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลก หลายคนอาจไม่รู้ว่ารถมอเตอร์ไซค์ตระกูลคลาสสิกของไทรอัมพ์ที่มีชื่อเสียงมายาวนาน ส่วนใหญ่ถูกผลิตขึ้นในไทยเกือบทั้งหมด ซึ่งแต่ละคันต่างก็มีคุณลักษณะเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร อีกทั้งยังมาพร้อมสไตล์ และเอกลักษณ์อันมีเสน่ห์น่าหลงใหลตามต้นแบบอังกฤษสายพันธุ์แท้ โดยครั้งนี้ UNLOCKMEN จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับรถมอเตอร์ไซค์ตระกูลโมเดิร์นคลาสสิกของ Triumph Motorcycles ให้มากขึ้นกันครับ Bonneville T120 & Bonneville T120 Black เริ่มต้นกันที่ “บอนเนวิลล์ ที120” (Bonneville T120) และ “บอนเนวิลล์ ที120 แบล็ค” (Bonneville T120 Black) รถมอเตอร์ไซค์ที่มาพร้อมสไตล์ที่ล้ำสมัยเหนือกาลเวลาและคุณลักษณะที่เป็นต้นแบบของบอนเนวิลล์แบบดั้งเดิม โดยทั้งสองรุ่นได้รับการสร้างสรรค์อย่างประณีตด้วยมาตรฐานสูงสุด ทั้งด้านการตกแต่งและคุณภาพ ผสมผสานกับความสามารถ ตลอดจนสมรรถนะที่มีความเป็นโมเดิร์นคลาสสิกอย่างแท้จริง อีกทั้งขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์แรงบิดสูงขนาด 1200 ซีซี ซึ่งทำงานร่วมกับเรือนปีกผีเสื้อคู่ที่งดงามในแบบฉบับดั้งเดิม นอกจากนี้ยังผสมผสานการขี่อันเป็นเอกลักษณ์ทั้งในด้านความเป็นธรรมชาติ ความคล่องตัว และความมั่นคงเข้ากับความสะดวกสบายและการควบคุมที่ดีเยี่ยม เพื่อมอบประสบการณ์ขี่อันแสนเร้าใจ Bonneville T100 & Bonneville
แบรนด์รถมอเตอร์ไซค์คลาสสิกสัญชาติอังกฤษที่มีสายการผลิตต่อเนื่องยาวนานมากที่สุดในโลกอย่าง Royal Enfield แน่นอนว่าต้องมีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจมากมาย ล่าสุดรอยัล เอนฟิลด์ได้เปิดตัว Royal Enfield Classic 500 Pegasus รถมอเตอร์ไซค์รุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น โดยได้รับ แรงบันดาลใจจากตำนานรถมอเตอร์ไซค์รุ่น RE/WD Flying Flea 125 หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘ฟลายอิ้ง ฟลี’ (Flying Flea) มอเตอร์ไซค์น้ำหนักเบาของอังกฤษที่ขนส่งผ่านร่มชูชีพระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ถูกสร้างขึ้นที่โรงงานของ Royal Enfield ในเมืองเวสวู้ด สหราชอาณาจักรระหว่างช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดย Royal Enfield Classic 500 Pegasus สร้างขึ้นเพื่อสรรเสริญตำนานของ Flying Flea และประวัติศาสตร์ด้านการทหารของ Royal Enfield พร้อมให้ผู้ขับขี่ ชาวไทยมีโอกาสเป็นเจ้าของรถมอเตอร์ไซค์แห่งประวัติศาสตร์นี้ในจำนวนจำกัดเพียง 90 คันจาก 1,000 คัน ทั่วโลก ประวัติศาสตร์อันยาวนานของ Royal Enfield ที่เป็นที่น่าภาคภูมิใจเกี่ยวกับการผลิตด้านการทหาร ตรงกับสโลแกนของแบรนด์ที่ว่า ‘Made Like a
เวลาผ่านไปไวเกิน หรือหน้าตาของ Audi TT / TTS คลาสสิคล้ำสมัยเกินไป ทำให้เราเกือบลืมไปว่ามันกำลังเข้าสู่ช่วงกลางอายุขัยของ Generation ที่ 3 แล้ว และในขณะที่หลายคนกำลังตัดสินใจว่าจะซื้อตอนนี้ หรือจะรอเห็นหน้าตา Facelift version ให้สบายใจก่อน ซึ่งจากแผนเดิมควรจะเปิดตัวช่วงปลายปีนี้ในงาน Paris Auto Show เดือนตุลาคม แต่ดูเหมือนจะไม่ต้องรออีกต่อไปแล้ว เพราะวันนี้เราได้เห็นโฉมหน้าความเปลี่ยนแปลงของ 2018 Audi TT แบบเต็มตาไร้ผ้าคลุม ความเปลี่ยนแปลงของ Audi TT และ TTS Facelift ภายนอกที่สังเกตเห็นได้ชัดที่สุดก็คือ ดีไซน์ชุดกันชนหน้าและหลังใหม่ โดยกันชนด้านหน้าแบบ 3D singleframe radiator grille มีการเพิ่มช่องดักลมที่เชื่อมต่อกันจากด้านข้างซ้ายและขวาขนาดใหญ่เข้าไป ซึ่งของเดิมไม่มี ทำให้ด้านหน้าของ Audi TT ดูเต็มตา ใหญ่โตมากขึ้น ส่วนกันชนหลังมีการเพิ่มช่องระบายอากาศ และ Air Diffuser บริเวณท่อไอเสียเพิ่มขึ้น สำหรับล้อลายใหม่นั้น เราคิดว่า Audi Thailand
พอล สมิธ ร่วมมือกับ นิวบาลานซ์ เพื่อสร้างสรรค์แคปซูล คอลเลคชั่น ในรุ่นลิมิเต็ด เอดิชั่น สำหรับรองเท้าสตั๊ด รองเท้ากีฬา และลูกฟุตบอล ในช่วงฤดูกาลการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ ณ ประเทศรัสเซีย การร่วมมือกันในครั้งนี้ ได้นำเอาดีไซเนอร์ที่มีชื่อเสียงชาวอังกฤษ ร่วมมือกับบริษัทรองเท้าสัญชาติอเมริกัน เพื่อสร้างสรรค์สินค้าคอลเลคชั่นพิเศษ ที่รวบรวมเอาความเป็นต้นแบบและความทันสมัยไว้ด้วยกัน ด้วยเทคนิคการผลิตอันก้าวล้ำจากนิวบาลานซ์ จับคู่กับความโดดเด่นในการใช้สีและกราฟฟิคลายทางของ พอล สมิธ ดาวเด่นของการร่วมมือกันในครั้งนี้ อยู่ที่รุ่นลิมิเต็ด เอดิชั่นของรองเท้าสตั๊ด New Balance x Paul Smith MiUK-One ที่ด้านบนของรองเท้าทำจากหนังจิงโจ้ เนื้อนุ่ม พร้อมลายทางอันเป็นเอกลักษณ์ของ พอล สมิธ บนพื้นด้านในของรองเท้า ลิ้นรองเท้า และส่วนที่ป้องกันส้นรองเท้า รองเท้าสตั๊ดรุ่น MiUK-One ถือเป็นรองเท้าสตั๊ดรุ่นแรกของนิวบาลานซ์ ที่ผลิตขึ้นที่โรงงาน ของบริษัทในเมืองฟลิมบี มณฑลคัมเบรีย จึงยิ่งทำให้เป็นไอเท็มชิ้นเด่นสำหรับนักสะสม รองเท้าสตั๊ดรุ่น MiUK-One ได้รับการขนานนามจากนิวบาลานซ์ ว่าเป็นรองเท้าสตั๊ดคลาสสิกที่มาพร้อมความทันสมัย


