หนึ่งใน Iconic Supercar ในช่วง 1974 – 1990 ต้องมีชื่อ Lamborghini Countach อยู่ในนั้นแน่นอน ถ้าใครนึกภาพไม่ออก มันคือรถที่ Jordan Belfort (Leonardo DiCaprio) ใน Wolf of Wall Street ใช้ขับจนพังด้วยความเมานั่นเอง (รู้หรือไม่ว่า Martin Scorsese ผู้กำกับภาพยนตร์ลงทุนใช้ 25th Anniversary Lamborghini Countach ของจริง เอามาชนจนพังจริง เพื่อให้ได้อารมณ์ที่สุด แต่ก็แอบเสียดายรถแทนมากเลย) ความเท่ของรถคันนี้เริ่มจากชื่อ Countach ที่ไม่มีความหมายในภาษาอังกฤษ เพราะ Lamborghini เอามาจากภาษา Piedmontese ภาษาพื้นเมืองทางตอนเหนือของ Italy ที่มีคนพูดได้อยู่ราว 1 – 2 ล้านคน น้อยคนนักจะรู้ว่าชื่อนี้แปลว่าอะไร แต่เราหาข้อมูลมาแล้ว เราจะบอกให้ว่า คำว่า coon-tahshe—is แปลเป็นไทยง่าย ๆ ได้ว่า “เหยดดดดด”
อย่างที่เราเคยพูดไปหลายต่อหลายครั้งสำหรับความเชื่อที่ว่า ผู้ชายทุกคน ต่อให้ร่างกายภายนอกเติบโตขึ้นไปมากแค่ไหน แต่สิ่งที่อยู่ภายใต้รูปร่างหน้าตาที่เปลี่ยนไปยังคงมีความเป็นเด็กที่ชอบเล่น ชอบความสนุก ชอบอยู่กับสิ่งที่ตัวเองรักเหมือนเดิมอยู่ตลอดเวลา ความเป็นเด็กในตัวผู้ชายเรานี่เอง ที่ทำให้ผู้ชายหลายต่อหลายคนยังคงมีของเล่น ซึ่งของเล่นเหล่านั้นเราก็มักจะใช้คำว่า “Toy For Boy” หรือ “Boy’s Toy” มาเติมเต็มในชีวิตอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่แล้วก็ตาม ยกตัวอย่างเช่น ของเล่นของผู้ชายบางคนอาจจะเป็น รถ บางคนอาจจะเป็น ปืน บางคนอาจจะเป็น Gadget ทันสมัยต่าง ๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ มันก็ไม่ได้ต่างอะไรกับของเล่นในวันที่เรายังใช้คำนำหน้าชื่อว่า ด.ช. เพียงแต่มันกลายเป็นของเล่นที่เป็นของจริง แต่ก็มีบางคนที่กลับมองต่างออกไปว่า กับแนวคิดที่มองว่าคนที่โตแล้ว เขาไม่มีใครมานั่งเสียเวลากับของเล่นอะไรไร้สาระกันหรอก ของเล่นมันมีไว้สำหรับเด็กน้อย ซึ่งเราคิดว่าพวกที่คอยเอาเวลาของตัวเองมาคอยจับจ้อง จับผิด ตัดสินคนอื่นว่ามัวแต่ทำอะไรที่เสียเวลา หากคิดดี ๆ บางทีคนที่กำลังเสียเวลาอาจจะเป็นคนพูดเองมากกว่าก็ได้ ความคิดที่ว่า มัวแต่เล่นของเล่นมันเสียเวลา บางครั้งคุณอาจะไม่เคยรู้มาก่อนก็ได้ว่า ของเล่นเหล่านี้ เมื่อมันอยู่กับคนที่หลงใหล ชื่นชอบ และใส่ใจในตัวของเล่นชิ้นนั้น มันอาจกลายเป็นสิ่งที่มีคุณค่าทั้งในด้านจิตใจ และเพิ่มมูลค่าราคาค่างวดให้สูงขึ้นมาอย่างที่คุณเองก็คาดไม่ถึงก็ได้ ตราบใดที่ของเล่นของเด็กผู้ชาย ยังคงต้องใช้จินตนาการ ความสามารถ และทักษะอะไรบางอย่างควบคู่กันไปด้วยอยู่ เราไม่เคยเชื่อว่า มันเป็นสิ่งที่ไม่มีคุณค่า