Life

ตอนเด็กอยากโต ตอนโตอยากเป็นอะไร ? ระหว่างยังไม่เจอสิ่งที่ใช่ เราจะทำอะไรกันดี ?

By: april September 13, 2018

“โตขึ้นอยากเป็นอะไร ?” คำถามที่คุ้นเคยดีเมื่อสมัยที่เรายังตัวเท่าเอวพ่อแม่ ออกไปพบเจอญาติพี่น้องในวันเทศกาล ตอบคำถามคุณครูหน้าชั้นเรียน เรียงความสมัยประถมศึกษา ที่วนเวียนอยู่กับการตามหาตัวเองให้เจอ ทั้งที่ตอนนั้นเราอยู่ในวัยที่ติดกระดุมเสื้อให้มันตรงก็เก่งแล้ว จริง ๆ คำถามนั้นมันไม่ได้หมายถึงเราต้องการจะประกอบอาชีพอะไรในตอนโตเป็นผู้ใหญ่ แต่มันหมายถึง เราอยากจะเลือกทางเดินชีวิตแบบไหนเสียมากกว่า 

คำถามนั้นยังคงหลอกหลอนเรามาตลอด ถึงแม้จะอยู่ในวัยที่ “โต” แล้วก็ตาม เพราะเมื่อเราโตแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะรู้ว่าตัวเองต้องการอะไรในทันที UNLOCKMEN อยากชวนทุกคนมาขบคิดถึงความฝัน ความต้องการของตัวเอง ตั้งแต่ในวัยเด็กจนถึงตอนนี้ ว่ามันเป็นไปอย่างที่เราคิดแค่ไหน พอใจกับมันหรือเปล่า ? หากยังไม่เจอสิ่งที่ใช่ แล้วระหว่างนี้เราจะทำอะไรกันดี ?

โตขึ้นอยากเป็นอะไร ? เราเลือกได้ในทุกวัน

ในตอนเด็ก เราอาจจะมีพ่อแม่คอยแนะแนวทางให้เรามาตลอด (ข้ามเรื่องการบังคับ การใช้ชีวิตแทนลูกไป) แต่พอโตขึ้นมาอีกช่วงอายุ เราเริ่มมีอำนาจตัดสินใจอะไรด้วยตัวเองมากขึ้น จนถึงช่วงที่โตมากพอที่จะตัดสินใจเองได้ทุกอย่าง จนเสียงในหัวของเรา คือเสียงที่ดังที่สุด คำพูดของคนรอบข้างเป็นเพียงเสียงที่คอยแนะนำอย่างแผ่วเบาเท่านั้น ตอนเด็กเราเลยมักจะเลือกอะไรสักอย่างให้ตัวเองโดยขึ้นอยู่กับความชอบ ความพอใจ ของเรา โตขึ้นมาเราเริ่มเรียนรู้ว่าชีวิตมันไม่มีอะไรง่ายแบบคิดปุ๊บ ทุกอย่างเนรมิตมาได้ดั่งใจ เราเริ่มมีเงื่อนไขอื่น ๆ เข้ามามีผลต่อการตัดสินใจอะไรสักอย่างให้ตัวเอง ขึ้นม.ปลาย เรียนสายวิทย์ เรียนสายศิลป์ หรือจะสายอาชีพ เลือกคณะที่ใช่ ที่จะกลายเป็นการกำหนดแนวทางอาชีพของเรากลาย ๆ 

หากมองแค่นั้น เราอาจจะรู้สึกว่าการค้นหาสิ่งที่ใช่ มันมีโอกาสเพียงไม่กี่ครั้ง อาจจะพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า มีโอกาสครั้งใหม่บ้าง ไม่มีบ้าง ตามโอกาสของแต่ละคน แต่เรามองในแง่บวก เรามีโอกาสเลือกสิ่งที่ใช่ให้ตัวเองในทุกวัน เสื้อผ้าที่ใส่ มันใช่สำหรับวันนั้นเวลานั้น อาหารที่กิน ที่ตอบโจทย์ความต้องการของเราในวันนั้นที่สุดว่าเราอยากกินอะไร และเราก็ไม่พลาดที่จะเลือกเมนูนั้นอย่างไม่ลังเล หากไม่ได้ในสิ่งที่ใช่ แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย อย่างเสื้อผ้า อาหาร (หลายคนก็คงเคยเจอ) วันนั้นเราคงรู้สึกไม่สบอารมณ์สักเท่าไหร่ ต่อให้มีเพียง 5% ที่ขุ่นข้องหมองใจ ก็ยังเป็นความไม่พอใจอยู่

การเลือกอะไรสักอย่างให้ตัวเองมันจึงสำคัญ เพราะสิ่งที่ใช่มันไม่ได้เป็นเพียงความเพ้อฝันในวัยเด็ก ถ้ามันยังคงเกาะหลังเรามาจนถึงวัย “โตแล้ว” ได้ แสดงว่ามันก็คือ Passion ลึก ๆ ที่เราอาจไม่เคยเคาะสนิมมัน เพียงเพราะคิดว่ามันไม่อาจเอาไปทำมาหากินจริง ๆ ได้ 

ค้นพบตัวเองได้ในทุกช่วงชีวิต

ตอนเด็ก เราต้องตอบคำถามคนอื่นไปแบบซื่อ ๆ ตามประสาว่าโตแล้วอนากจะเป็นอะไร แม้จะโตแล้ว เราอาจจะยังตอบคำถามตัวเองเหมือนกัน ว่าเราอยากเป็นอะไร สิ่งที่เราต้องการ กับสิ่งที่เราทำอยู่ มันใช่สิ่งเดียวกันหรือไม่ เราจะไม่ได้มาบอกว่าสิ่งไหนที่ใช่หรือไม่ใช่ เพราะคำตอบนั้นควรเป็นตัวของเราเองต่างหากที่จะตอบได้ 

ไม่ใช่ว่าพ้นวัยเด็ก สู่วัยทำงานแล้วเราต้องรีบเร่งให้ตัวเองค้นพบไว ๆ เพื่อที่จะได้กระโจนเข้าไปอยู่ในจุดนั้นได้ทันเวลา เพราะถึงเวลาจริง ๆ หลายคนล่วงเลยเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ วัยกลางคน โดยที่ไม่เคยได้ทำในสิ่งที่ใช่ และไม่เคยตอบตัวเองได้ว่าจริง ๆ แล้วเราอยากทำอะไรกันแน่ แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเราหมดเวลาแล้ว ไม่ทันแล้ว ทุกอย่างไม่มีอะไรสายไป เราอาจจะเจอคำตอบตอนทำงานไปแล้วกว่าครึ่งชีวิต ตอนปลดระวางตัวเอง หรือแม้แต่ช่วงก่อนจะลาโลกใบนี้ไป

ไม่ใช่แค่งานอดิเรก ไม่ใช่แค่อาชีพ แต่คือเป้าหมายของชีวิต ว่าปลายทางของเรามีอะไรเป็น Quest สุดท้ายของชีวิต แล้วเราจะรู้สึกว่าถึงเส้นชัย หรืออยากจะทำ Quest ย่อยไปตลอดชีวิต เพราะจะได้มีอะไรทำ ทั้งหมดนั่นก็คือความพอใจของเราว่าจะเอาสิ่งไหนเป็นเป้าหมายในชีวิตของเรา

สรุปง่าย ๆ เราไม่ได้อยากฟันธงว่าสิ่งไหนคือสิ่งที่ใช่หรือไม่ใช่ แต่อยากให้ยึดเอาความพอใจของตัวเองนี่แหละมาตอบคำถามว่า เราเจอสิ่งที่ใช่ เราค้นพบตัวเองหรือยัง ไม่ใช่ว่าโตแล้วหมดเวลาจะค้นหาตัวเอง เลยล้มเลิกไป ไม่จำเป็นต้องเร่งรีบเจอมันในวันนี้พรุ่งนี้ เรียนจบต้องเจอ ทำงานแล้วหมดโอกาส ไม่ใช่เลย ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ เราก็สามารถค้นหาตัวเอง ตามหาสิ่งที่ใช่ได้อยู่เสมอ

ถามว่าหาสิ่งที่ใช่ไปเพื่ออะไร ? เพราะเราจะได้ตอบคำถามตัวเองได้ว่าการใช้ชีวิตแบบที่เราอยากมีในใจจริง ๆ คืออะไร ถ้าไม่นับชีวิตที่มีอยู่ในตอนนี้ เราอยากทำอะไร นั่นแหละ ความต้องการลึก ๆ ข้างในนั้นแหละ จะเป็นแรงผลักดันให้เรารีบจัดการตัวเองบนโลกแสนวุ่นวายนี้ แล้วพาตัวเองไปใช้ชีวิตแบบที่อยากมีจริง ๆ

มันไม่ใช่เรื่องผิดเลยที่เราจะยังไม่เจอสิ่งที่ใช่ในชีวิตของเรา ในเมื่อมันยังไม่เจอก็คือไม่เจอ เชื่อเถอะว่าความรีบร้อนมันไม่ได้ช่วยให้เราเจอสิ่งที่ใช่ได้ไวขึ้น ยิ่งรีบอาจจะยิ่งแย่ ไม่ว่าเราจะเจอแล้วหรือยังไม่เจอก็ตามลองมาฟังชาว UNLOCKMEN กันดูว่า ช่วงที่พวกเขายังไม่เจอสิ่งที่ใช่ให้ตัวเองนั้น ตอนนั้นพวกเขาทำอะไรกันอยู่บ้าง

ท็อฟฟี่ AE

“เราพยายามมองหาแรงจูงใจเพื่อตื่นมาแต่ละวัน อย่างเช่นพรุ่งนี้กินอะไรดี ก็อยากจะตื่นมาเพื่อสั่งมันมากิน สำหรับการหาตัวเอง มันเป็นการใช้ชีวิตเพื่ออยู่รอดมากกว่า พยายามที่จะคิดว่าเราอยากได้อะไร จะทำยังไงถึงได้มา แต่บางทีมันก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่เราอยากทำ หรือชอบอะไร”

 

แก้วใจ Content Creator

“ตอนที่ไม่เจอว่าตัวเองชอบอะไร ก็กำลังวิ่งตามความฝันของคนอื่นอยู่ ตามเพื่อน ตามคนใกล้ชิดไปเรื่อย ๆ จนเจอว่าบางฝันมันไม่ใช่ของเรา ตามไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็เจอเอง ไม่เจอก็นอนอ่านหนังสือเล่น ๆ สุดท้ายก็เจอสิ่งที่อยากทำ”

 

ลูกแก้ว Content Creator

“เคยมีคนบอกว่า เราอาจจะยังไม่รู้หรอกว่าเราชอบอะไร แต่อย่างน้อยเราต้องรู้ก่อนว่าเราไม่ชอบอะไร ดังนั้นช่วงที่จบใหม่ ๆ หรือจบแล้วสักพักยังหาตัวเองไม่เจอ ไม่รู้ว่าชอบอะไรจริง ๆ ให้ลองทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ที่เราอยากทำไปเรื่อย ๆ ทั้งแบบลองเอง รับเงิน หรือเสนอตัวทำแบบไม่รับเงิน

มันอาจไม่ใช่สิ่งที่เราชอบที่สุดในตอนนั้น แต่อย่างน้อยเราจะรู้ว่าเราไม่ชอบอะไร ตัดชอยส์ออกได้มากขึ้น 

ถ้าโชคดี เราจะเจอสิ่งที่ชอบที่สุด แต่ถ้าไม่เจอ อย่างน้อยเราก็รู้ว่าเราไม่ชอบอะไร หรืออะไรที่ก็ไม่ได้ชอบมากหรอก แต่เราใช้ชีวิตกับมันได้”

 

โอ๊ต Graphic Designer

“เรารู้ว่าตัวเองชอบอะไรตั้งเเต่ตอนเรียน เราว่าเราโชคดีที่เรารู้ตั้งเเต่เเรก ว่าชอบเเละอยากทำอะไร เเละเราก็มุ่งมั่นมาทางนั้นเลย เพื่อที่จะได้รู้ว่าเราชอบสิ่งที่อยากทำ สิ่งนั้นจริงรึเปล่า พอลองมาได้ทำก็รู้ว่าชอบอะไรแบบนี้จริง ๆ เราทำเเละเราพัฒนาตัวเองได้ดี เราว่าเราโชคดีที่เรารู้ตั้งเเต่เเรก ว่าชอบเเละอยากทำอะไร เเต่ระหว่างทางเราก็ลองทำงานในสายนี้หลาย ๆ รูปแบบนะว่า เราชอบแบบไหนที่สุด จนมาที่ตอนนี้คือเราชอบงานด้าน Design จริง ๆ”

 

โจ้ Video Editor

“จบมาใหม่ ๆ ก็รู้แหละว่าต้องการอะไร แต่ที่รู้ว่าชอบทำอะไรมันคือเรื่องกว้าง ๆ ไม่รู้ว่าเราจะอยู่ในจุดในของเรื่องกว้าง ๆ นั้น ก็เลยต้องตามติดคนที่ทำอาชีพหรือสิ่งที่เราสนใจ พูดคุยเพื่อหาข้อมูลข้อดีและข้อเสียของสิ่งนั้น ๆ เผื่อประกอบการตัดสินใจว่าเราจะเลือกว่าจะไปทางไหนหรือเป็นอะไร หลังจากตัดสินใจได้แล้วก็ค่อยลองทำก่อน ส่วนตัวคิดว่าเวลามีค่าการที่หาข้อมูลก่อนลองทำมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดหรือเสียเวลาอะไร จริง ๆ อาจจะได้คอนเน็กชั่นดี ๆ จากตรงนั้นเพื่อช่วยเหลือสิ่งที่เราตัดสินใจทำ ก็ เป็น ด้าย (เสียงยาน)”

 

ท็อป Senior Content Creator

“มันไม่รู้สึกชัดถึงขนาดเจาะจงลงไปได้ ถึงขนาดที่ว่า นี่กูชอบมอเตอร์ไซค์นะ งั้นขอทำอะไรที่เกี่ยวกับมอเตอร์ไซค์ก็แล้วกัน เป็นช่างซ่อม เป็นนักแข่ง หรือว่าแม่งเปิดร้านขายมอเตอร์ไซค์ไปเลย อะไรทำนองนั้น

แต่ที่มันรู้ชัดเจนตั้งแต่เด็กๆ คือสิ่งที่ไม่ชอบ รู้เลยว่าแม้จะเลือกเรียนสายวิทย์ฯ แต่ตัวเองไม่ได้เป็นคนที่ชอบตัวเลข หรือการคำนวณ แต่กลับทำคะแนนวิชาภาษาไทยได้ดี ก็เลยเลือกอยู่บนเส้นทางของสิ่งที่คิดว่าตัวเองพอจะทำมันได้ดีมาเรื่อย ๆ 

แม้ทุกวันนี้ยังไม่รู้แน่ชัดว่าชอบอะไร หรืออยากทำอะไรแบบสุด ๆ แต่ตอนนี้ก็คงเลือกใช้ชีวิตอยู่กับการขีด ๆ เขียน ๆ ไปเรื่อย ๆ 

ดีไม่ดีทั้งชีวิตนี้อาจจะระบุไม่ได้ด้วยซ้ำ ว่าชอบ หรืออยากทำอะไรที่สุด เพราะระหว่างทาง ที่เติบโตขึ้น ชีวิตมันก็ได้เจอกับสิ่งใหม่ ๆ ที่เรารู้สึกชอบเพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ ชอบถ่ายรูป, ชอบทำอาหาร หรือแม้กระทั่งนอนเฉย ๆ นี่ก็ชอบนะ”

เห็นไหมว่า ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเจอสิ่งที่ใช่ ใช้ชีวิตได้ดั่งใจไปเสียทุกอย่าง บางครั้งการมองวิวข้างทางไปเรื่อย ๆ อาจทำให้เรามีความสุขมากพอกับการตั้งหน้ามองที่ไปที่เส้นชัยนั่นแหละ ก่อนจะเจอ มันก็ต้องไม่เจอมาก่อน อย่างน้อยวันนี้ก็ลองตั้งคำถามกับตัวเองว่าพอใจกับชีวิตตอนนี้แค่ไหน แล้วเราได้เป็นตัวเองในแบบที่เราอยากเป็นแล้วหรือยัง ถ้ายัง เราจะทำยังไงกับมันต่อดี เพราะชีวิตเราไม่ได้ยืนยาวนัก อย่าลืมเติมไฟให้ตัวเองหาสิ่งที่ใช่ และตั้งมันไว้ที่เส้นชัย พร้อมกับวิ่งเข้าหามันอย่างเต็มกำลัง ตั้งแต่วันที่เรายังมีแรงมากพอ

april
WRITER: april
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line