เคยคิดกันเล่น ๆ มั้ย ถ้าให้นึกถึงวงดนตรีในไทย ที่ทั้ง GenZ ตัวแทนของวัยรุ่นในตอนนี้ และ GenY ผู้ใหญ่ที่เพิ่งผ่านช่วงวัยรุ่นไม่นาน สามารถรวมตัวอยู่ในคอนเสิร์ตเดียวกันได้ จะมีรายชื่อของวงอะไรบ้าง … THE TOYS / BOWKYLION / Mirrr / Whal & Dolph / Landokmai เราเชื่อว่าวงเหล่านี้คือตัวแทนตรงกลางนั้น และสิ่งนี้เองที่ทำให้ค่ายเพลงชื่อ What The Duck ไม่เคยเป็นเป็ดหลงฝูงในวันที่ซีน T-Pop แทบจะเป็นทุกอย่างของวงการเพลงไทยในปี 2025 ในช่วงเวลาปีที่ 11 ของค่าย What The Duck พร้อมกับเพื่อฉลองให้กับธีมดนตรี ‘UNDER THE RADAR MUSIC’ ของ UNLOCKMEN เราชวนคุยกับ ‘พี่มอย’ สามขวัญ ตันสมพงษ์ (Managing Director & Co-Founder)
สิ่งที่ Nujabes ทำในโตเกียวคือสิ่งเดียวกับที่ Dilla ทำใน Detroit ชายจากสองซีกโลกที่ไม่เคยเจอกัน แต่สื่อสารกันผ่านภาษาดนตรีแบบเดียวกัน พวกเขาคือคนที่เปลี่ยนดนตรีให้กลายเป็น “วัฒนธรรม” โดยไม่ต้องอยู่บนเรดาร์ของใครเลย J Dilla เขียนภาษาใหม่ของจังหวะไว้ด้วยเครื่อง MPC3000, แผ่นเสียง และความกล้าที่จะสร้างดนตรีในรูปแบบของตัวเองด้วย micro-timing deviation ที่ถูกวางด้วยเจตนา เขาใช้ MPC3000 เพื่อจัดองค์ประกอบจังหวะต่าง ๆ เช่น kick, snare, hi-hat ให้เกิด misalignment เพียงเสี้ยววินาที เป็น groove ที่ไม่มีใครสามารถลอกเลียนได้เพราะมันไม่ใช่เทคนิค แต่มันคือ “feeling that programs the machine” ดนตรีของ J Dilla ถูกนิยามภายหลังว่า Dilla Time โดย Dan Charnas อธิบายว่าเป็น sound ที่วางอยู่กึ่งกลางระหว่าง straight และ swing
“D Jai Mak Krub T P’Rung Sen San Ya Kub WAV Kao Smallroom” พิมพ์คาราโอเกะตามเขาทำไม จะบอกว่าเป็นแฟนคลับ WAV ตั้งแต่ตอนเขาทำ ‘โคตร โคตร’ (Wav. rework) ให้ Morvasu สะใจกับความ Soul ความ Jazz ในเพลงที่มีท่อนแรปยียวน แต่ ! อันนั้นคือพาร์ทดนตรี สิ่งที่ทำให้ชอบวงนี้มาก ๆ คือการเป็นคนสร้างดนตรี Dirty Content อย่างโคตรฉลาดและเปิดเผยจัด ๆ พ่อคุณเล่นล่อแหลมทุกเพลง ล่อแหลมตั้งแต่คอสตูมทีม Breaking Bad ไหนจะเพลงใหม่ ‘ตัวเล็ก (TUA LEK)’ อีก ไม่ใช่แค่ชอบวง WAV แต่เรายังเป็นแฟนคลับผลงานโปรกเจกต์ส่วนตัวของแต่ละคนในวงด้วย ทั้ง ‘ตุล’ แรปเปอร์และคนเขียนเพลงของวง A.K.A. KENDRICK
“บทความนี้เราจะไม่บอกว่า Three Man Down เป็นใคร, มารวมตัวกันได้อย่างไร, หรือพยายามพูดถึงอดีตที่เคยผ่านมาของวงมากนัก เพราะทุกคนรู้ดีกันอยู่แล้ว .. แต่เราจะมาพูดถึงอนาคตและเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นหลังจากวงประสบความสำเร็จในวงการดนตรีไปแล้ว .. เพราะว่าเป็นสิ่งที่ยังไม่มีใครรู้ และพวกเขาเองก็ไม่มีทางรู้ได้เลยว่าจะเป็นอย่างไร” ปีที่ 12 ของ Three Man Down เด็กหนุ่มทั้ง 4 คน กิต (กฤตย์ จีรพัฒนานุวงศ์), เต (เตธนันท์ วงศ์ปรีชาโชค), ตูน (พีรพล เอี่ยมจำรัส) และ เส็ง (วิศรุต ปฐมสิริไพศาล) บอกว่าพวกเขาชอบที่จะเปรียบการเดินทางของตัวเอง เป็นเหมือนกับการผจญภัยของลูกเรือโจรสลัดหมวกฟางใน One Piece และการปล่อยอัลบั้มที่ 3 ซึ่งทำให้วงเติบโตยิ่งกว่าที่ผ่านมา ชื่อ lll (อ่านว่า “ทรี-แมน-ดาวน์”) ก็เพิ่งจะเป็นการเดินทางมาถึงช่วงต้นของเรื่องเท่านั้น ! ถ้าเป็นในมังงะ พวกเขาบอกว่าตัวเองเพิ่งนำเรือผ่านเข้าสู่แกรนด์ไลน์มาเมื่อไม่นานนี้เอง UNLOCKER CLUB ตอนล่าสุด UNLOCKMEN พาไปคุยกับวงดนตรีร็อกตัวแทนของยุคสมัยนี้ ในหัวข้อ
เห็น Only Monday ตั้งแต่วันที่ ธีร์-ทีปกร คำสุรีย์ (ร้องนำ/กีตาร์) / โปรด-วริศ สาระเขตต์ (เบส) / เฟรม-คฑาวุธ ขำทอง (กลอง) ยังเป็นเด็กมัธยม และยังจำวันที่ทั้งสามคนเข้าสังกัด Gene Lab วันแรก ๆ พร้อมปล่อยเอ็มวีไฟแรง ๆ ‘สองมาตรฐาน’ ได้อยู่เลย ยังพูดกับตัวเองอยู่เลยว่า สักวันหนึ่งยังไงพวกเขาก็จะเป็นหนึ่งในตัวแทนความรู้สึกของวัยรุ่นยุคใหม่แน่นอน วันนี้ Only Monday กำลังจะมีคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรก ‘WE ARE ONLY MONDAY CONCERT’ พร้อมกับปล่อยอัลบั้ม HOTEL 302 อัลบั้มที่ 2 ที่ให้คนฟังได้เช็กอินความรู้สึกแบบ Happy Sad Song สุขปนเศร้า ความรู้สึกก่อนกลายเป็นผู้ใหญ่ของวัยเยาว์ … เราเชื่อว่ามันเป็นอัลบั้มที่พวกเขาจะเช็กอินกับความรู้สึกนี้เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะเช็กเอาต์เติบโตในวันข้างหน้า ทั้ง 13 เพลงใน HOTEL 302
เผลอแปปเดียวอัลบั้ม Man Child ของ Phum Viphurit ผ่านไป 8 ปีแล้ว ยังจำภาพวันที่เอา CD ไปเซ็นที่ Cat Expo ได้อยู่เลย ไม่เคยลืมความรู้สึกไม่เคยเบื่อของการฟังเพลงในยุค Adore & Long Gone Era. และยังคงตกหลุมรักโชว์ของภูมิแบบ Folk Session เสมอมา เราเอาอัลบั้ม Manchild มา Re Listening อีกครั้ง เพราะว่าภูมิกำลังจะมีคอนเสิร์ต Phum Viphurit ‘Manchild Reimagined’ Concert ในวันที่ 29 นี้ ที่เอาทุกเพลงในอัลบั้มแรกมาอะเรนจ์ใหม่ น่าสนใจมากว่าจะเป็นยังไง คนที่โตมากับภูมิและ Rats Record ตั้งแต่วันแรก ๆ ไม่ควรพลาดคอนเสิร์ตนี้ หลาย ๆ เพลงในอัลบั้ม Manchild ได้บันทึกช่วงเวลาวัยรุ่นที่ทำอะไรบ้า ๆ บอ
There is no excerpt because this is a protected post.
อัลบั้ม 1% ของ Paper Planes ที่มี ‘ฮาย-ธันวา’ (ร้องนำ) & ‘เซน-นครินทร์’ เป็นส่วนผสมสำคัญของการเกิดอัลบั้ม 21 เพลงที่บ้าพลังแบบสุดขีด (ในยุคสตรีมมิ่งที่แทบจะไม่มีศิลปินทำอัลบั้มให้เราได้เห็นแล้ว) สิ่งที่เราได้จากอัลบั้มที่ขอถือวิสาสะเรียกธีมเอาเองว่า “Coming Of Age Of Sad Boys” คือการเติบโตเมื่อวินาทีสุดท้ายของแทร็กท้ายสุดได้จบลง เหมือนกับว่าคอนเซปต์ของอัลบั้มนี้ คือการเรียงลำดับเพลย์ลิสต์จากความเศร้าที่เกิดจากความสัมพันธ์ ความผิดหวังที่เกิดจากตัวเอง ไปจนถึงความเข้าใจแล้วว่าโลกใบนี้ก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น เพราะฉะนั้น Next Cover, Same Mood ตอนล่าสุด จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับเพลง 1% ในมุมมองของเรา แล้วถ้ายังอารมณ์ค้างออกมาจากวังวนไม่ได้ เราเตรียมตัวละคร Sad Boy & girl จากหนังและหนังสือที่มีเรื่องราวเชื่อมโยงกับเพลง ให้แฟนของเครื่องบินกระดาษลำนี้ได้ไปอินกันต่อ SONG : กำหมัด (Smoulder) Sad Boy : Cameron James (10 Things I
ช่วงนี้ก็จะได้ยินเพลงของ Bakery Music บ่อยหน่อยเนาะ เพราะว่าโปรเจกต์ Back To The Bakery VOL.2 ที่เพิ่งปล่อยออกมาทั้ง 9 เพลงนั้น มันชวนให้รู้สึกเหมือนกับว่าเข็มเวลาที่เคยหยุดไปของเพลงในช่วงเวลา 90s ได้กลับมาเดินอีกครั้ง เพลงที่ยังคงดังอยู่ในหัวใจของชาว Bakerian เสมอทุกครั้งที่เปิดฟัง วงการเพลงไทยไม่เคยเหมือนเดิมตั้งแต่จุดเริ่มต้นในปี 1994 ของการก่อตั้งค่ายเบเกอรี่ เบื้องหลังความสำเร็จของค่ายเพลงไทยที่ทำอะไรไม่เหมือนใคร และตามใจตัวเองสุด ๆ (อ้างอิงจากคำพูดของป๋าเต็ด) มีเพื่อนสำคัญคนหนึ่งที่สามารถใช้เนื้อเพลงของวง PAUSE “เพื่อนฉันคนนี้นั้นไม่มีวันห่าง และไม่มีวันจากไปไหน” นิยามได้ เขาคนนั้นคือ ‘ไฮเนเก้น’ แบรนด์ที่ซัพพอร์ตเบเกอรี่มาตั้งแต่วันแรก ๆ เพราะเชื่อว่าความแตกต่างคือเชื้อเพลิงสำคัญที่จะขับเคลื่อนวงการเพลงไทยให้วิ่งต่อไปข้างหน้าได้ .. และการที่ Bakery Music ได้ส่งแรงบันดาลใจมากมายให้กับวงดนตรีไทยมาจนถึงยุคปัจจุบัน ก็ตอบได้อย่างชัดเจนว่าไฮเนเก้น คิดถูกต้อง ด้วยความรักที่มีให้กับ Bakery Music และความชื่นชมที่มีให้กับสิ่งที่ไฮเนเก้นทำ UNLOCKMEN ขอใช้โพสต์นี้เล่าช่วงเวลาที่หอมหวานที่สุดครั้งหนึ่งของประวัติศาสตร์วงการเพลงไทย ผ่านเรื่องราวความผูกพันระหว่างค่ายเล็ก ๆ ค่ายหนึ่งที่ทำในสิ่งที่ตัวเองเชื่ออย่างแรงกล้า กับแบรนด์ที่เชื่อมั่นในความตั้งใจตรงนั้นไม่ต่างกัน การร่วมมือที่ทำให้วงการเพลงไทยไม่เหมือนเดิมอีกเลย เชื่อว่าทุกคนรู้จัก
ไม่ใช่เพราะว่าเป็นแฟนคลับของ HYBS มาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เราถึงชอบเพลงของ WIM แต่เพราะว่า ‘กานต์-กษิดิ์เดช หงส์ลดารมภ์’ เป็นคนทำเพลง Pop ที่เก่งจริงต่างหากล่ะ ถ้าจะมีอัลบั้มที่ใช้เป็นตัวแทนนิยาม ‘ผู้ชาย’ ที่แอบมีความซุกซนต่อทุกความสัมพันธ์ที่เอาใจลงไปเล่นสนุก ๆ แต่กลับพร้อมจะยอมแพ้ให้กับคนที่เขาโดนเวทมนตร์บางอย่างตั้งแต่แรกเห็นได้ล่ะก็ เพลงในอัลบั้มชื่อ NOICE ก็ควรจะเป็นตัวแทนของผู้ชายเหล่านั้นนะ ไม่ได้เปรียบเทียบ แต่เพลงของ WIM ฟังแล้วมันชวนให้คิดถึงเพลง Pop ชั้นดีปี 1980s ของศิลปินอย่าง Stephen Bishop / Michael Frank หรือ The Doobie Brothers อยู่ไม่น้อย และก็ชวนให้คิดถึงเสน่ห์ของภาพฝันในหนัง Rom-Com ยุคที่มี Meg Ryan เป็นผู้หญิงในฝันของผู้ชายทุกคนด้วยเหมือนกัน NEXT COVER, SAME MOOD ตอนล่าสุด UNLOCKMEN ขอยกตัวละครผู้ชายที่ทำเพื่อผู้หญิง True Love ในชีวิตของตัวเอง จากภาพยนตร์ที่เรารัก เพราะเราเชื่อว่าผู้ชายเหล่านี้สามารถเป็นตัวแทนตัวตนของคำถามที่คุณกานต์ตั้งเอาไว้ในชื่อวงว่า
การทำวงดนตรีหนึ่งวงมันจะต้องใช้ความเชื่อทั้งต่อตัวเองและความเชื่อที่สมาชิกในวงมีร่วมกันมากมายขนาดไหนกันนะ เพื่อที่เราจะสามารถทำเพลงในแบบที่เป็นตัวเอง 100% สื่อสารในแบบที่ต้องการออกไป 100% โดยไม่เอนเอียงไปตามกระแสหรือสิ่งไหน แล้วในวันที่ ‘ยังไม่มีกลุ่มคนฟังเป็นของตัวเอง’ ทำยังไงไม่ให้ถอดใจกันไปเสียก่อน … ในฐานะที่ผู้เขียนทำวงดนตรีวงหนึ่งมา 10 ปี และยังคงอยู่ในความมืดไม่ไปไหน เราเก็บคำถามนี้เรื่อยมารอที่จะได้คุยกับ The Darkest Romance วงที่น่าจะตอบคำถามของเราได้ดีที่สุด วงที่ตลอด 14 ปีที่ผ่านมาไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปจากวันที่ออกอัลบั้มแรก 70,000,000-1=0 (2009) จนถึงอัลบั้ม Sentence (2023) และวันนี้วงก็ได้เดินทางมาถึงช่วงเวลาที่มีผู้คนเข้าใจสาสน์ที่พวกเขาต้องการจะสื่อในวงกว้าง ผ่านดนตรีร็อกที่มีความเป็นเมทัลอยู่ในนั้น ดนตรีที่สำหรับเมืองไทยแล้วแทบจะเป็น Underground มาตลอดเลยด้วยซ้ำ ผ่านมาแล้ว 2 เดือน กับคอนเสิร์ตใหญ่คอนเสิร์ตแรกในชีวิตของ TDR ‘ทัศนศึกษา’ สิ่งที่ตอกย้ำความเชื่อและความพยายามของวงดนตรีที่เราพูดไปก่อนหน้านี้ ชีวิตพวกเขาดำเนินต่อไปหลังคอนเสิร์ตนั้นจบ ‘ซีเกม–ธณัตชัย เหลือรักษ์’ เป็นครูสอนกลอง ‘เต้–ปัฏฐสิทธิ์ ห้วยห้อง’ เป็นพ่อค้าขายเสื้อมือ 2 Growdung_2hand แล้วก็ทำออเดอร์ส่งพ่อค้าต่างประเทศ ‘ก้อง–ก้องอุดม ใจทัศน์กุล’ เป็นพ่อค้าขายอะไหล่มอเตอร์ไซค์ที่ไม่มีเวลาขับมอเตอร์ไซค์เลย ‘แม็ก–ธิติวัฒน์ รองทอง’ เป็นฟรีแลนซ์ในวงการดนตรีรับจ้างทำเพลง
เราโตมากับ YEW ในยุคของเพลง ‘ลมที่ลา (Wind)’ แต่มาโดนตกเอาจริง ๆ จากเพลง ‘โอ้ที่รัก (HEY!)’ พอไปกดดูตัวเลขเช็คปีใน Youtube ของทั้งสองเพลงเมื่อกี้มันปี 2018 แล้ว ไม่แน่ใจว่าคนที่อยู่กับ Yew ตั้งแต่ก้าวแรก ๆ กับคนที่มาตามวงในปี 2024 หรือก่อนหน้านี้ไม่นาน นิยามวงเอาไว้ด้วยความหมายแบบไหน แต่สำหรับเรา Yew เป็นตัวแทนของทุกความรู้สึก ‘ไม่แน่ใจ’ ของวัยรุ่น ช่วงวัยที่อะไรมันก็สับสนมีแต่ความไม่เข้าใจเต็มไปหมด ไม่ว่าจะกับความสัมพันธ์ที่ต้องคอยโอบกอดเอาไว้ไม่ให้ร่วงหล่น หรือว่าความรู้สึกของตัวเองที่ก็ต้องคอยประคองเอาไว้ให้ดี อัลบั้ม Rainbow Landscape ก็ยังคงพูดถึงสิ่งเหล่านี้ แต่ท่ามกลางหมู่มวลเพลงเหล่านั้นกลับมีฟ้าใสที่ปลายทางรออยู่ เราขอเรียกเพลงในอัลบั้มนี้ว่า ‘การตามหาความเข้าใจของชีวิตเพื่อลืมเลือนความเจ็บปวดที่ผ่านมา’ เหมือนช่วงเวลา 6 ปีก่อน ได้ถูกคลี่คลายด้วยสายรุ้งของปี 2024 NEXT COVER SAME MOOD ตอนล่าสุดเราพาไปพบกับช่วงเวลา ก่อน, ณ ขณะ และฟ้าหลังฝน การมาถึงของช่วงเวลาสายรุ้งของตัวละครจากหนังสือและภาพยนตร์ที่มีความหมายถึงการเติบโตพร้อมกับภาวนาว่าสายรุ้งนี้จะยาวนานขึ้นอีกสักนิดก็ยังดี Song :


