Life

ความสำเร็จมากมาย แต่ทำไมเติมไม่เคยเต็ม ? เพราะความสำเร็จและความรู้สึกไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

By: april January 28, 2019

ความสำเร็จที่รายล้อมรอบตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่การงาน ตำแหน่งที่สมกับความสามารถ ค่าตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อกับความทุ่มเท ด้านชีวิตส่วนตัว บ้านหลังใหญ่ รถคันโปรดที่พาเราไปไหนมาไหนทุกที่ แต่แล้วเรากลับพบว่าท่ามกลางความสำเร็จที่พาของรอบตัวเหล่านั้นมา มีบางสิ่งข้างในที่มันขาดหายไป ความรู้สึกเว้าแหว่งยามที่ควานลงไปพบแต่ความดำมืดและความว่างเปล่า หากคุณเกิดความรู้สึกเหล่านั้นอยู่ในใจ UNLOCKMEN ชวนหนุ่ม ๆ มาสำรวจความรู้สึกของตัวเองว่าอะไรกันที่มันขาดหายไป เราจึงรู้สึกว่าเติมอะไรก็ไม่เคยเต็ม

เรามัวแต่ใช้เวลาไปกับสิ่งที่ถูกต้องแต่ไม่ถูกใจ

เมื่อเราเติบโตขึ้นจนถึงวัยที่ได้ใช้ชีวิตจริง ๆ อย่างวัยทำงาน ทำให้เราได้เรียนรู้ว่าสิ่งที่ถูกต้องมาก่อนสิ่งที่ถูกใจ สังคมรอบข้างหล่อหลอมให้เราเชื่อว่า หากทำแบบนั้นได้ เราจะดูเป็นคนมีวุฒิภาวะ รู้จักเลือกสิ่งที่จำเป็นมาก่อนสิ่งอื่น จนนั่นทำให้เราใช้เวลาไปกับสิ่งที่ถูกต้องเสียมากมาย หากไม่ทันรู้ตัวก็อาจจะใช้ครึ่งชีวิตที่เหลือไปกับสิ่งที่ถูกต้องเพียงอย่างเดียวเลยก็ได้ แต่นั่นก็จำเป็นต้องทำจริง ๆ นั่นแหละ แล้วการทำสิ่งที่ถูกต้องมันแย่ตรงไหนกัน ? คำตอบคือมันไม่แย่เลย หากเรารู้จัก Balance ชีวิตของเราให้ดีในทุกด้าน ไม่ให้ตัวเองตึงเพราะสิ่งที่ถูกต้องเกินไป จนตัวเองกลายเป็นหุ่นยนต์หาเงิน แล้วจะทำยังไงเราถึงจะ Balance ชีวิตของเราได้ ไปดูข้อต่อไปกัน

 

ยังไม่ลงมือทำสิ่งที่รัก

หลายคนต่างเคยมีความฝันหรืองานอดิเรก ความชอบ ที่มันยังอยู่ในใจของเราเสมอมา เพียงแต่ในตอนเด็กเราไม่ได้มีกำลังมากพอที่จะ Support สิ่งนั้นไปได้สุดทาง (แต่ถ้าใครทำได้แล้ว เรายินดีด้วยจากใจจริง) พอโตขึ้นมาอยู่ในวัยทำงาน เรามีกำลังทรัพย์มากพอที่จะ Support สิ่งที่เรารัก แต่ว่าเรากลับไม่มีเวลาให้มันเสียอย่างนั้น ทั้งที่แต่ก่อนเราทุ่มเทเวลาไปกับมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ลองหาเวลาสักวันละหนึ่งชั่วโมงหรือมากกว่านั้นตามความเหมาะสมเท่าที่เราจะหาได้ ใช้เวลาไปกับมัน เหมือนเป็นรางวัลให้กับตัวเองในวันนั้น ได้ปลดความเหน็ดเหนื่อยบนบ่าทิ้งไป แล้วดำดิ่งไปกับสิ่งที่เรารักไม่ว่าจะดนตรีที่ห่างหายจากการฝึกซ้อมไปนาน นั่งเกา ๆ เพลงดังในอดีต หรือจะอ่านการ์ตูนเรื่องโปรดที่ยังคงเขียนไม่จบ ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม แต่ขอให้เป็นสิ่งที่เรารัก รีบให้เวลามันเสียตั้งแต่เรายังมีแรงทำมัน

 

แผนตอนนี้ยังไม่ใช่สิ่งที่ลงตัวที่สุด

หากคุณอยู่ในเคสที่ใช้ดำเนินชีวิตมาไกลระยะหนึ่งแล้ว แต่ก็ยังคงรู้สึกเติมไม่เต็ม แม้จะบรรลุสิ่งที่หวังไว้อยู่หลายอย่างแล้วก็ตาม อีกเหตุผลที่สำคัญคือ เพราะแผนชีวิตที่วางไว้ มันไม่ได้ตอบโจทย์ความต้องการของเราอย่างที่สุด แม้จะ Hit Target ไปเยอะขนาดไหน แต่ถ้าความต้องการจริง ๆ ของเรามันไม่ได้เป็น Target ที่อยูใน List นั้นแต่แรก ทำให้ครบจบทั้ง List เราก็ยังรู้สึกขาด ๆ แหว่ง ๆ อยู่ดี

อาจจะไม่ต้องปรับแผนรื้อผังกันทั้งหมด แต่ลองปรับเอาจากจุดอ่อน จุดไหนที่เรารู้สึกว่าไม่ได้ต้องการมันขนาดนั้น จุดไหนที่รู้สึกว่าไม่ทำก็ยังได้ แล้วลองหาสิ่งอื่นที่เคยค้างคาในใจ หรือจะเป็นสิ่งที่ตกตะกอนจากการใช้ชีวิต ปลุกบางอย่างในใจให้เราอยากลุกขึ้นมาทำอะไร ลองหยิบจับสิ่งเหล่านั้นเข้ามาในแผนดู อาจจะพบสิ่งที่ลงตัวมากขึ้นกว่าแผนเดิมที่เรายึดมันมาตลอดก็ได้

 

ยังทำอะไรไม่ได้ดั่งใจหวัง

แม้จะพยายามทำให้แผนที่วางไว้สำหรับชีวิต สำเร็จลุล่วงอย่างที่ตั้งใจ แต่ใช่ว่าทุกอย่างมันจะเรียบง่ายเสมอไป อาจจะเวลาที่ไม่เพียงพอ พลังที่จะลุกขึ้นมาทำยังไม่เต็มที่ ซึ่งทำให้เราไม่ได้ Hit Target ได้มากเท่าที่เราตั้งใจเอาไว้ อย่างสมมติว่า ตั้งใจว่าอายุเท่านี้ จะได้เงินเดือนเท่านี้ อายุเท่านี้ จะออกมาทำธุรกิจของตัวเอง แต่พอมันยังทำไม่ได้ ก็เลยทำให้รู้สึกว่าเรายังไม่สำเร็จเลยนี่หว่า

อย่าเพิ่งกดดันตัวเองจนเกินไปนัก ค่อย ๆ วางแผนกันใหม่ ยืดหยุ่นกับตัวเองบ้าง อย่างน้อยก็อย่าเอาแผนที่วางไว้ในวันวานมาบีบคั้นตัวเองในวันนี้ จนแผนในชีวิตกลายเป็นฝันร้ายที่คอยหลอกหลอนว่าเราเป็นคนไม่เอาไหนเสียเอง

ยิ่งเดินทางมาไกล ยิ่งทำให้เราเหลือแต่สิ่งที่จำเป็นในกระเป๋า แต่หนึ่งในของจำเป็นที่เราควรมีไว้เสมอคือความสุขของตัวเอง เก็บเกี่ยวสิ่งที่เราอยากได้ มากกว่าสิ่งที่เราอยากให้คนอื่นเห็นว่าเรามี

april
WRITER: april
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line