Guide

GUIDE : แบรนด์เสื้อผ้าสู่คาเฟ่ “NOXX CAFE” พื้นที่เท่ ๆ ที่เรียบง่ายบนกลิ่นอายของ INDUSTRIAL

By: april August 10, 2018

เวลาเราไปคาเฟ่สักที่อาจจะเขิน ๆ ที่ถ่ายรูปออกมาแล้วมันช่างเป็นคาเฟ่หวานแหวว มองไปมุมไหน ทั้งการออกแบบภายใน การตกแต่ง เฟอร์นิเจอร์ หรือแม้แต่เมนู ทุกอย่างมันดูฟรุ้งฟริ้งไปเสียหมด ซึ่งนั่นมันก็ไม่ผิด แค่ผู้ชายอย่างเราคงไม่อินกับสไตล์นี้เท่าไหร่นัก และดูจะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของสาว ๆ เสียมากกว่า ถ้าหากหนุ่ม ๆ คนไหนเจอกับปัญหานี้บ่อย ๆ และกำลังมองหาพื้นที่เท่ ๆ เอาไว้นั่งชิลล์ในวันหยุด หรืออยากจะพาสาวไปรีแลกซ์ในบรรยากาศที่แฮปปี้กันทั้งคู่ UNLOCKMEN ขอแนะนำ “NOXX CAFE” พระราม 9 ที่รวมเอาความเรียบง่ายของ Minimal และความแข็งแรงดุดันของ Industrial มาไว้ด้วยกัน จะออกมาเจ๋งแค่ไหน มาดูกัน

จากแบรนด์เสื้อผ้าสู่คาเฟ่

เรามีโอกาสได้พูดคุยกับคุณ “วสุ มโนมัยพิบูลย์” เจ้าของคาเฟ่และไอเดียเจ๋ง ๆ ที่เราจะได้เห็นในคาเฟ่นี้ โดยก่อนจะมีคาเฟ่แห่งนี้ คุณวสุได้มีแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเองในชื่อเดียวกัน และพอแบรนด์เสื้อผ้าเริ่มอยู่ตัว จึงอยากขยับขยายแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น จึงเปิดเป็น “NOXX CAFE” นี้ขึ้นมา ด้วยความตั้งใจที่ต้องการให้เป็นคาเฟ่ที่เหมาะกับคนทุกไลฟ์สไตล์ เป็นพื้นที่ Unisex เหมาะกับทุกเพศ

Custom Design

กว่าจะมาเป็นคาเฟ่แห่งนี้ คุณวสุเล่าถึงการเตรียมตัว เตรียมรายละเอียดทุกอย่างเกี่ยวกับในร้านด้วยตัวเองเกือบทั้งหมด ทั้งไอเดียการออกแบบที่อยากให้ออกมาเป็นแนว Industrial ที่ดูแข็งแรง ให้อารมณ์ที่ดุดันขึ้นมาหน่อย ฟิวชั่นกับความเรียบง่ายของ Minimal ที่ช่วยทำให้ภาพรวมไม่ดูแข็งทื่อจนเกินไป คอนเสปต์ตกแต่งสถานที่ ที่เพิ่มสีเหลืองและสีทองมาเป็นจุดเด่นในร้าน ช่วยดึงความสดใส ไม่ให้รู้สึกอึมครึมกับสีขาวและดำที่เป็นสองสีหลักในร้าน

ร้านนี้มีสองชั้นด้วยกัน ซึ่งการตกแต่งของชั้นบนจะค่อนไปทาง Industrial จ๋าไปเลย และค่อนข้าง Private กว่าด้านล่าง ยิ่งมาเป็นกลุ่ม เราแนะนำให้ขึ้นมานั่งชั้นบน ถ้านับรวม ๆ จำนวนโต๊ะแล้ว ถือว่ารองรับจำนวนลูกค้าในร้านได้ค่อนข้างเยอะ ไม่ต้องกลัวว่าไปแล้วจะไม่มีที่นั่ง

Selected Menu

เมนูของทางร้านมีทั้งเครื่องดื่มและขนม รับรองว่าไม่เหมือนที่ไหนอย่างแน่นอน เพราะหลาย ๆ เมนูคุณวสุได้ออกแบบและลองทำด้วยตัวเอง ด้วยวัตถุดิบที่คัดสรรมาอย่างดี ความพิเศษคือ ทุกเดือนจะมีเมนูขนมที่เป็น Selected จากทางร้าน วางขายเพียงเดือนเดียวเท่านั้น และจะผลัดเปลี่ยนเมนูนี้ไปเรื่อย ๆ ในทุกเดือน ใครที่อยากชิมเมนูพิเศษแบบนี้สามารถตามไปชิมกันได้ ส่วนเมนูเครื่องดื่มจะเน้นไปที่ชา ที่มีเมนูชาที่ค่อนข้างหลากหลาย รวมถึงเมนูอื่น ๆ เพื่อเป็นตัวเลือกให้กับคนที่ไม่ดื่มกาแฟ  โดยคุณวสุได้เลือกเมนู Signature ของร้านมาให้ 3 เมนูด้วยกันดังนี้

Sparkling Ispahan (140.-)

เป็นการผสมผสานกันระหว่าง Rose, Lychee และ Rasberry Sorbet ซึ่ง Rose ที่หมายถึงสีชมพูในภาษาฝรั่งเศส ล้อไปกับชื่อ Ispahan ที่เป็นขนมสีชมพูของฝรั่งเศสเช่นกัน ซึ่งเป็นสีสันหลักของเมนูนี้ ที่ให้ความสดชื่นด้วย Lychee Surup ด้านล่างของ Sparkling ด้านบนเป็นไอติม Rasberry Sorbet ที่รสชาติหวานอมเปรี้ยวที่เป็นจุดเด่นของแก้วนี้ แต่ไม่ได้เป็นรสชาติที่ฉูดฉาดจนต้องหลับตาปี๋ ตัวไอติมให้ความนุ่มละมุน ไม่เป็นเกล็ดน้ำแข็งหยาบ ๆ

รวม ๆ แล้วเหมาะกับสาว ๆ หรือใครก็ตามที่ชอบความสดชื่น หรืออยากปลุกพลังให้ตัวเองในตอนบ่ายไม่ให้ง่วงหงาวหาวนอน ด้วย Sparkling ที่มีลูกเล่นด้วย Rasberry Sorbet ที่โปะอยู่ด้านบนที่เข้ากันกับไซรัปด้านล่าง

Marron Cafe Latte (120.-)

เมนูกาแฟยอดฮิตอย่างลาเต้ เป็นที่ชื่นชอบของทั้งคอกาแฟและคนที่ไม่ดื่มกาแฟ ที่มักจะเลือกลาเต้เป็นเมนูเริ่มต้นสำหรับหัดดื่มกาแฟ เหมือนเป็นก้าวแรกก่อนที่จะไปเมนูต่อไป และ Marron Cafe Latte ของที่นี่ เป็นเมนูลาเต้ที่ดื่มง่ายยิ่งขึ้นกว่าลาเต้ปกติ ด้วย Chestnut Syrup ที่มาเพิ่มความหอมละมุนให้กับลาเต้แก้วนี้ ซึ่งจริง ๆ ก็คือเกาลัดที่นำมาตกแต่งด้านบนนั่นแหละ ซึ่งชื่อเมนูภาษาฝรั่งเศสคำว่า Marron ก็แปลว่าเกาลัดเช่นเดียวกัน

เหมาะสำหรับคนที่อยากเติมคาเฟอีนให้ร่างกายที่เหนื่อยล้า ให้สดชื่นขึ้นมาอีกสักหน่อย แต่ไม่สันทัดกับกาแฟรสเข้มอย่างที่คอกาแฟเขากินกัน สามารถลองเมนูนี้ ที่มีมิติมากขึ้นกว่าลาเต้ธรรมดาด้วยกลิ่นหอมของ Chestnut ที่ช่วยดึงความสนใจเราออกจากรสขมของกาแฟได้เป็นอย่างดี

Cranberry Almond Cheese Toast (89.-)

ถือว่าเป็นเมนูโทสต์ในฝันที่ใคร ๆ ต่างโหยหาแน่นอน ที่ชอบมาก ๆ คือตัวขนมปังที่กรอบเพียงผิว ๆ เนื้อขนมปังด้านในยังมีความนุ่มอยู่ ทำให้เวลากินไปแต่ละคำ ไม่รู้สึกฝืดคอเลย ซึ่งนี่เป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ ของขนมเมนูโทสต์ ที่เรามักจะเทความสนใจไปที่ Topping หรือสิ่งอื่น ๆ มากกว่าเนื้อขนมปังที่เป็นหัวใจหลักของเมนูนี้จริง ๆ และโทสต์ของที่นี่ถือว่าทำออกมาได้ดีมาก ๆ

ความนุ่มละมุนของชีสกับขนมปัง เข้ากันดีอย่างที่มันควรจะเป็นอยู่แล้ว และยิ่งทานได้อร่อยมากขึ้นเมื่อมีรสเปรี้ยวเล็กน้อยของ Cranberry อบแห้ง ที่เป็นเนื้อแบบเต็มคำ พร้อม Texture กรุบกรอบของ Almond บดเองจากทางร้าน ที่ทำให้ภาพรวมของขนมเมนูนี้ออกมามีน้ำหนักในทุก Elements ที่สัมผัสได้ในปาก

ใครที่สนใจอยากจะลองไปลิ้มรสกาแฟเมนูพิเศษในพื้นที่เท่ ๆ เหมาะกับหนุ่ม Urban อย่างที่นี่แล้วล่ะก็ สามารถตามแผนที่จากทางร้านไปได้ ในทุกวันเวลา 9.30 – 17.30 น.  ยกเว้นวันจันทร์เพราะร้านปิดทำการ อย่าเผลอไปเก้อกันล่ะหนุ่ม ๆ ใครที่อยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดตามได้ที่ Page Facebook ของทางร้านได้เลย

april
WRITER: april
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line