Life

HEALING MINDSETS: เมื่อปัญหาทำเราล้มใจสลาย จะลุกขึ้นยืนได้อย่างไรในวันที่หัวใจผุพัง

By: BAO January 18, 2021

เวลาเราเจอกับเรื่องแย่ ๆ ในชีวิต เช่น ตกงาน สอบตก หรือว่า อกหัก หลายคนมักจะเกิดอารมณ์แย่ ๆ ขึ้นมาหลังจากนั้น ไม่ว่าจะเป็น ความเครียด ความเศร้า ความกังวล บางคนอาจมีอาการถามตัวเองซ้ำ ๆ ว่าทำไมเรื่องเหล่านั้นถึงเกิดขึ้น และอยากย้อนเวลากลับไปแก้ไขมันเสียเหลือเกิน แต่เมื่ออดีตเป็นเรื่องที่ย้อนกลับไปแก้ไขไม่ได้ การคิดถึงมันบ่อย ๆ จึงไม่ช่วยอะไร นอกจากทำให้เรายิ่งคิดมาก มูฟออนยาก และติดอยู่ในลูปของความเศร้าที่ไม่รู้จะจบลงเมื่อไร 

เรามีวิธีรับมือกับเรื่องแย่ ๆ ที่ดีกว่านั้นมาแนะนำนั่นคือการใช้ Gratitude หรือ การขอบคุณนั่นเอง สกิลนี้จะช่วยให้เราสามารถมองเห็นสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตมากขึ้น และจะทำให้เราใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากขึ้นด้วย เดี๋ยวเราจะอธิบายให้ฟังว่าเราจะพัฒนาสกิลนี้ได้อย่างไร              


WHAT IS GRATITUDE ?

ถ้าแปลคำว่า Gratitude จากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทยตรง ๆ ความหมายของมัน คือ ความกตัญญู หรือ ความรู้สึกขอบคุณ ซึ่งมีหลายคนเหมือนกันที่มองว่า มันเป็นสกิลในการเอาตัวรอด (Survival Skill) จากความยากลำบากต่าง ๆ ที่เข้ามาในชีวิตได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น เงินเดือนถูกลด ตกงาน หรือว่า สูญเสียคนที่สำคัญไป การมี Gratitude จะช่วยให้เรายืนหยัดได้อีกครั้งเมื่อเราล้ม 

งานวิจัยหลายชิ้นได้ชี้ให้เห็นว่า Gratitude อาจทำให้ชีวิตของหลาย ๆ คนมีความสุขมากขึ้น มีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ดีขึ้น ถ้าเป็นในคู่รัก พวกเขาก็จะแสดงรู้สึกดีกับคนอื่นมากขึ้น และรู้สึกสบายใจที่จะพูดถึงข้อกังวลในความสัมพันธ์มากขึ้นกว่าเดิมด้วย 

เพราะการที่เราโฟกัสไปยังสิ่งที่เราอยากขอบคุณ หรือ สิ่งที่เรารู้สึกขอบคุณ ทำให้เราออกห่างจากความรู้สึกที่เป็นพิษ เช่น ความขุ่นเคือง และการโฟกัสในเรื่องบวก ๆ ส่งผลให้สมองหลั่งฮอร์โมน เช่น โดปามีน เซโรโทนิน และอ๊อกซิโตซิน ซึ่งทำให้เรารู้สึกดี และมีความสุขในการใช้ชีวิตนั่นเอง Gratitude เลยทำให้เรามีภูมิต้านทานอารมณ์ลบได้เป็นอย่างดี     

แต่นอกจากผลดีที่เกิดขึ้นกับตัวเราเองแล้ว การแสดง Gratitude กับคนรอบข้าง อาจทำให้พวกเขามีความสุขมากขึ้นได้เช่นกัน คนที่เป็นหัวหน้า หากพูดขอบคุณและให้กำลังใจลูกน้อง อาจทำให้ลูกน้องมีกำลังใจในการทำงาน และทำผลงานออกมาได้ดี      


HOW TO CULTIVATE GRATITUDE ?

เมื่อ Gratitude ดูจะเป็นสกิลที่ช่วยให้เรามองโลกในแง่บวกมากขึ้น ช่วยให้เราไม่จมอยู่กับอารมณ์ลบ ๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อเจอปัญหา และอาจทำให้เรามีความสุขในการใข้ชีวิตมากขึ้นได้ด้วย ดังนั้น เราเลยควรฝึกสกิลนี้กัน ซึ่งในบทความนี้เรามีวิธีในการฝึกแสดง Gratitude มาฝากทุกคนด้วย ซึ่งจะมีวิธีอะไรบ้างต้องไปดูกันต่อ


พูดคำว่า “ขอบคุณ” ให้บ่อยขึ้น

บางคนอาจมีนิสัยชอบพูดขอบคุณกับคนรอบข้างอยู่แล้ว และไม่น่ามีปัญหาอะไรกับเรื่องนี้ แต่สำหรับบางคนอาจไม่ค่อยได้พูดคำ ๆ นี้บ่อยนัก เราอยากบอกว่าการพูดขอบคุณสำคัญต่อการใช้ชีวิตของเราจริง ๆ เพราะมันจะช่วยให้เรารู้สึกดีกัยชีวิตมากขึ้นได้ แต่ที่สำคัญเราควรพูดด้วยความจริงใจ และรู้สึกขอบคุณจริง ๆ ไม่ใช่พยายามฝืนพูด เพราะอยากให้คนอื่นมองว่าตัวเองเป็นคนดี       


ลองลิสต์สิ่งที่ทำให้เรารู้สึกขอบคุณ

เวลาเราล้มเหลว หรือ สูญเสียคนสำคัญในชีวิตไป เรามักเกิดความเศร้า และจมปรักอยู่กับความรู้สึกของตัวเอง บางคนอกหักก็เก็บตัวอยู่ในห้องนอน 5 วัน 10 วัน ไม่อยากไปสุงสิงกับใคร หลายคนอาจเชื่อว่าเวลาจะช่วยเยียวยาความเศร้าในใจได้ แต่คงไม่มีใครรู้ว่าต้องใช้เวลานานเท่าไหร่กว่าความเศร้าจะทุเลาลงจนไม่ส่งผลต่อการใช้ชีวิต แถมการจมอยู่ในความเศร้านาน ๆ อาจทำให้เกิดปัญหาทางสุขภาพจิตได้อีก มันจึงดีกว่าถ้าเราจะไม่โฟกัสกับอารมณ์ และใช้ Gratitude ในการจัดการกับมัน ลองลิสต์สิ่งที่เคยทำให้เรารู้สึกขอบคุณให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ดู เช่น เราอาจรู้สึกขอบคุณเพื่อนร่วมงานที่ช่วยเช็คเอกสารให้ก่อนที่เราจะนำไปส่งหัวหน้า หรือ เราอาจรู้สึกขอบคุณที่วันนั้นอากาศดี เราเลยสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสบาย เขียนสิ่งเหล่านี้ลงในกระดาษ สมาร์ทโฟน หรือ คอมพิวเตอร์ของเราก็ได้ การทำแบบนี้จะช่วยให้เราโฟกัสอยู่กับการมองหาสิ่งดี ๆ และทำให้เราสนใจความรู้สึกแย่ ๆ น้อยลงได้


เขียนบันทึกเรื่องที่ทำให้เรารู้สึกขอบคุณ (Gratitude Journal)

การจดบันทึกเรื่องที่ทำให้เรารู้สึกขอบคุณหรือดีใจในแต่ละวัน ก็เป็นวิธีหนึ่งที่จะทำให้เราใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในระยะยาวได้ เพราะมันอาจเป็นตัวกระตุ้นความสุขให้เรา เมื่อเราย้อนกลับมาดูมันอีกครั้ง ดังนั้น ลองเขียนบันทึกเรื่องดี ๆ ที่เราได้เจอในแต่ละวันดู โดยเรื่องที่เราขดบันทึกไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องใหญ่ อาจเป็นเรื่องเล็ก ๆ อย่างเช่น การได้ไปกินข้าวกับเพื่อนก็ได้ และที่สำคัญควรจดให้ได้อย่างน้อยวันละ 3 เรื่อง เพื่อกระตุ้นให้เราพยายามหาเรื่องดี ๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวันมาจดบันทึกให้ได้มากที่สุด        


มองหาเรื่องดี ๆ ในเรื่องแย่ ๆ ที่เกิดขึ้น

หลายคนมักมองความผิดพลาด การสูญเสีย หรือ ความล้มเหลว เป็นสิ่งที่ทำลายชีวิต แต่ไม่ได้มองว่าตัวเองได้บทเรียนอะไรจากประสบการณ์เหล่านั้นบ้าง เราเชื่อว่าแม้แต่สิ่งที่เลวร้ายที่สุด ก็มีสิ่งที่ดีที่สุดซ่อนอยู่ ดังนั้น เราเลยอยากแนะนำให้ทุกคนพยายามมองหาสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นหลังจากที่ได้เจอจากปัญหา ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเราไม่สามารถทำงานให้เสร็จได้ทันเวลา แทนที่จะโทษตัวเองว่าเป็นคนล้มเหลว ให้เราพยายามหาทางขอบคุณมันดีกว่า เราอาจขอบคุณการทำงานไม่ทัน ว่าเป็นประสบการณ์ที่ทำให้เรารู้ว่าคราวหลังเราควรบริหารเวลาให้ดีขึ้น หรือ พัฒนาความสามารถของตัวเองใหดีขึ้น แบบนี้จะช่วยให้เรารับมือกับมันได้ดีกว่าความเศร้าแน่นอน        


เลิกตัดสินคนอื่น    

เวลาเราโฟกัสเรื่องแย่ ๆ ของคนอื่น เรามักมองไม่เห็นเรื่องดี ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตของตัวเอง นั่นหมายความว่า Gratitude ของเราก็จะต่ำลงด้วยเช่นกัน ดังนั้น พยายามควบคุมความคิดของตัวเองไว้ หลีกเลี่ยงการหาทางโจมตี หรือ ตัดสินคนอื่น แล้วเราจะสามารถมีความสุขกับการใช้ชีวิตได้ยาวนาน เราเข้าใจว่าช่วงแรก ๆ การเลิกติดสินคนอื่นคงเป็นเรื่องยากสำหรับใครหลายคน เราเลยอยากแนะนำให้ฝึกแบบทำชาเลนจ์ไปก่อน เช่น ชาเลนจ์หยุดตัดสินคนอื่น 21 วัน เป็นต้น แบบนี้จะช่วยให้เราคุ้นเคยกับมันได้ง่ายขึ้น


หวังว่าทุกคนจะนำ Gratitude ไปใช้ในชีวิตประจำวันกัน ซึ่งเราเชื่อว่าหากทุกคนมีสกิลนี้ติดตัว และพัฒนามันจนเทพแล้ว จะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพและมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างแน่นอน


Appendixs: 1 / 2 

BAO
WRITER: BAO
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line