Advertisement
CARS

ICONIC CARS: MERCEDES-BENZ 190 E COSWORTH EVOLUTION – THE ROAD LEGAL DTM

By: Chaipohn November 24, 2021

ในรายชื่อรถยนต์ที่ดีที่สุดของ Mercedes-Benz หนึ่งในนั้นจะต้องมีรุ่น W201 Mercedes 190 series เวอร์ชันพิเศษ Cosworth ที่ทั้งแรร์และเป็นที่ต้องการของนักสะสมทั่วโลก มันคือรถ Road-legal ที่ถูกสร้างจากต้นแบบสำหรับลงแข่งรายการ Deutsche Tourenwagen Meisterschaft (DTM) เพื่อแข่งกันชิงตำแหน่งแชมป์กับ BMW M3 อย่างดุเดือดตลอดยุค ’80s – 90s

Mercedes-Benz 190 E Cosworth เป็นการร่วมมือกันระหว่าง Mercedes-Benz และสำนักแต่งรถชื่อดังจากอังกฤษ ‘Cosworth’ ซึ่งในช่วงปี 1980s เป็นครั้งแรกที่ค่ายตราดาวเปิดตัวรถซีดานหรูขนาด Compact ก่อนหน้าที่จะมี C-Class ในอีกหลายปีต่อมา ผลงานการออกแบบโดย Bruno Sacco หัวหน้าฝ่ายออกแบบผู้สร้างผลงานระดับตำนานมากมายในช่วง 1975 – 1999 ไม่ว่าจะเป็น S-Class W126, W140 รวมถึง R129 SL convertible ซึ่งเกือบทุกรุ่นที่ผ่านมือล้วนถูกยกย่องว่าเป็น ‘over-engineered’ ทั้งสิ้น

ใน W201 190 E ใช้ตัวถังที่พัฒนาจากวัสดุ light-weight high-strength steel มีการติดตั้งระบบความปลอดภัยมากมายตั้งแต่ airbags, ABS brakes, anti-roll bars หน้าหลัง ช่วงล่างหลัง multi-link และตัวอักษร E ในโมเดลนี้ไม่ใช่ E-Class แต่มาจากคำว่า “Einspritzung” หรือระบบหัวฉีด ทำให้มันมีพละกำลังมากกว่ารถหลาย ๆ รุ่นในยุคนั้น มีการพัฒนาตลอดเครื่องยนต์ตลอดอายุทำตลาดตั้งแต่ปี 1982 – 1993 สร้างยอดขายถล่มทลายไปเกือบสองล้านคัน

ด้วยความเป็นโมเดลยอดนิยม Mercedes-Benz จึงแพลนจะสร้างเรื่องราวต่อยอดขึ้นไป ด้วยการตั้งโปรเจคนำ 190 E ไปลงแข่งอวดความล้ำหน้าในรายการ Rally แต่ยังไม่ทันได้สัมผัสสนามแข่งก็ต้องเปลี่ยนใจ เมื่อ Audi ดันมาเปิดตัวมาด้วยเครื่องยนต์ turbocharged พร้อมระบบ Quattro 4WD เป็นครั้งแรก

เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ NA ขับเคลื่อนล้อหลังของตัวเอง ก็รู้ทันทีว่าอาจจะไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมจะพัฒนา 190 E เพื่อลงแข่งขันได้ทัน จึงเปลี่ยนเป้าหมายหันไปส่งรถ 190 E เพื่อต่อกรกับ E30 BMW M3 ในรายการ DTM racing series แทน ซึ่งดูจะเหมาะสมกับพื้นฐานของรถและทำได้ง่ายกว่า

Mercedes-Benz จึงตัดสินใจมองหา partner ที่เชี่ยวชาญในวงการ motorsport สามารถปลุกเสกรถบ้านให้แรงพร้อมลงสนามแข่งได้ในเวลาอันสั้น หันไปจับมือกับ Cosworth เพื่อสร้างรถแข่ง touring พร้อมโมดิฟายขุมพลัง 2.3-liter M102 four-cylinder 8-valve 136 hp ด้วยการสร้างฝาสูบใหม่จาก light alloy ปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ในเครื่องยนต์ใหม่หมด พร้อมอัพเกรด dual overhead camshafts และเพิ่มจำนวนเป็น 4 valves ต่อสูบ กลายเป็นขุมพลัง track-ready 2.3-liter 16-valve I6 Dry Sump, Kugelfischer fuel injection

แต่ด้วยข้อบังคับของ DTM homologation requirements ทำให้ Mercedes-Benz ต้องผลิตรถรหัส 190 E 2.3-16 ออกมาวางขายราว 500 คัน โดยมีการ detuned ความแรงลง รวมถึงถอดเอาเทคโนโลยีบางอย่างเช่น Dry Sump ออก แต่มันก็ยังคงเป็นรถบ้านที่มากับสมรรถนะ 183 hp 236 Nm of torque 0-100 km/h ไม่ถึง 8 วินาที ความเร็วสูงสุดถึง 230 km/h

ด้วยตัวเลขที่น่าสนใจในบอดี้ที่ฮอตฮิต มันจึงขายหมดภายในเวลาชั่วพริบตา ด้วยชื่อเสียงในการเป็นรถขับสนุก สมถรรนะดี ทำให้ในปี 1988 มันถูกอัพเกรดเครื่องยนต์อีกครั้งเพิ่มความจุเป็น 2.5-liter 16-valve 201 hp และใช้รหัสว่า 190 E 2.5-16 เพื่อกระตุ้นยอดขายให้กับแฟน motorsport อีกครั้ง

ในปี 1989 เมื่อคู่แข่งโดยตรง BMW เปิดตัว M3 Sport Evolution ออกมา แน่นอนว่า Mercedes-Benz ต้องรีบขยับตาม เป็นที่มาของโมเดล 190 E 2.5-16 Evolution ต่อมาถูกเรียกว่า Evo I แตกต่างจาก 2.5-16 ด้วยการเสริมชุดแต่งที่ดูดุดันมากขึ้น มี rear spoiler ใหญ่ขึ้น ซุ้มล่อที่กว้างขึ้น รวมถึงการอัพเกรดชุดเบรกและช่วงล่าง adjustable suspension ที่ปรับระดับความเตี้ยและหนึบได้จากสวิตซ์ในห้องโดยสาร

เครื่องยนต์ให้พละกำลัง 201 hp เท่าเดิม แต่ผ่านการปรับแต่งลดระยะชัก (Stroke) ให้สั้นลงเพื่อแรงบิดที่จัดจ้านและลากรอบได้สูงขึ้น ถูกผลิตออกมาทั้งหมด 502 คัน ตามกฎ homologation

ต่อมาในปี 1990 มีการพัฒนาไปอีกขั้นกับรหัส 190 E 2.5-16 Evolution II ซึ่งเป็น edition สุดท้ายของตระกูล W201 ถูกผลิตออกมาวางขายอีก 502 คัน ซึ่งถูกจองหมดตั้งแต่ยังไม่ทันเปิดตัว โดยคราวนี้มาพร้อม AMG PowerPack เป็นมาตรฐาน เครื่องยนต์ short-stroke 2.5-liter inline-four ให้กำลังสูงสุด 232 hp แรงบิด 245 Nm ภาพนอกมีการออกแบบ body kit ใหม่รอบคัน ซึ่งโหดและดุดันยิ่งกว่า Evo I ตามหลักการวิทยาศาสตร์ทุกอย่างโดย Prof. Richard Eppler จาก University of Stuttgart ล้อขนาด 17 นิ้ว ด้านท้ายรถเตะตาด้วย adjustable rear wing ขนาดใหญ่แบบสปอร์ต ซุ้มล้อใหญ่ขึ้น สเกิร์ตรอบคันออกแบบใหม่หมด ซึ่งไม่ใช่แค่แต่งให้ดูเก๋า แต่มันช่วยลด drag ลงเหลือเพียง 0.29 Cd แถมยังมี downforce เพิ่มขึ้น

ด้วยจำนวนที่มีจำกัด และดีไซน์ที่มาพร้อมชุดแต่งที่แตกต่างจากโมเดลอื่น ๆ ทำให้มูลค่าของ 1990 Mercedes-Benz 190E 2.5-16 Evolution II ยังคงสูงมากอยู่ถึงวันนี้ โดยตัวเลขอ้างอิงจากการประมูลในปีที่ผ่านมาทาง Bringatrailer จบด้วยราคาสูงถึง $199,000 หรือเกือบ 7 ล้านบาทเลยทีเดียว

ดังนั้นถ้ามีใครถามว่าซื้อรถรุ่นไหนแล้วจะทำกำไรได้ บอกเลยว่า Mercedes-Benz 190 E 2.5-16 Evolution II นี่แหละคือ Iconic Cars ที่น่าสะสมอีกรุ่นนึง

Chaipohn
WRITER: Chaipohn
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line