Guide

MANCAVE: พักใจใต้แสงนีออนที่ ‘FEELING BAR’บาร์เล็ก ๆ ที่จะพาคุณดื่มด่ำไปในห้วงอารมณ์

By: PERLE February 1, 2019

‘อารีย์’ เป็นอีกย่านหนึ่งในกรุงเทพที่เราชอบ เรียกว่าตกหลุมรักก็ว่าได้ เรารู้สึกว่าย่านนี้เป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างความเงียบสงบกับความสนุกสนาน ดังนั้นเมื่อมีบาร์หรือร้านเปิดใหม่ในย่านนี้ เราก็จะพยายามหาโอกาสไปเยือนให้ได้

‘Feeling Bar’ คือจุดหมายปลายทางของค่ำคืนนี้ ตัวร้านอยู่ลึกเข้าไปในซอยอารีย์ 4 ฝั่งเหนือ ซึ่งถึงแม้ว่าจะไม่ติดกับสถานีรถไฟฟ้า แต่ก็ไม่ใช่ระยะที่ไกลเกินกว่าจะเดิน และเมื่อถึงหน้าร้าน สิ่งที่โดดเด่นที่สุดนอกเหนือจากการตกแต่งร้านที่เน้นแสงไฟนีออนฉูดฉาดแล้ว คือป้ายไฟนีออนเป็นประโยคว่า

How Are You Feeling Tonight?

เป็นประโยคคำถามที่เราไม่จำเป็นต้องตอบ แต่ไม่ว่าคุณจะรู้สึกอย่างไร สถานที่แห่งนี้จะคอยเยียวยาคุณเอง

เมื่อเปิดประตูเข้าไปในร้าน เรารู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในอีกมิติ ตัดขาดกับบรรยากาศภายนอกโดยสิ้นเชิง การตัดขาดเช่นนี้ช่วยให้เรารู้สึกลืมเรื่องกังวลใจไปได้อย่างประหลาด ปล่อยตัวปล่อยใจดื่มด่ำกับบรรยากาศที่ฉาบไปด้วยแสงนีออน

Feeling Bar เป็นบาร์ขนาดเล็ก มีไม่ถึง 20 โต๊ะ คะเนจากสายตาน่าจะรองรับลูกค้าได้ไม่เกิน 100 คน ซึ่งเป็นข้อดี เพราะภายใต้แสงที่ดูเหงา การที่คนในร้านใกล้ชิดกันก็ช่วยลดดีกรีความหว่องลงไปได้บ้าง

คอนเซ็ปต์สำคัญของ Feeling Bar เป็นบาร์ที่เปรียบเสมือนจุดศูนย์รวมอารมณ์ของผู้คนมากหน้าหลายตา ไม่ว่าคุณจะรู้สึกมีความสุข สนุก เหงา เศร้า ที่นี่ก็พร้อมให้พักพิงได้เสมอ โดยแต่ละวันทางร้านจะมีธีมแตกต่างกัน บางวันก็เอาใจคนที่กำลังเศร้าด้วยเพลงเรียกน้ำตา บางวันก็เปิดเพลงเก่ายุค 90 เอาใจ (อดีต) วัยรุ่น และไม่ใช่แค่เพลงเท่านั้นที่เปลี่ยนไปตามอารมณ์ แสงไฟในร้านก็จะปรับเปลี่ยนให้เข้ากับธีมอารมณ์ของแต่ละวันด้วยเช่นกัน

เหล่านี้เองจึงเป็นที่มาของชื่อ Feeling Bar

ไม่ว่าคุณกำลังอยู่ในอารมณ์ไหน รู้สึกอย่างไร ที่นี่ก็มีเครื่องดื่มและอาหารมากมายไว้คอยบริการ อยากเมาเหล้า จิบเบียร์ ดื่มด่ำกับค็อกเทลก็ตามแต่อารมณ์ตอนนั้นจะพาไปเลย ส่วนเรานั้นวันนี้อยากเบา ๆ ชิล ๆ จึงเลือกค็อกเทลเป็นเพื่อนคู่กาย ซึ่งทางร้านก็จัดซิกเนเจอร์ค็อกเทลมาให้ทั้งหมด 3 แก้ว 3 อารมณ์

จุดเด่นของค็อกเทลที่ Feeling Bar คือทุกแก้วจะใช้เบสเป็นเหล้าแสงโสมทั้งหมด ถูกใจสายรัมแน่นอน

เริ่มที่แก้วแรกคือ ‘ซ่อนเสน่ห์’  ที่เปรียบเสมือนตัวแทนของอารมณ์ลึกลับซับซ้อน ยากจะคาดเดา โดยทางร้านใช้น้ำลิ้นจี่ผสมกับเหล้าแสงโสม ก่อนจะสร้างกลิ่นด้วยไซรัปมะลิ ดังนั้นรับประกันเรื่องความหอม ดื่มได้เพลิน ๆ รู้ตัวอีกทีก็หมดแก้วแล้ว

แก้วต่อมาคือ ‘เศร้าแล้วไง’ ตัวแทนแห่งอารมณ์เศร้าที่บอกว่าเราต้องกลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง โดยแก้วนี้รสชาติจะออกไปในทางเปรี้ยว เพราะใช้ส่วนผสมหลักเป็นน้ำมะนาว เติมความเข้มข้นด้วยเหล้าอัลมอนด์ Disaronno ก่อนจะเติมกลิ่นด้วยไซรัปใบบัวบกเป็นอันจบกระบวนความ

ปิดท้ายด้วยแก้วสุดท้ายคือ ‘ต่ายตื่นตูม’ ตัวแทนแห่งอารมณ์ตื่นเต้น รสชาติหวานชื่นใจด้วยส่วนผสมจากน้ำทับทิม เติมความหอมอีกนิดด้วยไซรัปมะตูม เป็นแก้วที่ดื่มแล้วหายเหนื่อยล้าเป็นปลิดทิ้ง

หลังจากดื่มแอลกอฮอล์เข้าไป ท้องก็เริ่มหิว ทางร้านเลยจัดอาหารซิกเนเจอร์มาให้ด้วยกัน 2 เมนู เป็นข้อยืนยันว่า Feeling Bar ไม่ได้มีดีแค่เครื่องดื่ม แต่เรื่องอาหารก็ไม่เป็นสองรองใคร

ก่อนจะทานจานหลัก ก็ออเดิร์ฟกันก่อนด้วยเมนู ‘รัก 3 เศร้า’ แต่เราขอนิยามมันว่าคือซูชิแบบไทย ๆ เพราะนี่คือเมนูที่มีเนื้อสัตว์โปะอยู่บนข้าวเหนียว (เลือกได้ระหว่างไก่ย่าง, หมู, ปลาทู) เสิร์ฟพร้อมกับซอสวาซาบิมาโย, น้ำพริกเผา, และน้ำพริกขี้กา

สั้น ๆ ง่าย ๆ ‘อร่อย’

ต่อกันด้วยจานหลักพระเอกของเราในวันนี้อย่าง ‘แมวขโมย’ หรือพูดง่าย ๆ ว่ามันคือข้าวคลุกปลาทูนั่นแหละ อาจจะฟังดูธรรมดา แต่ขอบอกไว้ก่อนว่าที่นี่ปรุงรสชาติมาได้ดี จนทำให้แมวขโมยจานนี้แตกต่างจากข้าวคลุกปลาทูที่อื่นโดยสิ้นเชิง ถือได้ว่าเป็นจานเด็ดที่ไม่ควรพลาดของ Feeling Bar เลย

เราอิ่มแล้วและกรึ่มนิดหน่อย แต่เรายังไม่อยากกลับ ด้วยบรรยากาศชวนหลงใหลที่นี่ เราจึงนั่งต่ออีกสักพัก ปล่อยตัวปล่อยใจไปตามแสงไฟและเสียงเพลง ไม่เกรงการคลืบคลานเข้ามาของราตรีกาล…

 

Location:  18 ซอยอารีย์ 4 ฝั่งเหนือ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพ

Open: 6.00 pm – 1.00 am

Contact: 082 055 2244

Facebook: Feeling Bar

PERLE
WRITER: PERLE
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line