Entertainment

“ONE MORE LIGHT” บทเพลงจาก LINKIN PARK ที่ปลุกดวงดาวมากมายให้ส่องแสงสว่างด้วยดาวเพียงหนึ่งดวงที่มอดดับไป

By: JEDDY July 20, 2022

เวลาผ่านไปรวดเร็วมาก เผลอแป๊ปเดียวผ่านพ้นไปแล้ว 5 ปีกับการจากไปของ Chester Bennington ฟรอนต์แมนผู้สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนทั่วโลกจากวง Linkin Park ความรู้สึกในวันที่รับรู้ถึงการสูญเสียมันยังคงถูกจดจำไว้ได้เป็นอย่างดี มันเป็นข่าวที่เศร้าและสะเทือนวงการดนตรีอย่างแท้จริง 

นอกจากความรู้สึกที่ถูกผูกอยู่กับเหตุการณ์ ตัวดนตรีของ Linkin Park ก็ถูกเชื่อมโยงเข้ามาด้วยเช่นกัน ซึ่งมันคงจะเป็นเพลงไหนไปไม่ได้หากไม่ใช่ “One More Light” ผลงานจากอัลบั้มชื่อเดียวกับเพลงนี้ ถูกวางจำหน่ายครั้งแรกวันที่ 19 พฤาภาคม 2017 หรือ 1 เดือนก่อนที่ Chester จะโบกมือลาพวกเราทุกคนไป


ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวอัลบั้ม “One More Light” ถูกโจมตีจากบรรดาแฟนเพลงเป็นอย่างหนัก เพราะซาวด์ที่เกิดขึ้นมันได้ลดทอนซาวด์ของร็อกอันคุ้นเคยออกไปจนแทบทั้งหมด และุถูกทดแทนด้วยดนตรีอิเลกทรอนิกส์/ป๊อป แทน แต่ถึงแม้ว่ารสชาติมันจะเปลี่ยนไป แต่สำหรับเพลงไตเติ้ลแทร็กอย่าง “One More Light” กลับให้ความรู้สึกที่รับรู้ได้ถึงความเศร้านับตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ฟัง แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันจะทำให้เรารู้สึกอินไปกับเพลงซักเท่าไหร่ แต่มันก็เปลี่ยนไปทันทีหลังจากเหตุการณ์น่าเศร้าได้เกิดขึ้น


“One More Light” ถูกเขียนโดย Mike Shinoda ร่วมกับ Eg White นักเขียนเพลงชาวอังกฤษ ซึ่งถูกทำขึ้นมาตั้งแต่ปี 2016 เดิมทีมันถูกเขียนให้กับเพื่อนที่เสียชีวิตไปมีนามว่า Amy Zaret ซึ่งเธอเป็นทีมงานของทาง Warner ros. Records ที่ร่วมงานกับทางวงมาอย่างยาวนาน 

อย่างไรก็ตามความหมายที่สื่อสารในเพลงได้ถูกเปลี่ยนมาเป็นตัวแทนความรู้สึกที่มีต่อการจากไปของ Chester Bennington แทน เพราะหลังจากที่เขาได้ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองลง ทาง Linkin Park ก็ได้ตัดสินใจใช้ “One More Light” เป็นเพลงโปรโมตในลำตับต่อไปต่อจากเพลง “Talking To Myself” และมันได้กลายเป็นเพลงที่ทำให้บรรดาแฟนเพลง LP ต่างต้องน้ำตาซึมกันไปตาม ๆ กันเพราะภาพที่ปรากฎให้ชมเต็มไปด้วยฟุตเทจของ Chester โดยเฉพาะซีนที่ร่วมร้องเพลงกับคนดูซึ่งมันสามารถส่งต่อความรู้สึกออกมาราวกับเราได้เข้าไปอยู่บริเวณหน้าขอบเวทีคอนเสิร์ตจริง ๆ 


นอกจากภาพและดนตรี น้ำเสียงและอารมณ์ที่ Chester Bennington ถ่ายทอดออกมาราวกับเป็นบทเพลงที่เขาเป็นคนลงมือเขียนเอง สิ่งที่มันเกิดขึ้นอาจจะเป็นเพราะความรู้สึกข้างในของ Chester มันตรงกับความหมายในเนื้อเพลงแบบที่ทางวงอาจจะแอบตั้งใจไว้อยู่แล้วก็เป็นได้ ซึ่งเรื่องราวของมันเกี่ยวกับการส่งต่อกำลังใจไปให้กับใครซักคนที่คิดว่าตัวเองไม่มีความสำคัญ และเพลงนี้ยังได้เน้นย้ำว่ายังมีคนที่เข้าใจพวกคุณอยู่ตรงนี้นะ โดยเฉพาะในท่อนฮุคที่ร้องว่า 

“Who cares if one more light goes out? Well I Do.” ที่แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า “ใครจะมาสนใจถ้าแสงเล็ก ๆ อันริบหรี่ที่ได้ดับลงไป? ใช่ ฉันเองไงที่สนใจมัน” 


ส่วนความเกี่ยวโยงไปยังตัว Chester Bennington อย่างที่ทราบกันดีกว่าตัวเขาต้องต่อสู้กับโรคซึมเศร้ามานานหลายปี มันมีที่มาจากรอยแผลความเจ็บปวดครั้งเก่าตั้งแต่ในอดีตที่คอยตามหลอกหลอนมาโดยตลอด ซึ่งมันเป็นสาเหตุที่นำพาไปสู่จุดจบที่มาไวเกิดคาดของอดีตนักร้องนำ Grey Daze

แต่การที่ดวงดาวของเขาได้ดับลงไป แต่ในเวลาเดียวกันมันก็ส่งพลังไปยังดาวดวงอื่นให้ส่องแสงสว่างไปทั่ว ซึ่งแสงสว่างที่ว่านั่นคือการปลุกให้คนเข้าใจเกี่ยวกับโรคซึมเศร้ามากขึ้นนั่นเอง

หลังจากที่มีการรายงานข่าวว่า Chester Bennington เสียชีวิต ก็มีการนำหัวข้ออาการต่าง ๆ ของโรคซึมเศร้ามาพูดถึงในวงกว้างอย่างที่ไม่เคยพบมาก่อน มันทำให้เราลุกขึ้นมาเริ่มสังเกตอาการคนรอบข้าง ทำให้เรารู้สึกมีความห่วงใยเพิ่มมากขึ้น และที่สำคัญมันทำให้เราเข้าใจคนที่เป็นโรคซึมเศร้ามากกว่าที่เคยเป็นมา เราได้เรียนรู้ว่าคนเหล่านี้ไม่ได้ต้องการเรียกร้องความสนใจ แต่ในบางครั้งพวกเขาไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ มันเป็นผลมาจากความปกติของเคมีในสมองนั่นเอง เปรียบดั่งปีศาจร้ายที่สิงอยู่ในร่างเรา รอวันที่เราอ่อนแอแล้วค่อยกำจัดเราไป


แม้ว่าเราจะสูญเสีย Chester Bennington ไป แต่เชื่อได้เลยว่าเรื่องราวของเขาได้เซฟชีวิตคนเอาไว้อีกเป็นจำนวนมากด้วยเช่นกัน และทุก ๆ บทเพลงของ Linkin Park ที่สะท้อนความเจ็บปวดก็ยังเปรียบเสมือนเพื่อนที่เข้าใจความรู้สึกและพร้อมจะอยู่เคียงข้างกับคุณในทุกช่วงเวลาอย่างแน่นอน

 

JEDDY
WRITER: JEDDY
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line