นี่ไม่ใช่ GTT 4 ประตูที่เอามาแต่งเป็น GT-R แต่นี่คือ GT-R 4 ประตูของแท้จากโรงงาน ที่หลายคนยังไม่รู้ว่ามีอยู่จริง เปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Tokyo Motor Show ครั้งที่ 32 ช่วงปลายปี 1997 การร่วมมือกันระหว่างสำนัก Autech Japan และ Nissan ความแรร์ที่ถูกผลิตเพียง 416 คันในโลกเพื่อฉลองครบรอบ 40 ปีของชื่อ “Skyline” ภายใต้คอนเซปต์สุดเท่ว่า “Sports sedan of highest performance for grown-ups.” แม้มันจะใช้พื้นฐานจาก Skyline R33 4-door แต่ Autech ไม่ได้เอามาแค่ตัดแปะดีไซน์เข้าไป พวกเขาออกแบบประตูหลังและโป่งซุ้มล้อหลังขึ้นใหม่ เพื่อให้ได้เส้นสายแบบ Blister Fender โป่งนูนสปอร์ต เสริมให้รถมีมิติที่บึกบึนแบบ GT-R 2 ประตูและรับกับตัวถังซีดานอย่างแนบเนียน ดีไซน์ภายนอกสุขุมสมกับตำแหน่ง “Gentleman’s
หลังจากที่เราพาไปรู้จัก Fidel Castro ผ่านภาพจำสุด iconic – ผู้นำผู้สวม Rolex พร้อมกันสองเรือน หลายคนสนใจและส่งข้อความมาพูดคุยกับเราเยอะมาก จึงอยากพาไปดูอีกแง่มุมนึงว่ายังมี Rolex รุ่นไหนอีกบ้างที่ Fidel สวมใส่ในแต่ละช่วงเวลาสำคัญของชีวิต: จากนักปฏิวัติป่าลึก สู่ผู้นำบนเวทีโลก และนี่คือ 4 นาฬิกา Rolex ที่ได้รับการยืนยัน 100% ว่าอยู่บนข้อมือของ Castro จริง ๆ จากการหาหลักฐานข้อมูลภาพถ่ายในแต่ละช่วงของประวัติศาสตร์ 1950s – CUBAN REVOLUTION : Rolex Submariner Ref. 6536 นาฬิกา Tool Watch ในยุคบุกป่าฝ่าดง จากภาพถ่ายปี 1959 เป็นรุ่นตัวเรือน Steel ที่ไม่เน้นความหรูหรา ด้านข้างสังเกตได้ว่าเป็น small crown แบบไร้ Crown Guards หน้าปัด Gilt เคลือบด้วยทอง,
ในจักรวาลของ Rolex นอกจากความหรูหราของนาฬิกา ยังมีความเกี่ยวข้องบนข้อมือของผู้นำและนักปฏิวัติที่เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์โลกอยู่หลายคน แต่มีไม่กี่คนที่ใส่ Rolex ไว้บนข้อมือได้ทรงพลังเทียบเท่า Fidel Castro อดีตผู้นำแห่งคิวบา – ชายผู้สวมนาฬิกา Rolex พร้อมกันสองเรือน ภาพขาวดำอันเลื่องชื่อของ Castro ในชุด fatigues สีมะกอก ขณะจับมือ Nikita Khrushchev หรือนั่งอยู่ที่องค์การสหประชาชาติในนิวยอร์ก ภาพเหล่านั้นเผยให้เห็นชัดเจนว่าเขาสวมนาฬิกา 2 เรือนซ้อนบนข้อมือเดียวกัน เรือนแรกคือ Rolex Submariner Ref. 6536 หรือ 5513 ในยุคสมัยที่ยังเป็น tool watch อย่างแท้จริง (mid-1950s – 60s) ที่สร้างขึ้นเพื่อโลกใต้น้ำ มักถูกใช้โดยนักปฏิบัติการทางทหาร, หน่วยรบพิเศษ, และนักปฏิวัติอย่าง Fidel Castro เรือนที่สองคือ ROLEX DAY-DATE ตัวเรือนทองคำ 18k สาย President bracelet ถือเป็น
“เหมือนเปิดแท็บ browser ไว้ 40 อัน แล้วลืมว่ากำลังทำอะไรไว้แต่ละแท็บ…” – ถ้าประโยคนี้โดนใจคุณ… มีโอกาสสูงว่าคุณอาจมีสิ่งที่เรียกว่า Attention Deficit Hyperactivity Disorder อยู่ในตัว และมันไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอย่างที่คนชอบเข้าใจผิด คนที่มี ADHD ส่วนใหญ่มักจะเจอปัญหาเช่น “โฟกัสไม่ได้” ไม่ใช่เพราะไม่ตั้งใจ แต่เพราะสมองรับสิ่งเร้าเยอะเกินไป และ “ความคิดล้น” สมองทำงานพร้อมกันหลาย tasks พร้อมคิดเรื่องอนาคต คิดย้อนอดีตโผล่ขึ้นมาอีก ซึ่งการที่สมองของเราทำงานหลายหน้าที่พร้อมกันมากกว่าคนอื่น ส่งผลให้เราเหนื่อยแบบไม่รู้ตัว เพราะแค่จะนั่งนิ่งๆ ทำงาน ก็ต้องฝ่าความฟุ้งในหัวให้ได้ก่อน ADHD ในหมู่คนทำงาน โดยเฉพาะคนทำอาชีพสายสร้างสรรค์ นักการตลาด เจ้าของธุรกิจ ฟรีแลนซ์ มักไม่ได้แสดงออกแบบ “อยู่ไม่สุข” เหมือนในเด็ก แต่จะกลายเป็น “ความคิดวุ่นวายระดับลึก” ที่จัดการยากกว่าที่คนทั่วไปเข้าใจ เริ่มเร็ว เบื่อง่าย เสพติดไอเดียใหม่ : ตื่นเต้นกับการเริ่มต้นโปรเจกต์ใหม่ๆ แต่พอผ่านไปไม่กี่วัน ความน่าเบื่อมาเยือน ก็อยากจะเริ่มอย่างอื่นต่อ โฟกัสหลุดง่าย ไม่ใช่เพราะขี้เกียจ แต่เพราะสมองไวเกินไป
ผลงานล่าสุดจาก Singer : Porsche 911 Carrera Coupe Reimagined by Singer แรงบันดาลใจจากตำนานสุดแรร์ 911 SSE (Super Sport Equipment) ตัวถังแบบ wide-body ที่โด่งดังเรื่องโป่งข้างหนา ๆ และสปอยเลอร์ท้าย Whale Tail เอกลักษณ์จากยุค 80s พร้อมเพิ่มดีเทลใหม่สุดเท่ – ไฟ pop-up hood-mounted แบบฝังบนฝากระโปรงหน้า เติมกลิ่นอาย retro-futurism ได้อย่างลงตัว Singer จัดเครื่อง 4.0 ลิตร NA flat-six ที่พัฒนาร่วมกับสำนัก Cosworth จัดแรงม้าให้ถึง 420 hp พร้อมเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ขับเคลื่อนล้อหลัง และโครงสร้างตัวถังที่เสริมความแข็งแกร่งใหม่ด้วยเทคนิคจาก F1 โดยร่วมมือกับ Red Bull Advanced
ในโลกที่ SUV ไม่ได้มีไว้แค่รับ-ส่งลูก แต่กลายเป็นสนามประลองของผู้มีอันจะซิ่ง Aston Martin จึงขอแนะนำ DBX S ยกระดับความแรงมากกว่าเดิม ขยับเพดานขึ้นอีก 20 แรงม้า ด้วยชุดเทอร์โบใหม่ที่ยืม DNA มาจาก Valhalla ซูเปอร์คาร์สายพันธุ์ไฟต์เตอร์ของ Aston เอง หลังจากที่ Aston ตัด DBX รุ่นพื้นฐาน 542 แรงม้าออกจากไลน์เพราะไม่มีใครอยากได้ มันเหลือแค่ DBX707 ตัวแรงที่เคยครองบัลลังก์ SUV สายโหดของค่าย แต่ตอนนี้ คำว่า “แรงพอแล้ว” ดูจะกลายเป็นสิ่งล้าสมัย เพราะ DBX S ขยับเพดานขึ้นอีก 20 แรงม้า ด้วยชุดเทอร์โบใหม่ที่ยืม DNA มาจาก Valhalla — ซูเปอร์คาร์สายพันธุ์ไฟต์เตอร์ของ Aston เอง ผลลัพธ์คือ 717 แรงม้า กับแรงบิด 900
ครั้งนี้ Panerai ไม่ได้แค่นำชื่อ Marina Militare มาปั๊มบนหน้าปัด แต่พาเราเหินฟ้าขึ้นไปกับ Aviazione Navale, หน่วยการบินของกองทัพเรืออิตาลี ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ Panerai ขยับจากนาฬิกาดำน้ำสู่ aviation division ตัวเรือนของ PAM01699 ขนาด 47mm ผลิตจากไทเทเนียมเกรด 5 ขัดด้าน เบเซลหมุนทางเดียวเป็นไทเทเนียมฝังเซรามิกดำด้านเพิ่มความทนทานขั้นสูงสุด เม็ดมะยมแบบ screw-down พร้อมระบบ Crown Guard ที่หนาแน่น สะท้อนความแข็งแกร่งที่ใช้งานจริง หน้าปัดสีเขียว grainy finish ของ PAM01699 ได้แรงบันดาลใจจากเรือนไมล์ของเครื่องบินรบ เข็มหลักทรงโอเวอร์ไซซ์พ่นด้วย Grey Super-LumiNova เพื่อเรืองแสงอย่างชัดเจนในที่มืด ส่วนชุดมาร์กเกอร์ชั่วโมงถูกออกแบบให้เป็นทรงกลมทั้งหมด ยกเว้นตำแหน่ง 12 นาฬิกาที่เน้นด้วยมาร์กเกอร์ทรงแท่ง (baton) ทำหน้าที่เป็นจุดนำสายตา และช่วยให้ผู้สวมใส่สามารถระบุทิศทางของหน้าปัดได้ทันทีในทุกมุมมอง แม้ในสภาพแสงต่ำหรือขณะปฏิบัติภารกิจเร่งด่วน ฝั่งขวามี pusher สำหรับจับเวลาถอยหลังระดับนาทีผ่านเข็ม central chronograph minute hand
FERRARI 296 SPECIALE / SPECIALE A กับเครื่องยนต์ V6 ที่จะทำให้คุณลืม V12 ไปเลย นี่คือรถ 2 เวอร์ชันที่แตกต่างกันทั้งฟีลและฟังก์ชัน — Speciale คือคูเป้หลังคาแข็งสายเฉียบ ส่วน Speciale A (Aperta) คือเวอร์ชันเปิดประทุนหลังคาแข็งพับได้ สำหรับคนที่อยากเปิดรับเสียง V6 hybrid ให้พุ่งเข้าสองรูหูแบบไม่มีอะไรมาขวางกั้น ใต้ฝากระโปรงคือขุมพลังเดียวกัน — Hybrid V6 เทอร์โบคู่ ขนาด 3.0 ลิตร ที่อัปเกรดทุกระบบด้วยเทคโนโลยีจากไฮเปอร์คาร์ F80 ตั้งแต่ก้านสูบไทเทเนียม ลูกสูบอะลูมิเนียม ไปจนถึงระบบระบายความร้อนใหม่ที่ทำให้พลังไฟฟ้าเค้นได้ลื่นและแรงกว่าเดิม รวมกันแล้วได้ 868 แรงม้า ขับเคลื่อนล้อหลังผ่านเกียร์ dual-clutch 8 สปีด ที่จูนใหม่ให้ดุดันขึ้นทุกจังหวะ อัตราเร่งยังคงคมเฉียบตามแบบฉบับ Maranello — 0–100 km/h ภายใน 2.8 วินาที
เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกของโลก ณ Shanghai Auto Show 2025 สำหรับ ZEEKR 9X Hybrid SUV เรือธงรุ่นแรกของแบรนด์ ZEEKR การประกาศจุดเปลี่ยนสำคัญสู่ยุคใหม่ของ SUV ที่ถือเป็นการตั้งมาตรฐานใหม่ให้วงการ เพียงสามวันหลังจากเปิดตัว ZEEKR 009 Grand Collector’s Edition ก็ปล่อยหมัดเด็ดอีกครั้งด้วย ZEEKR 9X ที่ขโมยทุกสายตาในงานด้วยทั้งรูปลักษณ์ สมรรถนะ และความฉลาดล้ำ ZEEKR 9X ใช้ขุมพลัง Plug-in Hybrid EV ที่ผสานพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ (BEV) เข้ากับเครื่องยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) 2.0T กำลังสูงสุด 205 กิโลวัตต์ได้อย่างลงตัว ขับด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้ไกลถึง 380 กิโลเมตร และยังสามารถทำความเร็วจาก 0–100 km/h ได้ใน 3 วินาทีเท่านั้น พร้อมด้วยระบบกันสะเทือนแบบ Dual-Chamber Air Suspension


