เก็บตก ! ความล้ำของยนตกรรมระดับเปลี่ยนอนาคต ที่ทำเอาเหล่าสาวกแบรนด์ ZEEKR ผู้หลงใหลใน ZEEKR 009 (The Ultimate Luxury MPV) และ ZEEKR 7X (Luxury 5-Seater SUV) ดีใจไปพร้อมกัน ! เพราะว่างาน Bangkok International Motor Show 2025 ที่ผ่านมา ทางแบรนด์ได้ทำการ Official Announcement เปิดจองรถทั้ง 2 รุ่นอย่างเป็นทางการนี่ล่ะคือการขับรถไปบนเส้นทางของ “Imagine Beyond” ของแบรนด์ ZEEKR ในการทำให้ยนตกรรมแห่งจินตนาการ สามารถเติมเต็มความเป็นจริงให้กับทุกผู้ขับขี่ได้ ด้วยภารกิจพัฒนาเทคโนโลยีซัพพอร์ตชีวิต ควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน งานนี้ UNLOCKMEN ได้มีโอกาสยลโฉมรถทั้ง 2 คันใกล้ ๆ เราอยากจะมาแชร์ความเจ๋งของ 2 รุ่นไฮไลต์ประจำบูธ ZEEKR ให้ทุกคนที่กำลังสนใจ EV CAR ตัวท็อปของแบรนด์กัน
หลายคนเคยได้ยินเรื่องเล่าว่า นาฬิกา Cartier รูปทรงที่บิดเบี้ยวเพราะไฟไหม้จากอุบัติเหตุรถยนต์ กลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้ Jean-Jacques Cartier สร้าง Crash ออกมา หรืออีกเรื่องเล่าที่ว่ามันมาจากนาฬิกาในภาพเขียนของ Salvador Dalí “The Persistence of Memory (1931)” ฟังดูเป็นเรื่องโรแมนติกดีใช่ไหม? แต่น่าเสียดายที่มันไม่ใช่เรื่องจริง ความจริงคือ Cartier Crash เกิดจาก “การออกแบบอย่างตั้งใจ” Jean-Jacques Cartier และดีไซน์เนอร์ Rupert Emmerson จงใจหยิบ Cartier Baignoire ดีไซน์ทรงรี (oval) ที่เรียบหรู เอามาบิดให้เบี้ยวอย่างตั้งใจกลายเป็น Cartier Crash ตาม request ของ Stewart Granger ดาราชื่อดังชาวอังกฤษ ซึ่งเป็นช่วง Swinging sixties ที่มีการปฏิวัติทางวัฒนธรรมอย่างกว้างขวางในช่วงยุค ’60s – 70s พูดเหมือนง่าย แต่วิธีทำ Cartier
ในหมู่รถแข่งที่เคยแบกรหัส CSL (Coupe Sport Leichtbau) ของ BMW ไม่มีคันไหน “เกินหน้าเกินตา” รุ่นปี 1975 ที่พุ่งสู่สนามแข่ง IMSA North America ได้อีกแล้ว นี่คือ BMW 3.5 CSL GTO Batmobile สายพันธุ์โหดสุด ที่ไม่ใช่แค่ทำให้โลกรู้จัก BMW Motorsport แต่ยังสร้างตำนานให้ BMW บนแผ่นดินอเมริกาอย่างแท้จริง The Road from ETCC to IMSA แรกเริ่มเดิมที BMW 3.0 CSL ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อชิงแชมป์ European Touring Car Championship (ETCC) ในยุโรปมันครองบัลลังก์ไปแล้วตั้งแต่ปี 1973 แต่ฝั่งอเมริกา BMW ยังเป็น “ผู้มาใหม่” ที่แทบไม่มีใครรู้จัก Bob Lutz และ
“สวัสดีครับ ผมชื่อ เช่-อัคราวิชญ์ พิริโยดม งานหลักของผมเป็นหัวหน้าสาขาอยู่ที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล สาขาดนตรีสมัยนิยม อีกอาชีพหนึ่ง เราทำวงดนตรีชื่อ The Richman Toy ตำแหน่งมือเบส และอีกพาร์ทหนึ่ง เป็นงานกึ่งอดิเรกกึ่งจริงจังหรือเปล่าไม่รู้เหมือนกัน คือ ร้าน Home Detailing ชื่อร้าน Darren Thompson” ก่อนจะเริ่มสัมภาษณ์ เราขอให้พี่เช่ช่วยพูดแนะนำตัวเองเพราะว่า Video Creator ของทีมกำชับว่าจะต้องมีซีนนี้ให้ได้ นั่นล่ะ คือที่มาของโปรไฟล์ยาวเหยียดของพี่เช่ในบรรทัดบนสุดของบทสัมภาษณ์นี้ และอ่านครั้งเดียวทุกคนก็จะเห็นเลยว่า Darren Thompson Home Detailing เป็นสิ่งที่ไม่เข้าพวกที่สุดในตำแหน่งทั้งหมด แต่เป็นงานอดิเรกกึ่งจริงจังที่เราได้รู้ภายหลังสัมภาษณ์จบว่า การทำ Car Detailing สะท้อนความเป็นตัวตนของเขาในพาร์ทสำคัญอย่างมากเลย UNLOCKER CLUB ตอนล่าสุด เรามุ่งหน้าสู่ศาลายา ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อเอารถไปจอดที่ Darren Thompson Home Detailing ร้านล้างรถอย่างพิถีพิถัน ที่ปัจจุบันมีพนักงาน 2 คน คือ
นี่ไม่ใช่ Porsche 911 ธรรมดา แต่มันคือรถที่เกิดจากความฝันของชายคนหนึ่งที่อยากให้ 911 วิ่ง 400 กิโลเมตรต่อชั่วโมง Jan Fatthauer ชายชาวเยอรมันผู้คลั่งความเร็ว ก่อตั้งสำนักแต่งชื่อ 9ff ขึ้นในเมือง Dortmund ด้วยเป้าหมายที่จะ “สร้าง 911 ที่เร็วที่สุดในโลก” โดยใช้ Porsche 911 Turbo (996) มาโมดิฟายท้าทายขอบเขตของ “street-legal car” ที่ต้องทำความเร็วได้เกิน 400 km/h เครื่องยนต์ 3.8L Twin-Turbo Flat-Six 840 แรงม้า แรงบิด 870 Nm RWD ภายนอกชุดแต่งเสริม Aerodynamics ประกอบด้วย Carbon hood, carbon roof, rear wing แบบ Le Mans กับน้ำหนักตัวราว 1,400
โลกของ Patek Philippe เคยสงบ เรียบหรู และอยู่สูงเกินเอื้อม เป็นโลกของทองคำ ความบางเฉียบ และความซับซ้อนในเชิงช่างที่ไร้ที่ติ จนกระทั่งปี 1976 — พวกเขารู้ตัวว่าถ้าไม่เปลี่ยนอะไรซักอย่าง อาจจะโดนแบรนด์ที่เคลื่อนไหวไวกว่าอย่าง Audemars Piguet ทิ้งห่างไปแบบถาวร Nautilus จึงถือกำเนิดขึ้นในปี 1976 ด้วยรหัส Ref. 3700/1 โดย Genta คนเดิม ชายผู้เปลี่ยนทั้งโลกของนาฬิกาหรูด้วยปลายปากกาชั่วข้ามคืน และครั้งนี้ ภายใน 5 นาที Nautilus จึงถือกำเนิดขึ้นในปี 1976 ด้วยรหัส Ref. 3700/1 ชายผู้เปลี่ยนทั้งสองแบรนด์ด้วยปลายปากกาภายในเวลาไม่กี่ปี Genta ให้สัมภาษณ์ในภายหลังว่า ดีไซน์ไอเดียของ Nautilus เกิดขึ้นระหว่างที่เขานั่งอยู่ในร้านอาหารของโรงแรมแห่งหนึ่ง เขาหันไปเห็นผู้บริหาร Patek Philippe กำลังทานข้าวอยู่ในอีกมุม ว่าแล้วก็เกิดไอเดีย บรรเลงแบบร่างลงในกระดาษเช็ดปากตรงนั้นจนเสร็จภายใน 5 นาที ไอเดียของ Nautilus คือการผสมความ sport
AUDEMARS PIGUET Royal Oak Jumbo A-Series เรือนเวลาที่กล้าท้าทายบรรทัดฐาน กล้าเปลี่ยนภาพจำของคำว่า “Luxury” ผลงานที่รังสรรค์โดย Gerald Genta ภายในเวลาเพียงข้ามคืน ย้อนกลับไปในปี 1972 โลกแห่ง Haute Horlogerie ยังตกอยู่ในความสงบนิ่ง นาฬิกาหรูหมายถึงตัวเรือนทองคำ หน้าปัดบางเรียบ สายหนังคลาสสิก เป็นสุนทรียะแบบเก่าแก่ที่ใครก็ไม่กล้าทำลาย จนกระทั่ง Audemars Piguet แบรนด์อิสระจาก Le Brassus ที่กำลังถูกคลื่นควอตซ์จากญี่ปุ่นไล่ล่า โทรหา Gerald Genta ด้วยคำสั่งด่วนที่สุดในชีวิต “ออกแบบนาฬิกาสปอร์ตที่ไม่เหมือนใคร ภายในเช้าวันรุ่งขึ้น” Genta ไม่เพียงแต่ทำทัน แต่สิ่งที่เขาส่งมาคือการปฏิวัติวงการครั้งใหญ่ เขาวาดนาฬิกาเหล็กที่กล้าตีราคาสูงกว่านาฬิกาทอง วางโครงสร้างของ bezel ทรง octagon พร้อมสกรูโชว์หัว สาย integrated steel ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน และหน้าปัดที่แต่งแต้มด้วยลวดลาย petite tapisserie จากโรงงานที่ใช้วิธีฝังลายด้วยเครื่องจักร guilloche แบบโบราณ
Porsche 911 ‘Spirit 70’ ย้อนวันวานด้วยกลิ่นอายยุค 70’s ตั้งแต่ภายนอกสี Olive Neo อันเป็นเอกลักษณ์ จนถึงภายในที่ชุบชีวิต “Pasha Seats” เบาะลายตารางสุดเฟี้ยวที่ Porsche เอามาใช้ในช่วงปลายยุค 70s เบาะ Pasha Seats นี่โดดเด่นมาก ๆ นะ เพราะมันไม่ใช่แค่ลายตารางธรรมดา แต่มันเป็น optical illusion เหมือนกำลังเคลื่อนไหวในสายลมตอนขับเร็ว ๆ มาจากไลฟ์สไตล์หรูหราแบบบาร็อคผสมดิสโก้ เท่แสบตาแต่โคตรมีรสนิยม วัสดุเบาะเป็นการผสมผสานของ Textile และ Flock Yarn สี Olive Neo ตัดกับดำอย่างลงตัว ใครที่อินกับลุควินเทจสามารถอัปเกรดเพิ่มลายนี้ไปยังเบาะพนักพิงหลังและแผงคอนโซลได้ด้วย บอดี้สีเขียว Olive Neo ถูกออกแบบมาเฉพาะสำหรับรุ่นนี้โดย Porsche Exclusive Manufaktur เป็นเฉดเขียวหม่นแบบมีเสน่ห์ลึกลับ ผสานกับล้อ Center-lock สีเทาทอง (Gold Grey) ขนาด
เราถูกสอนให้เชื่อว่า ความสุขคือสิ่งที่ต้องวิ่งตามให้ทัน เราถูกหล่อหลอมด้วยภาพจำว่า ถ้าเรียนจบ ได้งานดี มีเงินเดือนดี ซื้อบ้าน ซื้อรถ มีแฟนดี ๆ เดี๋ยวเราก็จะมีความสุขเอง “ถ้าได้สิ่งนั้น ฉันจะมีความสุข” แต่พอได้ทุกอย่างแล้ว ทำไมมันยังรู้สึกว่างเปล่าอยู่ลึก ๆ เหมือนเราทุ่มทั้งชีวิตวิ่งไปข้างหน้าเพื่อไปเจออะไรบางอย่าง แล้วกลับพบว่า มันไม่มีอะไรอยู่ตรงนั้นเลย เหมือนพยายามจะเติมถังน้ำที่มีรูรั่วอยู่ข้างล่าง นักจิตวิทยาเรียกสิ่งนี้ว่า Hedonic Treadmill มันคือวงจรที่เราจะตื่นเต้นกับสิ่งใหม่ ๆ แค่ช่วงแรก แล้วความรู้สึกพิเศษนั้นจะหายไปอย่างรวดเร็ว กลายเป็น “เรื่องปกติ” ภายในเวลาไม่นาน แล้วก็เริ่มวิ่งหาเป้าหมายใหม่อีกครั้ง ไม่มีวันพอใจในความสุขที่มีอยู่ในครอบครอง แต่ทำไมบางคนกลับมีความสุขได้ง่าย ๆ กับเรื่องเดิม ๆ ทำไมความสุขถึงแตกต่างกันในแต่ละคน? สาเหตุเพราะ ทุกคนมี “จุดสมดุลของความสุข” ของตัวเอง ซึ่งถูกกำหนดจากพันธุกรรม บุคลิก และประสบการณ์ชีวิต แต่ข่าวดีคือ เราสามารถ “รีเซ็ตลู่วิ่งของความสุข” ได้ ไม่ใช่ด้วยการหาของใหม่มาเติม แต่ด้วยการหันกลับมาเข้าใจความสุขแบบลึกซึ้งมากขึ้น งานวิจัยพบว่ามีวิธีที่ช่วยให้เราเข้าถึงความสุขได้ง่ายขึ้น การฝึกขอบคุณในสิ่งที่เรามีด้วยความตั้งใจทุกวัน การเขียน gratitude journal


