ภาพหญิงสาวในเรือนร่างหลากหลาย บ้างอวบอัด บ้างเพรียวบาง ถูกมัดด้วยเชือกสีแดงสด ยิ่งเน้นหนั่นเนื้อให้นูนโผล่พ้นเส้นเชือกที่พันธนาการออกมา เห็นทีไรก็ต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ๆ ทั้งเรือนร่างและเส้นเชือกที่มีเสน่ห์ดึงดูดแบบยากจะปฏิเสธ แต่เมื่อพ้นไปจากความดึงดูดและแรงขับทางเพศที่เต้นเร่าอยู่ในตัวเราแล้ว เราเห็นอะไรเบื้องหลังเส้นเชือกและเรือนร่างเหล่านั้นอีก ? สำหรับเรา เราเห็น ไมเนอร์-เพชรดา ปาจรีย์ หรือ Unnamedminor หญิงสาวคนหนึ่งที่หลงใหลการมัดแบบหมดจิตหมดใจ เธอเริ่มต้นจากการมัดตัวเองแบบงู ๆ ปลา ๆ มีอาจารย์เป็นข้อมูลที่หาได้ทางอินเตอร์เน็ต ก่อนจะเริ่มเรียนรู้จาก Mother of Kinbaku อย่างเอาจริงเอาจัง ในวันที่โลกมอง Kinbaku หรือ Shibari (แล้วแต่จะเรียก) อย่างสนใจมากขึ้น ๆ เราจึงมีโอกาสเห็นบทสนทนาที่ว่าด้วยเรื่องนี้จากปากของเธอตามสื่อสารพัดแขนงมากตามไปด้วยเช่นกัน เธอเปิดเปลือยตัวตน พอ ๆ กับที่รัดรึงได้อย่างน่าทึ่ง เราจึงคิดว่าไม่มีอะไรจะงดงามไปกว่าการพาร่างกายไปให้เธอมัด บทสนทนาของเราจึงเป็นบทสนทนาที่ไม่ได้ร้อยเรียงด้วยคำพูด แต่ผูกรัดร้อยเรียงขึ้นมาด้วยเส้นเชือก เธอและเรา “เซ็กซี่ฉิบหาย” นั่นคือแวบความรู้สึกแรกที่พุ่งขึ้นมาในหัวตอนที่เธอเปิดประตูออกมารับ ในขณะที่ชั่วขณะต่อมาเราสัมผัสได้ถึงความมั่นใจและความเป็นตัวเองบางอย่างที่แผ่ออกมาจากตัวเธอและนั่นยิ่งขับให้เธอดูเซ็กซี่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวี ใต้แดดบ่ายสีทอง เรากระซิบกระซาบคุยกันด้วยเรื่องทั่ว ๆ ไป สลับเสียงหัวเราะของเธอและรอยยิ้มของฉัน จนเมื่อเธอพร้อม ฉันพร้อม ทุกอย่างก็เริ่มต้นขึ้น … ความละเมียดละไมอาจเป็นสิ่งท้าย
ผลงานสร้างสรรค์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอดีตของ Apple ชิ้นนึงซึ่งหลายคนเสียดายที่มันต้องหายไปจากตลาด แต่ด้วยฟังก์ชันที่ทดแทนกันได้ง่าย ๆ ด้วยการรวมเข้ากับ iPhone ทำให้ iPod เครื่องเล่น MP3 Music Player ไม่มีที่ยืนในแผงสินค้าของ Apple Store อีกต่อไป แต่ด้วยความผูกพันที่โตมาพร้อมกันตั้งแต่ Classic iPod รุ่นแรก จึงทำให้ Designer ชาวเกาหลีเกิดปิ้งไอเดียออกแบบ Apple Watch case ที่ทำให้มันกลายเป็น iPod ได้ แม้จะแค่คล้าย ๆ ก็ยังดี Yeonsoo Kang นักออกแบบชาวเกาหลีได้ปล่อยโปรเจคที่ทำงานร่วมกับ Caseology บริษัทผู้ผลิตเคสสำหรับ Apple Product มากมายหลายชนิด รวมถึง Apple Watch ที่น่าสนใจชิ้นนี้ด้วย ซึ่งลักษณะเป็นซิลิโคนสีขาวที่มาพร้อม Click Wheel แบบใน iPod ซึ่งแม้เวอร์ชันปัจจุบันจะใช้งานปุ่มเหล่านี้ไม่ได้ ยังคงต้องสั่งงานด้วยการกดหน้าปัดนาฬิกา เป็นเพียงดีไซน์ที่สร้างสีสันให้ Apple Watch
นักเล่นรถเก่าหลายคนอาจจะนิยมความ Original ดั้งเดิมของรถคันนั้นทุกชิ้นส่วน อุปกรณ์ต้องเดิม เครื่องต้องเดิม แต่สำหรับบางคนการใช้รถคลาสสิคแบบนั้นอาจจะยากต่อการดูแลรักษาและเสี่ยงในการใช้งานบนท้องถนนมากเกินไป การได้ขับรถคลาสสิคในฝันที่เทคโนโลยีผ่านการอัพเกรดเหมือนรถใหม่จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ ปัจจุบันแม้แต่ค่ายรถอย่าง Jaguar ยังมีการพัฒนารถเพื่อตอบโจทย์คนกลุ่มนี้อย่างเช่น Jaguar E-Type Zero ที่เครื่องยนต์ถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าทั้งหมด แม้ Ford จะไม่มีแผนการสร้างรถพลังงานไฟฟ้าของตัวเองบน Mustang แต่เชื่อว่าหลายคนน่าจะเห็นอนาคตที่สดใสของม้าพลังไฟฟ้าเหมือนกับเรา และนี่คือสิ่งที่ CHARGE AUTOMOTIVE จากลอนดอนประเทศอังกฤษ ผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้าผู้เคยสร้างสรรค์ผลงานไว้มากมายกับหลายบริษัท ไม่ว่าจะเป็น Williams F1, McLaren Automotive, Jaguar Land Rover มาถึงผลงานล่าสุดที่จะเปลี่ยน Iconic Vintage Car อย่าง 1960 Ford Mustang ให้กลายเป็นคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อกับ Tesla ด้วยการเปลี่ยนเครื่องยนต์ V8 ออกไป เพื่อเปลี่ยนหัวใจให้ Muscla Car คันนี้ใหม่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ CHARGE AUTOMOTIVE ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดของ All-Electric 1960 Ford Mustang
จากสมาชิกกว่า 51 คนใน BNK48 จะมีเพียงแค่ 16 คน (จำนวนมาตรฐาน อาจจะมากกว่าหรือน้อยกว่านี้ขึ้นอยู่กับเพลง) เท่านั้นที่จะได้รับโอกาสเป็น ‘เซ็มบัตสึ’ ในแต่ละซิงเกิ้ลหลัก ซึ่งการได้รับเลือกเป็นเซ็มบัตสึนั้นหมายถึงเมมเบอร์ทั้ง 16 คนจะได้เป็นผู้ร้องเพลงนั้น ๆ ,ได้แสดงใน MV, ได้แอร์ไทม์ในการโปรโมตซิงเกิ้ล ยิ่งไปกว่านั้นถ้าเมมเบอร์คนไหนได้รับเลือกเป็น ‘เซ็นเตอร์’ แสงสปอตไลต์จะยิ่งสาดส่องให้โดดเด่นกว่าคนอื่น ๆ ดังนั้นการได้รับเลือกเป็นเซ็มบัตสึจึงสำคัญมากสำหรับสมาชิกในวง ปกติการเลือกเซ็มบัตสึนั้นทาง Official หรือบริษัทต้นสังกัดจะเป็นผู้เลือก โดยใช้เกณฑ์หลัก ๆ คือความนิยม, ยอดบัตรจับมือ, ความเหมาะสมกับเพลง และปัจจัยอื่น ๆ ที่แฟนคลับไม่อาจล่วงรู้ แน่นอนว่าการเลือกแบบนี้ย่อมไม่ถูกใจทุกคน โดยเฉพาะแฟนคลับของสมาชิกที่ไม่ได้รับเลือกก็จะเกิดคำถามว่าทำไมโอชิของเราไม่ติด ทำไมคนนั้นติด ดังนั้นเพื่อบรรเทาปัญหานี้ ยาซูชิ อากิโมโตะ ผู้ก่อตั้ง 48 Group จึงคิดค้น ‘การเลือกตั้งเซ็มบัตสึ’ ขึ้นมาเพื่อให้บรรดาแฟนคลับมีสิทธิ์เลือกเซ็มบัตสึได้ด้วยตัวเอง ซึ่ง UNLOCKMEN เคยเขียนอธิบายเรื่องนี้ไว้แล้ว (ใครยังไม่เคยทราบรายละเอียดความเป็นมาของการเลือกตั้ง 48 Group มาก่อนสามารถเข้าไปอ่านได้ที่ 48 Election ) ตั้งแต่นั้นมาการเลือกตั้งก็ได้กลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างต่อเนื่องในระบบ 48 Group ทุกวง
ถ้าพูดถึงซามูไร และฮาราคีรี หลายคนคงรู้ความหมายอยู่แล้ว แต่ถ้าพูดถึงชื่อของ มิชิมะ ยูกิโอะ อาจจะยังไม่รู้ว่าเค้าคือใคร UNLOCKMEN จะพาไปทำความรู้จักกับวิถีนักรบญี่ปุ่น และลูกผู้ชายที่เรียกตัวเองว่า The Last Samurai ได้เต็มปาก แรกเริ่มเดิมทีซามูไรเป็นเพียงกลุ่มนักรบรับจ้างแก่จักรพรรดิและชนชั้นสูง แต่ต่อมาเหล่าซามูไรเกิดความคิดอยากรวมบรรดานักรบบ้าระห่ำให้อยู่เป็นกลุ่มก้อนเพื่อความเป็นปึกแผ่น จึงเกิดการจัดการกลุ่มนักสู้ที่เป็นระบบมากขึ้น ด้วยความเก่งกาจเรื่องการต่อสู้ที่ไม่กลัวตาย กฎระเบียบที่เคร่งครัด และความใจถึงพึ่งได้ ซามูไรจึงขึ้นมาเป็นกลุ่มชนชั้นที่มีบทบาททางการเมืองในฐานะนักรบชั้นนำที่ใครเห็นเป็นต้องก้มหน้า เด็กร้องไห้เดินเจอยังต้องหยุดร้อง ซามูไรมีบทบาทในสังคมญี่ปุ่นยาวนานกว่าร้อยปี ก่อนจะสิ้นสุดลงในยุคเมจิช่วงปลายศตวรรษที่ 19 จากการปฏิรูปประเทศให้ทันสมัย สร้างรูปแบบกองทัพตามแบบประเทศตะวันตก ลดอำนาจของระบบศักดินารวมถึงเลิกสถานะซามูไร ยกเลิกสิทธิในการพกดาบ Katana ในที่สาธารณะ และสิทธิในการฆ่าใครก็ได้ที่ไม่ให้ความเคารพต่อซามูไร ด้วยเหตุผลต่าง ๆ จึงทำให้ซามูไรส่วนมากหันไปเป็นนักเขียนและทำงานในรัฐบาลแทน สิ่งที่ถูกกล่าวถึงบ่อยครั้งเมื่อพูดถึงซามูไรคือ บูชิโด และ ฮาราคีรี ซึ่งฮาราคีรีนั้นมีความหมายเดียวกับเซ็มปุกุ เป็นการสำเร็จโทษด้วยเกียรติของเหล่าลูกผู้ชายซามูไร อาทิ การไม่สามารถรักษาชีวิตของผู้เป็นนายได้ หรือเมื่อมีการเปลี่ยนฐานอำนาจ ซามูไรที่จงรักภักดีไม่ยอมสวามิภักดิ์กับกลุ่มอำนาจใหม่ก็จะทำการคว้านท้องตัวเอง ซึ่งฮาราคีรีไม่ใช่แค่ความกล้าในการคว้านท้องปลิดชีวิตตัวเองเท่านั้น แต่มันคือสัญลักษณ์ของอุดมการณ์ที่แน่วแน่ จึงทำให้ฮาราคีรีเป็นสิ่งที่มีค่าน่านับถือในสังคมญี่ปุ่นสมัยโบราณ แม้จะหมดสิ้นยุคสมัยซามูไรไปแล้ว ก็ยังมีชายญี่ปุ่นรักชาติเลือดซามูไรที่ยึดถือเกียรติยศนี้อยู่ นั่นคือชายที่มีชื่อว่า Mishima Yukio (มิชิมะ ยูกิโอะ)
หลังจากให้ความสำคัญกับตลาดรถ SUV อยู่สักพักใหญ่กับ Lamborghini URUS จนทำให้แฟน ๆ พากันคิดไปว่าภายในปีนี้คงจะอดเห็น Supercar คันใหม่จาก Lamborghini แล้ว แต่สุดท้ายปลายปีค่ายกระทิงเปลี่ยวก็ยังตอกย้ำรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของพวกเขาด้วยรถยนต์ที่ถูกสร้างมาในสมรรถนะรถแข่ง แต่เปิดโอกาสให้ทุกคนเป็นเจ้าของได้ขับไปทำงานอย่าง Lamborghini SC18 Lamborghini SC18 คือรถยนต์ที่ถูกออกแบบโดย Lamborghini Squadra Corse ซึ่งเป็นแผนกที่แยกออกมาเพื่อดูแลและพัฒนารถแข่งของค่ายโดยเฉพาะ และ SC18 ถือเป็นรถคันแรกของ Squadra Corse ที่ผลิตมาเพื่อรองรับการวิ่งบนท้องถนน โดยได้รับความร่วมมือจาก Centro Stile Lamborghini Design Studio Lamborghini SC18 ถูกพัฒนาโดยมีรูปแบบพื้นฐานมาจาก Lambotghini aventador ซึ่งแม้จะถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการวิ่งบนท้องถนนปกติแต่ SC18 กลับถูกดีไซน์ออกมาอย่างใส่ใจรายละเอียดเพื่อเพิ่มสมรรถนะของตัวรถให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ด้านหน้าตัวรถที่รับแรงบันดาลใจมาจาก Lamborghini Huracan GT3 EVO พร้อมส่วนบังโคลนและช่องอากาศด้านข้างตัวรถที่ดึงมาจาก Lamborghini Huracan Super Trofoe EVO
เกมคอนโซลและรองเท้าผ้าใบ นับเป็นไอเทม 2 ชนิดตลอดกาลที่สามารถสร้างความสุขให้กับผู้ชายอย่างเราได้เสมอ เพราะต่อให้เวลาผ่านไปสักแค่ไหน เราก็ยังหลงเหลือความชอบในพวกมันอยู่ไม่มากก็น้อยและดูเหมือนว่าแบรนด์กีฬายักษ์ใหญ่อย่าง NIKE จะเข้าใจจุดนี้เป็นอย่างดี เลยจัดการการตอบสนองความต้องการของเหล่า Sneakerhead ทั่วโลกด้วยการส่งโมเดลรองเท้าล่าสุดอย่าง PlayStation x NIKE PG 2.5 ออกมาให้ต้องเก็บเงินพร้อมเคลียร์ตู้รองเท้ากันอีกแล้ว PlayStation x NIKE PG 2.5 คือรองเท้าบาสเกตบอลรุ่นประจำตัวของ Paul George นักบาสเกตบอลจากทีม Oklahoma City Thunder ในลีก NBA โดยรองเท้ารุ่นแรกของเขาอย่าง NIKE PG 1 ถูกส่งออกมาเป็นครั้งแรกในปี 2017 และด้วยกระแสตอบรับที่ยอดเยี่ยม ทำให้ Nike เดินหน้าพัฒนาแนวทางของมันจนออกมาเป็นรองเท้ารุ่นล่าสุด ที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากเครื่องเกมคอนโซลในตำนานอย่าง PlayStation 1 และพื้นฐานความชื่นชอบในการเล่นเกมของ Paul George PlayStation x NIKE PG 2.5 มาในโทนสีหลักคือ Wolf Grey โดยมีการใส่รายละเอียดจากเครื่อง PlayStation Classic
ทิสโซต์ (TISSOT) เรือนเวลาแห่งความแม่นยำของนวัตกรรมจากสวิส เปิดตัวนาฬิกาใหม่ Tissot Seastar 1000 (ทิสโซต์ ซี สตาร์ 1000) คอลเลกชั่นที่มาพร้อมดีไซน์สปอร์ตแต่ยังคงความทันสมัย เหมาะสำหรับผู้ชื่นชอบกีฬาทางน้ำเป็นพิเศษ ด้วยคุณสมบัติพิเศษสามารถกันน้ำลึกได้ถึง 30 บาร์ หรือ 1000 ฟุต ประกอบด้วยตัวเรือน 316L สเตนเลสสตีล เคลือบด้วยพีวีดี มีให้เลือกทั้งสายสเตนเลสสตีลเกรด 316L พร้อมบานพับซ่อน และสายยางพร้อมหัวเข็มขัดมาตรฐาน สัญลักษณ์บอกเวลาเคลือบสารซูเปอร์ลูมิโนวา ที่ช่วยให้มองเห็นชัดเจนในความมืด หน้าปัดโดดเด่นด้วยขอบหน้าปัดเซรามิกปรับหมุนเพื่อวัดระยะเวลาในการดำน้ำ เพิ่มลูกเล่นด้วยการไล่สีน้ำเงินคล้ายสีของมหาสมุทร ทั้งระบบออโตเมติก ที่มีขนาดหน้าปัด 43 มิลลิเมตร (ราคา 26,000 บาท) นอกจากนั้นยังมีระบบควอทซ์ ที่โดดเด่นด้วยฟังก์ชั่นโครโนกราฟ ขนาดหน้าปัด 45.5 มิลลิเมตร (ราคา 19,700 บาท) นับเป็นก้าวใหม่แห่งเรือนเวลาของทิสโซต์ที่พัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ร่วมสัมผัสเรือนเวลาแห่งนวัตกรรมสวิสได้แล้วที่ ร้านทิสโซต์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โทร. 02- 613-
Range Rover Evoque น่าจะเป็นรถ Subcompact Luxury SUV จากประเทศอังกฤษที่อยู่ในดวงใจของใครหลายคน ด้วยหน้าตาที่คมเข้ม กลมกล่อมทั้งความหรูหราและความสปอร์ต มีให้เลือกครบทั้ง 5-door, 3-door, Coupe’ และ Convertible แถมยังพร้อมลุยได้ในทุกสถานการณ์ กวาดรางวัล Car of the Year มานับไม่ถ้วน และนับเป็น 10% ของยอดขาย Land Rover sales ทั่วโลก เป็นเครื่องการันตีความดีงามที่ยากจะหา SUV คู่แข่งจากค่ายไหนมาเปรียบเทียบได้สมน้ำสมเนื้อ แต่ระหว่างที่เรายังคงชื่นชม Evoque โมเดลปัจจุบันอยู่ ก็ปรากฏภาพโมเดลใหม่ล่าสุดที่ผ่านการ Re-design 2020 Range Rover Evoque ออกมาอวดโฉมกันเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งได้รับการยืนยันว่าจะนี่คือภาพและสเปคคร่าว ๆ ของ Evoque โมเดลต่อไป ที่ยังคงคาแรคเตอร์เดิมของตัวเองเอาไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นความ Luxury และความ Sporty ที่เพิ่มดีกรีให้ภาพลักษณ์ชัดเจนขึ้นกว่าเดิมจากลวดลายเส้นรอบคัน ลายเส้นด้านข้างที่ลากทำแนวตั้งขึ้นจากหน้าไปถึงท้ายรถ พร้อมกับแนวหลังคา Roofline


