ทุกวันนี้สมาร์ทโฟนมีบทบาทกับทุกคนและผู้ชายอย่างเรา ๆ มากมายราวกับเป็นอวัยวะที่ 33 ของร่างกายหรือปัจจัยที่ 5 ของการดำรงค์ชีวิต ทั้งใช้เพื่อเลื่อนดู feed บนโซเชียลเน็ตเวิร์ก แชทติดต่อทั้งเรื่องการและหยอดคำหวานให้สาว ๆ รวมถึงใช้แอปฯ หลากหลายทั้งที่มีประโยชน์และเพื่อความบันเทิง โดยหลายอย่างที่เราทำในยุคดิจิทัลนี้แทบจะจบครบทั้งหมดบนหน้าจอสี่เหลี่ยมผืนผ้าในมือเรา และมันทำให้ทุกคนติดหนึบจนแทบไม่อยากวาง แต่ก็อย่างว่า ทุกอย่างในโลกนี้ถ้ามันไม่พอดีก็อาจเกิดโทษมากกว่าประโยชน์ การใช้โทรศัพท์มือถือก็เช่นกัน ถ้าเราหลงใหลมันจนถึงขั้นเสพติดก็จะส่งผลกระทบมากมาย ทั้งเรื่องสุขภาพ เรื่องพฤติกรรม และความสัมพันธ์กับคนรอบข้างโดยเฉพาะสาวที่อยู่เคียงข้างคุณ โดยจากการสำรวจดูความเห็นตามกระทู้ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการติดมือถือของผู้ชายพบว่า ร้อยทั้งร้อยรู้สึกเซ็งถึงเซ็งสุด ๆ เวลาที่เธอเห็นผู้ชายของเธอสนใจไอ้มือถือถือในมือมากกว่าคนที่เดินจูงมือด้วย เช่นเดียวกับสาว ๆ ทีมงาน UNLOCKMEN ที่ให้ความเห็นอย่างตรงไปตรงมา “เวลาที่ออกไปเดทกันจะเช็กเฟซบุ๊ก ไอจีบ้างก็ไม่ว่ากัน แต่ช่วงเวลาที่คุยกันก็ควรจะโฟกัสกับเรา แต่ถ้าไม่สนใจเราเลย มัวแต่ติดมือถือก็จะรำคาญ เรามีคนที่พร้อมจะสนใจเราอีกเยอะ ทำไมต้องรอ” – PSYCAT “ไม่ค่อยชอบ ถ้าอยู่ด้วยกันควรจะใช้เวลาด้วยกันเต็มที่ ถ้าเขามัวแต่ติดมือถือเวลาอยู่กับเรา เราก็คงจะไม่สนใจเขาบ้าง” – APRIL “ถ้าเกิดคนที่เราเดทด้วยทำตัวติดมือถือมาก ๆ ก็คงไม่ต้องมาเจอกันดีกว่ามั้ง กลับบ้านไปเลยดีกว่า” – ANONYMK
ในโลกที่ทุกอย่างมันผ่านไปเร็ว หากมองย้อนกลับไปผู้ชายอย่างเราจะรู้ทันทีว่าความมั่นคงของอาชีพในแต่ละ พ.ศ. มันไม่ได้ยั่งยืนไปตลอด ปีก่อนอาชีพวิศวะอาจจะยั่งยืน ปีถัดมาอาจจะเงียบเหงา วิธีแก้ที่จะทำให้ผู้ชายอย่างเราหางานได้แม้ไม่ตรงสายงาน หรือสมัครตรงสายงานแต่อยากจะโดดเด่นกว่าคนอื่น ก็ต้องเติมสกิลที่เป็นที่ต้องการ ใน พ.ศ. นั้นลงใน Portfolio สำหรับปี 2018 นี้เราก็สรุปทั้ง 8 สกิลโดดเด่นที่บอสในอนาคตอยากให้คุณมีมาให้เรียบร้อยแล้ว พร้อมคอร์สฟรีที่ช่วยเสริมสกิลนั้นมาฝากกัน Coding เขียนโค้ดดิ ! สังคมยุคนี้มัน 4.0 อะไรก็ต้องออนไลน์ไปหมด เรื่อง Tech จึงเป็นสิ่งที่ทุกบริษัทต้องการ แต่ทุกวันนี้คนที่มีสกิลนี้ก็ยังน้อยกว่าความต้องการในตลาดมาก คนที่มีสกิลเรื่องการเขียนโค้ดเลยตอบโจทย์ แม้หลายคนจะเห็นว่าตัวเลขหรืออักษรสำหรับเขียนโค้ดมันเข้าใจยาก น่าจะต้องใช้เวลาเรียนนาน แต่อย่าเพิ่งกลัว ทุกวันนี้มันมีช่องทางฟรีให้เรียนเพิ่มสกิล เอาเป็นว่าถึงเราจะไม่เซียนถึงขนาดเป็นโปรที่เขียนโปรแกรมได้เอง แต่การรู้เรื่องพื้นฐานบ้านมันก็เป็น shortcut ให้เราใช้ในการแก้ปัญหาได้ดี อย่างเราที่เป็น content creator เองก็ต้องรู้โค้ดไว้ใช้กับเว็บไซต์หรือแก้ป้ญหา ดังนั้นไม่ว่าคุณจะทำงานด้วยอาชีพไหนก็อาจจะต้องมีอันไปเกี่ยวพันกับเรื่องโค้ด ดังนั้นดูไว้ก็ไม่เสียหาย ดีไม่ดีจะเป็นช่องทางรับจ็อบเพิ่มอีกทางให้เงินตุงกระเป๋าได้อีกด้วย FREE COURSE Excel ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ หนึ่งในสกิลที่หลายคนมองข้ามแต่บอสในอนาคตของเราต้องการ แถมเป็นสกิลที่แสดงความโปรดักทีฟได้ดีคือโปรแกรมสีเขียวที่มีติด Microsoft Office
การมีลูกน่ะมันโคตรง่าย แต่การจะรับผิดชอบชีวิตลูกทั้งคนนี่แม่งไม่ง่ายเลยสำหรับผู้ชายอย่างเรา ดังนั้นหนทางที่ดีที่สุดที่จะไม่ให้เราต้องมีลูก (เมื่อไม่พร้อม) คือการมีเซ็กซ์แบบป้องกันซึ่งถ้าไม่นับการใส่ถุงยาง (ที่ผู้ชายอย่างเราก็ไม่ค่อยจะชอบใส่กัน ด้วยมายาคติว่ามันไม่ถึงใจ) ดูเหมือนภาระการป้องกันการตั้งครรภ์จะตกไปอยู่ที่ผู้หญิงเป็นส่วนใหญ่ ทั้งยาคุมแบบฉีด แบบฝัง หรือแบบกิน แต่จากนี้ภาระจะไม่ตกอยู่ที่ผู้หญิงฝ่ายเดียวอีกต่อไป เมื่อโลกใบนี้ได้รังสรรค์ “ยาคุมกำเนิด” สำหรับผู้ชายขึ้นมา! เป็นเวลาหลายสิบปีที่ตลาดยาคุมกำเนิดสำหรับผู้หญิงเติบโตมาอย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย ตอนนี้จึงเป็นเวลาที่ยาคุมกำเนิดสำหรับผู้ชายจะโผล่หน้าขึ้นมาทักทายตลาดบ้างแล้ว โดยยาคุมกำเนิดผู้ชายที่ผ่านการวิจัยจากสมาคมต่อมไร้ท่อ ได้นำเสนอผลการวิจัยที่ชิคาโก สหรัฐอเมริกา เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาว่าความฝันเรื่องยาคุมกำเนิดผู้ชายใกล้เป็นจริงเต็มที่เพราะผลการวิจัยออกมาว่ายาคุมกำเนิดสำหรับผู้ชายมันทั้งได้ผลและปลอดภัย ยาคุมสำหรับผู้ชายนี้มีชื่อว่า dimethandrolone undecanoate หรือ DMAU โดยยาตัวนี้มีวิธีทำงานเหมือนกับยาคุมสำหรับผู้หญิงและผ่านการพัฒนาจาก National Institutes of Health (NIH) ซึ่งนักวิจัยทำการทดลองกับผู้ชาย 83 คนอายุตั้งแต่ 18-53 ปีโดยใช้ยาคุมกำเนิดชนิดที่กินวันละเม็ด (เหมือนที่ผู้หญิงเขากินกันนั่นแหละ) โดยเจ้ายาคุมที่กินเข้าไปนี้ก็จะเข้าไปทำหน้าที่ลดระดับฮอร์โมน (เหมือนที่ยาคุมผู้หญิงทำเช่นกัน) อย่างไรก็ตามหลังการทดลองก็พบว่ายาคุมที่กินเข้าไปตลอดหนึ่งเดือนไม่ได้ส่งผลกระทบต่อระดับฮอร์โมน testosterone ว่ามันลดหรือเพิ่มจนผิดปกติ ดร. Stephanie Page ศาสตราจารย์ด้านเภสัชศาสตร์จาก University of Washington และหนึ่งในนักวิจัยเปิดเผยว่า DMAU คือก้าวสำคัญของการพัฒนายาคุมกำเนิดสำหรับผู้ชายชนิดที่กินหนึ่งเม็ดต่อวัน เนื่องจากจากการสำรวจพบว่าผู้ชายเลือกที่จะกินยาคุมวันละเม็ด มากกว่าที่จะเลือกการฉีดยาคุมที่ให้ผลการคุมกำเนิดในระยะยาว
เฟซบุ๊กแทบจะเป็นทุกอย่างให้ชีวิตเราแล้ว แต่เหมือนเฮียมาร์คแกจะยังไม่พอใจ อยากเป็นอะไรต่อมิอะไรให้ชีวิตผู้คนเพิ่มไปอีก โดยฟังก์ชั่นล่าสุดที่เฟซบุ๊กจัดให้คือ dating features หรือฟีเจอร์ที่จะมาช่วยให้ผู้ชายสายนก สายอดอยากปากแห้ง ปัดทินเดอร์มา 3 ปีก็ไม่มีใครแมทช์ หรือแมทช์แล้วแต่ไม่ได้อย่างใจ ได้เปิดตลาด เอ้ย เปิดประสบการณ์ใหม่ด้วยการลองหาสาว ๆ จากในเฟซบุ๊กดูบ้าง แล้วมันจะเวิร์คไหมวะ ? มีอะไรแตกต่างจากแอปพลิเคชันหาคู่อื่น ๆ บ้าง ? มาสำรวจไปพร้อม ๆ UNLOCKMEN เลย ขั้นตอนการใช้งานก็ดูไม่ยุ่งยากอะไร โดยเฉพาะผู้ชายที่ใช้เฟซบุ๊กจีบสาวเป็นประจำอยู่แล้ว หรือไม่เคยใช้จีบสาวแต่ใช้งานเป็นประจำก็ไหวอยู่ โดยเฟซบุ๊กจะให้เราสร้าง dating profile ขึ้นมา และไม่ต้องห่วงว่า dating profile นี้จะโผล่ไปทั่วประเทศจนเพื่อนแอบเอามาแซวว่า เฮ้ย มึงจะหาแฟนในเฟซบุ๊กหรอวะ? เพราะ dating profile นี้จะไม่ได้เห็นกันทั่วไปเหมือนโปรไฟล์เฟซบุ๊กปกติ แต่จะเห็นเฉพาะคนที่มี dating profile เหมือนกันเท่านั้น! ดังนั้นใครที่มันเห็นเราก็แปลว่ามันกำลังหาเหยื่อ เอ้ย หาคู่เดตอยู่เหมือนกันกับเรานี่แหละ ความดีงามที่เฟซบุ๊กเคลมว่าดี และ UNLOCKMEN ก็แอบรู้สึกว่ามันน่าจะดีกว่าทินเดอร์หลายระดับก็คือข้อมูลเกี่ยวกับตัวเราที่เฟซบุ๊กเก็บเล็กผสมน้อยไว้เป็นจำนวนมากนี่แหละ
ลองนึกถึงครั้งสุดท้ายที่คุณซื้อของที่อยากได้มาก ๆ สักชิ้นดูสิ แล้วหลังจากซื้อมาได้นั้นรู้สึกยังไง ? แน่ล่ะ มันก็ต้องรู้สึกดีใช่มั้ยล่ะ แล้วถ้าตอนนี้มีของที่อยากได้อีกล่ะ ? ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์ เสื้อผ้า หรือ PS4 เอาไว้ผ่อนคลายในวันหยุด เอาสิ อยากได้อะไรก็ซื้อเลย จะอะไรก็ช่าง ถ้ามันนำความสุขมาให้คุณและคุณก็มีเงินเหลือมากพอสำหรับมันด้วย แม้ผู้ชายอย่างเราจะได้ยินมาจนหูแทบชาว่า “เงินซื้อความสุขไม่ได้” แต่เราดันรู้สึกมีความสุขเมื่อได้ซื้อของที่อยากได้น่ะสิ ตกลงความสุขนี่มันซื้อได้มั้ยวะ ? UNLOCKMEN จะพาทุกคนมาหาคำตอบไปพร้อม ๆ กัน ล้วงลึกเหตุผลที่ทำให้เรามีความสุขแม้แต่ตอนเสียเงิน มนุษย์เรามักจะไขว่คว้าหาความพึงพอใจแบบสำเร็จรูปที่ได้มาง่ายและเร็วกันอยู่แล้ว คุณอาจจะเคยได้ยินพวกคำคมเกี่ยวกับความสุข เงิน สิ่งของ นู่นนี่สลับกันไปมาเยอะแล้ว การที่เราจะได้อะไรมา เราจะจดจำความรู้สึกของวินาทีนั้นไว้ ในวันที่ความสุขแบบสำเร็จรูปกลายเป็นความต้องการส่วนหนึ่งตามธรรมชาติของมนุษย์ เรากลับอาศัยอยู่ในสังคมที่ไม่ได้หาความสุขจากการจับจ่ายซื้อของมาได้ง่ายนัก เราต้องรอวันเงินเดือนออก เพื่ออาหารจานโปรด เพื่อกาแฟไฮเอนด์สักแก้ว หรือพรีออเดอร์ของเล่นสักชิ้น พอเราได้มันมา จึงเหมือนเราได้เติมความพึงพอใจให้ตัวเอง ความตื่นเต้นเมื่อเราได้สิ่งของที่อยากได้มา ยิ่งสร้างความพึงพอใจให้เราและมันทำให้ร่างกายของเราหลั่ง Dopamine ออกมามาก เราเลยรู้สึกวูบวาบ ใจเต้นแรง จริง ๆ แล้วนั่นหมายความว่าเรารู้สึกตื่นเต้นไปกับ Dopamine ก่อนที่จะตอบสนองกับสิ่งกระตุ้นอย่าง Fancy Things
ช่วงนี้ฝนกระหน่ำจนแยกไม่ออกว่านี่คือพายุหรือมันเข้าหน้าฝนแล้วกันแน่ แต่ยังไงก็เหอะ พอพ้นเดือนแห่งความร้อนระอุอย่างเมษายนไป เข้าเดือนพฤษภาคมที่อยู่ในช่วงฤดูฝนแล้ว หลายคนอาจจะยังปรับตัวไม่ทันกับสภาพอากาศ หรือไม่ทันสังเกตด้วยซ้ำว่าตอนนี้ถึงเวลาเปลี่ยนทั้งเดือนทั้งฤดูแล้ว UNLOCKMEN ชวนมาฟัง 10 เพลงที่คัดมาให้ เอาไว้ฟังช่วงที่กำลังเปลี่ยนฤดูแบบนี้ เหมือนกับชีวิตของเราที่มักจะเปลี่ยนไปมาอยู่เสมอ ก็แน่ล่ะ ใครมันจะมีชีวิตแบบเดียวไปตลอด เตรียมพร้อมฟังและเตรียมพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน สำหรับใครที่สะดวกฟังผ่านทาง Spotify สามาถ Follow Playlist นี้ได้ ที่นี่ แต่บางเพลงใน Spotify อาจจะมีไม่ครบต้องขออภัยด้วย ยังไงสามารถหาฟังให้ครบได้ใน Youtube Two Door Cinema Club – Changing of the Seasons PARADOX – ฤดูฝน Flure – ฤดูที่ฉันเหงา POLYCAT – เป็นเพราะฝน Bruno Mars – It Will Rain FRIDAY – เปลี่ยนไปทุกอย่าง Lonely Lego
“ตั้งคำถามกับทุกสิ่ง” นั่นคือสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์คนสำคัญระดับโลกอย่าง Albert Einstein พูดไว้ และ UNLOCKMEN ว่าก็ไม่ผิดเลยแม้แต่น้อย เพราะในชีวิตลูกผู้ชายคนหนึ่ง คำถามจะนำไปสู่โอกาสใหม่ ๆ อีกมากมายแบบที่เราไม่คาดคิดมาก่อน อย่างน้อยที่สุดเราก็ถามเพื่อการเรียนรู้ และถามเพื่อเข้าใจผู้คน แต่คำถามแบบไหนถึงจะมีพลังกันแน่ ? มา! มาเรียนรู้ไปด้วยกัน ขั้นตอนแรกในการที่จะก้าวเข้าสู่การเป็นนักตั้งคำถามที่ดีกว่าเดิมคือ “ถามให้มากกว่าเดิม” ใช่ ง่าย ๆ แค่นั้นเอง จากเดิมที่นั่งฟังเฉย ๆ ไม่หือ ไม่อืออะไรกับใครเขาเลย ก็ลองถามสักหนึ่งคำถาม ใครที่เคยถามหนึ่งคำถามก็เพิ่มไปเป็นสองคำถาม เพิ่มไปเรื่อย ๆ นั่นแหละ อย่างไรก็ตามการเพิ่มจำนวนคำถามก็ไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่จะทำให้เราเป็นนักถามที่มีอิทธิพลกว่าเดิมแต่ยังรวมไปถึงประเภทคำถาม โทนของคำถาม ลำดับการถาม และกรอบของคำถามที่มีความสำคัญเช่นกัน แต่ไม่ต้องตกใจไปอะไร ๆ ก็ฝึกกันได้ทั้งนั้น ถ้ายังรู้สึกว่ามันยาก ๆ งง ๆ อยู่ ลองทำตามเทคนิคต่อไปนี้ รับรองเลยว่าเราจะเป็นผู้ชายที่ตั้งคำถามได้ดีมากกว่าที่เคยแน่นอน Favor follow-up questions ที่ต้องจำให้ขึ้นใจเลยคือว่าไม่ใช่ทุก ๆ คำถามจะมีค่าเท่ากันไปหมด คำถามบางรูปแบบก็สำคัญกว่าบางรูปแบบ โดยคำถามมี
เมื่อก่อนมีเงินเขานับเป็นน้อง มีทองเขานับเป็นพี่ แต่เดี๋ยวนี้วิธีนับมันไม่เหมือนเก่าต่อให้เดินล่อนจ้อนออกนอกบ้าน ไม่คล้องทองหยองเต็มคอ หรือกระเป๋าสตางค์จะแฟ่บแค่ไหน ตราบเท่าที่มีสมาร์ทโฟนในกำมือมันก็อุ่นใจ เพราะเราอยู่ในสังคม cashless society ที่ถ้าย้อนกลับไป 5-10 ปีที่แล้ว พูดไปก็คงไม่มีใครเชื่อหรือนึกออกว่าเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ที่ไร้พรมแดนหน้าตาเป็นอย่างไร พอ ๆ กับที่หลงลืมความยุ่งยากเดิมที่มีว่ากว่าจะซื้อของสักชิ้น จ่ายบิลสักอย่าง เราใช้ชีวิตกันด้วยความยุ่งยากขนาดไหน ระหว่างที่อ่านถึงตรงนี้หลายคนอาจจะกำลังมองว่ามันไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ถ้าลองย้อนคิดว่าปรากฏการณ์สเกลใหญ่ขนาดนี้ที่เกิดขึ้นในสังคมแถมผ่านมาเป็นปี ๆ แล้ว ใครเป็นคนทำ? ใครที่อยู่หลังการกดนิ้วบนจอกระจกตอบโจทย์การใช้ชีวิตพวกเรา คนที่แอบอยู่หลังความ Easy เหล่านั้น พวกเขาคือใคร ทำอาชีพอะไรกัน คำตอบคุณเหมือนที่เราจะเฉลยหรือเปล่า ? พวกเขาเหล่านี้คือ “คนธนาคาร” เมื่อปรากฎการณ์ดิจิทัลแบงกิ้งมันมาจากกลุ่ม “คนธนาคาร” คนที่เราไม่เคยมองเห็นหน้า และงาน UNLOCK ก็เป็นงานถนัดของพวกเราอยู่แล้ว UNLOCKMEN ขอถือโอกาสนี้บุกไปตามหาและพูดคุยกับคนเบื้องหลังกันให้มันลึกสุดใจกันถึงถิ่นที่ SCB สำนักงานใหญ่ อาณาจักรของพวกเขา กันดีกว่า รู้จัก “คนธนาคาร” กลุ่มคนสนุกสายดิจิทัลแบงกิ้ง ถ้าไม่นับรวมบรรยากาศครึกครื้นและคราคร่ำด้วยผู้คนยกฟลอร์ด้านนอกห้องที่เราคุยกัน คนต่างวัย ต่างสายอาชีพแต่เป็นเจ้าของความคิดสนุก
Smile Club หลายคนคงเคยได้ยินชื่อนี้ผ่านหูกันมาบ้าง หรือบางคนอาจเคยเห็นพวกเขาปรากฏตัวตาม Social Media พร้อมกับ Fashion Content เจ๋ง ๆ มากมาย จนอดสงสัยไม่ได้ว่าจริง ๆ แล้วพวกเขาคือใคร ? ทำอะไรกัน ? และเหตุใดกลุ่มคนที่มี Passion ในการใช้ชีวิตคล้ายกันเหล่านี้จึงมาโลดแล่นอยู่ในกระแสต่าง ๆ อย่างไม่ขาดสาย แน่นอนว่าเราเองก็อยากหาคำตอบในเรื่องนี้เช่นกัน ในเมื่อเป็น UNLOCKMEN หากจะทำอะไรต้องทำให้สุดและแตกต่าง จึงทำให้เกิดโปรเจกต์ “One Day With Smile Club” เพื่อทำความรู้จักกับพวกเขา Smile Club ให้ถึงแก่น หากเป็นเพียงการพูดคุยกัน ก็คงได้แค่ถาม – ตอบกันตามปกติ แต่ถ้าหากเปลี่ยนมาเป็นการเข้าไปใช้ชีวิตด้วยกันสักวันหนึ่ง ก็คงจะทำให้เข้าใจถึงตัวตนที่แท้จริงของกลุ่มคนเหล่านี้ได้ดีมากขึ้น ซึ่งหวยก็ไปตกอยู่กับ “ต้าร์” เด็กฝึกงานหน้าละอ่อนในสังกัด UNLOCKMEN หนุ่มน้อยที่ไม่ได้ให้ความสนใจกับแฟชั่นเลย แถมยังคิดว่า Smile Club คือร้านขายของเล่นด้วยซ้ำ โดยต้าร์จะมียูนิฟอร์มยอดนิยมตัวเก่งเป็น เสื้อยืดสีเทา กางเกงยีนส์ และรองเท้าผ้าใบสีดำ ดังนั้นจึงอยากให้ผู้อ่านลองจินตนาการภาพกลุ่มคนซึ่งเต็มไปด้วย Passion เรื่อง เสื้อผ้า


