‘การฟังเพลง’ ถือเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้ชายอย่างเรา ๆ อย่างแยกไม่ออก (หรือจะเถียง!?) มีความสุขสุดเหวี่ยงก็ฟังเพลง ทุกข์เศร้าเคล้าน้ำตาอกหักมาจากสาวคนไหนก็ฟังเพลง หรืออารมณ์ปกติธรรมดานั่งว่าง ๆ มึน ๆ อึน ๆ ก็ฟังเพลง เพลงแต่ละแบบก็เหมาะกับอารมณ์อันหลากหลายของเราแตกต่างกันไป แล้วเพลงแบบไหนที่นักจิตวิทยาเขาศึกษามาแล้วว่าโคตรเหมาะกับการตื่นนอนตอนเช้ากันแน่? เพลงไม่ได้มีผลแค่ช่วยให้เราตื่นนอนอย่างมีประสิทธิภาพเท่านั้น แต่เพลงไม่ต่างจากยาวิเศษลึกลับที่ออกฤทธิ์หลากหลายแบบ งานวิจัยจำนวนมากที่ศึกษาเรื่องผลของการฟังเพลงหรือดนตรีที่สัมพันธ์ต่อสิ่งต่าง ๆ ของมนุษย์ การฟังเพลงสามารถช่วยให้เราทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การฟังเพลงช่วยให้เราทำงานเป็นทีมได้ดีขึ้น หรือแม้แต่การเล่นดนตรีภายในบ้านจะช่วยทำให้คนในครอบครัวใกล้ชิดกันมากขึ้น หรือแม้แต่การฟังเพลงช่วยให้สุขภาพเราดีขึ้นได้ด้วย (เออ เอากับมันสิ) แต่ครั้งนี้ UNLOCKMEN จะพามาโฟกัสที่งานวิจัยของนักจิตวิทยาที่ชื่อว่า David Greenberg จาก University of Cambridge ซึ่งเขาศึกษาเรื่องดนตรีในหลากหลายแบบทั้งบุคลิกภาพของมนุษย์ที่ส่งผลต่อการฟังเพลง หรือการเลือกฟังเพลงแบบไหนสามารถส่งผลต่อวิธีคิดของเราได้ด้วย ส่วนเจ้า Playlist กระแทกหน้าซึ่งประกอบด้วย 20 เพลงที่เรากำลังจะนำมานำเสนอนี้ เป็นงานวิจัยที่เขาทำร่วมกันกับ Spotify มิวสิคสตรีมมิ่งชื่อดังที่กำลังเข้ามามีบทบาทอย่างมากในหมู่คนฟังเพลงประเทศเรา หลักการหลัก 3 อย่างที่ David Greenberg บอกว่าเพลงทั้ง 20 เพลงนี้โคตรเหมาะกับการฟังตื่นนอนได้แก่ อย่างแรกมันต้องเริ่มจากจังหวะที่นุ่มนวลไม่ใช่มาถึงแล้วกระชากเลย แต่ต้องค่อย ๆ
คนเรานั้นมีจุดมุ่งหมายในชีวิตแตกต่างกัน อย่างตอนสมัยเราเด็ก ๆ เราก็จะเห็นว่า บางคนชอบเรียน บางคนชอบโดดเรียน พอโตมาถึงเวลาที่ต้องทำงานก็เช่นกัน นั่นก็คือ คนที่ชอบทำงาน กับคนที่ไม่ชอบทำ แต่ในความเป็นจริงของโลก คนเราเกิดมาก็ต้องทำงานเพื่อให้เกิดคุณค่าต่อตัวเอง และสังคม เพราะจะว่าไปการทำงานนั้น มันก็เป็นเหมือนกันพัฒนาความสามารถของตัวเอง สั่งสมประสบการณ์การทำงานต่าง ๆ และที่แน่นอนเลยก็คือ ถ้าไม่ทำงานก็ไม่มีรายได้เข้ามาเลี้ยงดูตัวเอง แล้วคนที่ไม่ชอบทำงานล่ะ จะทำยังไงถึงจะมีรายได้พอเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง แถมมีความสุขกับชีวิตควบคู่ไปด้วย และคำตอบที่ได้ก็คือ วิ่ง!! ใช่แล้ว ไหน ๆ ก็เป็นของถนัดของหลาย ๆ คนตั้งแต่วัยเด็กแล้ว เพราะให้ไปเรียนก็โดดปีนรั้ววิ่งหนีออกมา ไม่ก็ไปวิ่งไล่ตีไล่เตะเด็กโรงเรียนอื่น ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ทำไมไม่เอาดีทางวิ่งกันไปซะเลย จากการหาข้อมูล พบว่าการลงแข่งวิ่งมาราธอน เป็นการแข่งขันที่เปิดให้เข้าร่วมได้อย่างอิสระ มีเงินรางวัลแบบเน้น ๆ ชนิดตั้งตัวได้ เหลือเงินใช้ไปหลายปี และแน่นอนว่า ถ้าหากมีโอกาสจะไต่ไปถึงการเป็นเจ้าของสถิติโลกด้วยแล้ว คุณจะกลายเป็น Celebrity มีเงินก้อนใหญ่เข้ากระเป๋าอย่างต่อเนื่อง ดีไม่ดีแข่งครั้งเดียวจะเยอะกว่าบางคนที่ทำงานออฟฟิศทำทั้งปีด้วยซ้ำไป วันนี้เราจึงได้นำเอาข้อมูล และช่องทางที่จะให้คนชอบวิ่งทุกคน มีรายได้ และมีชื่อเสียงเป็นกอบเป็นกำ
เป็นงานสุดหรู ที่คุณผู้ชายอย่างเรา ๆ ควรจะพาสาว ๆ ไปเสพประวัติศาสตร์ของเครื่องหนังแบรนด์หรูหราคู่มนุษยชาติ หลุยส์ วิตตอง ร่วมกับสยามพารากอน สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ด้วยการรังสรรค์งานนิทรรศการ “ไทม์ แค็ปซูล” (Time Capsule) แสดงเรื่องราวและวิวัฒนาการของการเดินทางและหีบเดินทางตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 จนถึงปัจจุบัน โดยจะแสดงผลงานแห่งความสร้างสรรค์ทั้งหีบเดินทางและเครื่องหนังของหลุยส์ วิตตองที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 160 ปี ส่งตรงมาจากกรุงปารีสเพื่อมาจัดแสดงที่กรุงเทพฯ ประเทศไทยเป็นที่แรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ระหว่างวันที่ 7-25 กันยายน 2560 ณ ลานพาร์คพารากอน สยามพารากอน ภายในนิทรรศการ Time Capsule หลุยส์ วิตตองได้รวบรวมผลงานชิ้นเอกและเหตุการณ์สำคัญๆ ในประวัติศาสตร์ของแบรนด์เอาไว้โดยแบ่งการจัดแสดงเป็นโซนต่าง ๆ เช่น โซนประวัติศาสตร์ของแบรนด์ โซนวิวัฒนาการหีบและกระเป๋าหลุยส์ วิตตองกับการเดินทางรอบโลก โซนเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ในอดีตและปัจจุปันกับประเทศไทย เป็นต้น ผู้เข้าชมงานจะได้พบกับผลงานและผลิตภัณฑ์ของหลุยส์ วิตตองอันล้ำค่าและหาดูได้ยากซึ่งนำมาจากหอจดหมายเหตุของหลุยส์ วิตตอง ที่กรุงปารีส อีกทั้งจะได้ชมการสาธิตวิธีการทำเครื่องหนังด้วยทักษะขั้นสูงโดยช่างฝีมือชาวฝรั่งเศสที่บินตรงมาจากเวิร์คช็อปหลุยส์ วิตตอง ในเมืองอานิแยร์ส (Asnières) ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ที่สร้างชื่อเสียงและความเชื่อมั่นให้แบรนด์หลุยส์ วิตตองตลอดมา อีกเหตุผลที่ห้ามพลาด
เมื่อพูดถึงสาเหตุที่คร่าชีวิตคนไทยไปเป็นจำนวนมากในแต่ละปี หลายคนคงนึกถึงการเสียชีวิตที่เกิดจากอุบัติเหตุ รวมถึงโรคมะเร็ง ซึ่งก็ไม่ผิดคาด เพราะโรคมะเร็งคือสาเหตุหลักอันดับหนึ่งในการเสียชีวิตของประชาชนคนไทย ตามมาด้วยอันดับสองคือการเสียชีวิตเนื่องด้วยอุบัติเหตุ แต่ใครจะรู้บ้างว่าสาเหตุการเสียชีวิตของคนไทยที่สูงเป็นอันดับสาม ซึ่งอันตรายไม่แพ้กัน นั่นก็คือการเสียชีวิตจากภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน โดยสิ่งที่น่ากังวลคือ ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันนั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย โดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า เมื่อหัวใจหยุดเต้น จะไม่มีเลือดเดินทางไปเลี้ยงอวัยวะใด ๆ ในร่างกาย ทำให้สมองหยุดทำงานทันที และจะหมดสติภายในเวลา 10 วินาที โดยไม่ทันได้รู้ตัว ไม่ทันได้ขอความเชื่อเหลือใคร ๆ อย่างที่เคยได้เห็นในคลิปภาพข่าว ที่แม้แต่ผู้ซึ่งออกกำลังกายดูแลสุขภาพอยู่สม่ำเสมอ วิ่งลู่ในฟิตเนสอยู่ดี ๆ ก็ยังเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ล้มตึงหมดสติจนเสียชีวิตไปต่อหน้าต่อตา สรุปออกมาเป็นสถิติที่น่าตกใจว่า แต่ละปีมียอดผู้เสียชีวิตสูงถึง 54,000 คน เฉลี่ยแล้วมีผู้เสียชีวิตมากถึงชั่วโมงละ 6 คน ซึ่งจริง ๆ แล้ว เมื่อผู้ประสบภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันเกิดอาการหมดสติ หากได้รับการทำ CPR (การช่วยฟื้นคืนชีพ หรือการปั๊มหัวใจด้วยมือ) ภายใน 4 นาที จะมีโอกาสรอดชีวิตอยู่ที่ 27% และถ้าบริเวณนั้นมีเครื่อง AED (เครื่องช็อกไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติ) สำหรับใช้ในการทำ CPR สลับกับการใช้เครื่อง
กินเหล้าเมายาเหมือนว่ามันกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้ชายอย่างเรา ๆ ไปแล้ว เพราะการกินเหล้านอกจากจะเป็นความสนุกสุขใจส่วนตัวแล้ว เรายังได้สังสรรค์สานความสัมพันธ์และมิตรภาพอีกด้วย แต่ความสุขและความสัมพันธ์อาจมาจากบรรยากาศในวงเหล้า โดยเราไม่จำเป็นต้องเมาหัวราน้ำก็ได้ นี่จึงเป็น 7 วิธีที่จะทำให้คุณนั่งอยู่ในวงเหล้าได้ทั้งคืนแต่ไม่ต้องเมาอ้วกแตกให้เสียสุขภาพ อย่าปล่อยให้ท้องว่าง ขั้นแรกเลยคืออย่าปล่อยให้ท้องว่าง ไม่ว่าจะรีบบึ่งไปหาเพื่อนเพื่อก๊งเหล้ามากแค่ไหน ก็หาอะไรรองท้องอย่าปล่อยให้ตัวเองไม่ได้กินอะไรไปเลย ถ้าไม่มีเวลากินอาหารมื้อใหญ่ก็ควรกินอะไรรองท้องไปหน่อย เพื่อสุขภาพยืนยาวจะได้อยู่กินเหล้าไปนาน ๆ กินช้า ๆ ได้พร้าเล่มงาม จะกินเร็วไปทำไม ในเมื่อเราไม่ได้มาเพื่อกรอกเหล้าเข้าปากให้จบ ๆ ไปแล้วกลับบ้านนอน เรามาเพื่อสังสรรค์ เอาบรรยากาศ และดื่มด่ำความสุขที่ได้รับจากการดื่มกิน ดังนั้นไม่ต้องรีบ ค่อย ๆ ละเลียดรสชาติของน้ำสีอำพันไป นอกจากได้ดื่มด่ำแล้ว ยังทำให้เมาช้าลงอีกด้วย ดื่มน้ำเยอะ ๆ การดื่มเครื่องดื่มมีแอลกอฮอลล์นั้นทำให้ร่างกายขาดน้ำอย่างที่เราคาดไม่ถึง ทางที่ดีควรดื่มน้ำก่อนกินเหล้า ดื่มน้ำระหว่างกินเหล้า และดื่มน้ำหลังกินเหล้าด้วย แต่ถ้าลืม ทำไม่ได้ กินเหล้าไปก็ดื่มน้ำไปก็สามารถช่วยให้เมาช้าลงได้ กินกับแกล้ม ไม่ว่าจะชอบกินกับแกล้มหรือไม่ชอบกิน แต่ถ้าไม่อยากเมาเร็ว ก็ดื่มไป ตักกับแกล้มกินไป ไม่ให้ท้องว่าง ยิ่งถ้าไม่ได้กินอะไรรองท้องมาตั้งแต่แรกแล้วล่ะก็ การมีกับแกล้มเป็นของคู่วงเหล้านับเป็นทางออกที่ชาญฉลาดที่สุดอีกทางหนึ่ง อย่าเชื่อฟังคำยุยงหมดแก้ว ๆ เราหมดยุคเด็กมัธยมโชว์เก๋า โชว์กระดกเหล้าหมดแก้วตามคำยุของเพื่อน แต่สุดท้ายก็เมาอ้วกไม่เป็นท่ามาแล้ว
ไม่ว่าองค์กรเล็กใหญ่หรือใครก็ล้วนเคยผ่านวิกฤตดราม่าจากคำพูดกันแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าคำพูดจะออกมาด้วยความตั้งใจ ไม่ตั้งใจ หรือคนตีความผิดไปเองจนงานเข้าเรื่องราวบานปลาย แต่เมื่อปัญหาเกิดขึ้นแล้ว ขึ้นอยู่กับว่าเรารับมือและจัดการกับวิกฤตดราม่าจากคำพูดครั้งนั้นได้อย่างไรบ้างต่างหาก UNLOCKMEN จึงเล็งเห็นแบบชัดแจ้งเต็มตาว่าในโลกที่โซเชียลมีเดียถูกสุมไฟดราม่าให้คุกรุ่นได้ง่าย เราทุกคนล้วนต้องการหาทางลงให้กับดราม่าที่เกิดขึ้นอย่างเท่ ๆ ซึ่งเรารับรองว่า 5 วิธีนี้ใช้ได้ทั้งองค์กรธุรกิจและคนธรรมดา 1.รุ่นใหญ่ใจต้องนิ่ง การโต้ตอบหรือจัดการวิกฤติที่เกิดขึ้นแบบรวดเร็วทันใจมันก็ดูเหมือนจะดีในโลกที่ทุกอย่างวิ่งไวในโลกออนไลน์ไปเสียหมดอย่างนี้ แต่มันจะดีกว่าถ้าเราได้นั่งนิ่ง ๆ ตรวจสอบสถานการณ์ทั้งหมดให้ถี่ถ้วนในเวลาที่เร็วที่สุดแต่ก็รอบคอบที่สุดว่าวิกฤตเกิดจากอะไร กรณีที่บุกเดี่ยวมาแต่แรก ก็นิ่งไว้ก่อนดีที่สุด ยิ่งตอบโต้ในช่องทางออนไลน์ ทุกอย่างจะมีแต่แย่ลง ๆ ในขณะที่ถ้าเป็นระดับองค์กรก็ควรบอกให้ทุกคนนิ่งเข้าไว้ รู้ว่าหัวร้อนแต่อย่าให้ใครไปโต้ตอบในช่องทางออนไลน์เด็ดขาด ควรปล่อยให้ฝ่ายสื่อสารองค์กรลุยเท่านั้น 2.รวมทีมอเวนเจอร์ซะ! ซุปเปอร์ฮีโร่เขายังไม่สู้คนเดียว เพราะคนเดียวหัวหาย หลายคนมีแต่ดี หลังจากวิกฤตการณ์เกิดขึ้นแล้ว ให้รีบรวบรวมทีมผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับองค์กรทั้งหมดให้เร็วที่สุดเพื่อช่วยกันปรึกษา ขอความคิดเห็นหลากหลายแบบในการรับมือ หรือร่างข้อความที่จะสื่อสารกลับไป ไม่ว่าจะเป็นการขอโทษ การชี้แจงในส่วนของเรา หรือการโต้ตอบในกรณีที่จำเป็น นอกจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในองค์กรแล้ว ควรเชิญผู้เชี่ยวชาญในเรื่องที่กำลังดราม่านั้นมาด้วย แต่ถ้าเป็นกรณีที่บุกเดี่ยวก่อดราม่าคนเดียวมาแต่แรก ก็อาจปรึกษาเพื่อน คนใกล้ตัว หรือผู้ใหญ่ที่เราเชื่อถือควบคู่กันไปแทน 3.อย่ารีบด่วนสรุป ท่องจำให้ขึ้นใจว่าทุกอย่างต้องดำเนินการไปตามข้อเท็จจริงเท่านั้น ไม่ใช่อารมณ์ความรู้สึก! โดยเฉพาะเมื่อทุกคนกำลังหัวร้อน คันไม้คันมืออยากโต้ตอบ แต่ข้อสรุปแรก ๆ ที่เราได้และวางแผนจะจัดการมักจะผิด (ไม่เสมอไป แต่บ่อยครั้ง) ดังนั้นคิดให้ครบสองสามรอบก่อนตัดสินใจลงมือชี้แจงอะไร 4.ให้คนคนเดียวออกมาพูด
อาชีพมีเป็นร้อยเป็นพันอาชีพ เราต่างมีความใฝ่ฝันทั้งเล่นทั้งจริงถึงอาชีพที่เราอยากทำแตกต่างกันออกไป ไหนจะอาชีพแปลก ๆ มากมายบนโลกใบนี้ และหนึ่งในอาชีพสุดแปลก สุดน่าสนใจ จนอยากจะรู้ว่าเขาทำอะไรกันบ้างที่เรากำลังจะพูดถึงซึ่งก็คืออาชีพ ‘คนรีวิวการให้บริการทางเพศ’ หรือ ‘ผู้สำรวจมาตรฐานการให้บริการทางเพศ’ อยากรู้ล่ะสิว่ามันมีที่มาที่ไปยังไงกันแน่? การรับรองมาตรฐานการให้บริการทางเพศที่ว่าไม่ได้เกิดขึ้นในไทยแต่อย่างใด แต่เกิดขึ้นที่ประเทศเยอรมัน ที่ที่การให้บริการทางเพศเป็นเรื่องถูกกฎหมาย โดยผู้สำรวจมาตรฐานการให้บริการทางเพศก็ทำงานให้กับ The German brothel owners’ association (BSD) หรือพูดง่าย ๆ ว่าคือสมาคมเจ้าของสถานให้บริการทางเพศแห่งประเทศเยอรมัน ส่วนหน้าที่นี้ก็ไม่ได้มาเพราะโชคช่วยแต่เกิดจากการที่สมาคมฯ ได้คิดค้นนวัตกรรมที่จะทำให้อุตสาหกรรมด้านการบริการทางเพศในเยอรมันนั้นดีขึ้น ด้วยการควบคุมคุณภาพ ควบคุมความโปร่งใสตรวจสอบได้ รวมถึงควบคุมการบริการด้วย พวกเขาจึงคิดการ “ประทับตรารับรองการให้บริการทางเพศ” ขึ้น สำหรับหน้าที่ของ ‘ผู้สำรวจมาตรฐานการให้บริการทางเพศ’ ก็มีหน้าที่ให้เรทการให้บริการทางเพศที่ไม่ต่างอะไรกับการให้ดาวโดยมีตั้งแต่ 1 ดาวชนิดที่ว่าต่ำเตี้ยเรี่ยดินไม่ได้มาตรฐานสุด ๆ ไปจนถึงได้ 6 ดาวที่แบบช่างว้าวอะไรขนาดนี้ ‘ผู้สำรวจมาตรฐานการให้บริการทางเพศ’ ต้องทำหน้าที่รับรอง 3 สเต็ปด้วยกัน โดยสเต็ปต่าง ๆ ก็จะเป็นการสำรวจสถานที่ให้บริการว่าเจ้าของกิจการเป็นใคร ตรวจสอบได้ไหม สถานบริการขนาดใหญ่แค่ไหน จากนั้นก็ดูสภาพความการทำงานว่าทำงานตามชั่วโมงที่เป็นไปตามกฏหมายหรือเปล่า น้อง ๆ หนู
ไม่ว่าจะดาราหรือคนดังจากที่ไหนบนโลกก็ตามแต่ เมื่อพวกเขาต้องใช้รูปลักษณ์หน้าตาเป็นส่วนประกอบสำคัญในการประกอบอาชีพ พวกเขาต้องพยายามรักษาสภาพความอ่อนวัยของใบหน้าเอาไว้ให้คงเดิมนานที่สุดเท่าที่จะทำได้ เรียกได้ว่าถึงต้องพึ่งศัลยกรรมช่วยก็เต็มใจที่จะทำอย่างไม่ลังเล แต่มีหนุ่มคนหนึ่ง ที่มีวิธีคิดตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง โดยชายคนดังกล่าวนั้น ลงทุนทั้งเงิน และเวลาในการพยายามเปลี่ยนลุคตัวเองให้ดูแก่รุ่นราวคราวคุณปู่ แถมยังออกกำลังกายจนมีร่างกายใหญ่โต และอัพรูปตัวเองลง Instagram ผลปรากฏว่า ชีวิตของเขาเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยก็ว่าได้ เพราะจากเดิมทีเขาเป็นแค่หนุ่มธรรมดา ๆ คนหนึ่งที่ไม่มีใครรู้จัก ได้กลับกลายเป็นบุคคลที่โด่งดังสุด ๆ ในโลก Social ปัจจุบันนี้ วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับชายหนุ่มในร่างชายแก่ ที่เขาเรียกตัวเองว่า “Polish Viking” ซึ่งในปัจจุบันนี้ เขามียอดคน Followers มากกว่า 340K ไปเป็นท่ีเรียบร้อยแล้ว เราเชื่อว่าหลายคนคงอยากจะเห็นหน้าตาของชายคนนี้ก็เต็มที เพื่อจะได้หายสงสัยว่าการทำตัวให้แก่นั้นทำไมถึงทำให้คนหลงใหลได้มากขนาดนี้ นาย “Polish Viking” จริง ๆ แล้วเขามีชื่อว่า Pawel Ladziak และที่เห็นแก่หัวหงอกแบบนั้น จริง ๆ แล้ว เขามีอายุเพียงแค่ 35 ปี อีกด้วย เขาตั้งใจย้อมผม รวมไปถึงหนวดเคราให้กลายเป็นสีขาว เสมือนว่าเป็นผมหงอก ทำให้คนมากมายต้องตกใจเมื่อได้เห็นคุณลุงสูงวัยที่หัวหงอกทั้งหัว มีร่างกายที่กำยำล่ำบึ้กขนาดนี้
สถานการณ์ฉุกเฉินมักเข้ามาหาเราแบบไม่ทันได้ตั้งตัวเสมอ การเตรียมพร้อมและมีสติอยู่กับตัวจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมากที่สุดเพราะบางครั้งเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันมันไม่เคยมีสัญญาณบอกกล่าวกับเรา UNLOCKMEN ขอแนะนำนวัตกรรมการช่วยเหลือที่เป็นการดึงเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างสูงสุดกับ Mobilize ชุดปฐมพยาบาลอัจฉริยะที่จะช่วยชีวิตคุณและคนใกล้เคียงได้ทันท่วงที Mobilize Rescue Systems เป็นชุดปฐมพยาบาลอัจฉริยะที่นอกจากจะใส่อุปกรณ์การช่วยชีวิตไว้อย่างเต็มที่แล้ว บริเวณฝาปิดของกล่องได้ติดตั้งจอภาพใส่เข้ามาให้ด้วย ภายในบรรจุบทเรียนและคำแนะนำด้านการช่วยเหลือปฐมพยาบาลเบื้องต้นในเคสต่าง ๆ มากมายเอาไว้ให้ หลายครั้งที่เวลาเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินเรามักจะตื่นตระหนกและทำอะไรไม่ถูก การรู้ทันและรับมือกับอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นตรงหน้าได้อย่างดีที่สุด จะส่งผลดีถึงชีวิตได้เลย บทเรียนต่าง ๆ ภายใน ไม่ได้แทรกแต่ตัวหนังสือและภาพประกอบเท่านั้น ยังมีการใส่คำบรรยาย แนะนำขั้นตอนการช่วยเหลือผู้รับบาดเจ็บอย่างละเอียด แม้คนทั่วไปที่ไม่ได้จบพยาบาลหรือหมอก็สามารถทำตามได้อย่างง่าย ๆ Mobilize Rescue Systems ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาอินเตอร์เน็ตก็สามารถเข้าถึงคลังข้อมูลทั้งหมดได้ จากข้อมูลเพิ่มเติมของ Matt Pelak (Co-Founder) ทาง Mobilize ได้ให้สัมภาษณ์อีกว่า “สิ่งที่เราทำได้ก็คือให้คนทั่วไปสามารถเข้าถึงคำแนะนำการช่วยเหลือได้อย่างทันที โดยไม่ต้องฝึกอบรมกันมาก่อน เพราะบางเหตุการณ์มันเกิดขึ้นมาแบบไม่คาดคิด ทาง Mobilize ได้ใช้อัลกอริทึมแบบเฉพาะในการให้ข้อมูล และแนะนำการรักษาเบื้องต้นให้ตรงกับอาการของผู้ป่วยแต่ละคนที่เกิดขึ้น เช่น การทำ CPR, การห้ามเลือด จึงเรียกว่าชุดเดียวของ Mobilize Rescue Systems สามารถครอบคลุมคำแนะนำปฐมพยาบาลพื้นฐานได้แทบจะทั้งหมด” ส่วนราคาก็แพงพอตัวเลย แบบชุดกล่องแข็งจะอยู่ที่


