ด้านมืดของโลกคอมพิวเตอร์ที่ถูกเผยออกมาและได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยตรงอย่างแท้จริง ทำให้ตอนนี้เราเริ่มเห็นหลายฝ่าย เริ่มสำรวจตรวจสอบและป้องกันคอมพิวเตอร์ภายใต้การดูแลกันทั่วหน้า
หากพูดถึง Dreadlocks น้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก แม้จะไม่เคยมีประสบการณ์ทำผมทรงนี้กับตัวเองก็ตาม สำหรับในต่างประเทศ Dreadlocks ถือเป็นสิ่งที่เห็นกันได้อยู่บ่อย ๆ แต่สำหรับในไทยนั้น Dreadlocks เหมือนเป็นเรื่องไกลตัวและนาน ๆ จะเห็นคนทำผมทรงนี้สักที อาจจะด้วยสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวสุด ๆ หรือเพราะเป็นทรงผมที่ดูโดดเด่นเกินไป ไหนจะไม่เข้าใจถึงเหตุผลว่าทำไมอยู่ดี ๆ ต้องหาเรื่องทำผมตัวเองที่สลวยสวยเก๋ให้กลายเป็นคนที่เหมือนผมเป็นสังกะตัง แต่จริง ๆ แล้ว Dreadlocks นั้น ไม่ได้เป็นแค่ทรงผมของเด็กแนว หรือสาวกสายเขียวอย่างที่หลายคนคิด มันมีความสำคัญกว่านั้นมาก เพราะนี่คือวัฒนธรรมที่มีความละเอียดอ่อนและแฝงความหมายซ่อนเร้นเอาไว้ภายใต้เส้นผมที่ดูรกรุงรัง ทรงผม Dreadlocks เป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากจนไม่น่าเชื่อ นั่นเป็นเพราะว่าทรงผมที่มีความเป็นเอกลักษณ์สุด ๆ ทรงนี้ มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องสีผิว ความเชื่อทางศาสนา ปรัชญาในการใช้ชีวิต และยังมีอีกหลายอย่างที่เราไม่เคยรู้มาก่อน วันนี้เราจึงได้นำเอาเรื่องราวของ “Dreads” มาให้ชาว UNLOCKMEN ทำความรู้จักกันแบบลึก ๆ เผื่อใครที่กำลังลังเลว่าจะทำดีไหมจะได้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ส่วนคนที่เคยมีอคติ และมองว่าผมทรงนี้มันโคตรจะขัดใจ อาจจะถึงขั้นเปลี่ยนมุมมองความคิดที่เคยมีมาทั้งหมดไปเลยก็ได้ถ้าคุณอ่านบทความนี้จบ Dreadlocks Formation Technique การทำผมปกติให้กลายเป็นผมแบบ Dreadlocks นั้น แบ่งการทำเป็น
เบียร์แรง ๆ ถึงใจที่ออกแบบมาให้เราฟังเสียงฝน เปิดน้ำอุ่น แล้วกระดกมันไป อาบน้ำไปให้ฉ่ำใจ
เตรียมตัวให้พร้อมก่อนขึ้นพูดในที่สาธารณะ เพราะทุกทักษะล้วนต้องผ่านการฝึกฝน
เมื่อใคร ๆ ก็เป็นโรคซึมเศร้า นอกจากหาหมอแล้ว คนดังเขาทำอะไรเพื่อเอาชนะโรคนี้กัน?
ปวดหลัง ปวดไหล่ ปวดคอ ทุกอาการปวดที่เราพบบ่อย ความจริงแล้วอาจมาจากการที่คุณมีขาทั้งสองข้างยาวไม่เท่ากันก็เป็นได้
ต้องยอมรับว่า Headphones หรือ หูฟัง ได้กลายเป็นอุปกรณ์ที่มนุษย์เราต้องพกติดตัวชนิดที่ขาดกันไม่ได้ไปซะแล้ว เพราะไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาในการเดินทาง, เวลาทำงาน, เวลาออกกำลังกาย หรือแม้แต่ในช่วงเวลาก่อนนอน เราก็มักจะหยิบ Headphones หรือ หูฟัง ขึ้นมาสวมใส่เปิดเพลงฟังกันอยู่เป็นประจำ ทำให้หลายคนตัดสินใจลงทุนยอมเจียดเงินหลายพันไปจนกระทั่งหลักหมื่น เพื่อถอยหูฟังระดับพระกาฬออกมา ด้วยความหวังที่ว่า จะช่วยให้ช่วงเวลาในการฟังเพลงเหล่านั้น มีความสมบูรณ์แบบ และได้อรรถรสตามที่วาดฝันเอาไว้ แต่มีหลายคนที่รู้สึกว่า ความหวังที่ฝากไว้กับ Headphones ราคาทรมานใจต้องพังทลายลงย่อยยับ เพราะว่า Headphones หรือ หูฟัง ราคาแพงเหล่านั้น ไม่ได้ทำให้พวกเค้าเห็นถึงความแตกต่างในการเสพซาวด์ที่ดีขึ้นอย่างที่ล่ำลือ บางรายหัวเสียถึงขั้นตีอกชกลม และเริ่มตั้งแง่ว่า ทำไมทั้งๆ ที่จ่ายเงินไปตั้งแพง กลับไม่ได้ความคุ้มค่าคุ้มราคาคืนกลับมาเลยแม้แต่นิดเดียว ในความเป็นจริงแล้ว บางทีคนเหล่านั้นอาจจะกำลังเข้าใจผิดอยู่ก็เป็นได้ เพราะการที่มี Headphones หรือ หูฟัง ระดับพระกาฬเพียงอย่างเดียวนั้น คงไม่ได้หมายความว่า Setup ในการฟังเพลงของคุณอยู่ในระดับสมบูรณ์แบบ มันจึงไม่ได้หมายความว่า เสียงดนตรีที่ถูกขับผ่านออกมาจะดีขึ้นแบบผิดหูผิดตาได้ในทันที แถม Headphones หรือ หูฟัง ระดับเทพเทวดาราคาแพงส่วนใหญ่ยังต้องการเครื่องเล่นที่มีกำลังขับค่อนข้างสูง ในการที่จะทำให้มันแสดงศักยภาพที่แท้จริงออกมาได้เต็มที่ นอกจาก 2
ท่ามกลางผู้คนที่หลั่งไหลกันไปตามกระแส เทรนด์ Nostalgia หรือ การย้อนรำลึกหาอดีต ซึ่งก็มาแรงเหลือเกินในช่วงผ่านมา อยู่ๆ ก็เล่นเอามนุษย์ทั้งหลายชายหญิงพยายามจะมองย้อนกลับไปในสมัยอดีตกันขึ้นซะอย่างงั้น บางคนมีภาพขึ้นมาเป็นฉากๆ ราวกับกำลังจะถึงวาระสุดท้ายในชีวิต หรือมีญาณทิพย์ระลึกชาติได้อะไรทำนองนั้นกันเลยทีเดียว แต่สิ่งเหล่านี้เองที่ได้เข้ามามีอิทธิพลอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่นการแต่งกาย, Lifestyle ในการใช้ชีวิต รวมไปถึงการที่คนหันกลับไปให้ความสนใจข้าวของต่างๆ ที่เคยใช้ หรือของที่มีชื่อเสียงโด่งดังในอดีต และแน่นอนที่ขาดไปไม่ได้หากพูดถึงการย้อนยุค นั่นก็คือ การฟังเพลงเก่าๆ ที่โด่งดังในแต่ละยุค แต่มีอยู่สิ่งนึงที่ทำให้อดสงสัยไม่ได้จริงๆ นั่นก็คือ ทั้งๆ ที่วัฒนธรรมแห่งการหวนรำลึกนี้ ทำให้หลายสิ่งหลายอย่างในอดีต ได้กลับมามีบทบาท และมีคุณค่าในสังคมอีกครั้งหนึ่ง ยกตัวอย่างที่เห็นกันได้แบบชัดเจนอย่าง แผ่น Vinyl หรือ แผ่นเสียง ที่ราคา และความต้องการ กลับเปรี้ยงปร้างขึ้นมาจนน่าใจหาย แต่ทำไมเทรนด์นี้ ถึงไม่สามารถทำให้ใครนึกถึง Tape Casettes และพยายามจะพามันกลับมาสู่โลกปัจจุบันอีกครั้งบ้างเลย? จะว่าไปแล้ว Tape Cassettes ก็เป็นเพียงแค่ 1 ใน ไม่กี่อย่างเท่านั้น ที่เป็นของใช้ภายในตระกูล Media Player ที่กาลครั้งนึงเคยฮิตกระจุยกระจายขายดีสุดๆ จนพูดได้เต็มปากว่า เป็นของใช้เพียงไม่กี่อย่างที่ต้องมีทุกบ้านในตอนนั้น
ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ชาย คงไม่มีใครเติบโตขึ้นมาโดยไม่เคยเล่น “หนังสติ๊ก” อาวุธบ้านๆ ที่ทำจากไม้ง่ามรูปตัว Y พร้อมกับหนังยางหนืดๆ รั้งเอาไว้ เพื่อใช้เหนี่ยวลูกกระสุนดินบ้าง ลูกหินบ้าง ยิงกระป๋องประลองความเซียนกับเพื่อนๆ ตั้งแต่สมัยวัยเยาว์ราวกับแก๊งค์อยู่ในสมัยของภาพยนตร์เรื่องแฟนฉัน ที่จริงแล้วหนังสติ๊กมีวิวัฒนาการไปไกลกว่าแค่ไม้ง่ามกับหนังยางมานานแล้ว และแถมยังเป็นอาวุธที่นิยมในต่างประเทศกันมาช้านานเลยทีเดียว ด้วยระดับการทำลายล้างที่ไม่ทำให้ถึงชีวิต พกพาไปข้างนอกได้ง่ายๆ เหมาะเป็นอาวุธประจำบ้าน อีกทั้งยังไม่ทำให้คุณดูเป็นคนหัวรุนแรงเกินจนเกินไป วันนี้ UNLOCKMEN จึงได้นำเอาหนังสติ๊กสุดล้ำสมัยไฮเทคแห่งปี 2017 มานำเสนอให้ทุกคนได้ดูกัน รับรองว่าต้องทึ่งอย่างแน่นอน Assolar SS-12 หนังสติ๊กรุ่นนี้ มาพร้อมกับระบบล็อคเป้าแบบอินฟาเรดที่จับความร้อนจากแสง Laser สุดแม่นยำมาก อีกทั้งยังอัพพลังการเหนี่ยวให้ทารุณขึ้นมากกว่า หนังสติ๊กมาตรฐานทั่วๆไป ด้วยการเพิ่มเทคนิคที่เรียกว่า สปริงโหลด ทำให้มันสามารถยิงกระสุนด้วยความเร็วสูงได้อย่างหน้าอัศจรรย์ แถมยังมีอุปกรณ์สำหับซัพพอร์ตแขนให้กับคนยิงเพื่อที่จะเพิ่มความนิ่งในขณะที่คุณกำลังเหนี่ยวหนังสติ๊ก นอกจากนี้ Assolar SS-12 ยังสามารถยิงกระสุน BB Gun, ลูกเหล็ก, ก้อนหิน หรือแม้แต่เปลี่ยนเป็นยิงลูกธนูก็ยังได้ เพียงแค่ติดอุปกรณ์ที่แถมมาในชุดแบบฟรีๆ ในทันทีคุณสั่งซื้อ ดูเหมือนว่า Assolar SS-12 จะเป็นอาวุธที่เหมาะกับการล่า มากกว่าแค่ของเล่นบนสนามหญ้าหน้าบ้านของเด็กผู้ชาย หรือสนามเด็กเล่นของโรงเรียนระถมฯ เพราะอัตราความแม่นยำที่ถูกกำหนดด้วย Laser


