หากจะพูดว่านาฬิกา OMEGA Speedmaster ได้ข้ามผ่านช่วงเวลาสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์อีกครั้งคงไม่ผิดนัก หลังจากที่ได้จัดงานฉลองครบรอบ 60 ปี ไปเมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ด้วยมนต์ขลังของเรือนเวลาที่ผ่านเรื่องราวอันน่าภาคภูมิใจ เริ่มต้นจากการเป็นนาฬิกาเรือนแรกของโลกที่มาพร้อมสเกลทาคีมิเตอร์บนขอบตัวเรือนซึ่งผลิตขึ้นมาสำหรับนักแข่งรถ อันเป็นต้นกำเนิดของชื่อรุ่น Speedmaster ก้าวมาสู่การเป็นนาฬิกาเรือนแรกที่ถูกสวมใส่บนดวงจันทร์ ทั้งหมดนี้ก่อให้เกิดเป็นความหลงใหลที่มีอยู่เต็มเปี่ยมในหัวใจของเหล่าผู้รักนาฬิกาทั่วโลก ในวันนี้เราได้มีโอกาสพูดคุยกับ Benjamin Clymer ชายผู้ก่อตั้งเว็บ Hodinkee.com เว็บไซต์ที่เป็นจุดนัดพบของบรรดาผู้หลงใหลเสน่ห์ของเรือนเวลาจากทั่วทุกมุมโลก ที่ต่างเข้ามาพูดคุย แลกเปลี่ยนเรื่องราวเกี่ยวกับนาฬิกา รวมถึงเป็นแหล่งซื้อขายนาฬิกาหายากที่ควรค่าแก่การสะสม และชายที่เปรียบเสมือนคนดังแห่งวงการนาฬิกาคนนี้ คือหนึ่งในผู้ที่มีความหลงใหลต่อ OMEGA Speedmaster อย่างเปี่ยมล้น ซึ่งเขาจะมาเปิดใจให้เราฟังถึงเรือนเวลาที่ถือเป็นตัวจุดประกายความชื่นชอบนาฬิกาในตัวเขา และทำไม OMEGA Speedmaster ยังคงครองตำแหน่งพิเศษอยู่ในใจของเขาอย่างไม่เสื่อมคลาย จุดเริ่มต้นแห่งความหลงใหลที่คุณมีต่อ OMEGA Speedmaster ? ความหลงใหลใน Speedmaster ของผมเริ่มต้นขึ้นนับตั้งแต่ที่ได้เห็นมันถูกสวมใส่อยู่บนข้อมือของคุณปู่ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยสนใจของสะสมที่คุณปู่มีอยู่เลย ไม่ว่าจะเป็นกล้องถ่ายภาพ รถยนต์ เครื่องเสียง คอมพิวเตอร์ หรือแม้กระทั่งนาฬิกา แต่สำหรับนาฬิกา Speedmaster มันทำให้ผมรู้สึกต่างออกไป เมื่ออยู่ใกล้คุณปู่ผมรู้สึกได้ว่าเหตุผลที่เขาซื้อมันมาเพราะต้องการที่จะส่งต่อมรดกแห่งเวลาเรือนนี้ให้กับผม ซึ่งคุณปู่ยังมีนาฬิกาเรือนโปรดอยู่อีกสองเรือน เรือนแรกได้ส่งต่อให้คุณพ่อของผม ส่วนอีกเรือนส่งต่อให้กับคุณลุง แม้ว่าเขาไม่เคยบอกว่านาฬิกาเรือนที่สามนี้จะตกเป็นของใคร แต่ผมก็รู้อยู่แก่ใจว่า
สำหรับผู้ชายส่วนใหญ่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นคนที่มีนิสัยชอบความเร็วหรือไม่ก็ตาม เราเชื่อว่า ทุกคนคงต้องเคยผ่านการลงสนามแข่งขับ Go-Kart กันมาบ้างอยู่แล้ว และยิ่งถ้าได้ขับแข่งกับเพื่อนๆ เป็นกลุ่มด้วยแล้วล่ะก็ การขับ Go-Kart ก็ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ให้ความบันเทิงกับผู้ชายได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว ในคนที่เคยขับรถ Go-Kart คงจะรู้ดีว่า เห็นรถคันเล็กๆ แบบนั้น เวลาวิ่งอยู่ในสนามอาจดูเหมือนไม่เร็วนัก แต่ถ้าได้ลองขับเอง รถจิ๋วแบบนี้ก็มีพิษสงมากพอจะทำให้อดีนารีนสูบฉีดไปทั่วทั้งร่างได้อยู่เหมือนกัน แต่ไม่ว่าจะเคยสัมผัสประสบการณ์ความแรงจากไหนมา ก็ต้องลดหดตัวกลายเป็นเพียงอารมณ์จักรยานเด็กเล่น เพราะสำหรับ Go-Kart คันนี้ เรียกได้ว่า เปิดตัวมาไม่ทันไร ก็กลายเป็นตำนานบทใหม่ Run วงการไปเป็นที่เรียบร้อย มันคือ Go-Kart ที่มีชื่อเต็มๆ ว่า “The Daymak C5 Blast” คันนี้ ได้เปิดตัวออกมาอย่างยิ่งใหญ่ แถมยังพ่วงคำต่อท้ายเป็นลายสักเสือเผ่นว่า ‘เร็วที่สุดบนโลกเท่าที่เคยมีมา’ อีกด้วย หลายคนคงสงสัยว่า จะไม่มีรถ Go-Kart คันไหน จะเร็วไปกว่าคันนี้อีกแล้วจริงหรือ? คำตอบที่ได้ก็ต้องทำให้ข้อสงสัยทั้งหมดจบลง เมื่อมีการเผยสถิตความแรงของมันออกมาว่า Super Go-Kart คันนี้สามารถทำความเร็วจาก 0-100 km/h ได้ ภายในเวลา
การใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความศิวิไลซ์ในสังคมเมือง เป็นสิ่งที่ฟังแล้วดูน่าอิจฉาไม่ใช่เล่น แค่ลองคิดว่าเราสามารถกำหนดเวลาในแต่ละวันได้เอง แทนที่จะต้องเสียไปกับการเดินทางไป ๆ มา ๆ ในแต่ละวัน “วันนี้รถติด งั้นไปรถไฟฟ้า” “วันนี้สบาย ๆ งั้นขับรถไปดีกว่า” คำนวณง่าย ๆ เราจะมีเวลาพักผ่อนเพิ่มถึง 1-3 ชั่วโมงต่อวัน เดือนนึงก็ร่วม 30 ชั่วโมง แต่สิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้คือการไม่ต้องเสียอารมณ์ให้กับชั่วโมงเร่งรีบ คงจะดีไม่น้อยถ้าเราสามารถใช้ชีวิตในวิถี Urban Lifestyle ได้อย่างลงตัว ซึ่งก็ไม่ยากเกินไป ขอแค่เจอ location ที่ใช่ ในราคาที่ชอบ แค่นี้ชีวิตก็ง่ายขึ้นมากโขแล้ว ซึ่งเรื่องของทำเลนับเป็นปัจจัยสำคัญลำดับต้น ๆ ที่สามารถสร้างบาลานซ์ของการใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ได้ แต่เราต้องมีโจทย์ที่ชัดเจนก่อนว่า เรากำลังมองหาอะไร กำลังทรัพย์ที่จ่ายได้มีมากแค่ไหน แน่นอนว่าทำเล Prime ลำดับต้น ๆ ของประเทศอย่างทองหล่อ ย่อมแลกมาด้วยราคาค่าตัวที่สูงสมเหตุสมผล แต่ถ้าโจทย์คือการมีที่พักคุณภาพดีไม่แพ้กัน รองรับวิถีชีวิต Urban Lifestyle ได้เต็มที่ มีอาหารการกิน แหล่งช้อปปิ้งที่ครบครัน บาลานซ์ชีวิตเมืองกับสวนสาธารณะขนาดใหญ่ และให้น้ำหนักกับโหมดการเดินทางที่สะดวกสบายระดับ “1 ก้าวถึงสถานีรถไฟฟ้า”
ถ้าพูดถึงที่ๆ ควรพาแฟนไปตามใจสักครั้งในชีวิต เกาหลีคงเป็นที่ที่ผุดขึ้นมาอยู่ในหัวแน่นอน แต่จะให้ไปแบบไม่เตรียมข้อมูลอะไรเลย ก็ดูจะแป๊กและล่มไม่เป็นท่าแน่ๆ เพราะงั้นหนุ่มๆ ที่จะพาแฟนไปโรแมนติกสักครั้ง ก็ควรจะต้องทำการบ้านกันสักหน่อย จะได้รู้อะไรว่าที่ไหนคือที่ดีและน่าเที่ยวให้แฟนสาวประทับใจ เพราะเกาหลีไม่ได้มีแต่พวกสถานที่เที่ยวตามรอยซีรีย์ดังเท่านั้น UNLOCKMEN’s Pick แนะนำร้านเบเกอรี่และคาเฟ่แนวๆ ที่หนุ่มเข้าได้ สาวประทับใจ ให้ลองปักหมุด เผื่อมีเวลาแวะไปลองชิม ไปเช็คอินกันดูสักครั้ง ทุกร้านที่เราคัดเลือกมาล้วนแต่เป็นร้านที่ได้รับการโหวตจากในเว็บไซต์ visitkorea.or.kr และ timeout.com จะเจ๋งขนาดไหน ไปดูกัน! ถนนอิแทวอน ย่านยงซาน 1. On Ne Sait Jamais ร้านขนมในโรงอาบน้ำ! ร้านนี้ชื่อ On Ne Sait Jamais เป็นภาษาฝรั่งเศสที่แปลว่า ‘เธอไม่มีวันรู้หรอก’ ภายในร้านเสริฟเบเกอรี่หลากหลายสไตล์ ทั้งฝรั่งเศส อิตาเลี่ยน และญี่ปุ่น ขนมที่ขึ้นชื่อคือทีรามิสุและเค้กสอดไส้มาการองนุ่ม จิบพร้อมกาแฟหลากสไตล์ หรือ Anthracite coffee 2. Frank’s สำหรับคนรักเค้กโรลแล้วต้องไม่พลาด! ถ้าเคยเห็นเพื่อนถ่ายเค้กโรลล์สีรุ้งที่เกาหลี อยากบอกว่านี่คือ Signature ของร้านนี้เลย และไม่ใช่แค่เมนูโรลเท่านั้น เพราะเขาทำขนมหวานได้น่ารักทุกเมนู
เมื่อการไปเมาร่วมกันไม่ใช่แค่ความสนุก แต่คือส่วนหนึ่งของธุรกิจ!
การเป็นคนที่มีความมั่นใจนั่นคือเรื่องที่ดี แต่บางทีก็ต้องเลือกให้เหมาะสมด้วยเช่นกัน
แต่ถ้าใครที่ชื่นชอบกีฬาทางน้ำ แบบลุยๆ อย่าง “เซิร์ฟบอร์ด” จะต้องทำยังไง จะให้ขนบอร์ดไปเล่นสระว่ายน้ำก็คงจะแปลกและไม่ตอบโจทย์สักนิด
ไม่ต้องเสียเวลาไปเดินหลายที่ เพราะมาที่ร้าน pur.suit ร้านเดียวมีให้เลือกครบตั้งแต่เจลแต่งผม ยันรองเท้าหนังคุณภาพสูง
นาฬิกาเป็น Lifestyle Investment ที่นักลงทุนสามารถทำเงินได้มากมายมหาศาล แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับความ Rare และ Story ของนาฬิกาเรือนนั้นด้วย แต่คงไม่มีนาฬิกาเรือนไหนจะแพงสะใจเราเท่า Rolex 6062 Black Dial ครอบครองโดยอดีตสมเด็จพระจักรพรรดิบ๋าว ดั่ย (Vietnam’s last emperor Bao Dai) จักรพรรดิองค์ที่ 13 พระองค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์เหงียน ตั้งแต่ ค.ศ. 1926 – ค.ศ. 1945 ล่าสุดได้รับตำแหน่ง “The most expensive watch in the world” นาฬิกาข้อมือที่แพงที่สุดในโลก ประมูลจบไปในราคา 173 ล้านเหรียญ Rolex reference 6062 Black Dial “Bao Dai” 36mm นาฬิกาของรักของหวงของ Vietnam’s last emperor Bao


