Life

“ชีวิตนี้คงไม่มีปัญญาซื้อบ้าน” ความปกติใหม่ของบ้านเช่าตลอดชีพและอนาคตคนเมืองที่เปลี่ยนไป

By: G-NEAK January 14, 2020

คงต้องยอมรับว่าตอนนี้เรากำลังใช้ชีวิตอยู่ในยุคที่ ‘เมือง’ พัฒนาไปพร้อมกับ ‘เทคโนโลยี’ อย่างก้าวกระโดดและรวดเร็วจนหลายคนตามไม่ทัน บางค่านิยมเก่า ๆ ถูกลบล้าง ขณะที่มีแนวคิดสมัยใหม่เข้าแทนที่ นวัตกรรมต่าง ๆ ที่ดูเป็นเรื่องไกลตัว เริ่มเขยิบเข้ามาใกล้ชีวิตประจำวัน แกมบังคับให้เราต้องเรียนรู้เพื่อก้าวทันโลกและไม่ล้าหลัง

จริงอยู่ที่การพัฒนาเมืองทำให้คนเมืองอย่างเราได้เปรียบ ทั้งด้านความเจริญหรือแม้แต่สาธารณูปโภคที่ช่วยให้ชีวิตสะดวกสบายยิ่งขึ้น แต่ในทางตรงกันข้ามคนเมืองก็ต้องเตรียมรับหลากหลายปัญหาที่มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาครั้งใหญ่นี้ด้วย

การอยู่อาศัยแนวตั้งที่จะเข้ามาแทนที่การอยู่อาศัยแนวนอน ทำให้ผู้คนหันมาสนใจคอนโดมิเนียมมากกว่าบ้านแนวราบอย่างในอดีต การพัฒนาชานเมืองตามเส้นรถไฟฟ้าเริ่มแบ่งปันและกระจายความแออัดยัดเยียดไปสู่นอกเมือง

ซ้ำร้ายราคาที่ดินในเมืองก็ขยับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งที่พ่วงมากับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คือพฤติกรรมและค่านิยมของคนเมืองที่เปลี่ยนไป จนทำให้ ‘การเช่าบ้านตลอดชีพ’ กลายเป็นความปกติใหม่ของคนยุคนี้ไปเสียแล้ว

ราคาที่ดินเพิ่มสูงขึ้น ทำให้คนอยาก ‘เช่า’ มากกว่า ‘ซื้อ’

ในช่วง 10 ปีให้หลังเห็นได้ชัดว่าราคาที่ดินใจกลางเมืองพุ่งทะยานขึ้น ขณะเดียวกันความต้องการที่จะใช้ที่ดินเพื่อการลงทุนก็เพิ่มขึ้นไม่น้อยไปกว่ากัน โดยเฉพาะที่ดินในเขตเมืองชั้นในที่ถูกพัฒนาไปก่อนใครเพื่อน

เรียกได้ว่าเป็นทั้งศูนย์กลางเศรษฐกิจและความเจริญของประเทศ จึงไม่แปลกถ้าราคาที่ดินในเมืองจะดีดตัวสูงขึ้นเรื่อย ๆ และยากที่มนุษย์เงินเดือนอย่างเราจะเอื้อมถึง

ที่พักหายาก เป็นเจ้าของยาก สู้ราคาไม่ไหว

นโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวที่มาพร้อมเงินสะพัดมหาศาล อาจต้องแลกมากับความต้องการที่พักของนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น เมื่อมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวในเมืองมากกว่าเดิม เหล่านักลงทุนจึงพากันซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อเก็งกำไร และหันมาปล่อยเช่าห้องแบบระยะสั้นแทนระยะยาว

ความหวังของคนเมืองที่จะได้จับจองเป็นเจ้าของห้องพักในเขตเมืองจึงริบหรี่ลงเรื่อย ๆ โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีรายได้น้อย แถมที่อยู่อาศัยในเมืองมีแนวโน้มจะกลายเป็นพื้นที่เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวมากขึ้นอีกด้วย

ไม่ต้องลงทุน ก็ไม่ขาดทุน

อีกเหตุผลที่ทำให้การเช่าตลอดชีพเป็นที่นิยมคือความคุ้มค่า ถ้านับ ๆ ดูแล้วการเช่าในแต่ละเดือนนั้นถูกกว่าการผ่อนชำระบ้านหรือคอนโดระยะยาวเสียอีก ค่ามัดจำก็ถูกกว่าเงินดาวน์ และเงินสดที่ไม่ได้เอาไปลงทุนก็สามารถเก็บไว้ใช้ในยามฉุกเฉินได้

แล้วถ้าตัดสินใจซื้อจริง ๆ ด้วยเงินที่มีอยู่เพียงไม่กี่บาทในกระเป๋า ก็คงไม่ได้บ้านหรือคอนโดทำเลทองใกล้ตัวเมืองหรือชิดติดสถานีรถไฟฟ้าดั่งที่ใจปรารถนา คนยุคใหม่จึงเทใจให้การเช่าตลอดชีพหมดหน้าตัก ต่อให้ต้องเสียเงินค่าเช่าในแต่ละเดือนไปโดยที่ไม่ได้ทรัพย์สินกลับคืนมาก็ตาม

นิยามของความมั่นคงที่เปลี่ยนไป

เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไป ค่านิยมของคนเมืองก็แปรผันตามไปด้วย จากเคยยึดติดว่าการมีบ้าน คอนโด รถยนต์ หรือที่ดิน คือหลักประกันความมั่นคงในชีวิตและสะท้อนความสำเร็จของผู้เป็นเจ้าของ แต่ทุกวันนี้คงไม่ใช่

คนยุคใหม่ต่างให้ความสำคัญกับชีวิตอิสระและมุ่งมั่นใช้ชีวิตเพื่อเป้าหมายที่เป็นปัจเจกบุคคล แถมยังไม่ได้คิดว่าการเช่าบ้านหรือการที่ไม่มีทรัพย์สินเป็นของตัวเองคือเรื่องคอขาดบาดตาย หากสะดวกสบายต่อการจัดสรรรายได้และช่วยให้การใช้เงินแบบเดือนชนเดือนคล่องตัวยิ่งกว่าเดิม

อาจพูดไม่ได้เต็มปากว่าการเช่าตลอดชีพนั้นจะคุ้มค่ากว่าการซื้อหรือผ่อนชำระในระยะยาว แต่เชื่อว่าแนวโน้มการเช่าตลอดชีพยังจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ และกลายเป็นความปกติใหม่ของอนาคตคนเมือง ตราบที่ยังไม่มีแผนการพัฒนาชีวิตคนเมืองอย่างเป็นระบบหรือราคาที่ดินยังไม่มีทีท่าว่าจะลดลง

แม้การเช่าจะทำให้สภาพการเงินของบางคนคล่องตัวกว่าการลงทุนซื้อ แต่หนุ่ม ๆ อาจต้องตั้งคำถามถึงหลักประกันความมั่นคงในชีวิตด้วย ว่าถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินหรือตกงานกะทันหัน มนุษย์เงินเดือนอย่างเราจะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายค่าเช่าและจะไปอยู่อาศัยที่ไหนแทน

หรือถ้าตัดสินใจซื้อบ้านและคอนโดที่ต้องผ่อนชำระอย่างต่ำ 30 ปี ท่ามกลางยุคที่เศรษฐกิจผันผวนจนใครหลายคนไม่กล้าเสี่ยงลงทุนอย่างตอนนี้ แบบไหนจะคุ้มค่ามากกว่ากัน?

G-NEAK
WRITER: G-NEAK
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line