Advertisement
EVENT

SHIBARI WORKSHOP x GARAGE: “FREEDOM FROM BONDAGE” รัดรึงเพื่อใกล้ชิด คลายปมเพื่อจากลา

By: TOIISAN November 28, 2019

“เราอาจเคยหลงใหลใช้เวลาร่วมกันชั่วขณะหนึ่ง แล้วเราก็พรากจากกัน พลัดหล่นหายไปในกาลเวลา” – โชติรส นาคสุทธิ์

ครั้งหนึ่งในชีวิตของทุกคนต้องเคยเอาตัวเองไปผูกไว้กับใครสักคนอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการผูกมัดที่เต็มใจหรือไม่เต็มใจก็ตามที เพราะความสัมพันธ์เป็นเรื่องละเอียดอ่อนต้องใช้เวลาทำความรู้จักเพื่อเข้าใจกันและกัน ไม่ต่างจากศิลปะหรือแม้กระทั่งเซ็กซ์ระหว่างคนสองคน ต่างต้องใช้เวลาเพื่อคุ้นเคย ผูกพันเพื่อใกล้ชิด และคลายปมเชือกเพื่อจากลา

เมื่อชีวิตความสัมพันธ์ของเราละม้ายคล้ายกับศิลปะที่ใช้เชือกพันธนาการร่างกายของมนุษย์อย่าง Shibari (ชิบาริ) จนบางครั้งแยกไม่ออก UNLOCKMEN จึงต้องการลงลึกสู่รายละเอียดทุกเรื่องที่สงสัย ดื่มด่ำกับทุกพันธนาการ จนให้กำเนิดอีเวนต์อาร์ต ๆ ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนร่วมค้นหากันว่าศิลปะ พันธนาการ ดนตรี และความสัมพันธ์ มันมีความเกี่ยวข้องกันอย่างไรในงาน SHIBARI WORKSHOP x GARAGE: “FREEDOM FROM BONDAGE

อีเวนต์เดียวแต่กลับได้ร่วมวงสนทนากับ Unnamedminor หญิงสาวที่เชี่ยวชาญเรื่อง ‘การมัด’ สไตล์ชิบาริอย่างลึกซึ้ง และลูกแก้ว-โชติรส หญิงสาวผู้บอกเล่าความสัมพันธ์อันหลากหลายออกมาเป็นตัวอักษรและพึงพอใจกับ ‘อิสระ’ ในความสัมพันธ์ ทั้งคู่นั่งแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่างสถานการณ์ เพื่อค้นหาว่าการมัดกับอิสระจากความสัมพันธ์สามารถมาบรรจบกันได้หรือไม่

ก่อนสัมผัสกับบทสนทนาชวนให้คิดตามหรือดูการรัดรึงด้วยตาของตัวเอง แค่ก้าวเข้ามาภายในสตูดิโอเราจะเห็นโปสเตอร์ที่แปะเรียงราย ม่านสีแดง แสงไฟสลัว ควันจาง ๆ ดนตรีที่เปิดคลอ และเชือกกับห่วงที่ถูกห้อยไว้กลางห้อง โหมบรรยากาศรอบตัวให้น่าตื่นเต้นมากขึ้น

ถ้อยคำเต็มไปด้วยความรู้สึกของลูกแก้วที่เอื้อนเอ่ยถึงความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคนไปจนถึงหลายคน ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ของคนที่ผูกมัดกันด้วยทะเบียนสมรส ครอบครัว เพื่อน หรือคนรัก แสดงให้เห็นว่าชีวิตของเราก็ไม่ต่างจากศิลปะที่ชื่อว่าชิบาริเท่าไหร่นัก

แรกเริ่มก่อนจะตกหลุมรักทุกคนก็ต้องเคยเป็นคนแปลกหน้าของกันและกัน จากนั้นจึงค่อยปรับตัวเข้าหาเพื่อทำความรู้จัก พบเจอความแตกต่าง ก้าวผ่านความเจ็บปวดมาสู่ความเชื่อมั่นของทั้งคู่ ส่วนทางฝั่งของ Unnamedminor ก็ต้องเริ่มต้น ทำความรู้จักกันระหว่างผู้มัดและคนถูกมัด สื่อสารเพื่อมอบความไว้วางใจไม่ต่างจากเรื่องราวของความสัมพันธ์

เมื่อการพูดคุยถึงความสัมพันธ์กับพันธนาการสิ้นสุดลง การรัดรึงที่ทุกคนต่างรอคอยใน Shibari Live Performance โดย Unnamedminor ก็เริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางเสียงดนตรีเร้าอารมณ์ให้คล้อยตามของวง Space War ผู้ชมล้อมวงเข้ามาใกล้ ดื่มด่ำกับการตระกองกอดของทั้งสองคนก่อนเริ่มเอาเชือกมารัดรึงไปทั่วร่าง ตลอดช่วงที่พันธนาการ เหมือนกับว่าเขาคู่สื่อสารกันอย่างเข้าใจและตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง

ชิบาริในคืนวันศุกร์ถือเป็นประสบการณ์ที่น่าจะลืมไม่ลงของใครหลายคน หนึ่งในนั้นรวมถึงตัวเราเองที่ได้ชมศิลปะการรัดรึง บางครั้งก็เห็นผู้ชมที่ล้อมวงอยู่เกิดอาการเกร็งเมื่อ Unnamedminor ดึงเชือกพันธนาการร่างกายของหญิงสาวให้ลอยค้างกลางอากาศ บางคนกลั้นหายใจยามร่างที่ถูกมัดห้อยศีรษะลงสู่พื้นไม้ของสตูดิโอ 

ดนตรีที่บรรเลงอยู่ข้าง ๆ ก็ยังคงโหมอารมณ์ของผู้ชมได้เป็นอย่างดี การรัดรึงดำเนินเรื่อยมาจนถึงเวลาที่ Unnamedminor ใช้เทียนสีดำสนิทหยดลงบนร่างกายของสุภาพสตรีที่ถูกพันธนาการ ทิ้งเวลาเพียงชั่วครู่หนึ่งจึงปลดปล่อยเธอให้เป็นอิสระอย่างนุ่มนวล

หลังจากพันธนาการหลุดพ้นออกจากร่างกาย ผู้ชมต่างมีคำถามผุดขึ้นมากมายหลังจากได้ดูสิ่งที่เรียกว่า ‘Shibari’ ลูกแก้วเริ่มถามคำถามแทนใจของผู้ชมว่านางแบบผู้ถูกมัดรู้สึกอย่างไรบ้างเวลาที่เชือกรัดไปทั่วร่าง ช่วงเวลาที่ถูกดึงขึ้นกลางอากาศ หรือห้อยหัวลงสู่พื้นมีความรู้สึกเจ็บปวดหรือทรมานบ้างหรือไม่ แต่เธอกลับตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่าเธอไม่ทรมานอะไรเลย เธอมีความสุขกับการถูกพันธนาการ ปล่อยให้จิตใจล่องลอยไปไกลและวกกลับมาจมอยู่กับความคิดของตัวเอง

ทางฝั่งผู้ชมหลายคนรู้สึกว่าผิดคาด ต่างจากมุมมองของการนำเชือกมาพันธนาการร่างกายมนุษย์แบบเดิม คือการมองเห็นผ่านหนังผู้ใหญ่ หนังเอวีที่ทำมาเพื่อตอบสนองความต้องการหรือจินตนาการทางเพศของผู้ชาย เพราะชิบาริของ Unnamedminor ที่ได้เห็นค่ำคืนนี้มันกลายเป็นศิลปะอีกแขนง มันไม่เหมือนกับสิ่งที่หนังผู้ใหญ่นำเสนอ มันไม่เจ็บปวด และกลายเป็นศิลปะอย่างแท้จริง

“นางแบบที่ถูกมัดเหมือนกับงานศิลปะที่มีชีวิต”

ศาสตร์แห่งพันธนาการของชาวญี่ปุ่นมีจุดเริ่มต้นเมื่อหลายร้อยปีก่อน โดยใช้เชือกมัดเหล่านักโทษและเชลยศึก ต่อมาเมื่อค่านิยมเปลี่ยนแปลง เชือกพันธนาการนักโทษจึงถูกปรับเป็นเรื่องอีโรติกชวนตื่นตัวของชายหนุ่ม แต่แท้จริงแล้วการมัดร่างกายที่เรียกว่า ‘Shibari (ชิบาริ)’ กลับมีความหมายและเรื่องราวมากกว่านั้น

เมื่อสัมผัสมุมมองใหม่เกี่ยวกับการมัดที่ก้าวผ่านเรื่องเพศ UNLOCKMEN ไม่ปล่อยให้เวลาไหลไปเสียเปล่า กระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกอย่างต่อเนื่องกันด้วย GARAGE Live Session โดยวงดนตรีนามว่า STOIC สามารถดึงดูดผู้ชมด้วยเครื่องสายอย่างเชลโล่ตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มบรรเลง เมื่อเพลงแรกเริ่มต้นขึ้น บทเพลงจากเบื้องลึกของความรู้สึก ชวนดำดิ่งไปกับเมโลดี้บาดลึก และเนื้อเพลงแสนคมคาย มอบประสบการณ์ทางดนตรีแก่ผู้มาเยือนให้อิ่มเอม 

‘วัฏจักร’ เป็นหนึ่งในเพลงที่ทุกคนพูดถึง ท่วงทำนองที่ทำให้ตกอยู่ในภวังค์ ปรัชญาชีวิตที่นำมาเล่าผ่านเสียงดนตรี ทุกองค์ประกอบกลั่นมาจากชีวิตและจิตใจของพวกเขาแต่สัมผัสกับความรู้สึกและจิตวิญญาณของเรา พร้อมกับคำขอบคุณจากวงดนตรีที่ส่งท้ายถึงผู้ชมสำหรับการก้าวออกจากบ้านเพื่อมาทำอะไรใหม่ ๆ ด้วยกัน

ประสบการณ์ที่ทำให้เรารู้สึกแบบเดียวกันท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นเพียง 40 คนในคืนนี้ คือจุดเริ่มต้นที่พวกเราชาว UNLOCKMEN ตั้งใจสร้าง Workshop ขึ้นเพื่อปลดล็อกประสบการณ์ “ครั้งหนึ่งในชีวิต” ที่ไม่ได้พบเจอได้ง่าย ๆ ด้วยตาตัวเอง ส่วนครั้งหน้าจะมีงานอาร์ตอะไรเกิดขึ้นอีกก็อย่าลืมติดตามต่อกันที่เว็บไซต์ UNLOCKMEN นะครับ

TOIISAN
WRITER: TOIISAN
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line