ก่อนหน้านี้ทุกสำนักรีวิวต่างยกให้ Cayman GT4 เป็น 718 ที่ดีที่สุด ดีไม่แพ้ 911 แต่ปัจจุบันตำแหน่งนั้นคงต้องเปลี่ยนมือเสียแล้ว เพราะนี่คือโมเดลที่จัดจ้านยิ่งกว่าในบอดี้ 718 ที่มากับราคาเท่า 911 Turbo S เป็นเวอร์ชั่นที่เต็มที่สุดทุกด้านด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดเท่าที่ Porsche มี จนเราต้องถามตัวเองว่า 911 ยังจำเป็นไหมต่อจากนี้ Porsche เปิดตัว 718 Cayman GT4 RS ครั้งแรกกับรหัสที่ร้อนแรงที่สุดของ 718 Cayman รถสปอร์ต mid-engined น้องเล็กแต่ขุมพลังไม่เล็กตาม หันมาใช้เครื่องยนต์ความจุ 4.0 ลิตร NA flat-six ที่ยืมมาจากรุ่นพี่ใหญ่ 992-gen 911 GT3 ในบอดี้ที่เล็กกว่า จึงให้สมรรถนะที่ดีกว่าเป็น 493 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตันเมตร สามารถลากรอบได้ถึง 9,000 rpm กับน้ำหนักตัวที่เหลือเพียง 1,463 กิโลกรัม
ในสารพัดรุ่นย่อยของ Ford Mustang จะเรียงความยิ่งใหญ่นับจากรุ่น GT, Mach 1, Boss, GT350 และรุ่นสูงสุดในตระกูลก็คือ Shelby GT500 ใช้ขุมพลัง 5.2-liter supercharged Predator V8 760 แรงม้า ซึ่งเปิดตัวไปล่าสุดในปี 2020 ล่าสุดก็ถึงเวลา refresh ความสดใหม่ ด้วยการเปิดตัว “GT500 Heritage Edition” ใช้แรงบันดาลใจจากตำนานรุ่นเก๋า 1967 Shelby GT500 ของ Carroll Shelby รถ Iconic car ในโทนสีฟ้า Brittany Blue มาโมดิฟายอย่างบ้าคลั่งจนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของสัญลักษณ์จงอางอสรพิษ และเป็นรถที่เจ้าตัวภาคภูมิใจที่สุดคันนึง ใน edition ใหม่นี้เป็นการอัพเดทลุคภายนอกด้วยการนำสีฟ้า Brittany Blue กลับมาใช้อีกครั้ง แต่ถ้าลูกค้าต้องการ Wimbledon White stripe เส้นสีขาวพาดกลางรถ สัญลักษณ์ที่สร้างโดย
รถยนต์ เปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งความอิสระ ด้วยถนนเปิดโล่งให้เราสามารถเดินทางไปได้ทุกที่ โดยมีคนขับเป็นผู้กำหนดทิศทางอยู่หลังพวงมาลัย เราจึงมักจะเห็นโฆษณารถยนต์ที่พาตัวเองออกจากเมืองใหญ่ไปพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติอยู่เสมอ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ใช่รถยนต์ทุกคันที่จะแกร่งพร้อมลุยได้ทุกสภาพถนนอันท้าทาย จากถนนลาดยางสู่ทางฝุ่นสุดสมบุกสมบัน ได้เท่ากับ Mercedes-Benz GLE รถยนต์ mid-size luxury SUV ที่นอกจากความแกร่งพร้อมลุย ยังเป็นรถยนต์ที่สะท้อนความภาคภูมิใจในความสำเร็จให้กับเจ้าของ เต็มไปด้วยความหรูหรา สะดวกสบาย เทคโนโลยีล้ำสมัย และความปลอดภัยสูงสุดในคันเดียว ความสำเร็จของรถยนต์ SUV สุดแกร่งจากค่าย Mercedes-Benz เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ 25 ปีที่แล้ว ย้อนกลับไปในเดือนมกราคม ปี 1996 Mercedes-Benz เปิดตัวรถยนต์ Concept SUV คันแรกของค่ายในชื่อ “AAVision” เป็นครั้งแรกของรถยนต์ Sport Utility ที่พัฒนามาเพื่อเสริมทัพให้ G-Class โดยมีความแตกต่างอยู่ที่ AAVision ได้เพิ่มฟีเจอร์และความสะดวกสบายที่เหมาะสำหรับใช้งานในชีวิตประจำวันมากขึ้น เพราะในอดีต G-Class นั้นมีความดิบแกร่งเน้นลุยในฐานะรถยนต์ Off-roader พันธุ์แท้ จึงไม่ค่อยมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากนัก ต่างกับ G-Class ในปัจจุบันที่ยังคงเป็นที่สุดด้านความแกร่ง พร้อมใส่เทคโนโลยีและกลายเป็นสัญลักษณ์ของความหรูหราที่คนทั้งโลกยอมรับ
Aston Martin DBX super SUV คันแรกจากค่ายที่เปิดตัวไปตั้งแต่ปี 2020 เป็นรถ SUV ที่ใช้ขุมพลัง 4.0-liter V8 จาก Mercedes-AMG 542 แรงม้า แรงบิด 735 นิวตันเมตร ซึ่งแรงมากแล้วสำหรับบอดี้ SUV แต่สำหรับสำนัก Mansory รถเดิม ๆ ยังแรงไม่พอ เมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาดอย่าง Lamborghini Urus ที่มาพร้อมม้ากว่า 600 ตัว กว่าจะรอ Aston Martin เปิดตัวรุ่น High-performance ของ DBX ที่ใช้ขุมพลังไฟฟ้าจาก AMG GT73 ออกมาคงจะช้าไป จึงตัดสินใจสร้างผลงานที่แรงแซง Urus มาให้ก่อนแล้วเรียบร้อย Mansory’s Aston Martin DBX ถูกนำมาอัพเกรดเป็น Super SUV ด้วยการเปลี่ยน turbochargers
ZipCharge บริษัท Startup สัญชาติอังกฤษที่หันมาจับเทรนด์รถยนต์พลังงานไฟฟ้าซึ่งกำลังมาแทนที่ยานพาหนะพลังงานเผาไหม้แบบในปัจจุบัน ด้วยความเข้าใจดีถึงจุดอ่อนในที่อาจจะเดินทางไกลและบังเอิญไม่มีที่ชาร์จพลังไฟฟ้า จึงพัฒนาไอเดียเพื่อตอบโจทย์แก้ปัญหานี้ด้วย ZipCharge Go powerbank สำรองขนาดเท่ากระเป๋าเดินทาง มีล้อและที่จับสำหรับลากได้สบายแรงไม่ต้องแบกหาม สามารถชาร์จไฟให้รถยนต์ของคุณขับต่อไปได้อย่างน้อย 70 กิโลเมตร Gadgets ที่เจ้าของรถยนต์ EV ควรมีติดรถชิ้นนี้ถูกออกแบบให้พกพาง่าย แถมการใช้งานก็ยังง่ายแค่เสียบปลั๊กแล้วรอ ซึ่ง ZipCharge เคลมว่าสามารถชาร์จไฟให้รถทั้ง Plug-in Hybrid และ EV ที่ใช้ Type 2 socket ให้พร้อมขับได้ภายในเวลาเพียง 30 นาที แม้จะนานกว่าเติมน้ำมันแน่ ๆ แต่ก็ยังดีกว่านั่งกินข้าวลิงรอรถยกข้างทาง แถมยังฉลาดล้ำด้วยการเช็คสถานะผ่านทาง application ได้ แม้ตอนนี้ ZipCharge Go จะยังเป็นเพียง concept แต่ก็เข้าสู่ช่วงสุดท้ายก่อนพัฒนาออกมาวางขายภายในปลายปีนี้ โดยจะมีให้เลือกสองความจุคือ 4 kWh และ 8 kWh โดยมีให้เลือกทั้งแบบซื้อขาด หรือเช่าแบบรายเดือนโดยจ่ายเดือนละประมาณสองพันบาท ความเจ๋งคือนอกจากจะมีกลุ่มเป้าหมายเป็นเจ้าของรถยนต์ EV
สงครามรถหรูที่แข่งกันฉีกกฎความสะดวกสบายในห้องโดยสาร เป็นอีกตลาดที่ดุเดือดไม่แพ้ SUV หรือ segment อื่น โดยมีหัวเรือธงอย่าง Mercedes-Benz S-Class, BMW 7-Series และในฝั่ง Audi ก็มีตระกูล A8 อัครมหายานยนต์สำหรับผู้บริหารที่ต้องการโลกแห่งความสงบและสบายในเบาะหลังของยานพาหนะ ขุมพลังของ A8 มีให้เลือก 3 รุ่น ประกอบด้วยรุ่นเริ่มต้น 3.0-liter V6 A8 55 TFSI Quattro, 4.0-liter V8 A8 60 TSFI Quattro และรุ่นตัวถังยาว A8 L 60 TFSI Quattro เครื่องยนต์ V8 รุ่นใหม่มาพร้อมฟีเจอร์ช่วยประหยัดน้ำมัน ลดการคายไอเสีย ด้วยการใช้เพียงแค่ 4 สูบ จากทั้งหมด 8 สูบได้ในขณะที่ใช้ความเร็วต่ำ ซึ่งแม้จะมาในตัวถังที่กว้างใหญ่ ก็ยังสามารถทำเวลา 0-100 km/h ได้ภายใน
ถือเป็น Supercar ที่สร้างหน้าตาและยกระดับความหล่อให้กับชาวอเมริกันทั้งชาติ สำหรับ Chevrolet Corvette C8 ที่พัฒนามาไกลจนดูคล้าย Ferrari เข้าไปทุกที อีกทั้งยังเป็นครั้งแรกที่เปลี่ยนมาใช้ platform mid-engine นับตั้งแต่ Corvette เปิดตัวสู่โลกในปี 1953 มันจึงสามารถฉีกขีดจำกัดติดตาในอดีตไปได้อย่างสิ้นเชิง และแน่นอนว่ามันได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม สองปีผ่านไป จากขุมพลัง 6.2 ลิตร V8 ที่เคยทำตัวเลขได้เพียง 490 แรงม้า ก็ถึงเวลาอัพเกรดมัดกล้ามใหม่ในรุ่นย่อยที่สูงกว่าเก่า ขอแนะนำ 2023 Chevrolet Corvette Z06 mid-engine layout supercar เพิ่มความแรง เป็น 670 แรงม้า แรงบิด 624 นิวตันเมตร ทั้ง ๆ ที่ลดความจุเครื่องยนต์ LT6 V8 ลงเหลือเพียง 5.5 ลิตร ผลิตจาก aluminum พร้อม Dry Sump
เรื่องของความเร็ว คือเสน่ห์ที่ผู้ชายทุกคนต่างหลงใหล มันเป็นการแข่งขันที่อยู่ในเกือบจะทุกกิจกรรมของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นกีฬา สัตว์ ไปจนถึงยานพาหนะ ซึ่งสิ่งที่ใกล้ตัวพวกเรามากที่สุดก็คือรถยนต์ การที่เราเร็วกว่าคู่แข่ง ถือเป็นความภูมิใจที่ทำให้ความตื่นเต้นและอะดรีนาลีนในร่างกายต้องตื่นตัวทุกครั้ง ทุกวันนี้รถยนต์ถูกพัฒนาให้แรงและเร็วจนเกือบจะถึงขีดจำกัดในโลกที่ทำเวลา 0-100 km/h ภายในตัวเลข 2 วินาทีกันเป็นว่าเล่น แต่สิ่งที่ท้าทายขีดจำกัดของผู้สร้างรถยนต์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ด้านอัตราเร่ง แต่สำหรับรุ่นใหญ่ที่เรากำลังจะพูดถึงสถิติ “เร็วที่สุดในโลก” คือการประชันด้านความเร็วสูงสุด (Top Speed) จินตนาการที่ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นความจริง และนี่คือ 3 สุดยอดซุปเปอร์คาร์ ที่สามารถทำความเร็วได้สูงที่สุดในโลก 3. Koenigsegg Agera RS 1MN package – 444.8 km/h (2017) Agera RS เคยสร้างสถิติโลกความเร็ว 444.8 km/h ซึ่งทดสอบกัน ณ ลานเครื่องบินเก่า ในประเทศเดนมาร์ก เครื่องยนต์ 1,160 hp twin-turbo V8 ถูกอัพเกรดให้เป็น 1,360 แรงม้า ด้วยแพคเกจ “The
Porsche ถือเป็นค่ายรถ Supercars ที่มักจะขยับตัวไปสร้างเทรนด์ใหม่ ๆ ก่อนค่ายคู่แข่ง ไม่ว่าจะเป็นการสร้าง segment ใหม่ของ Super-SUV ด้วย Cayenne ที่ไม่ทิ้งลาย ใส่จิตวิญญาณความแรงใน Turbo GT จนทำสถิติเร็วที่สุดใน Nurburgring (Nordschleife) หรือการสร้าง Taycan ขุมพลัง EV ที่วันนี้ขายดีแซงหน้า 911 ไปแล้ว และโมเดลล่าสุดคืออีกสัญญาณถึงการเอาจริงเอาจังในโลกแห่ง Supercars พลังไฟฟ้า จากการซุ่มพัฒนา 718 ทั้ง Cayman และ Boxster ด้วยขุมพลังใหม่แบบ Electric Power 100% ข่าวการพัฒนา Porsche 718 พลังงานไฟฟ้านั้นถูกต่อยอดมาจากการเปิดตัว Mission R Concept ในช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา พื้นฐานของ Supercars ไซส์เล็กขุมพลังไฟฟ้าที่ถูกอธิบายภายหลังว่าเป็นเพียงแนวคิดและ Porsche อาจจะไม่ได้ผลิตมันออกมาจริง แต่เมื่อแหล่งข่าวเผยถึงโครงการ Electrified Cayman
กาลเวลาที่ดำเนินผ่านไปล้วนมีเรื่องราวเกิดขึ้นจนเป็นที่จดจำอยู่เสมอ ไม่เว้นแม้แต่วงการรถยนต์ ที่ในแต่ละยุคสมัยต่างก็มีการผลิตโมเดลออกมามากมาย เป็นการปักหมุดความทรงจำที่จะคอยกระตุ้นให้คุณนึกถึงช่วงเวลาในอดีตเมื่อคุณได้เห็นโมเดลต่าง ๆ เหล่านั้น แต่สำหรับในยุค 50’s คงไม่มีรถยนต์รุ่นไหนจะโดดเด่นไปกว่า Mercedes-Benz 300 SL Gullwing W198 รถยนต์สปอร์ตคูเป้ ตระกูล SL รุ่นนี้ถูกสร้างขึ้นในช่วงระหว่างปี 1954-1957 มีจุดเด่นคือดีไซน์ที่สวยงามพร้อมประตูปีกนกนางนวล (Gullwing) ที่โดดเด่น, หรูหรา และเท่เกินกว่าใครในเวลาเดียว เป็นเอกลักษณ์สำคัญที่คอยานยนต์ต่างต้องพูดถึง รวมไปถึงดีไซน์ต่าง ๆ ที่สง่างามทั้งตัวฝากระโปรงหน้าที่มีความยาว ฝากระโปรงหลังมีความโค้งมน เบาะลายตารางหมากรุก ทุก ๆ ตำแหน่งได้สะกดทุกสายตาตั้งแต่ครั้งแรกที่มอง เดิมที Mercedes-Benz 300 SL Gullwing ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ความเร็วในกีฬามอเตอร์สปอร์ต ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยทาง Maximilian Hoffman ตัวแทนผู้นำเข้าในอเมริกาได้เคยกล่าวไว้ว่า “สิ่งที่เราต้องการ ณ ที่นี้ คือรถสปอร์ตของ Mercedes-Benz ที่ยอดเยี่ยม” จนกระทั่งในเดือนกันยายน ปี 1953 Maximilian Hoffman


