Lamborghini ไม่เคยเป็นแบรนด์ที่เดินตามคนอื่น มันคือยักษ์จาก Sant’Agata ที่เกิดมาเพื่อโลดแล่นทั้งในสนาม ทั้งบนถนน แต่ครั้งหนึ่งในปี 2014 พวกเขาเลือกทำสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน สร้างรถ GT พลัง Hybrid ที่หรูหรา เงียบ และขับแบบ EV ล้วนได้ และมันมีชื่อที่งดงามไม่แพ้ดีไซน์ ในยุคที่ทั้ง Ferrari และ Porsche กำลังทดลองระบบ hybrid กับ LaFerrari และ 918 Spyder ทาง Lamborghini ไม่วิ่งตามแบบ performance-focused hybrid แต่กลับสร้างบางอย่างที่ใกล้เคียง Electric Grand Tourer มากกว่า Supercar สายโหด มันเป็นรถที่ออกแบบให้ขับในเมืองได้ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า แต่ในอีกคลิกเดียวก็เรียกพลัง V10 ได้เต็มร้อยแบบ NA ไม่มีเทอร์โบ ไม่มีไฮบริดโมเดิร์นที่ลดทอนความรู้สึกของการขับ เครื่องยนต์คือหัวใจหลัก: V10 ขนาด 5.2 ลิตรจาก Huracán
ถ้ามีใครพูดถึง “Lamborghini 4 ประตู” เมื่อสิบกว่าปีก่อน แฟนพันธุ์แท้คงขำพรืดออกมาพร้อมบอกว่า “ไม่จริงหรอก มันต้องทรงลิ่ม เครื่องกลางประตูเฉียงประตูปีกนกเท่านั้น” แต่ในปี 2008 ณ งาน Paris Motor Show กลับมีสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น สิ่งที่เปลี่ยนแนวคิดของ Lamborghini ไปตลอดกาล มันมีชื่อว่า Estoque (เอส-โต-เก้) ชื่อที่ฟังดูคมกริบแบบภาษาสเปนก็สมควรอยู่ เพราะมันแปลว่า “ดาบปลายเรียวสำหรับจบชีวิตวัวกระทิงในการสู้วัว” และแน่นอน มันยังคงธีม Bullfighting tradition แบบเดียวกับ Countach, Murcielago, Aventador ที่แฟน ๆ คุ้นเคย เพียงแต่คราวนี้ Lambo ไม่ได้แค่จะฆ่า bull ตัวอื่น แต่มันจะเปลี่ยนวิธีที่โลกมองแบรนด์กระทิงดุไปโดยสิ้นเชิง Estoque คือ Lamborghini 4 ประตูแบบ front-mid engine ที่มาพร้อมความ Practical อย่างเหลือเชื่อ มีพื้นที่เก็บของจุใจ
New Cartier Santos de Cartier Titanium – pilot watch เรือนแรกของโลกที่ Louis Cartier ออกแบบให้นักบินเพื่อนสนิท Alberto Santos-Dumont ในปี 1904 ที่คงดีไซน์แนวคิดดั้งเดิมเป็นเวลากว่า 120 ปี วันนี้มันถูกพัฒนาขึ้นอีกขั้นกับวัสดุ Titanium เปิดตัวพร้อมกัน 2 เวอร์ชัน เวอร์ชันแรกคือ Santos de Cartier Titanium หน้าตาอาจดูคุ้นเคยแต่ทุกสัมผัสเปลี่ยนไปหมด Cartier ใช้วัสดุไทเทเนียมที่ขัดทรายแบบ bead-blasted จนได้พื้นผิวด้านที่ดู matte เต็มขั้น สีของตัวเรือนออกไปทาง anthracite grey เข้มๆ เม็ดมะยมประดับ black spinel แทนการเล่นสีจัดๆ ทั้งหมดนี้ทำให้นาฬิกาดูนิ่งแต่ดึงดูดสายตาด้วย texture ล้วน ๆ ไทเทเนียมทำให้เรือนนี้เบากว่า steel ถึง 43% แต่แข็งแรงกว่าในเชิงเทคนิค และนั่นทำให้
Aston Martin DB12 S มาในมาดใหม่ที่เข้มข้นขึ้นทุกมิติทั้งฟีลลิ่งและพละกำลัง สมกับเป็นเวอร์ชัน S ที่ไม่ได้มีแค่การยัดแรงม้าเพิ่ม แต่ปรับจูนใหม่ทั้งคันเพื่อทำให้ทุกวินาทีหลังพวงมาลัยรู้สึกเชื่อมโยงกับรถมากขึ้น เครื่องยนต์ V8 4.0L Twin-Turbo จาก AMG ถูกรีดพลังขึ้นอีก 20 แรงม้า เป็น 690 hp พร้อมแรงบิด 800 Nm และอัตราเร่ง 0-100 km/h ใน 3.4 วินาที แค่ตัวเลขก็แรงพอสมควร แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการจูนระบบ Launch Control และเกียร์ใหม่ให้เปลี่ยนได้เร็วขึ้นกว่าเดิม 50% แถมมี Throttle Map พิเศษของรุ่น S ที่ทำให้การกดคันเร่งตอบสนองได้แม่นยำและเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น ช่วงล่างและแชสซีคืออีกจุดที่เปลี่ยนแปลงแบบไม่ประนีประนอม ทั้ง Anti-Roll Bar ด้านหลังแข็งขึ้น มุมล้อ Camber / Toe / Caster จูนใหม่ และ
ใต้ฝากระโปรงของ X5 คันนี้ มีเครื่องยนต์ V12 จาก Le Mans ซ่อนอยู่ นี่คือ BMW X5 Le Mans รถ SUV ที่ถูกใช้เป็นสนามทดลองโชว์พลังงานดิบสุดของวิศวกรรม Motorsport “ถ้าเราเอาเครื่อง Le Mans ไปใส่ SUV ล่ะ มันจะเป็นยังไง?” โปรเจกต์นี้เริ่มต้นในปี 1999 – BMW เพิ่งชนะ Le Mans 24h ด้วยรถแข่ง BMW V12 LMR ที่พัฒนาโดยร่วมมือกับ Williams F1 ก่อนจะเปิดตัว X5 production รุ่นแรกที่ Frankfurt Motor Show และเพียง 6 เดือนถัดมา พวกเขาก็เปิดตัว X5 Le Mans ที่
ทุกวันนี้ชื่อสำนัก Top Secret ของ Smokey Nagata คงไม่แปลกหูสำหรับคนไทย เพราะบ้านเรามีร่างทองของทีมคุณเบียร์ ใบหยก เกือบจะครบตำนาน ไม่ว่าจะเป็น S15, GT-R รวมถึง Supra แต่วันนี้เราจะมาโฟกัสที่รถที่อาจจะบ้าที่สุดของเขา: Top Secret Supra V12 ในโลกของ 2JZ ที่ใครก็ใช้กัน มีไม่กี่คนเท่านั้นที่กล้าดึงหัวใจมันออก แล้วใส่ V12 ลงไปแทน Smokey วางเครื่อง 1GZ-FE V12 จาก Toyota Century ยัด Twin Turbo HKS GT2835 สองลูกเข้าไปเต็มข้อ พ่วงกับ Getrag 6-speed จับคู่คลัตช์ ORC พร้อม LSD ระบบ dry-sump และ ECU จาก HKS F-Con ช่วยควบคุมทุกอย่างแบบแม่นยำ
ในปี 1974 ชายชื่อ Count Gregorio Rossi di Montelera (ทายาทตระกูล Martini & Rossi ผู้สนับสนุน Porsche แข่ง Le Mans) ได้รับรถแข่ง Porsche 917K สีเงินเมทัลลิกคันหนึ่งจากโรงงานที่ Zuffenhausen เป็นรถที่สร้างเพื่อลงสนามแข่งเท่านั้น ไม่มีไฟเลี้ยว ไม่มีทะเบียน ไม่มีแอร์ เสียงท่อ Le Mans ดังกระหึ่มตลอดทาง แน่นอนว่ามันไม่สามารถขับบนถนนได้ แต่ Count Rossi อยากจะขับกลับบ้าน เลยตัดสินใจขับ Porsche 917K คันนั้นจากโรงงาน Zuffenhausen เยอรมนี ข้ามประเทศไปถึง Paris ด้วยถนนสาธารณะ แน่นอนว่าทุกคนที่ได้เห็นต่างต้องหันมองตามกันหมด กลายเป็นตำนานที่ทั้งผู้คนและ Porsche ต่างไม่เคยลืมโมเมนต์นั้น 50 ปีต่อมา Porsche อยากรำลึกเหตุการณ์นี้อีกครั้ง โดยเอารถแข่งระดับ 963 Le
มันไม่ใช่รถใหญ่ ไม่ใช่รถหรู ไม่ใช่รถอวดคนอื่น แต่มันคือรถที่ทำมาเพื่อ “คนขับ” แบบจริงจัง M2 CS ใหม่ คือคำตอบที่ BMW ตั้งใจให้คนขับได้สัมผัสว่าอะไรคือแก่นแท้ของคำว่าขับสนุก ในยุคที่โลกกำลังผลัก performance car ให้เป็น digital experience และแม้ BMW จะตัดเกียร์ธรรมดาทิ้งไป แต่มันก็ยังไม่ทิ้งวิญญาณของ M2 ที่เราเคยหลงรัก นี่คือ M2 CS 2026 รถ compact coupe ที่แรงกว่า M4 Competition ด้วยพลัง 523 แรงม้า และแรงบิด 650 นิวตันเมตร จากเครื่อง S58 inline-six twin-turbo บล็อกเดียวกับ M4 CSL รีดพลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ZF ที่จูนมาอย่างเฉียบ แม่น และดุดัน ทำเวลา
หลังจากยุคของ E9 หากจะมองหาจุดเริ่มต้นของ BMW M บนถนนที่ส่งต่อแนวคิดจากสนามแข่งสู่การใช้งานจริง ชื่อที่ต้องพูดถึงเป็นอันดับแรกไม่ใช่ M1 แต่คือ BMW E12 M535i – production car คันแรกที่ถูกพัฒนาโดยทีม BMW Motorsport ก่อนจะส่งต่อสู่ยุคของ M5 อย่างเต็มรูปแบบ BMW เปิดตัว M535i ในปี 1980 บนพื้นฐานของ 5-Series E12 ที่ถูกปรับแต่งใหม่ทั้งหมด เครื่องยนต์รหัส M30B34 3.5-liter หกสูบเรียง SOHC ให้กำลัง 218 แรงม้า แรงบิด 310 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนด้วยเกียร์ธรรมดา 5 สปีด พร้อม Limited Slip ที่ช่วยให้การส่งแรงบิดไปสู่ล้อหลังเฉียบคมยิ่งขึ้น แม้ตัวรถจะหนักกว่า 1.4 ตัน แต่ด้วยการเซ็ตช่วงล่าง Modified sports suspension
หาก NSX-R หรือ R34 GT-R คือที่สุดในฝั่ง JDM – Honda RC30 ก็คือที่สุดฝั่งสองล้อ JDM ขีดสุดแห่งยุค 90s ที่สร้างแบบไม่สนต้นทุน ไม่เน้นยอดขาย เน้นความสะใจอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีจากสนามแข่ง ย้อนกลับไปปี 1987 – Honda ต้องการลงแข่ง World Superbike Championship (WSBK) ตามกฎ Homologation ทีม HRC (Honda Racing Corporation) จึงสร้าง VFR750R หรือที่โลกรู้จักในนาม RC30 รถที่อัดเทคโนโลยีสนามแข่งมาแบบเต็มขั้น และยังเปิดไฟเลี้ยวใส่ป้ายแดงได้แบบถูกกฎหมายออกมาอย่างน้อย 3,000 คัน (รวมทั้งหมดผลิตประมาณ 4,782 คันทั่วโลก) Honda ยัดใส่เทคโนโลยีจากสนามแข่งเข้าไปแบบไม่มียั้ง เครื่องยนต์ V4 748cc พร้อม gear-driven camshaft เสียงเครื่องดิบสะใจ, Slipper clutch


