กลายเป็นประเด็นอีกแล้วสำหรับแบรนด์ fast-fashion อันดับต้น ๆ ของโลกอย่าง ZARA ที่ล่าสุดเพิ่งออกคอลเลคชั่นเสื้อกันฝน ก็โดนแบรนด์ RAINS ฟ้องร้องทันทีว่าไปก๊อปปี้ผลงานของพวกเขา และขอให้ระงับการจำหน่ายทันที หลายคนอาจจะสงสัยว่าแบรนด์ RAINS คือแบรนด์อะไร พวกเขาเป็นแบรนด์ชั้นนำสัญชาติเดนมาร์กที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในการผลิตเสื้อกันฝนที่ผสมผสานกับแฟชั่น จึงทำให้มีร้านตัวแทนจำหน่ายมากกว่า 4,600 ร้านกว่า 20 ประเทศทั่วโลก เหตุการณ์ครั้งนี้ RAINS ได้เรียกร้องให้ Inditex ที่เป็นบริษัทแม่ของ ZARA ยุติการขายเสื้อแจ็คเก็ตกันฝนทั้งหมด เนื่องจากมีความคล้ายคลึงกับโปรดักส์ paracoat ของพวกเขา โดยแบรนด์ RAINS ส่งคำร้องไปยังศาลเดนมาร์กเพื่อขอชดเชยรายได้ที่ขาดทุนการจากกระทำในครั้งนี้ของ Inditex Daniel Brix Hesselager ผู้ร่วมก่อตั้ง และเจ้าของ RAINS กล่าวว่า “ZARA ก๊อปปี้ผลิตภัณฑ์หลักของพวกเรา ซึ่งเป็นสินค้าต้นแบบที่ออกมานานแล้ว ดังนั้นพวกเขาควรหยุดขายคอลเลคชั่นเสื้อกันฝนนี้ทันที แม้ว่า ZARA จะเป็นแบรนด์ดังขนาดไหน แต่เราก็ยินดีที่จะดำเนินการเรื่องนี้ไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” คำพูดนี้ทำให้เห็นได้ชัดว่า RAINS ไม่ได้เกรงกลัวต่อ ZARA และพร้อมท้าชนอย่างสุดพลังถึงแม้ว่าจะเป็นบริษัทที่เล็กกว่าก็ตามที และคาดการณ์กันว่าพวกเขาจะเรียกร้องค่าเสียหายด้วยจำนวนเงินมหาศาล
เรามักหยิบยกเรื่องอายุมาเป็นข้ออ้างสำหรับการบ่ายเบี่ยง หรือยอมแพ้ต่ออุปสรรคเมื่อเจอปัญหา หรือเรามักได้ยินคนพูดว่าแก่เกินกว่าจะมาลองผิดลองถูกกับเรื่องต่าง ๆ จนพาลให้ชีวิตติดอยู่ในกรอบที่ซ้ำซากจำเจ สุดท้ายพอถึงวัยที่ร่างกายไม่เอื้ออำนวยแล้ว ก็ได้แต่มานั่งเสียดายที่ปล่อยชีวิตให้ล่องลอยไปเช่นนั้น แต่ UNLOCKMEN ขอนำเรื่องของคุณปู่ท่านหนึ่งที่เราเชื่อว่าสามารถสร้างแรงบันดาลใจจนทุกคนจะลืมเรื่องอายุที่เป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตไปได้เลย ชายวัย 80 ที่โด่งดังไปทั่วโลกเมื่อช่วงปี 2015 หลังจากได้ขึ้นแฟชั่นโชว์ของของดีไซเนอร์ชาวจีนในงานไชน่าแฟชั่นวีค เขาคือ หวังเต๋อซุน (Wang Deshun) คุณปู่สุดฮอตตามฉายาที่โลกออนไลน์มอบให้ หากเราไปไล่ดูชีวิตของเขาก็บอกเลยว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเดินมาถึงจุดนี้ได้ เพราะหวังเต๋อซุนเกิดและเติบโตที่เมืองเสิ่นหยางทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศจีน ครอบครัวของเขามีฐานะยากจน ทำให้หวังเต๋อซุนต้องทำงานหนักตั้งแต่ยังเด็ก ในช่วงเวลาที่เด็กคนอื่น ๆ ได้เรียนหนังสือ ตัวเขาต้องไปเป็นพนักงานในโรงงานของกองทัพ ทำหน้าที่ซ่อมปืนเพื่อหาเลี้ยงตัวเอง เขาทำงานในกองทัพอยู่เป็นเวลา 10 ปี จนกระทั่งมีโอกาสย้ายไปอยู่กับคณะละครเวทีฉางชุน หลังจากนั้นเขาก็เริ่มหลงใหลในการแสดงเรื่อยมา แม้ว่าจะไม่เคยผ่านการเรียนการแสดง แต่ด้วยความขยันใฝ่รู้ เขาจึงทำการศึกษาเรียนรู้เทคนิคการแสดงด้วยตนเอง จนค่อย ๆ พัฒนา และสร้างคณะละครใบ้เป็นของตัวเองในวัย 49 ปี จากนั้นเขาตัดสินใจเดินทางมาปักกิ่งเพื่อต่อยอด และนำเสนอในสิ่งที่เขาเชื่อ แต่ด้วยวัยที่มากขนาดนี้ การเริ่มต้นใหม่ในเมืองใหญ่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอีกเช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อการแสดงละครใบ้ในสไตล์ของเขาเป็นแนวที่แตกต่างจากละครใบ้ธรรมดาทั่วไป ซึ่งละครใบ้ส่วนมากมักจะมุ่งเน้นไปที่ความตลกขบขัน แต่ละครของหวังเต๋อซุนให้ความสำคัญกับเรื่องปรัชญาและความหมายของชีวิต จึงทำให้ไม่ค่อยได้รับความสนใจ และไม่มีงานจ้าง หวังเต๋อซุนจึงพบกับความความล้มเหลวในการทำสิ่งที่ตนรัก ต้องกลายเป็นคนเร่ร่อน ไร้บ้าน
ปัจจุบันเทรนด์การแต่งตัวที่เน้นความเป็นมินิมอล ถือว่ายังได้รับความนิยมอย่างไม่ลดละ เนื่องจากเป็นสไตล์ที่เรียบง่ายดูสบายตา และสามารถสวมใส่ได้ทุกวันไม่มีเบื่อ อีกทั้งมินิมอลไม่ได้ถูกจำกัดเฉพาะการใส่เสื้อผ้าสีคลุมโทนอีกต่อ เพราะไม่ว่าจะสไตล์ไหนต่างนำคอนเซ็ปต์นี้ไปแฝงอยู่ในสไตล์ของตัวเอง ซึ่งคนที่กำลังมองหาเสื้อผ้ามินิมอล ทีมงาน UNLOCKMEN ขอแนะนำแบรนด์น้องใหม่ gingko แบรนด์ที่มีความตั้งใจที่จะสร้างสรรค์เสื้อผ้าแบบเรียบง่าย แต่มีรายละเอียดซ่อนอยู่ในทุกจุด รังสรรค์ออกมาตอบโจทย์หนุ่มที่หลงใหลการแต่งตัวแบบมินิมอล ไม่เน้นแสดง logo ให้เด่นชัด เสื้อผ้าของ gingko ส่วนใหญ่จะเน้นเป็นชุดลำลองแบบสปอร์ต หรือที่หลาย ๆ คนเรียกว่า “ATHLEISURE” ที่มีจุดเด่นคือ ดีเทล และคัตติ้งการตัดเย็บที่เนี๊ยบเข้ารูปใส่ออกมาแล้วดูเรียบร้อย well-tailored ไม่รุงรัง นี่คือแรงบันดาลใจของแบรนด์ที่อยากจะทำเสื้อผ้าที่สวมใส่สบายเหมือนเสื้อผ้าเล่นกีฬาหรือชิลอยู่บ้าน จนทำให้หนุ่ม ๆ อยากนำไปใส่เที่ยวหรือที่ทำงาน เสื้อผ้าแบรนด์ส่วนมากใช้สีโทนเดียวแต่สะดุดตา เหมาะกับการนำไปมิกซ์แอนด์แมทช์ใช้ชีวิตแบบทันสมัยในเมืองใหญ่ โดยล่าสุด gingko ได้นำเสนอคอลเลคชั่นที่ชื่อ “SEAMAN” ซึ่งดีไซนเนอร์ของแบรนด์ได้รับแรงบันดาลใจจากการแต่งกาย และการใช้ชีวิตตามชายหาดทะเล จนเกิดหลงใหลในเอกลักษณ์ และไลฟ์สไตล์การแต่งกายของพวกกะลาสีเรือ (sailor) นักแข่งเรือใบ (yachtsman) นักท่องเที่ยว (tourist) หรือ แม้กระทั้ง ชาวประมง (fisherman) การแต่งการของคนพวกนี้มีทั้ง dress up
หากจะพูดถึงกระเป๋าเดินทางสักหนึ่งแบรนด์ที่แว่บเข้ามาในหัว เราเชื่อว่า RIMOWA จะต้องเป็นหนึ่งในใจของใครหลาย ๆ คน เนื่องจากดีไซน์ ภาพลักษณ์ และคุณภาพสุดพรีเมี่ยม ทำให้เมื่อใครใช้แล้วล้วนต้องติดใจ จนไม่อยากจะเปลี่ยนไปใช้กระเป๋าเดินทางยี่ห้อไหนอีก RIMOWA (ริโมว่า) ถือเป็นแบรนด์ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ไม่แพ้แบรนด์ไหน ๆ เช่นกัน เพราะพวกเขาก่อตั้งขึ้นในปี 1898 โดยนาย Paul Morszeck ที่เมืองโคโลญจน์ ประเทศเยอรมนี ในฐานะแบรนด์ผู้เชี่ยวชาญกระเป๋าเดินทางที่ทำมาจากไม้และหนัง ก่อนค่อย ๆ ก่อร่างสร้างตัวผลิตกระเป๋าคุณภาพสูง จนกระทั่งช่วงทศวรรษที่ 30 โรงงานของ RIMOWA ได้เกิดอุบัติเหตุไฟไหม้ และสิ่งที่เหลือรอดมาได้มีเพียงแค่โลหะเงิน ดังนั้นในปี ค.ศ. 1937 Richard Morszeck ลูกชายของ Paul Morszeck จึงเกิดไอเดีย และริเริ่มการผลิตกระเป๋าเดินทางรูปลักษณ์ใหม่ที่มีน้ำหนักเบาทำจากวัสดุอลูมิเนียมในลักษณะหีบ ซึ่งได้ผ่านช่วงเวลาแห่งการลองผิดลองถูก จนได้กลายมาเป็นผลิตภัณฑ์ต้นแบบของ RIMOWA ซึ่งในเวลาต่อมา RIMOWA ก็ได้พัฒนากระเป๋าเดินทางรุ่น TOPAS ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเครื่องบินรุ่น JU52 โดยเป็นกระเป๋าที่มีดีไซน์พื้นผิวแบบกรู๊ฟไลน์ (Groove
นอกจากจะเสี่ยงภัยอันตรายจากความเมา สมองของคุณก็เสี่ยงต่อความเสียหายอย่างใหญ่หลวงด้วยเช่นกัน


