ค่อย ๆ เผยสเปคออกมาเรื่อย ๆ สำหรับ varients ย่อยของ Porsche 911 992 และล่าสุดก็เป็นคิวของตัวแรงสุดประจำรุ่น 911 Turbo และ Turbo S ทั้งในรูปแบบของ Coupe และ Cabriolet อัพเกรดความแรงให้สะใจยิ่งขึ้น 2021 Porsche 911 (992) Turbo ใช้เครื่องยนต์ 3.8-liter twin-turbo flat-six ให้พละกำลัง 572 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 750 นิวตันเมตร ทำเวลา 0-100 km/h ใน 2.7 วินาทีสำหรับรุ่น Coupe และ 2.8 วินาทีสำหรับรุ่น Cabriolet เทียบเท่ากับ 911 Turbo S ในรุ่นก่อนพอดิบพอดี ส่วนใน 2021 Porsche
ช่วงนี้น่าจะเป็นช่วงเดือนที่แบรนด์กล้องเปิดตัวโมเดลทอป ๆ ออกมาแข่งกันมันส์ที่สุดในรอบปี หลังจาก Canon เปิดตัว R5 และ R6 ทางฝั่ง Sony ประกาศเตรียมเปิดตัว A7S iii (ไม่นับ Olympus ที่ประกาศเลิกทำธุรกิจกล้องถ่ายรูป แต่ก็ไม่น่าแปลกใจ ถ้าตลาดจะแข่งกันดุเดือนขนาดนี้) ล่าสุด Leica ก็ได้เปิดตัว M10-R ซึ่งเป็น Top-of-the-line ของโมเดล M10 ซึ่งเราจะเรียงลำดับให้ก่อนเพื่อไม่ให้งง เพราะเป็นธรรมดาของ Leica ที่จะมีรุ่นย่อยออกมาค่อนข้างเยอะ โดยสรุป ณ ตอนนี้ M10 ถือเป็นกล้องรุ่นล่าสุดของ Leica ที่เรียงลำดับมาตั้งแต่ M10 ที่มี sensor 24 Megapixels M10-P ที่มีจุดเด่นเรื่องลดเสียง shutter M10-D ที่ไม่มีจอ LCD ให้ดู M10 Monochrome กล้อง Black and
นี่ไม่ใช่แค่รถที่ถูกปรับจูนให้แรงขึ้น หรือตกแต่งหน้าตาให้ดูสปอร์ตขึ้น แต่นี่คือ Black Series ซึ่งเป็นดีกรีระดับสูงสุดของ Mercedes-AMG ซึ่งไม่ใช่รหัสที่ถูกผลิตกันออกมาบ่อย ๆ โดยโมเดลก่อนหน้าก็คือ 2013 SLS Black Series เมื่อ 7 ปีที่แล้ว และเราก็รู้ดีว่ามันพิเศษแค่ไหน หลังจากมีภาพหลุดและ Spy shots ออกมามากมาย ก็ถึงเวลาที่มันจะถูกเปิดผ้าคลุมพร้อมเผยสเปคทั้งหมดของ Mercedes-AMG GT Black Series สมาชิกลำดับที่ 6 ของตระกูล Black Series กันสักที Mercedes-AMG GT Black Series มากับเครื่องยนต์ M178 LS2. twin-turbo 4.0-liter V8 ส่งกำลังผ่านเกียร์ 7-speed DCT ที่ไม่ใช่แค่ปรับจูนและอัพเกรดเทอร์โบให้ใหญ่ขึ้น เพิ่มความแรงให้เป็น 720 แรงม้า (143 แรงม้ามากกว่า AMG GT R,
นิสสัน นำเสนอ นิสสัน อริยะ ใหม่ (all-new Nissan Ariya) รถยนต์เอสยูวีครอสโอเวอร์ไฟฟ้า ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า 100% มอบอัตราเร่งที่ทรงพลัง การขับขี่ที่ราบรื่นและสงบเงียบในขณะขับเคลื่อน ผู้ขับขี่และผู้ร่วมเดินทางสามารถผ่อนคลายและเพลิดเพลินกับการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีระบบการขับขี่อัตโนมัติ ระบบผู้ช่วยเหลือเสมือนจริง การเชื่อมโยงข้อมูลอย่างไร้รอยต่อ และการออกแบบภายในที่กว้างขวางสร้างบรรยากาศเสมือนห้องรับรองอันหรูหรา ด้วยระยะทางการขับขี่ถึง 610 กิโลเมตร (ภายใต้มาตรฐานการทดสอบรถยนต์ WLTP ของประเทศญี่ปุ่น) “นิสสัน อริยะ เป็นรถที่สวยงามและน่าทึ่งอย่างแท้จริง ช่วยให้คุณเดินทางได้ไกลขึ้น ง่ายขึ้น และสะดวกสบายยิ่งขึ้น นิสสัน อริยะ ออกแบบมาเพื่อสร้างความประทับใจ และแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่นิสสันมุ่งมั่นเพื่อทำให้ลูกค้าของเรามีชีวิตที่ดียิ่งขึ้น” – อัชวานี กุปตา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของนิสสัน (Ashwani Gupta, Nissan’s chief operating officer) ด้วยการผลิตของนิสสันในฐานะผู้บุกเบิกรถยนต์ไฟฟ้า นิสสัน อริยะ ยกระดับประสิทธิภาพและขีดความสามารถของยานยนต์ไร้มลพิษไปอีกขั้น ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าของนิสสัน อริยะ ได้ผสานการถ่ายทอดกำลังขับเคลื่อน และประสิทธิภาพการชาร์จที่ดีเยี่ยม พร้อมระยะทางในการขับขี่ที่ไกลกว่าเดิมเข้าด้วยกัน ลูกค้าสามารถเลือกกำหนดค่าต่าง ๆ ตามความต้องการในการขับขี่ของลูกค้าที่หลากหลาย
เคยรู้สึกว่าอยากมีความแข็งแกร่งสามารถยกของหนักๆ ได้ นานๆ แต่ขี้เกียจออกกำลังกายรึเปล่า? บริษัทผู้นำด้านเทคโนโลยีจากเยอรมัน อาจทำให้ฝันของเราเป็นจริงได้ เมื่อเร็วๆ นี้ ทางบริษัทได้เริ่มจำหน่ายชุดพาวเวอร์สูทตัวใหม่ ที่ช่วยพัฒนาการเคลื่อนไหว และเสริมพลังของผู้สวมใส่ให้สามารถยกของหนักได้มากขึ้นและนานขึ้นกว่าปกติ The 4th generation cray x ชุดสมาร์ทพาวเวอร์สูทรุ่นใหม่ของบริษัท german bionic ที่ผสมผสานสติปัญญาของมนุษย์กับพลังงานจักรกล ถูกผลิตขึ้นมาด้วยความตั้งใจที่ว่า จะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุในที่ทำงาน สมาร์ทพาวเวอร์สูทชุดนี้มาพร้อมกับ servo motors ประสิทธิภาพสูงที่จะช่วยเพิ่มความสามารถของผู้สวมใส่ให้สามารถยกของหนักสูงสุด 28 กก. พร้อมแบตเตอร์รี่ที่ใช้งานได้ยาวนานถึง 8 ชม. แต่ชุดนี้ก็ไม่ได้มีดีแค่ทำให้เรายกของหนักได้มากขึ้นเพียงอย่างเดียว มันยังมาพร้อมกับระบบอัพเดทซอฟแวร์อัตโนมัติ และระบบ Predictive Maintanance ที่จะช่วยให้เราแน่ใจได้ว่าสมาร์ทเวอร์สูทจะทำงานได้อย่างยาวนานที่สุด แถมผู้ใช้ยังสามารถเชื่อมต่อสมาร์ทพาวเวอร์สูทกับระบบของโรงงานอัจฉริยะ (smart factory) เพื่อกระตุ้น productivity สุขภาพ รวมถึงความปลอดภัยของคนงานได้อีกด้วย ความโดดเด่นอีกอย่างหนึ่งของสมาร์ทพาวเวอร์สูทชุดนี้ คือ มันมีส่วนประกอบของคาร์บอนไฟเบอร์ ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแกร่งที่มากกว่าเหล็ก แต่มีน้ำหนักเบา มันจึงเป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมในอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ (aerospace) รวมถึง การแข่งขัน Formula 1
Lotus Evija (อ่านว่า E-Vi-Ya) รถยนต์บ้าพลังคันล่าสุดจากอังกฤษ ที่แม้จะยังไม่ได้เริ่มลงมือผลิต แต่ก็ลั่นวาจาไว้แล้วว่า Evija จะเป็นรถ Battery-Electric Hypercar พลังงานไฟฟ้าที่ทำเวลา 0-300 km/h ได้เร็วที่สุดในโลก ทุกวันนี้อาจจะยากที่จะทำเวลา 0-100 km/h ให้เร็วเกินขีดจำกัดของรถยนต์ 4 ล้อได้ เพราะปัจจุบันรถยนต์หลายรุ่นสามารถทำลายขีดจำกัดต่ำกว่า 2 วินาทีกันไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Rimac C_Two 1.85 วินาที, Aspark Owl 1.69 วินาที ซึ่งสำหรับ Lotus Evija ที่ทำเวลา 0-100 km/h ภายในไม่เกิน 3 วินาที จึงอยู่ห่างไกลจากการสร้างสถิติใหม่ได้ หรือแม้แต่จะขยับขึ้นมาเป็น 0-200 km/h ที่ตัวเลข 6 วินาทีนิด ๆ ก็ยังไม่ได้เร็วไปกว่า Bugatti Chiron Pur Sport
บนถนน คงไม่มีใครกล้าหาเรื่อง Godzilla จากแดนญี่ปุ่น Nissan GT-R จรวดทางเรียกนักฆ่า Supercars แต่สำนักแต่งอย่าง Classic Youngtimers Consultancy คิดว่าถนนยางมะตอยยังไม่เพียงพอ GT-R ต้องเป็นหนึ่งในทางฝุ่นด้วย จึงเป็นที่มาของโปรเจค Nissan GT-R Offroad ‘Godzilla 2.0’ ภายนอกยังคงมีความดุดันของ Nissan GT-R อยู่เต็มเปี่ยม แต่ที่เพิ่มขึ้นคือลวดลาย Camoflage wrap และช่วงล่างแบบ Offroad ซึ่งยก GT-R ให้มี clearance ใต้รถเพิ่มเป็น 12 cm. เพียงพอที่จะเข้าไปลุยทางป่าเขาแบบ Rally Racing พร้อมซุ้มล้อแปลกตาที่สร้างพื้นที่สำหรับช่วงล่างและยาง Offroad ที่โหดสำหรับสายลุยมากขึ้น ด้านหน้ามีการติดตั้ง LED spotlight 2 ดวง ด้านบนติดตั้ง Roof rack, light bar และล้ออะไรขนาดใหญ่เพื่อใช้เปลี่ยนในยามไม่คาดฝัน และมันใหญ่เกินกว่าจะเก็บไว้ในช่องยางอะไหล่ปกติ
หลังจากชาวหนอนต้องเงียบกริบอยู่หลายปี บางคนก็ปันใจไปหา Nikon บ้างก็ปันใจไปหา Sony แต่แล้วอยู่ ๆ Canon ก็เปิดตัวฮีโร่ที่จะเรียกศรัทธาจากมิตรรักแฟนเพลงให้กลับมายืดอกพกกล้องกันอีกครั้งอย่างภาคภูมิใจ กับกล้อง flagship ตัวใหม่ของค่าย Canon EOS R5 ที่มีดีทั้งวีดีโอและภาพนิ่งชนิดค่ายอื่นต้องรีบกลับไปทำการบ้านมาใหม่เลยทีเดียว Canon EOS R5 ถือเป็นกล้องโปรแบบ full-frame mirrorless ที่จัดสเปกมาอย่างโหดเหมือนโกรธและอั้นมานาน ใช้เซนเซอร์ Full-frame CMOS 45-megapixel native ISO 100-51,200 (extension สูงสุด 102,400) ตัวประมวลผล DIGIC X Image Processor ถ่ายภาพนิ่งได้เร็วต่อเนื่องสูงสุด 20 ภาพต่อวินาทีด้วย Electronic shutter และ 12 ภาพต่อวินาทีด้วย Mechanical shutter พร้อม in-body five-axis sensor-shift image stabilization 8
ถ้าคิดถึงสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ ที่ดูไม่น่าเป็นไปได้ และไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีคนสร้างมันขึ้นมา ว่ากันว่าสิ่งนั้นมักจะหาได้ในประเทศญี่ปุ่น ขึ้นชื่อว่าเย็นก็หนาวมาก แต่หน้าร้อนก็ร้อนจัดไม่ต่างจากบ้านเราเลย และมีท่าทีจะร้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปี นักประดิษฐ์แดนอาทิตย์อุทัยจึงไม่พลาดที่จะสร้างสรรค์ทางออกมหัศจรรย์อย่าง Reon Pocket อุปกรณ์สร้างความเย็นความร้อน หรือเรียกว่าเป็นทั้งแอร์ และฮีตเตอร์แบบพกพา ผลงานของ Startup Accelaration Progam by Sony ของญี่ปุ่น ดังนั้นเชื่อมือได้ว่าไม่ใช่ของไก่กาแน่นอน Reon Pocket portable thermoelectric cooling and heater ของ Sony รูปร่างหน้าตาดูคล้าย Magic Mouse ของ Apple มีขนาดเล็กแค่ราวบัตร ATM น้ำหนักเบาเพียง 85 กรัม สามารถทำความเย็นได้ต่ำสุดที่ราว 13 องศาเซลเซียส และเพิ่มความร้อนให้ได้มากที่สุด 8 องศาเซลเซียส จากอุณหภูมิร่างกายปกติ ซึ่งต้องใช้สอดเสียบเข้าไปในเสื้อที่ออกแบบให้มีช่องด้านหลังบริเวณคอของผู้สวมใส่ โดยอุปกรณ์จะเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth ให้เราควบคุมอุณหภูมิที่ต้องการด้วย Smartphone
โลกของเรากำลังเข้าสู่ยุค New Normal อย่างเต็มตัว ขณะเดียวกันวิถีชีวิตแบบเว้นระยะห่างทางสังคมก็ยิ่งทำให้ทุกคนมองเห็นความสำคัญของ “สมาร์ทโฟน” เพิ่มมากขึ้น เพราะอุปกรณ์ชิ้นนี้ ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตของเรา ไม่ว่าจะเป็นการโทรเพื่อพูดคุย หรือต่อสายวิดีโอคอลประชุมกับเพื่อนร่วมงาน ไปจนถึงการทำหน้าที่เป็นกล้องถ่ายรูป คอยเก็บบันทึกและอัพเดทชีวิตประจำวัน จึงไม่แปลกที่เราจะมองหาสมาร์ทโฟนที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองมาไว้ในครอบครอง โดยเฉพาะคนยุคใหม่ที่ชีวิตผูกติดอยู่กับการสื่อสารและเทคโนโลยีตลอดเวลา ในขณะเดียวกันมีแบรนด์สมาร์ทโฟนที่กำลังเติบโต และได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว น่าจับตาเป็นพิเศษอย่าง เรียลมี (realme) ทำให้เราสนใจว่า อะไรคือเหตุผลที่ทำให้แบรนด์สมาร์ทโฟนที่เพิ่งก่อตั้งได้เพียง 2 ปี สามารถก้าวกระโดดขึ้นมาเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนที่เติบโตเร็วที่สุดในโลกได้ในปีนี้ มา UNLOCK แนวคิดที่น่าสนใจ รวมถึงสมาร์ทโฟนที่น่าจับตามองไปพร้อม ๆ กัน เรียลมี (realme) เป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนที่ก่อตั้งขึ้นในเดือนพฤษภาคม ปี 2561 โดยเป้าหมายหลักของพวกเขา คือการสร้างและนำเสนอสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมงานออกแบบที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพและตอบสนองการใช้งานอย่างรวดเร็ว ซึ่งหลังเปิดตัวเข้าสู่ตลาดได้ไม่นาน พวกเขาก็ถูกรู้จักและได้การยอมรับในฐานะแบรนด์สมาร์ทโฟนที่มาพร้อมคำนิยามว่า Power และ Style ด้วยการดีไซน์ที่มีความสวยงามและประสิทธิภาพแบบจัดเต็มอยู่ในเครื่องเดียว ปัจจุบันเรียลมีกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง และก้าวขึ้นมาเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนที่โตเร็วที่สุดในโลกโดยใช้เวลาเพียง 2 ปีเท่านั้น ทั้งหมดมีจุดเริ่มต้นมาจากการทำงานภายใต้แนวคิด Dare to Leap หรือการกล้าที่จะก้าวกระโดด โดยจุดเริ่มต้นของเรียลมี


