ถ้าหากลองกางลิสต์รายชื่อนักร้องยุค 90s ที่โด่งดังมาก ๆ ในสมัยที่เป็นยุคทองของวงการเพลง ทุกคนจะนึกใครกันบ้าง? แน่นอนว่าหนึ่งในนั้นจะต้องมีแรปเปอร์หนุ่มรุ่นเก๋า มากความสามารถอย่าง คุณเจ เจตริน อยู่ในลิสต์อย่างไม่ต้องสงสัย ผลงานเพลงแต่ละอัลบั้มการันตีด้วยยอดขายตลับเทปที่ถล่มทลาย แถมยังได้ฝากท่าเต้นอมตะตลอดกาลในเพลง ฝากเลี้ยง เอาไว้จนขึ้นหิ้งเป็นตำนานของไทยอีกด้วย และอย่างที่ทุกคนรู้กันว่า นอกจากบทบาทการเป็นนักร้องแล้ว ในอีกด้านหนึ่ง คุณเจ เจตริน ยังมีดีกรีเป็นถึงแชมป์เจ็ตสกี พ่วงด้วยแชมป์โปรทัวร์อื่น ๆ อีกนับไม่ถ้วน เรียกว่า ไปแข่งที่ไหน ก็ได้แชมป์ติดไม้ติดมือกลับมาฝากคนไทยเสมอ และนอกจากความเร็วทางน้ำ คุณเจยังเป็นคนที่ชื่นชอบรถยนต์ และความเร็วของรถยนต์สมรรถนะสูง ดังนั้นรถยนต์ที่คุณเจตัดสินใจครอบครองจึงต้องเป็นรถยนต์ที่ยอดเยี่ยมอย่างไม่ต้องสงสัย แน่นอนว่ากิจกรรมความเร็วเป็นของคู่กันกับผู้ชายอยู่แล้ว หลายคนฝันที่จะมีรถสปอร์ตเป็นของตัวเองสักคัน ซึ่งคุณเจก็เป็นหนึ่งในนั้น เขาหลงใหลในความเร็วตั้งแต่ยังเด็ก ถึงขนาดเคยไปยืนดูแข่งรถแบบ Underground ตามถนนเป็นประจำ เมื่อโตมาได้มีโอกาสเป็นคนขับเอง วินาทีที่ได้สัมผัสกับความเร็วระดับรถแข่ง คุณเจรู้ทันทีว่า “นี่มันคือตัวตนของเราแล้วล่ะ” ความหลงใหลที่มีต่อความเร็วจึงติดตัวเขามาตลอดนับแต่วันนั้น โดยคุณเจให้คำนิยามกับกีฬา Motorsports ว่า ความเท่ ความเจ๋ง และความอันตรายของมันคือ ของจริง นอกจากจะมีเรื่องความเร็ว ความท้าทาย ยังมีเรื่องของเครื่องยนต์ที่ดังกระหึ่มเร้าใจ เพียงแค่เสียงเครื่องถูกสตาร์ทติดขึ้น อะดรีนาลีนของเราก็พุ่งพล่านไปทั่วทุกส่วนของร่างกาย
หลังจากรอคอยกันมาอย่างยาวนาน พร้อมภาพหลุดนับร้อยนับพันภาพ กระจังหน้าที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง ในที่สุดก็ถึงเวลาเผยโฉมและข้อมูลสเปกทั้งหมดของ 2021 BMW M3 generation ที่ 6 และ M4 Coupe generation ที่ 2 ซึ่งได้รับการปรับปรุงจนกลายเป็น M ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา ไม่ว่าจะเป็นระบบขับเคลื่อน all-wheel-drive และสมรรถนะระดับ 500 แรงม้าจากโรงงาน BMW M3 M4 ทั้งสองโมเดลใช้เครื่องยนต์ S58 twin-turbo 3.0-liter 6 สูบเรียง 473 horsepower at 6,250 rpm แรงบิด 550 Nm of toque มีให้ใช้ยาว ๆ ตั้งแต่ 2,650 – 6,130 rpm เทียบกับรุ่นก่อนหน้านับว่ามีแรงม้าเพิ่มขึ้นถึง 48 ตัว ทำเวลา 0-100
เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา McLaren พึ่งจะเผยโฉม McLaren Senna LM ที่ผลิตแบบ limited edition สุดพิเศษเพียง 5 คัน เพื่อฉลองให้กับโอกาสครบรอบ 25 ปีที่ McLaren F1 GTR สามารถเข้าเส้นชัย 24 Hours Le Mans ในปี 1995 ได้อย่างสวยงามถึง 5 คัน แต่นั่นก็ยังไม่พิเศษพอ เมื่อเทียบกับเวอร์ชั่น Track-only McLaren Senns GTR LM ที่ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 5 คันเช่นเดียวกัน มาพร้อมลวดลวยที่ยกมาจากรถ McLaren F1 GTR ในอดีต บนบอดี้ของ Senna ยุคใหม่ที่โหดยิ่งกว่าเดิม รถ McLaren F1 GTR ทั้ง 5 คัน คือรถที่เข้าเส้ยชัยในการแข่งขัน 1995
ชื่อ Land Rover 110 เป็นที่หลงใหลของผู้ชายเล่นรถมานานนับตั้งแต่เริ่มทำตลาดในปี 1983 ด้วยดีไซน์ที่คลาสสิค มีเสน่ห์แบบผู้ดีอังกฤษมาจนถึงทุกวันนี้ โดยมีเลข 110 เป็นตัวบอกความยาวตัวถัง 110 นิ้ว หรือราว 2,800 มิลลิเมตร (ยังมี Land Rover 90 หมายถึงความยาวตัวถังราว 93 นิ้ว และ 127 ความยาวตัวถัง 127 นิ้ว) ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี ดีไซน์ของรถที่แสดงออกชัดเจนถึงความเป็นรถลุยที่มีสไตล์ ทำให้หลายคนยอมควักเงินจำนวนแพงกว่าราคาตลาดเพื่อให้ได้ครอบครอง Land Rover 110 สภาพดี และมีสำนักแต่งรถจากทั่วโลกที่นิยมนำมันมาฟื้นฟูสภาพ หรือแม้แต่ดัดแปลงเป็นรถ PHEV ซึ่งล้วนได้รับความนิยมระดับ sold out ตั้งแต่เปิดรับ pre-order สำหรับเวอร์ชั่นล่าสุดที่เราหยิบมานำเสนอ เป็นผลงานของ Osprey Custom Cars ตั้งอยู่ใน North Carolina ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้าง Ford Broncos, Toyota
ใครซื้อ Honda N-One ไปตั้งแต่ generation แรก เราขอแสดงความยินดีด้วย เพราะมันถือเป็นรถที่ยากจะตกรุ่นแห่งวงการรถยนต์เลยทีเดียว ถ้าย้อนไปดู H0nda N-One ที่ออกสู่ตลาดตั้งแต่ปี 2012 มาจนถึงความเคลื่อนไหวล่าสุดที่แม้จะเรียกว่าเป็น Major Update แต่ก็ยากจะสังเกตความเปลี่ยนแปลง เพราะแม้กระทั่ง Honda เอง ยังระบุในเว็บไซต์ว่า “It doesn’t seem to have changed, but it has changed so much.” มาดูกันดีกว่าว่า Major Update ความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เปลี่ยนแปลงนั้นมีอะไรใหม่ใน Honda N-One บ้าง เริ่มจากการเพิ่มไฟหน้า LED headlights ในทุกรุ่น เสริมความทันสมัยและความปลอดภัย แถมยังได้ Honda Sensing safety suite แบบครบ ๆ ตั้งแต่ adaptive
ใกล้จะเปิดตัวเต็มทีแล้ว สำหรับรถยนต์ทรง Compact Crossover จากแดนเกาหลีใต้ ที่สามารถทำผลงานได้ดีจนเป็นที่นิยมไปทั่วโลก นี่คือ 2020 Hyundai Tucson คู่แข่งตัวสำคัญใน category ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน สามารถต่อกรกับ Honda CR-V, Toyota RAV4 ได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ 2020 Hyundai Tucson generation ใหม่ มีจุดเด่นที่เน้นย้ำเรื่องความทันสมัยที่พร้อมจะลุยไปได้ทุกที่ ซึ่งเป็นจุดขายที่รถตระกูลลุยยังไม่มีใครนำไปครอบครอง ใน generation นี้ Tucson ได้พัฒนามาใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ดีไซน์ภายนอก ภายใน ขุมพลัง ระบบขับเคลื่อนที่มีให้เลือกหลากหลาย หรือแม้แต่วัตถุดิบที่ล้ำสมัย การดีไซน์ด้านนอกของ 2020 Hyundai Tucson ทำได้อย่างยอดเยี่ยมจนดูเหมือนกับรถเวอร์ชั่น Prototype แต่นี่คือรถที่พร้อมเข้าสู่สายการผลิต โคมไฟหน้าที่รวมเข้ากับกระจังหน้าอย่างแนบเนียนลงตัว ซึ่ง Hyundai เรียกมันว่า “Kinetic Jewel Surfacing” ให้อารมณ์ทันสมัยและเป็นจุดเด่นที่แตกต่างจากค่ายอื่น ส่วนไฟท้ายแบบ quad LED 4 ชิ้นเชื่อมต่อกับไฟท้ายเส้นที่ลากยาวต่อเนื่องตามเทรนด์สมัยใหม่
สำหรับผู้ชายอย่างเราการได้ขับขี่รถยนต์สมรรถนะสูงถือเป็นเรื่องที่หลายคนฝันอยากจะทำให้สำเร็จ โดยเฉพาะหนุ่ม ๆ ที่หลงใหลความเร็วและต้องการครอบครองรถยนต์ที่แสดงพลังบนท้องถนนได้มีประสิทธิภาพต่างจากรถที่วิ่งอยู่ในสนามแข่ง ขณะเดียวกันมีรถยนต์จำนวนไม่น้อยในโลกใบนี้ที่ได้รับอิทธิพลและแรงบันดาลใจในการสร้างมาจากความหลงใหลในโลกแห่งการแข่งขันรถยนต์ แต่คงไม่มีรถยนต์ตระกูลไหนจะสามารถถ่ายทอดจิตวิญญาณของรถแข่งลงในรถที่ใช้งานบนท้องถนนได้ดีไปกว่ารถยนต์จาก Mercedes-AMG ในตระกูล “GT Family” แต่เพราะเหตุผลอะไร วันนี้มาทำความรู้จักยนตรกรรมเหล่านี้ให้ดีขึ้นไปพร้อมกัน จุดเริ่มต้นของ “GT Family” เริ่มขึ้นในปี 2010 เมื่อโรงงาน Mercedes-AMG ที่ตั้งอยู่ในเมือง Affalterbach ได้ให้กำเนิดรถยนต์อย่าง Mercedes-Benz SLS AMG ขึ้นมา ด้วยดีไซน์ที่สวยงามโดยเฉพาะประตูแบบ Gullwing ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรถยนต์รุ่นไอคอนอย่าง Mercedes-Benz 300SL Gullwing ก็ทำให้รถยนต์คันนี้ได้รับเสียงตอบรับที่ท่วมท้นจากคนรักรถยนต์ทั่วโลก อย่างไรก็ตามความสวยงามในด้านงานดีไซน์ของ SLS AMG เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความสำเร็จของรถยนต์คันนี้ เพราะสิ่งที่โดดเด่นเหนือสิ่งอื่นใดคือขุมพลังใต้ฝากระโปรงที่มาพร้อมเครื่องยนต์ที่ให้พลังสูงถึง 571 แรงม้าและแรงบิดที่ 630 นิวตันเมตร ส่งผลให้ Mercedes-Benz SLS AMG กลายเป็นรถยนต์ที่วิ่งด้วยเครื่องยนต์ Naturally Aspirated Engine (NA) ที่ทรงพลังที่สุดในเวลานั้น และกลายเป็นต้นกำเนิดให้กับรถยนต์ในตระกูล GT ในเวลาต่อ
บนโลกใบนี้จะมีคนที่หลงใหลในการแข่งขันรถยนต์สักกี่คน ที่มีโอกาสได้ใช้เวลาอยู่กับสิ่งที่ตัวเองรักนานกว่า 50 ปี พร้อมผ่านการทำงานในวงการมอเตอร์สปอร์ตมาครบถ้วนทุกตำแหน่ง ตั้งแต่การเป็นนักแข่ง ทีมช่างและผู้พัฒนารถแข่ง รวมไปถึงตำแหน่งเจ้าของทีมแข่งรถสูตร 1 ที่สร้างความสำเร็จเอาไว้มากมายจนกลายเป็นตำนานอีกหนึ่งบทของวงการ Formula 1 เหมือนกับชีวิตของชายที่ชื่อ แฟรงค์ วิลเลียมส์ กับทีม Williams Racing อย่างไรก็ตามแม้จะประสบความสำเร็จและสร้างเกียรติประวัติเอาไว้มากมาย แต่ด้วยปัญหาทางด้านการเงินที่พยายามต่อสู้มานานหลายปี ก็ทำให้ครอบครัววิลเลียมส์ต้องยอมลดบทบาทของตัวเองเพื่อความอยู่รอดทีมรถสูตร 1 ซึ่งปัจจุบันเป็นการแข่งขันที่ต้องใช้เงินทุนในการทำทีมด้วยเงินมูลค่าหลักหลายพันล้านบาท แม้การยุติบทบาทของครอบครัววิลเลียมส์จะทำให้ แคลร์ วิลเลียมส์ รวมถึงตัวของ เซอร์แฟรงค์ วิลเลียมส์ ต้องถอยออกมาจากการทำทีมเพื่อหลีกทางให้กับกลุ่มทุนใหม่ แต่จิตวิญญาณที่หลงใหลในการแข่งรถของชายคนนี้ยังคงถูกจดจำจากคนที่รักในความเร็วเสมอ และวันนี้เราจะพาทุกคนย้อนชมความสำเร็จบนเส้นทางการแข่งขันแห่งโลกความเร็วของชายคนนี้ไปพร้อมกันครับ ฟรานซิส โวเอน กาเบท วิลเลียมส์ หรือ แฟรงค์ วิลเลียมส์ เกิดและเติบโตในย่านเซ้าท์ชีลด์ส เมืองเล็ก ๆ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอังกฤษ ถูกเลี้ยงดูโดยลุงและป้าหลังจากที่พ่อแม่แยกทางกัน ก่อนตัวเขาจำเป็นต้องย้ายเข้าโรงเรียนประจำในประเทศสกอตแลนด์ เพื่อรับโอกาสชีวิตที่ดีขึ้นตามความต้องการของคุณยาย แฟรงค์ในวัยเด็กสนใจในรถยนต์และการแข่งรถอย่างกระตือรือร้นเกินวัย ช่วงเวลาว่างเขามักจะวิ่งไปรอบ ๆ โรงเรียนเพื่อแกล้งทำว่าตัวเองกำลังอยู่ในรถแข่ง รวมถึงชอบเวลามีโอกาสได้นั่งรถยนต์ของผู้ปกครองเพื่อน ๆ แฟรงค์เล่าว่าเมื่อมองย้อนกลับไปมันค่อนข้างไร้สาระ แต่ทั้งหมดก็ได้สร้างตัวตนของเขาที่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทุกอย่างขึ้นมา เมื่อโตขึ้น
Ducati Scrambler มอเตอร์ไซค์ที่ใส่ยางบั้งมาพร้อมความคล่องตัว เป็นภาพที่อยู่คู่โลกใบนี้มากว่า 60 ปี แต่วันนี้เราจะพบเห็น Ducati Scrambler ได้ใน 2 เวอร์ชั่นที่เล็กและรักษ์โลกมากกว่า ด้วยจักรยานไฟฟ้า Ducati Urban-E และ SCR-E (Scrambler) Electric Bicycle ผลงาน Electric Bicycle ทั้งหมดนี้เป็นโปรเจคที่ Ducati ร่วมมือกับ Italdesign พัฒนา 2 โมเดลจักรยานไฟฟ้าสำหรับรองรับสองการใช้งานที่ต่างกัน โดย Urban-E เหมาะสำหรับใช้งานในเมือง และ SCR-E / SCR-E Sport เหมาะสำหรับใช้ลุย โดยได้แรงบันดาลใจมาจากรุ่น Scrambler อย่างชัดเจน โดยเฉพาะตะเกียบคู่และยางบั้งขนาดใหญ่สำหรับสายลุย Off-road ทั้งสามรุ่นสามารถพับเฟรมและถอดแฮนด์เก็บได้อย่างง่ายดายโดยจะมีขนาดเหลือเพียงครึ่ง ซึ่งเหมาะกับการพกพาใส่ท้ายรถได้ไม่ว่าจะเป็น Eco car ที่พื้นที่จำกัดก็ตาม จุดเด่นของ Ducati Urban-E และ SCR-E คือความบางของดีไซน์
ด้วยจุดมุ่งหมายที่ต้องการสร้างสถิติและคำนิยามใหม่ให้กับมอเตอร์ไซค์พลังงานไฟฟ้าที่แรงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน Concept Z by ed motorcycle คือผลงานที่ตอบโจทย์ที่สุดในเวลานี้ ด้วยแรงบิดสูง 850 Nm of torque ในดีไซน์ที่ดุดันสไตล์ Street Tracker bike ที่ใช้งานได้ในทุกสภาพถนน เคล็ดลับหัวใจสำคัญที่ทำให้ Concept Z by ed ทำแรงบิดได้มหาศาล มาจากขุมพลังแบตเตอรี่ไฟฟ้า 99V High-performance lithium สร้างแรงบิด 850 นิวตันเมตรสู่ล้อหลัง 100% ขับเคลื่อนแบบ linear torque ด้วยเทคโนโลยี One-gear, No-clutch เช่นเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้าอย่าง Tesla หรือ Porsche Taycan ระบายความร้อนได้ดีด้วยระบบ Air-Cooled โดยไม่ต้องใช้น้ำหล่อเย็น หมายความว่าการดูแลรักษา Concept Z เป็นเรื่องที่ง่ายมากขึ้น ควบคุมรถได้อยู่มืออย่างนุ่มนวลด้วยการใช้ co-axial swingarm ด้านหลัง ทั้งหมดเพื่อรองรับความเร็วสูงสุด 150


