หลังมีข่าวลือหนาหูมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว วันนี้เรามีคำยืนยันอย่างเป็นทางการว่า BMW จะหยุดสายพานการผลิต i8 ในเดือนเมษายนที่จะถึงนี้ หลังทำตลาดอยู่ในกลุ่ม Supercar ของค่ายมานานกว่า 6 ปี และประกอบขายไปได้มากกว่าแผนที่วางเอาไว้ ทะลุ 20,000 คันตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา แม้จำนวน 20,000 คันในช่วงเวลา 5 ปีจะดูไม่ใช่ตัวเลขที่เยอะกว่าใคร แต่ BMW i8 ก็นับว่าเป็นรถยนต์ในกลุ่มที่ไม่ธรรมดา เพราะนอกจากจะมีดีไซน์ล้ำยุคนับตั้งแต่วันที่เปิดตัวในปี 2014 จนกระทั่งวันนี้ และในอนาคตมันก็ไม่มีวี่แววว่าจะล้าสมัยลงได้เลย ในด้านเทคโนโลยีมันคือรถยนต์กลุ่มแรกที่ใช้ระบบเครื่องยนต์เผาไหม้ 3-cylinder 1.5-liter turbocharged จับคู่กับ Electric Motor 98 kW ให้พละกำลังรวมมากถึง 369 horsepower, 420 lb-ft of torque ทำเวลา 0-100 km/h ได้ภายใน 4.4 วินาที นับเป็นสิ่งมหัศจรรย์ล้ำหน้ามากในปีนั้น ด้วยความพิเศษของ i8 การหยุดสายพานการผลิตของมันลงในเดือนเมษายนที่จะถึงนี้ BMW
หนุ่ม ๆ ที่เป็นแฟนของค่ายซูเปอร์คาร์จากประเทศอังกฤษอย่าง McLaren ปลายปีนี้เตรียมเฮกันได้เลย เพราะ McLaren เพิ่งประกาศเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ที่น้ำหนักเบาและทรงพลังที่สุดในตระกูล Longtail โดยขนานนามให้กับมันว่า 765LT 765LT เป็นรถยนต์รุ่นล่าสุดของ McLaren Super Series ต่อจากโมเดล 720S ที่มีขนาดตัวรถยาวกว่ารุ่นก่อนหน้าเล็กน้อย รวมถึงน้ำหนักเบากว่าถึง 80 กิโลกรัม โดยได้แรงบันดาลใจและใช้อุปกรณ์บางชิ้นเหมือนจาก McLaren Senna และวางแผนจะผลิตเพียง 765 คันเท่านั้น McLaren 765LT ยังคงดีไซน์ภายนอกเหมือนกับในรุ่น 720s ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้ารวมถึงช่องอากาศด้านล่างตัวรถ แต่มีการเพิ่มช่องอากาศขนาดเล็ก 2 ช่องไว้บนซุ้มล้อหน้า รวมถึงใช้กระจกมองข้างสีทู-โทนที่เข้ากันอย่างลงตัว ดีไซน์ด้านหลังของ 765LT ใช้เป็นตระแกรงผสมกับคาร์บอนไฟเบอร์ รวมถึงชุดท่อไอเสียแบบ 4 ช่องที่หุ้มด้วยไทเทเนียมพร้อมกระจกแบบบางพิเศษสไตล์มอเตอร์สปอร์ต สำหรับหนุ่ม ๆ ที่กลัวว่าจะมีสีรถให้เลือกไม่จุใจสายซิ่งที่ชอบสีสัน ทาง McLaren เขาบอกมาว่าหายห่วง เพราะ 765LT นั้นมาพร้อมสีสันให้เลือกหลากหลายแน่ ๆ แต่อาจต้องรอยืนยันสีสันทั้งหมดอย่างเป็นทางการอีกครั้ง นอกจากนี้ยังให้ชุดยาง
ใครที่กำลังมองหากล้องฟูลเฟรมที่มีประสิทธิภาพในงานทั้งการถ่ายภาพและถ่ายวิดีโอ โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นสาวกของแบรนด์ Leica บอกเลยว่าเตรียมตัวกำเงินเอาไว้ให้ดี เพราะค่ายกล้องหรูเตรียมเปิดตัว Leica S3 กล้อง DSLR ตัวล่าสุดในตระกูล Leica S-System หลังจากเคยปล่อยรุ่น S2 ออกมาเมื่อปี 2008 หรือ 12 ปีที่แล้ว งานนี้ใจไม่แข็งพออาจมีเสียทรัพย์เป็นแน่แท้ S3 เป็นกล้อง Medium Format DSLR รุ่นใหม่ล่าสุดมาพร้อมเซนเซอร์ Leica ProFormat CMOS แบบฟลูเฟรมขนาด 30 x 40 มิลลิเมตรความละเอียด 64 เมกะพิกเซล เพิ่มขึ้นจาก Leica S Typ 007 ที่มีความละเอียด 37.5 เมกะพิกเซล โดยเซนเซอร์ตัวล่าสุดสามารถดัน ISO ได้ตั้งแต่ 100 สูงสุดที่ 50,000 พร้อมกันยังมีค่า Dynamic Range สูงถึง 15-stops
911 รถรุ่นเรือธงของค่าย Porsche นั้นพัฒนาให้แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดปล่อยรถรุ่น Turbo S ของปี 2021 ออกมาแล้ว ว่ากันว่านี่คือรุ่นที่ทรงพลังที่สุดที่เคยผลิตมาของรหัสตัวถัง 992 ปี 2021 Porsche เตรียมเปิดตัวโมเดล 911 “Turbo S” ซึ่งผลิตออก 2 สไตล์ คือ Coupe (2 ประตู) และ Cabriolet (เปิดประทุน) ถือเป็นการขยายไลน์ของ 911 ในรหัส 992 ให้เพิ่มขึ้น หลังการเปิดตัวรุ่น Carrera S และ Carrera S4 ก่อนหน้านี้ 911 “Turbo S” ทั้ง 2 คันยังคงรูปแบบดีไซน์ตัวถังของรหัส 992 เอาไว้ แต่ขยายขนาดความกว้างของตัวรถให้มากขึ้นรวมถึงพัฒนาระบบอากาศพลวัตด้วยให้ดีขึ้นด้วย ทั้ง 2 คันมาพร้อมระบบโครงสร้างรถที่เรียกว่า Porsche Dynamic
BMW (บีเอ็มดับเบิลยู) ประกาศเปลี่ยน Logo หรือตราสัญลักษณ์ครั้งแรกในรอบ 23 ปีและเป็นโลโก้แบบที่ 6 ในรอบ 103 ปีแห่งการก่อตั้งแบรนด์ โดยรถยนต์คันแรกที่ติดตราสัญลักษณ์ใหม่คือ BMW Concept i4 รถยนต์ไฟฟ้าสุดล้ำ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้บีเอ็มดับเบิลยูหวังจะทำให้ผู้คนเข้าถึงรถยนต์ของพวกเขามากยิ่งขึ้นในอนาคต ปี 2019 บีเอ็มดับเบิลยูเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงถึง 23.33 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตามภายใต้ยอดขายที่ดีขึ้นต่อเนื่องพวกเขายังคงพัฒนาตัวเองให้พร้อมเข้าสู่โลกของผู้ผลิตรถยนต์สมัยใหม่ไปพร้อมกัน แต่ก่อนที่เราจะได้รู้จักรถยนต์คันใหม่ที่จะเปิดตัวออกมาในอนาคต วันนี้คอลัมน์ THE ICONIC CARS อยากพาทุกคนย้อนกลับไปทำความรู้จักโลโก้ในอดีตทั้ง 5 ของบีเอ็มดับเบิลยู รวมถึงยนตรกรรมที่โดดเด่นในยุคสมัยของโลโก้นั้น ๆ มาดูกันว่าตลอด 103 ปี สัญลักษณ์แห่งพลังจากแคว้นบาวาเรียนี้ได้สร้างอิทธิพลต่อวงการรถยนต์ไปแค่ไหนและมีรถรุ่นอะไรที่สร้างภาพจดจำให้กับตราสัญลักษณ์ของพวกเขาบ้าง มาทำความรู้จักไปพร้อมกัน Begin of BMW Logo! โลโก้ของบีเอ็มดับเบิลยูมีจุดเริ่มต้นที่ยาวนานโดยต้องย้อนกลับไปในปี 1913 หนึ่งปีก่อนที่สงครามโลกครั้งที่ 1 จะสิ้นสุดลง ชายที่ชื่อ Karl Rapp ตัดสินใจก่อตั้งโรงงานผลิตเครื่องยนต์และชิ้นส่วนเครื่องบินโดยใช้ชื่อว่า Rapp Motorenwerke ในช่วงแรกบริษัทของ Karl
เห็นสีที่คุ้นตากับปุ่ม A B และปุ่มบังคับด้านข้างขาแว่นแบบนี้ คงจะคิดเป็นอื่นไม่ได้นอกจากแว่นนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากเกมบอยที่เราคุ้นเคยชัวร์ ๆ แต่ถ้าคิดว่า UNLOCKMEN จะเลือกแค่แว่นธรรมดา หน้าตาวินเทจนำมาเปลี่ยนเปลือกข้างนอกให้หล่อเฉย ๆ บอกเลยว่าเราคงไม่คัดมาบอกต่อแน่นอน The Mutrics GB-30 คือแว่นตาสไตล์เรโทรประดิษฐ์ขึ้นโดยบริษัท Mutrics เป็นบริษัทดำเนินธุรกิจด้าน AI+IoT ที่อยากออกแบบอุปกรณ์ให้ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์หนุ่ม Urban สายเกมเมอร์ สายบันเทิง สายข้อมูล สารพัดเรื่องที่เราอยากจะ Geek ไปพร้อมโลกดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยฟังก์ชันที่ทำให้เราใช้ชีวิตได้สบายและสนุกขึ้น แว่นเดียวเฟี้ยวฟ้าวได้เพราะฟังก์ชันเหล่านี้ เหตุผลที่เราถูกใจแว่นตาชิ้นนี้เพราะมันรวมฟังก์ชันความบันเทิงแน่น ๆ โดยไม่ลดประสิทธิภาพด้านการมองเห็น ถ้าให้อธิบายให้ชัด เราจะแบ่งมันออกเป็นด้าน ๆ ดังนี้ แว่นตาที่ดี ตัดแสงฟ้า ขาบาง ๆ ใส่แนบหน้าและข้างศีรษะสบาย ๆ กัน UV 400 ได้ 100% เปลี่ยนเลนส์ได้ มีเลนส์กันแดดแถมให้ในกล่อง แว่นตาที่ใช้งานได้รอบด้านในชีวิตประจำวัน มีระบบ Headphone สำหรับฟังได้ผ่านขาแว่น ด้วยระบบ open
Audi ถือเป็นอีกค่ายที่มีรถยนต์พลังงานไฟฟ้าหลายรุ่นเตรียมไว้สำหรับแข่งขันในตลาดในอนาคต หนึ่งในนั้นคือเอสยูวีอย่าง E-Tron 55 Quattro ที่เปิดตัวรถคอนเซ็ปต์ครั้งแรกในปี 2015 และเพิ่งส่งมอบรถคันแรกในลูกค้าไปเมื่อเดือนมีนาคมปี 2019 ที่ผ่านมา หลังเปิดตัว E-Tron กลายเป็นรถที่ได้รับความนิยมได้ทั่วทวีปยุโรปด้วยยอดจองเกิน 10,000 คัน รั้งตำแหน่งรถยนต์ที่ถูกสั่งจองเป็นอันดับ 2 ในเดือนธันวาคมปี 2019 ของประเทศเนเธอแลนด์ แต่พร้อมกันนั้น Audi ก็ได้ทำการพัฒนา E-Tron ออกมาเป็นเอสยูวีครอสโอเวอร์ในชื่อ E-Tron S และ E-Tron Sportback S แต่รถทั้ง 2 คันจะพัฒนาขึ้นจากรุ่นมาตรฐานในจุดไหนบ้าง มาชมไปพร้อมกัน เริ่มที่เรื่องสำคัญที่ทำให้ E-Tron S และ E-Tron Sportback S มีประสิทธิภาพมากขึ้น คือรถทั้ง 2 รุ่นเป็นรถยนต์พลังไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว โดยมอเตอร์ 1 ตัววางไว้ที่เพลาขับด้านหน้าและอีก 2 ตัวที่เพลาขับด้านหลัง ทั้งหมดให้พลังรวมกันที่
ปี 2020 ค่ายรถยนต์ Alfa Romeo จะมีอายุครบ 110 ปี และแบรนด์แห่งความเร็วจากอิตาลีแบรนด์นี้ถือได้ว่ามีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนโลกแห่งยนตรกรรมมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็น Luxury Car, Sport Car หรือ Racing Car ล่าสุดพวกเขาฉลองอายุครบ 110 ปีของตัวเองด้วยรถรุ่นพิเศษอย่าง “GTA Giulia” “GTA Giulia” รุ่นฉลองการครบรอบ 110 ปีของ Alfa Romeo ได้แรงบันดาลใจจาก Alfa Romoe GTA ที่ผลิตระหว่างปี 1965-1969 โดยชื่อ GTA ย่อมาจาก Gran Turismo Alleggerita หรือภาษาอังกฤษแปลว่า Grand Touring Lightened Alfa Romeo ปรับแต่งน้ำหนักของ “GTA Giulia” ให้หายไปถึง 100 กิโลกรัมเพื่อให้สมกับชื่อรุ่นที่เป็นตำนานของมัน ทั้งส่วนหลังคาที่ใช้เป็นวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ กระจกข้างคาร์บอนตกแต่งด้วยลายธงชาติอิตาลี
Citroën (ซีตรอง) ค่ายผลิตรถยนต์จากฝรั่งเศสเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าคันใหม่ของค่ายที่มาพร้อมขนาดกะทัดรัด โดยตั้งใจสร้างให้เป็น Urban Cars ที่ใช้งานในเขตเมืองพร้อมเปิดให้บริการทั้งแบบซื้อขาดและเช่าขับในราคาถูก โดยตั้งชื่อให้ว่า Ami หรือแปลเป็นชื่อไทยว่า เพื่อน ย้อนกลับไปในปี 2019 ซีตรองเปิดตัวรถยนต์คอนเซ็ปต์ชื่อว่า Ami One เพื่อฉลองครบรอบ 100 ปีของแบรนด์ นั้นคือโมเดลต้นแบบที่ซีตรองนำมาพัฒนาต่อเป็น Ami รุ่นปัจจุบันซึ่งรถยนต์ไฟฟ้าคันนี้จะมีฟังก์ชันอะไรน่าสนใจบ้าง มาชมไปพร้อมกัน Ami เป็นรถยนต์ไฟฟ้า 2 ที่นั่งมีความยาวหัวจรดท้ายที่ 2.41 เมตร สร้างขึ้นภายใต้รูปแบบที่วางไว้ให้ใช้อะไหล่น้อยชิ้นที่สุด ยกตัวอย่างคือบอดี้รถด้านหน้าและด้านหลังจะใช้ร่วมกันได้ ประตูทั้ง 2 ข้างที่เปลี่ยนทดแทนได้ ตัวรถมาพร้อมกระจกขนาดใหญ่ 3 ด้าน รวมถึงหลังคากระจกที่ช่วยให้มีทัศนวิสัยในการขับที่กว้างมากเมื่อเทียบกับขนาดของรถ ด้านขุมพลัง Ami ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 6 กิโลวัตต์ที่ให้พลังเทียบเท่า 8 แรงม้าทำให้รถทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 45 กิโลเมตร/ชั่วโมงซึ่งเหมาะต่อการใช้งานในเขตเมือง เช่นไปซื้อของหรือออกกำลัง รถคันนี้มีระยะทางวิ่งอยู่ที่ 70 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง ผ่านสายไฟบ้านโดยใช้เวลาชาร์จประมาณ 3 ชั่วโมง
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าโคโรนาไวรัส (Coronavirus) เป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่ที่คนทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ หลังจากแพร่ระบาดที่เมืองอู่ฮั่นและกระจายตัวในวงกว้างมาร่วมสามเดือน ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้วกว่า 250 รายในประเทศจีน และเชื้อไวรัสนี้ก็กำลังระบาดไปยังอีก 20 ประเทศทั่วโลก จนองค์การอนามัยโลก (WHO) ต้องออกมาประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขโลก ไม่เพียงสร้างความตื่นตัวให้กับผู้คน หากยังสร้างความหวาดกลัวและวิตกกังวลในเวลาเดียวกัน สิ่งเดียวที่ทำได้คือเรียนรู้ ตระหนัก และป้องกันตัวเองด้วยการใส่มาสก์ตลอดจนหมั่นล้างมือให้สะอาด แต่นั่นคงไม่เพียงพอที่จะต่อสู้กับเชื้อไวรัสที่ไม่อาจมองเห็นด้วยตาเปล่า ติดต่อได้ผ่านคน และปะปนอยู่แทบทุกที่รอบตัวเรา Sun Dayong สถาปนิกชาวจีนหนึ่งในผู้ก่อตั้งสตูดิโอออกแบบ Penda ก็รู้สึกได้ถึงผลกระทบของโคโรนาไวรัสและคิดหาไอเดียต่าง ๆ เพื่อป้องกันผู้คนจากเชื้อไวรัสที่กำลังแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่องในตอนนี้ เนื่องจากโคโรนาไวรัสและโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่อาจมีจุดเริ่มต้นมาจากค้างคาว และสถาปนิกรายนี้ก็เชื่อว่าค้างคาวเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่เปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของร่างกายได้อย่างน่าทึ่ง โดยขณะที่บินอุณหภูมิร่างกายของพวกมันสามารถพุ่งสูงถึง 40 องศาเซลเซียสได้ และลดลงอย่างรวดเร็วขณะที่หยุดพัก Sun Dayong จึงนำเรื่องราวของค้างคาว ซูเปอร์ฮีโร่ที่ข้ามขีดความสามารถมนุษย์ และการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิมาผนวกเข้าด้วยกัน จนเกิดเป็น ‘Be a Bat Man’ เสื้อเกราะสุดเจ๋งที่ใช้รังสีอัลตราไวโอเลต หรือ UV ฆ่าเชื้อไวรัส เพื่อให้ผู้สวมใส่มั่นใจได้ว่าสภาพแวดล้อมรอบตัวของพวกนั้นปลอดเชื้ออย่างแท้จริง ตัวเสื้อเกราะใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์เป็นหลัก ดีไซน์รูปลักษณ์ออกมาคล้าย ๆ ปีกค้างคาว ตัวปีกจะเชื่อมต่อกับฟิล์ม


