เห็นสีที่คุ้นตากับปุ่ม A B และปุ่มบังคับด้านข้างขาแว่นแบบนี้ คงจะคิดเป็นอื่นไม่ได้นอกจากแว่นนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากเกมบอยที่เราคุ้นเคยชัวร์ ๆ แต่ถ้าคิดว่า UNLOCKMEN จะเลือกแค่แว่นธรรมดา หน้าตาวินเทจนำมาเปลี่ยนเปลือกข้างนอกให้หล่อเฉย ๆ บอกเลยว่าเราคงไม่คัดมาบอกต่อแน่นอน The Mutrics GB-30 คือแว่นตาสไตล์เรโทรประดิษฐ์ขึ้นโดยบริษัท Mutrics เป็นบริษัทดำเนินธุรกิจด้าน AI+IoT ที่อยากออกแบบอุปกรณ์ให้ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์หนุ่ม Urban สายเกมเมอร์ สายบันเทิง สายข้อมูล สารพัดเรื่องที่เราอยากจะ Geek ไปพร้อมโลกดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยฟังก์ชันที่ทำให้เราใช้ชีวิตได้สบายและสนุกขึ้น แว่นเดียวเฟี้ยวฟ้าวได้เพราะฟังก์ชันเหล่านี้ เหตุผลที่เราถูกใจแว่นตาชิ้นนี้เพราะมันรวมฟังก์ชันความบันเทิงแน่น ๆ โดยไม่ลดประสิทธิภาพด้านการมองเห็น ถ้าให้อธิบายให้ชัด เราจะแบ่งมันออกเป็นด้าน ๆ ดังนี้ แว่นตาที่ดี ตัดแสงฟ้า ขาบาง ๆ ใส่แนบหน้าและข้างศีรษะสบาย ๆ กัน UV 400 ได้ 100% เปลี่ยนเลนส์ได้ มีเลนส์กันแดดแถมให้ในกล่อง แว่นตาที่ใช้งานได้รอบด้านในชีวิตประจำวัน มีระบบ Headphone สำหรับฟังได้ผ่านขาแว่น ด้วยระบบ open
Audi ถือเป็นอีกค่ายที่มีรถยนต์พลังงานไฟฟ้าหลายรุ่นเตรียมไว้สำหรับแข่งขันในตลาดในอนาคต หนึ่งในนั้นคือเอสยูวีอย่าง E-Tron 55 Quattro ที่เปิดตัวรถคอนเซ็ปต์ครั้งแรกในปี 2015 และเพิ่งส่งมอบรถคันแรกในลูกค้าไปเมื่อเดือนมีนาคมปี 2019 ที่ผ่านมา หลังเปิดตัว E-Tron กลายเป็นรถที่ได้รับความนิยมได้ทั่วทวีปยุโรปด้วยยอดจองเกิน 10,000 คัน รั้งตำแหน่งรถยนต์ที่ถูกสั่งจองเป็นอันดับ 2 ในเดือนธันวาคมปี 2019 ของประเทศเนเธอแลนด์ แต่พร้อมกันนั้น Audi ก็ได้ทำการพัฒนา E-Tron ออกมาเป็นเอสยูวีครอสโอเวอร์ในชื่อ E-Tron S และ E-Tron Sportback S แต่รถทั้ง 2 คันจะพัฒนาขึ้นจากรุ่นมาตรฐานในจุดไหนบ้าง มาชมไปพร้อมกัน เริ่มที่เรื่องสำคัญที่ทำให้ E-Tron S และ E-Tron Sportback S มีประสิทธิภาพมากขึ้น คือรถทั้ง 2 รุ่นเป็นรถยนต์พลังไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว โดยมอเตอร์ 1 ตัววางไว้ที่เพลาขับด้านหน้าและอีก 2 ตัวที่เพลาขับด้านหลัง ทั้งหมดให้พลังรวมกันที่
ปี 2020 ค่ายรถยนต์ Alfa Romeo จะมีอายุครบ 110 ปี และแบรนด์แห่งความเร็วจากอิตาลีแบรนด์นี้ถือได้ว่ามีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนโลกแห่งยนตรกรรมมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็น Luxury Car, Sport Car หรือ Racing Car ล่าสุดพวกเขาฉลองอายุครบ 110 ปีของตัวเองด้วยรถรุ่นพิเศษอย่าง “GTA Giulia” “GTA Giulia” รุ่นฉลองการครบรอบ 110 ปีของ Alfa Romeo ได้แรงบันดาลใจจาก Alfa Romoe GTA ที่ผลิตระหว่างปี 1965-1969 โดยชื่อ GTA ย่อมาจาก Gran Turismo Alleggerita หรือภาษาอังกฤษแปลว่า Grand Touring Lightened Alfa Romeo ปรับแต่งน้ำหนักของ “GTA Giulia” ให้หายไปถึง 100 กิโลกรัมเพื่อให้สมกับชื่อรุ่นที่เป็นตำนานของมัน ทั้งส่วนหลังคาที่ใช้เป็นวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ กระจกข้างคาร์บอนตกแต่งด้วยลายธงชาติอิตาลี
Citroën (ซีตรอง) ค่ายผลิตรถยนต์จากฝรั่งเศสเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าคันใหม่ของค่ายที่มาพร้อมขนาดกะทัดรัด โดยตั้งใจสร้างให้เป็น Urban Cars ที่ใช้งานในเขตเมืองพร้อมเปิดให้บริการทั้งแบบซื้อขาดและเช่าขับในราคาถูก โดยตั้งชื่อให้ว่า Ami หรือแปลเป็นชื่อไทยว่า เพื่อน ย้อนกลับไปในปี 2019 ซีตรองเปิดตัวรถยนต์คอนเซ็ปต์ชื่อว่า Ami One เพื่อฉลองครบรอบ 100 ปีของแบรนด์ นั้นคือโมเดลต้นแบบที่ซีตรองนำมาพัฒนาต่อเป็น Ami รุ่นปัจจุบันซึ่งรถยนต์ไฟฟ้าคันนี้จะมีฟังก์ชันอะไรน่าสนใจบ้าง มาชมไปพร้อมกัน Ami เป็นรถยนต์ไฟฟ้า 2 ที่นั่งมีความยาวหัวจรดท้ายที่ 2.41 เมตร สร้างขึ้นภายใต้รูปแบบที่วางไว้ให้ใช้อะไหล่น้อยชิ้นที่สุด ยกตัวอย่างคือบอดี้รถด้านหน้าและด้านหลังจะใช้ร่วมกันได้ ประตูทั้ง 2 ข้างที่เปลี่ยนทดแทนได้ ตัวรถมาพร้อมกระจกขนาดใหญ่ 3 ด้าน รวมถึงหลังคากระจกที่ช่วยให้มีทัศนวิสัยในการขับที่กว้างมากเมื่อเทียบกับขนาดของรถ ด้านขุมพลัง Ami ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 6 กิโลวัตต์ที่ให้พลังเทียบเท่า 8 แรงม้าทำให้รถทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 45 กิโลเมตร/ชั่วโมงซึ่งเหมาะต่อการใช้งานในเขตเมือง เช่นไปซื้อของหรือออกกำลัง รถคันนี้มีระยะทางวิ่งอยู่ที่ 70 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง ผ่านสายไฟบ้านโดยใช้เวลาชาร์จประมาณ 3 ชั่วโมง
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าโคโรนาไวรัส (Coronavirus) เป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่ที่คนทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ หลังจากแพร่ระบาดที่เมืองอู่ฮั่นและกระจายตัวในวงกว้างมาร่วมสามเดือน ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้วกว่า 250 รายในประเทศจีน และเชื้อไวรัสนี้ก็กำลังระบาดไปยังอีก 20 ประเทศทั่วโลก จนองค์การอนามัยโลก (WHO) ต้องออกมาประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขโลก ไม่เพียงสร้างความตื่นตัวให้กับผู้คน หากยังสร้างความหวาดกลัวและวิตกกังวลในเวลาเดียวกัน สิ่งเดียวที่ทำได้คือเรียนรู้ ตระหนัก และป้องกันตัวเองด้วยการใส่มาสก์ตลอดจนหมั่นล้างมือให้สะอาด แต่นั่นคงไม่เพียงพอที่จะต่อสู้กับเชื้อไวรัสที่ไม่อาจมองเห็นด้วยตาเปล่า ติดต่อได้ผ่านคน และปะปนอยู่แทบทุกที่รอบตัวเรา Sun Dayong สถาปนิกชาวจีนหนึ่งในผู้ก่อตั้งสตูดิโอออกแบบ Penda ก็รู้สึกได้ถึงผลกระทบของโคโรนาไวรัสและคิดหาไอเดียต่าง ๆ เพื่อป้องกันผู้คนจากเชื้อไวรัสที่กำลังแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่องในตอนนี้ เนื่องจากโคโรนาไวรัสและโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่อาจมีจุดเริ่มต้นมาจากค้างคาว และสถาปนิกรายนี้ก็เชื่อว่าค้างคาวเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่เปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของร่างกายได้อย่างน่าทึ่ง โดยขณะที่บินอุณหภูมิร่างกายของพวกมันสามารถพุ่งสูงถึง 40 องศาเซลเซียสได้ และลดลงอย่างรวดเร็วขณะที่หยุดพัก Sun Dayong จึงนำเรื่องราวของค้างคาว ซูเปอร์ฮีโร่ที่ข้ามขีดความสามารถมนุษย์ และการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิมาผนวกเข้าด้วยกัน จนเกิดเป็น ‘Be a Bat Man’ เสื้อเกราะสุดเจ๋งที่ใช้รังสีอัลตราไวโอเลต หรือ UV ฆ่าเชื้อไวรัส เพื่อให้ผู้สวมใส่มั่นใจได้ว่าสภาพแวดล้อมรอบตัวของพวกนั้นปลอดเชื้ออย่างแท้จริง ตัวเสื้อเกราะใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์เป็นหลัก ดีไซน์รูปลักษณ์ออกมาคล้าย ๆ ปีกค้างคาว ตัวปีกจะเชื่อมต่อกับฟิล์ม
ต้องยอมรับว่ารถยนต์พลังงานไฟฟ้ากำลังเข้ามามีบทบาทกับชีวิตผู้ชายเรามากขึ้นทุกวัน ทำให้ในปัจจุบันหนุ่ม ๆ หลายคนต่างมองหายนตรกรรมสายพันธุ์ EV ที่เหมาะสมกับการใช้งานของตัวเอง ซึ่งโจทย์สำคัญสำหรับรถยนต์ที่หลายคนมองหานั่นก็คือ “รถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้งานง่ายในชีวิตประจำวัน” รถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้งานง่ายสำหรับหลายคนอาจหมายถึง รถยนต์ที่ตอบโจทย์ทั้งการขับขี่ระยะสั้นในเขตเมืองและการเดินทางระยะไกลออกนอกเมือง รวมถึงมีการดูแลรักษาที่ไม่จุกจิก มีราคาค่าซ่อมบำรุงไม่แพงจนเกินไป ซึ่งถ้าจะมีรถยนต์สักคันที่ตรงกับความต้องการทั้งหมดที่พูดมา เราคิดว่า “NEW MG ZS EV” คืออีกหนึ่งยนตรกรรมยุคใหม่ที่มาพร้อมคุณสมบัติซึ่งตอบสนองความต้องการทั้งหมดได้อย่างครบครัน NEW MG ZS EV เป็นรถยนต์ในเซกเมนต์ Sport Utility Vehicle (SUV) คันแรกของเอ็มจีที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100 เปอร์เซ็นต์ โดดเด่นด้วยงานดีไซน์ภายนอกมาในสีฟ้า “Copenhagen Blue” ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor และแบตเตอรี่ลิเธียม ไอออนความจุ 44.5 kWh ที่ให้อัตราเร่ง 0-50 กิโลเมตรในเวลา 3.1 วินาที ไม่เพียงเท่านั้นรถคันนี้ยังมาพร้อมองค์ประกอบอื่น ๆ ที่จะทำให้การใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าเป็นเรื่องง่ายสำหรับผู้ใช้งานทุกคน หลายคนเคยเข้าใจว่าขั้นตอนการชาร์จประจุไฟของรถยนต์ไฟฟ้าเป็นเรื่องยุ่งยากและสามารถทำได้ในสถานที่เฉพาะเท่านั้น แต่ NEW MG
บางครั้งเทคโนโลยีก็เหมือนแฟชั่น ย้อนกลับไปราวสิบกว่าปีที่แล้วเหล่าวัยรุ่นต่างใช้โทรศัพท์ Blackberry เพื่อแลก PIN บางคนก็ใช้โทรศัพท์มือถือแบบฝาพับ และไอโฟนก็ยุคของสตีฟ จ็อบ ก็เริ่มเข้ามามีอิทธิพลต่อผู้คนมากขึ้นเรื่อย ๆ ตีคู่ขึ้นมากับสมาร์ตโฟนแบรนด์ Samsang ของเกาหลี หลาย ๆ แบรนด์ต่างงัดไม้เด็ดของตัวเองมาสู้กัน อยู่ที่ว่ายุคไหนใครจะสามารถขึ้นมาครองใจผู้คนได้มากกว่ากัน เทรนด์มือถือต้นปี 2020 เราจะเห็น Samsung นำสมาร์ตโฟนมาพับเหมือนกับเครื่องที่ฮิตกันสมัยก่อน และใคร ๆ ต่างก็เฝ้ารอว่าค่าย Apple จะเอาอะไรมาสู้กับมือถือฝาพับ ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์เราได้เห็นการเคลื่อนไหวของแบรนด์ผลไม้อีกครั้งกับการจดสิทธิบัตรเทคโนโลยีใหม่กับสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาสหรัฐ (USPTO) การจดสิทธิบัตรของ Apple คือเทคโนโลยีจอภาพแสดงผลชื่อว่า “Electronic Device with Glass Enclosure” แปลเป็นไทยง่าย ๆ ว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กระจกรอบตัวเครื่องทั้งหน้า-หลัง ซ้าย-ขวา บน-ล่าง ครบทุกพื้นที่ แม้ยังไม่เห็นภาพแต่เครื่องจริงแต่ก็สร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนคลับแบรนด์ผลไม้ทั่วโลก นวัตกรรมกระจกรอบด้านของ Apple คิดค้นขึ้นโดย Christopher D. Prest ร่วมกับ Peter N. Russell-Clarke โดยออกแบบให้หน้าจอแต่ละด้านบนไอโฟนแสดงผลแตกต่างกันไป
หนุ่ม ๆ ที่แฟนของรถยนต์ Porsche โดยเฉพาะโมเดล 911 เตรียมพบบริการพิเศษของค่ายซึ่งจะใช้ลายนิ้วมือของผู้ครอบครองมาถ่ายทอดเป็นกราฟิกบนฝากระโปรงด้วย ถือเป็นลวดลายเฉพาะตัวที่มีแค่คันเดียวเท่านั้น ทุกคนรู้จัก Porsche ในฐานะค่ายรถยนต์ที่มีเอกลักษณ์ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานดีไซน์ รวมถึงสมรรถนะที่ไม่เป็นสองรองใคร และพวกเขาไม่เคยหยุดที่จะพัฒนาและคิดค้นบริการซึ่งสามารถตอบโจทย์ความต้องการต่าง ๆ ของลูกค้าได้และก่อตั้งเป็นแผนกพิเศษที่ชื่อ Porsche Exclusive Manufaktur ขึ้นมา Porsche Exclusive Manufaktur เป็นแผนกปรับแต่งรถยนต์ตามความต้องการของลูกค้า เกิดขึ้นครั้งแรกอย่างไม่เป็นทางการในปี 1950 จากแนวคิดดั้งเดิมของ Ferdinand Porsche ที่เคยพูดเอาไว้ว่า “ในช่วงแรกเริ่ม ตัวผมมองไปรอบ ๆ และไม่เคยเห็นรถในฝันของตัวเองเลย ดังนั้นผมถึงตัดสินใจสร้างมันขึ้นมาเอง” ซึ่งโปรเจ็กต์อย่างไม่เป็นทางการชิ้นนี้ ส่งให้เกิด Porsche 356 ที่ตกแต่งด้วยขนเฟอร์รอบคันโผล่ขึ้นมาในหน้าประวัติศาสตร์ และถือเป็นอีกหนึ่งจุดเริ่มต้นให้ Porsche เดินหน้าสร้างแผนก Exclusive Manufaktur อย่างจริงจังขึ้นมาในปี 1986 ผลงานของแผนกนี้ประกอบไปด้วย Exclusive Cars สวย ๆ หลายคันที่ถูกสั่งทำออกมาพิเศษโดยผู้สั่งซื้อกระเป๋าหนัก จนมาถึงในปี 2020 Porsche Exclusive
สุดยอดการแข่งขันแห่งวงการมอเตอร์สปอร์ตอย่าง Formula 1 กำลังจะเริ่มต้นสนามแรกของปี 2020 ใน Australian Grand Prix วันที่ 15 มีนาคมนี้และค่ายนาฬิกาสาย Racing อย่าง TAG Heuer ซึ่งเป็นพาร์ตเนอร์กับทีม Aston Martin Red bull Racing ก็เตรียมปล่อยนาฬิการุ่น Formula 1 ประจำปีตามออกมาเช่นกัน เข้าสู่การเป็นพันธมิตรปีที่ 4 สำหรับแบรนด์ TAG Heuer กับทีมแข่งรถสูตร 1 Aston Martin Red bull Racing ซึ่งปีนี้มีนักแข่งสัญชาติไทย-อังกฤษอย่างอเล็ก อัลบอน อังศุสิงห์ มาเป็นนักขับตัวหลักของทีมคู่กับแม็กซ์ เวอร์สเต็ปเพ่นไปจนจบฤดูกาลนี้และเพิ่งเปิด RB16 รถแข่งประจำปี 2020 ออกมาสด ๆ ร้อน ๆ แน่นอนว่าพันธมิตรอย่าง TAG Heuer ได้เตรียมนาฬิการุ่นพิเศษสำหรับฤดูกาลใหม่โดยใช้ชื่อว่า TAG
หากตำนานนักแสดงอย่าง Bruce Lee ยังมีชีวิตอยู่ในปีนี้เขาจะมีอายุครบ 80 ปี ซึ่งค่ายนาฬิกาอย่าง Casio ต้องการให้เกียรตินักแสดงผู้ล่วงลับที่มีส่วนสำคัญในการเผยแพร่ศิลปะการต่อสู้และวัฒนธรรมตะวันออกให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกด้วยนาฬิการุ่นพิเศษของค่าย Casio Bruce Lee Edition มีพื้นฐานมาจากนาฬิการุ่น MRG-G2000 เรือนเวลารุ่นไฮเอนด์ที่ขึ้นชื่อในเรื่องวัสดุและเทคโนโลยีที่ในการผลิตออกมาเป็น Casio MRG-G2000BL-9A โดยตัวอักษร BL ต่อท้ายรหัสย่อมาจาก Bruce Lee MRG-G2000BL-9A “Bruce Lee Edition” เต็มไปด้วยงานดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจจากยอดนักบู๊ ตั้งแต่สีที่ใช้สายเรซินสีเหลืองและตัวเรือนสีดำตามสีชุดวอร์มในตำนานของ Bruce Lee ตอนที่แสดงในภาพยนตร์เรื่อง Game Of Death ส่วนของหน้าปัดใช้เป็นสีเหลืองและแดง ตัวแทนของ Jeet Kune do ศิลปะการต่อสู้ที่คิดค้นขึ้นโดย Bruce Lee พื้นผิวขอบตัวเรือนเคลือบด้วย Diamond Like Carbon (DLC) รับรองความทนทานต่อการขีดข่วน แกะสลักเป็นตัวอักษรภาษาจีน 12 คำหมายถึงหลักการสำคัญ 12 อย่างของศิลปะการต่อสู้ Jeet


