Entertainment

ถอดรหัสความสำเร็จของ Marlon Brando ที่ทำให้ Don Corleone คือที่สุดแห่ง The Godfather ของโลกภาพยนตร์

By: unlockmen February 25, 2022

ผ่านมาแล้วถึง 5 ทศวรรษ ที่หนังเรื่อง The Godfather ได้ยกระดับภาพยนตร์ จนกลายเป็นผลงานคลาสสิคเรื่องยิ่งใหญ่ ที่เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ และสร้างคุณค่าอมตะบนจอภาพยนตร์ไม่เสื่อมคลาย

นอกจากความทะเยอทะยานในการสร้างสรรค์ของ Francis Ford Coppola เหตุผลสำคัญที่ส่งผลให้ The Godfather ประสบความสำเร็จอย่างสูง ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามาจากการแสดงระดับ Method ของยอดนักแสดงอย่าง Marlon Brando ที่ทำให้บทบาท Don Corleone คือคาแรคเตอร์ที่ทรงอิทธิพลและยอดเยี่ยมตลอดกาลของโลกภาพยนตร์

ในวาระที่หนังเรื่องนี้ เดินทางผ่านกาลเวลาพิสูจน์ความยอดเยี่ยมครบ 50 ปี และกลับมาฉายบนจอใหญ่ในแบบ 4K UNLOCKMEN จึงขอถอดรหัสความยอดเยี่ยมของบทบาทสำคัญของเขา ว่าเพราะเหตุใด เจ้าพ่อ Don ถึงกลายเป็น The Godfather คนสำคัญแห่งโลกภาพยนตร์

Don Corleone มาเฟียผู้ยิ่งใหญ่

ใน The Godfather ภาคแรก Don หรือชื่อเต็มว่า Vito Corleone คือผู้ทรงอิทธิพลแห่งโลกมาเฟีย เขาคือชาวชิชิลีที่ดั้นด้นเดินทางอพยพมาตั้งรกรากที่อเมริกาด้วยความหวังจะสร้างอาณาจักรและอำนาจให้ตัวเขาเอง แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือการมอบความรักอันยิ่งใหญ่ให้กับครอบครัว และความเป็นสุภาพบุรุษเสมอต้นเสมอปลาย จนเป็นที่นับหน้าถือตาของเหล่าลูกน้องที่ฝากตัวขอเป็นบุตรบุญธรรมของเขา แม้งานที่ทำจะเป็นธุรกิจสีเทา แต่สำหรับ Don แล้ว สัจจะและความเป็นลูกผู้ชายนั้นอยู่เหนือสิ่งเลวร้ายทุกสิ่ง

จนกาลเวลาล่วงเลยผ่าน โลกของเฮโรอีนกำลังจะหมุนโลกให้เปลี่ยนไป ราชาเฮโรอีนรายใหม่ต้องการสายป่านจากตัว Don แต่เขาเลือกที่จะปฏิเสธ จนทำให้ Don และครอบครัวของเขาต้องเผชิญหน้ากับอันตรายแบบไม่คาดคิด

The Godfather แรกเริ่มเดิมที่คือนวนิยายเรื่องดังจากการประพันธ์โดย Mario Puzo ที่ทำสถิติยอดขายระดับ Best Seller ติดต่อกันถึง 67 สัปดาห์

จนเมื่อ Paramount ขอซื้อลิขสิทธิ์เพื่อมาทำหนัง Mario ยื่นข้อเสนอว่า นักแสดงที่เขาต้องการให้มารับบท Don Corleone นั่นก็คือ Marlon Brando นั่นเอง แต่มันไม่ง่ายเลยที่นักแสดงระดับคุณภาพอย่างเขาจะมารับบทบาทยิ่งใหญ่เรื่องนี้ และนี่คือเกร็ด 5 ข้อ ที่ Marlon Brando ทำให้บทบาทของ Don Corleone ยิ่งใหญ่ในโลกภาพยนตร์


เมคอัพ ที่เปลี่ยนชีวิตไปตลอดกาล

ในช่วงเวลานั้น แม้ว่าผู้ประพันธ์จะเสนอชื่อ Marlon Brando แต่ Paramount นั้นไม่โอเคกับข้อเสนอนี้ เพราะเสียงลือเสียงเล่าอ้างถึงความเรื่องมากเรื่องเยอะของตัว Marlon นั้น ดูจะเป็นของแสลงที่สตูดิโอไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวเท่าไหร่

ตัว Francis Ford Coppola ผู้กำกับของเรื่องเอง ที่ในตอนนั้นบารมีก็ยังไม่แก่กล้า กลัวว่าตัว Marlon จะครอบงำการทำงานของเขาจนหมดสิ้น Marlon จึงไม่ใช่ตัวเลือกแรก ๆ ที่ทุกคนอยากร่วมงานด้วย

หากแต่ตัว Marlon ที่อ่านนิยายเรื่องนี้แล้วชอบมาก ยิ่งได้ทราบข่าวว่าผู้ประพันธ์อยากให้เขามารับบทบาทนี้ เขาจึงไม่อยากพลาดโอกาสสำคัญนี้ไป เขาได้จัดการลงมือทำมัน ด้วยการเข้ารับการเทสต์หน้ากล้อง ทั้งที่ศักดิ์ศรีของเขานั้นไม่มีความจำเป็นต้องเทสต์หน้ากล้องด้วยซ้ำ

เขาจัดการเมคอัพเพื่อเพิ่มอายุของเขาให้ตรงกับบทประพันธ์ โดยใช้มือเมคอัพขั้นเทพ Dick Smith มาลงมือเปลี่ยนหนุ่มอายุ 47 ปีให้กลายเป็นชายอายุ 60 ปี ได้อย่างแนบเนียน โดย Marlon ได้เพิ่มเทคนิคส่วนตัวด้วยการยัดสำลีเอาไว้ในกระพุ้งแก้มด้วย และช่างเมคอัพเองก็จัดการทำฟันปลอมเพื่อดันโหนกแก้มของเขาให้สูงขึ้น บวกกับการแสดงอันแสนลุ่มลึกของตัว Marlon เอง ทำให้เขาคว้าบทบาท Don ไปครองได้สำเร็จ ชนะใจผู้บริหาร ลบล้างอคติที่มีต่อตัวเขาไปได้อย่างขาดลอย


นักแสดงไม่ได้รับเชิญ แต่เพิ่มเติมมนต์ขลังและพลังของ Don Corleone

หลายคนอาจจะคาดเดาว่า นักแสดงกิตติมศักดิ์คนนั้นต้องเป็น Al Pacino หรือ James Caan แน่ ๆ

…แต่ไม่ใช่ เพราะนักแสดงไม่ได้รับเชิญคนนี้หาใช่มนุษย์ไม่ แต่เป็นน้องแมวจร ที่อยู่ ๆ ก็มาเดินป้วนเปี้ยนในกองถ่าย

Francis Ford Coppola ผู้กำกับเห็นเจ้าแมวตัวนี้ไม่มีความเกรงกลัวต่อทีมงานจำนวนมาก เลยลองอุ้มไปนั่งบนตักของ Marlon ลูบเล่นระหว่างรอถ่ายทำจนเมื่อพร้อมแสดงจริง เจ้าแมวกลับไม่ยอมออกจากอ้อมกอดของเขา Marlon เลยอุ้มเข้าฉากเสียเลย

“มันเป็นความบังเอิญที่โคตรดี” Fred Roos ทีมแคสติ้งของหนัง The Godfather กล่าวถึงความบังเอิญนี้ เพราะเจ้าแมวตัวนี้ ทำให้บุคลิกของ Don มีมิติมากกว่าเจ้าพ่อผู้มีอิทธิพล เพราะยังซ่อนความอบอุ่นและความน่ารักเอาไว้ในตัวตนของเขาด้วย

แถมในกองถ่ายที่ยังเกรง ๆ กลัว ๆ ในตัวของ Marlon พอได้เห็นว่าเขาเองก็เป็นทาสแมวเหมือนกัน บรรยากาศที่ตึงเครียดก็ดูผ่อนคลายลงไปทันที


เล่นจริง ตบจริง

มีซีนสั้น ๆ ซีนหนึ่งในหนัง เกี่ยวกับบุตรบุญธรรมของ Don ที่ชื่อ Johnny Fontane แสดงนำโดยนักร้องขวัญใจสาวแก่แม่ม่ายในยุคนั้นอย่าง Al Martino

ฉากนั้นคือซีนอารมณ์ที่ Johnny ต้องแสดงความผิดหวังที่เขาไม่ได้รับเลือกเล่นหนังจนต้องมาร้องขอให้พ่อเลี้ยง Don ช่วยเหลือ ในซีนนั้นทั้งสองต้องถกเถียงกันและ Don ต้องพยายามปลุกความเป็นลูกผู้ชายในตัวของ Johnny ให้ลุกโชนขึ้นมา

แต่ในการถ่ายทำจริง ๆ ตัว Al Martino กลับแสดงซีนอารมณ์นี้ไม่ได้เลย เทคแล้วเทคเล่า Al ก็ไม่สามารถผ่านซีนนี้ได้เสียที

“Marlon รู้สึกหงุดหงิดกับ Al Martino มาก เพราะ Al Martino แสดงไม่ได้เรื่องเลย” Gray Frederickson โปรดิวเซอร์ร่วมของหนังเรื่องนี้ เล่าบรรยากาศที่สุดแสนกดดันในวันนั้นให้ฟัง

สุดท้าย Marlon ก็บรรจงตบหน้า Al ฉาดใหญ่ พร้อมกับเขย่าตัวและด่าเขาอย่างรุนแรงในเทคสุดท้าย การแสดงอันทรงพลังนี้เองทำให้น้ำตาของ Al ไหลออกมาด้วยความรู้สึกเสียใจ…

หารู้ไม่ว่าเทคนั้น Marlon โกรธจริง และการตบหน้าคือการระบายออกถึงความรู้สึกรำคาญในตัวนักแสดงสมัครเล่นคนนั้นจริง ๆ


ทุ่มสุดตัวจนทีมงานต้องทึ่ง

ในฉากที่ Don ถูกอริต่างแก๊งลอบสังหารที่หน้าร้านขายของชำระหว่างที่เขากำลังเลือกซื้อผลไม้ ทีมงานได้เตรียมเบาะเอาไว้เมื่อเขาถูกยิงจะได้ล้มลงตรงเบาะเพื่อเป็นการเซฟนักแสดง แต่นักแสดงวัย 47 ก็เลือกล้มตรงฝากระโปรงรถก่อนจะลงไปกองบนพื้นจริง  ๆ

ทีมงานทุกคนต่างทึ่งในการการแสดงแบบสุดตัวของ Marlon แต่ในขณะเดียวกันก็แอบตกใจในการทุ่มเทการแสดงแบบสุดตัวของเขาเช่นกัน เพราะทีมงานเองก็สแตนบายเตรียมสตันท์แมนไว้กับเขาแล้ว แต่ Marlon ก็ประกาศความฟิตแอนด์เฟิร์มเพื่อโชว์ว่าเขาเจ๋ง และทุ่มเทขนาดไหน


ความขี้เล่นและความกวน กับการชอบปั่นป่วนกองถ่าย

ถึงแม้บารมีของ Marlon จะทำคนในกองขยาดและหวาดกลัว แต่ Marlon ก็แอบมีพฤติกรรมขี้แกล้งขี้อำในกองไม่ใช่น้อย

อย่างฉากที่ Don เองต้องนอนแน่นิ่งบนเตียงหลังจากที่เขาโดนลอบสังหารเกือบปางตาย แต่ไม่วายอริยังมาปองร้ายถึงโรงพยาบาล และในฉากที่ต้องเคลื่อนเตียงเพื่อหลบหนีแก๊งอรินั้นเอง อยู่ดี ๆ ก็ไม่สามารถเคลื่อนเตียงนั้นได้ จนมารู้ตอนหลังว่า Marlon แอบเอาลูกตุ้มน้ำหนัก 500 ปอนด์มาถ่วงไว้ที่เตียงหน้าตาเฉย เรียกได้ว่ามีทั้งความหน้าตายและความกวนตีนรวมอยู่ในตัวเขาในคราวเดียวกันเลย

ขณะเดียวกัน ในซีนที่ Don กำลังเล่นกับหลาน ก่อนจะถึงวาระสุดท้ายของชีวิต เขาก็มอบช่วงเวลาน่ารักน่าชังที่เขาหยอกล้อกับเด็กไว้ ด้วยการนำเปลือกส้มมาประดิษฐ์เป็นเขี้ยว และการแสดงอย่างสมจริงนั้นก็ทำให้เด็กน้อยปล่อยโฮเลยทีเดียว

ขณะเดียวกัน ในช่วงเวลาต่อมา Don ก็มอบความอบอุ่นไว้ ก่อนจะมีฉากชวนช็อคในซีนต่อไป โดย Marlon ได้นิยามตัวเองในซีนนี้ว่า “เป็นชายชราผู้น่ารัก ขณะเดียวกันก็เป็นปีศาจร้ายที่น่าเกรงกลัว”

 

นี่เป็นเพียง 5 ข้อเด่น ๆ สำหรับเกร็ดการแสดงที่เหนือชั้นของ Marlon Brando เท่านั้น แต่เพียงแค่ 5 ข้อนี้ ก็เห็นได้ว่า เขาได้มอบบทบาทอันสุดแสนจะไม่ธรรมดาจนทำให้หนังเรื่องนี้ กลายเป็นหนังยอดเยี่ยมในใจนักดูหนังมาถึงครึ่งศตวรรษ

ดังนั้นเราจึงไม่อยากให้คุณพลาด เพราะคุณไม่สามารถเรียกตัวเองว่าคอหนังได้เลย หากไม่เคยสัมผัสหนังเรื่องนี้ด้วยตาของคุณเอง

unlockmen
WRITER: unlockmen
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line