Life

ไอเดียเป็นล้านแต่ทำจริงไม่สำเร็จ ‘ลอง 5 วิธีปั้นไอเดียฟุ้งฝันให้เป็นจริง’เข็นครกขึ้นภูเขาก็ไหว

By: anonymK December 7, 2018

สิ้นปีกำลังจะมาถึงในไม่กี่อาทิตย์ เพื่อไม่ให้ปลายปีนี้เราต้องเฉามานั่งไล่ลิสต์ที่เขียนไว้ต้นปีเพื่อกดก๊อปปี้วาง แล้วไปพอกไว้ปีหน้า UNLOCKMEN ขอทำหน้าที่เป็นป๋าดัน แนะนำวิธีคลอดไอเดียเป็นล้านที่คุณมี ให้มันไม่เป็นแค่จินตนาการฟุ้ง ๆ ในอากาศ สามารถบรรลุเป้าหมายได้แม้ว่าคุณจะงานล้นมือหรือมีเวลาน้อยนิดแค่ไหนก็ตาม

เหตุผลคนดองไอเดีย ไม่ได้ขี้เกียจแค่ทางเลือกมันเยอะเกิน

ใครที่ไอเดียพลุ่งพล่านมาหลายปี แต่ชั่วชีวิตนี้ไอเดียก็ยังเป็นได้แค่ไอเดียเฉย ๆ ไม่เห็นเป็นรูปเป็นร่างในชีวิตจริงสักที เรื่องนี้อธิบายได้ว่ามันมีเหตุผลของมัน เพราะเคยมีนักจิตวิทยาทำวิจัยเรื่องการวางแผนลงทุนเพื่อนการเกษียณสำหรับพนักงานไว้แล้วพบว่า ยิ่งเรามีทางเลือกให้เลือกเพิ่มมากขึ้นเท่าไหร่ แทนที่เราจะได้ทำตามทางเลือกเหล่านั้นกลับกลายเป็นว่าไอ้ทางเลือกเยอะ ๆ นี่แหละที่สกัดดาวรุ่งเรา

จนสุดท้ายคนที่เข้าร่วมการวิจัยที่เจอทางเลือกลงทุนเยอะ ๆ เข้าไปเลยล้มแผนออมเพื่อเกษียณมันซะเลย ดังนั้น การขยับไปทำอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นสิบเป็นร้อยสิ่งนี่แหละที่มันดูดพลังงานเราเหลือเกิน

เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นกับเรา นี่คือ 5 สิ่งที่เราควรปักหมุดในใจและลงมือทำเสมอไม่ว่าจะคิดอะไรอยู่ ใครพร้อมลุยก่อนสัปดาห์สุดท้ายของปีจะมาถึงก็เริ่มได้ทันที ไม่ต้องรอฤกษ์ปีใหม่แต่อย่างใด

 

1. สร้างเดดไลน์ย่อย ๆ ให้เดินตาม

โปรเจ็กต์งานชิ้นนี้ให้เวลา 2 เดือน ฟังดูเหมือนจะนานเพราะเราคิดเอาเองว่างานชิ้นนั้นวันสองวันก็เสร็จแล้ว แต่พอเอาเข้าจริงสิ่งที่เราเจอมันกลับกลายเป็นหวุดหวิดจะไม่ทันเสียได้ ถ้าใครอยู่ในอาการนี้อาจจะเข้าข่ายว่าเรากำลังเข้าโหมด Parkinson Law ที่กล่าวไว้ว่า “การทำงานมันยืดจนเต็มเวลาเดดไลน์ได้เสมอแหละ” ซึ่งถ้าถามว่าเวลาไปไหนหมด ทำไมไปปั่นตอนใกล้นนาทีสุดท้ายมันชัดเลยว่าเราเอาไปเติมอย่างอื่น เช่น ขอเล่นเกมก่อน ขออ่านหนังสือก่อน ฯลฯ ดังนั้น ต้องเริ่มด้วยการท้าทายตัวเองกับการบีบเดดไลน์ให้สั้นลง

วิธีแก้ : สร้างไทม์ไลน์ส่วนตัวขึ้นมาโดยบันทึกว่างานชิ้นที่รับผิดชอบอยู่ หรือไอเดียที่อยากทำมันต้องใช้เวลาเท่าไหร่ในแต่ละขั้นตอน จากนั้นลดระยะเวลาของแต่ละงานลดครึ่งหนึ่งแล้วโฟกัสเพื่อทำมันอย่างเดียวเท่านั้นโดยไม่วอกแวก

 

2. เป็น 20 ในกฎ 80/20

ข้อถัดมาเป็นเรื่องของการจัดการ ซึ่งไม่ใช่เรื่องเวลาแล้วแต่เป็นเรื่องของการโฟกัสสิ่งที่จะทำแทน หลายคนอาจจะมีความเข้าใจเรื่องกฎ 80/20 กันอยู่แล้ว แต่ถ้าใครที่ไม่เข้าใจอธิบายให้ง่ายคือ คนเรามีอยู่ 2 ประเภท คนที่ลงมือทำ 80% หรือทำเยอะแต่ได้ผลแค่จิ๋วหลิวคือแค่ 20% เท่านั้น กับคนที่โฟกัสและลงมือทำที่ 20% ซึ่งแม้ว่ามันอาจเป็นขั้นตอนที่โหดกว่าลงทุนมากกว่า ฯลฯ แต่พอเทียบระยะเวลาแล้วให้ผลลัพธ์การทำงานถึง 80% เชียว

วิธีแก้ : จับตัวเองไปอยู่ฝั่ง 20 ให้ได้ ถ้าวางแผนจะทำอะไรแล้วก่อนลงมือทำมาสำรวจเส้นทางอีกครั้งว่ามันลัดได้กว่านั้นไหมแล้วไปโฟกัสกับมันเพื่อเราจะได้ไม่หลงทาง แถมยัง “ทำน้อย ได้มาก” อีกด้วย

 

3. เชื่อในลางสังหรณ์

แม้ผู้ชายเราใช้ชีวิตแบบมีเหตุผลนำทาง แต่การเพิกเฉยกับสัญชาตญาณพี่ว่ามันก็ไม่ควร เนื่องจากเวลาที่เราลังเลอะไรสักอย่าง ไม่ว่าจะคิดว่า เฮ้ย! ทำแบบนี้ไปแม่งจะล้มเหลวไหม ทำไปแล้วขาดทุน หรือใจค้านเสียสุดฤทธิ์ขนาดนั้นก็ฟังเสียหน่อย เพราะแม้ว่าเราจะกระโจนลงไปในนั้นสุดท้ายแล้วเราจะรู้สึกค้านหรือเลือกที่จะไม่ทำมันอยู่ดี ก็เรียกง่าย ๆ ว่าให้ใจไปไม่ร้อย งานที่ออกมามันก็ไม่ร้อยตามนั่นแหละ

พลังลางสังหรณ์นี้ได้รับการพูดถึงอีกในหนังสือ Blink: The Power of Thinking Without Thinking ซึ่ง Malcolm Gladwell มีผู้เขียนเป็นนักข่าวตาเหยี่ยวที่เขาพูดเกี่ยวกับเคสเหล่านี้ไว้ด้วยว่าการพุ่งไปตามสัญชาตญาณในเสี้ยววินาทีส่วนมากมักเป็นการตัดสินใจที่ดีกว่าการทำตามความคิดที่ย้ำซ้ำซ้อนไปมาหลายตลบ

วิธีแก้ : เชื่อในสัญชาตญาณและความสำเร็จของการลงมือทำ หรือถ้าใจมันไม่ได้จริง ๆ ก็อย่าไปทำเพราะจะเสียเวลาเปล่า ๆ เอาเวลาและพลังไปใช้กับสิ่งที่เชื่อความสำเร็จก็ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว

 

4. ตัดแต่งนิสัยเพื่อความสำเร็จ

การทำงานก็ไม่ต่างจากการปลูกต้นไม้ ถ้าเราอยากให้มันเติบโตงดงามก็ต้องมีแต่งกิ่ง เล็ม ถอนวัชพืชกันบ้าง เรื่องนี้เหมือนการทำตามไอเดียเนี่ยแหละ คนส่วนมากมักเริ่มต้นโปรเจ็กต์หรือไอเดียด้วยวิธีที่ต่างกันแล้วพยายามหาทางลัดไปสู่ความสำเร็จ แต่ในความจริงแล้วระหว่างทางเพื่อความสำเร็จมันยากกว่าการเริ่มต้นเสียอีก ดังนั้น เราต้องตั้งหลักด้วยการสร้างนิสัยการเริ่มต้นที่ดีเข้าไว้จากนั้นทุกอย่างก็จะเป็นเรื่องง่ายไปเอง

วิธีแก้ : ปรับนิสัยการเริ่มต้นเส้นทางทำงานตั้งแต่ก้าวแรกไว้ให้เป็นนิสัย แม้ว่ามันจะดูเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม แต่การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะปรับนิเวศการทำงานของเราให้ดีขึ้นเองโดยธรรมชาติ ซึ่งสุดท้ายมันจะเป็นเรื่องง่ายไปเอง

 

5. ฝึกล้มเลิกความคิด

ผมต้องสู้ไปจนกว่าจะชนะ! ผมล้มก็จะพยายาม แนวคิดนี้มันอาจจะใช้ได้ช่วงแรก แต่ถ้าทู่ซี้ไปหลายรอบแล้วก็ยังล้มโดยไม่มีทีท่าจะสำเร็จเรื่องที่ต้องเรียนรู้ให้ขึ้นใจคือการ “เลิก” ทำมันซะ ถึงเวลาตัดใจกับสิ่งที่เสียเวลาไปสักที เพราะสกิลนี้คนที่ประสบความสำเร็จเขาล้วนต้องทำกันทั้งนั้น

วิธีแก้ : ยอมแพ้ให้เป็นและใช้พลังงานกับสิ่งที่คุ้มค่ากว่าแบบไม่ต้องเสียใจ ถือเป็นการฝึกจิตการรับความผิดหวังที่ดีและใกล้ความสำเร็จมากขึ้น จำไว้ว่าอย่ายอมแพ้…แต่ถ้าไร้หนทางให้ยกธงขาวแล้วเดินหน้าไปทำอย่างอื่นที่อยากทำต่อดีกว่า ชีวิตเรามีเป้าหมายอีกหลายด้านให้ต้องพิชิต

 

แม้เราจะรู้ว่า 5 สกิลที่แนะนำให้ทำเป็นเรื่องยาก แต่ก็เชียร์ให้ทุกคนลงมือทำ เพราะมั่นใจว่ามันจะทำให้ได้มีโอกาสขีดฆ่า To-do-list 2018 ได้อีกอย่างน้อยสักข้อสองข้อในไม่กี่อาทิตย์นี้ ที่สำคัญการจำและทำมันต่อไปเรื่อย ๆ ก็ยังเป็นนิมิตหมายที่ดีในการพิชิตลิสต์ปีหน้าด้วย ทำดูรับรองได้ว่าจะไม่ผิดหวัง

Let’s Goal, Let’s Go!

 

SOURCE

anonymK
WRITER: anonymK
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line