Advertisement
Entertainment

VILLAINS WITH LOVE: ALONZO HARRIS เดนคนบนคราบตำรวจจาก TRAINING DAY

By: Chaipohn August 29, 2021

หากเราจะเปรียบตำรวจเป็นสีใดสีหนึ่ง สี ๆ นั้นย่อมไม่ต่างกับสีขาวบริสุทธิ์ เพราะโดยหน้าที่และภาพลักษณ์นั้นของตำรวจที่ตั้งตัวอยู่ในฟากฝั่งแห่งความยุติธรรม เป็นที่พึ่งพาของประชาชน อยู่ตรงข้ามกับเหล่าอาชญากรผู้ร้ายอย่างสิ้นเชิง

แต่มีหนังเรื่องหนึ่ง ที่วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของตำรวจอย่างเผ็ดร้อน สะท้อนความตกต่ำถึงขีดสุดของอาชญากรในคราบผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ได้อย่างเข้มข้น จนตัวละครตัวนี้กลายเป็นหนึ่งในตัวร้ายบนโลกภาพยนตร์ที่เหี้ยมโหด ชั่วร้าย ใช้ช่องว่างทางกฏหมายในมือเปลี่ยนดำให้เป็นขาวอย่างเลือดเย็น บวกกับการแสดงที่เข้าถึงอารมณ์จนคว้ารางวัลใหญ่ไปครอบครองมาแล้ว

มาทำความรู้จักกับวายร้ายที่รักคนล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจสุดเท่และโคตรโหด agent Alonzo Harris แห่งหนัง Training Day (2001) หนังอาชญากรรมคลาสสิคที่หยิบเอาโลกสุดดาร์คของเจ้าหน้าที่ตำรวจออกมาเปิดเผยให้พวกเราได้เห็น บทบาทที่ส่งให้ Denzel Washington คว้ารางวัลออสการ์ไปครอง สะท้อนให้เห็นว่าตำรวจสีเทาเข้มจนดำสนิทนั้นโฉดและโหดเหี้ยมแค่ไหน


 

หนึ่งวันแห่งการฝึกฝน เปลี่ยนจากคนให้กลายเป็นปีศาจ

เสียงนาฬิกายามเช้าปลุกให้ตำรวจหนุ่มหน้าใหม่ไฟแรงอย่าง Jake Hoyt (นำแสดงโดย Ethan Hawke) ออกปฏิบัติการในฐานะตำรวจปราบปรามยาเสพติด วันนี้เป็นวันแรกที่เขาได้พบกับตำรวจรุ่นพี่อย่าง Alonzo Harris (นำแสดงโดย Denzel Washington) สายสืบตัวเก๋ามากประสบการณ์ ที่แววตาและท่าทางดูน่ากลัวตั้งแต่แรกเห็น

แค่วันแรก เขาก็พา Jake ไปพบกับโลกแห่งความเป็นจริงของการเป็นตำรวจ อำนาจที่สามารถเปลี่ยนผิดเป็นชอบ กฎหมายสามารถเปลี่ยนดำให้เป็นขาว พร้อมจะหยิบยื่นความตายให้ใครสักคนได้ด้วยจำนวนเงินที่มากพอ

เพียงแค่ 1 วัน Alonzo สามารถเปิดโลกอันมืดดำให้เจ้าหน้าที่ละอ่อนอย่าง Jake ได้เห็นแบบเต็มตาอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อน ทั้งการใช้หมายค้นปลอมบุกบ้านผู้ต้องหาเพื่อค้นหาเอาเงินจากการค้ายามาอมไว้เอง หรือจะเป็นการหักหลังอาชญากรเพื่อหวังยึดเอาเงินเป็นของตัวเอง ปิดปากลูกน้องด้วยการกระจายส่วนแบ่งรายได้ให้ทีมเฉพาะกิจ  ไม่นับรวมการทรมานผู้ต้องหา และเมินเฉยต่อเหตุการณ์เด็กสาวถูกข่มขืนกลางวันแสก ๆ เพียงเพราะว่า “มันไม่ใช่หน้าที่”

Jake ต้องกล้ำกลืนฝืนทนเป็นประจักษ์พยาน ปล่อยให้หัวหน้าของตนใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายกระทำชั่วซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพียงเพราะในตอนเช้าเขาโดนบังคับให้ดูดกัญชา และโดนขู่ว่าหากแฉสิ่งที่พวกเขาทำเพียงสักกะพี้เดียว หน้าที่การงานของตำรวจใหม่ไฟแรงอย่างเขาได้วูบดับเพียงชั่วข้ามคืนอย่างแน่นอน

“นี่มันเกมหมากรุก ไม่ใช่หมากฮอสกระจอก ๆ หรอกนะเว้ย”

แต่เมื่อการทรยศหักหลัง และความ “ไม่มีสัจจะใน Alonzo” ทำให้ Jake ที่ยึดมั่นถือมั่นในคุณธรรมตัดสินใจล้างบางเพื่อจัดการลบล้างความชั่วในเครื่องแบบให้หมดไป


 

แรงบันดาลใจจากเรื่องจริงสุดอื้อฉาวในวงการตำรวจ

แม้ว่า Training Day จะไม่ได้สร้างจากเรื่องจริง แต่แรงบันดาลใจของหนังเรื่องนี้ก่อเกิดจากเหตุการณ์ Rampart Scandal ในปี 1997 เมื่อเจ้าหน้าที่หน่วย The Community Resources Against Street Hoodlums หรือเรียกสั้นๆว่า หน่วย CRASH ที่จัดตั้งเพื่อปะทะกับแก๊งค้ายาตั้งแต่ปี 1979 ถูกเปิดโปงพฤติกรรมทุจริตอันแสนอื้อฉาว ไม่ว่าจะเป็นการมีส่วนร่วมในการฆ่าปิดปากผู้ต้องหา / การทรมานผู้ต้องหาแบบเกินกว่าเหตุ / การสร้างหลักฐานเท็จ / การติดสินบนเจ้าพนักงานด้วยกัน รวมไปถึงการยักยอกทรัพย์จากธุรกิจยาเสพติด ซึ่งคดีนี้นับเป็นคดีสะเทือนความมั่นคงในวงการตำรวจอย่างมาก โดยในเบื้องต้นมีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องในการทุจริตนี้มากถึง 70 คน เลยทีเดียว

David Ayer ผู้เขียนบทหนังเรื่องนี้ เป็นผู้กำกับหนังดัง ๆ มากมายในเวลาต่อมา เช่น Suicide Squad (2016) มีความชำนาญในการเขียนบทและกำกับหนังอาชญากรรม เพราะเติบโตใน LA ย่านที่เต็มไปด้วย Criminal, Drug dealer และ Gangster ได้เล่าถึงแรงบันดาลใจในการเขียนบทหนังเรื่องนี้ว่า

“ผมใช้เวลาตลอดทั้งชีวิตสังเกตและพูดคุยกับผู้คนในพื้นที่เหล่านี้…

ผมอยากจะรู้ลึก ๆ ว่าการเป็นตำรวจในเมืองที่เต็มไปด้วยอาชญากร เขาใช้ชีวิตอยู่อย่างไร และแก๊งสเตอร์เหล่านั้นมองพวกเขาอย่างไร”

ซึ่งในเหตุการณ์ Rampart Scandal นี้ มีตำรวจตัวเอ้อยู่คนหนึ่งเป็นขาใหญ่สุดโหดที่สุดในกลุ่ม CRASH นั้นก็คือ Rafael Perez ซึ่งนอกจากจะมีเอี่ยวในการทุจริตทุกรูปแบบแล้ว เขายังเป็นคนซัดทอดทั้งลูกน้องและหัวหน้าจำนวน 70 คนจนถูกจับอีกด้วย และยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสังหารแร๊ปเปอร์ชื่อดัง The Notorious B.I.G. อีกด้วย

ซึ่ง Rafael Perez นี้ คือต้นแบบที่ Denzel Washington พยายามจะเลียนแบบคาแรคเตอร์ตำรวจโฉดในภาพยนตร์ Training Day นี่เอง

ส่วน Antoine Fuqua ผู้กำกับหนังเรื่องนี้ ก็ช่ำชองในแวดวงอาชญากรรมไม่ต่างกัน เพราะในวัยเด็กนั้น เขาได้รับการเลี้ยงดูในย่านพิตต์สเบิร์ก ที่ที่เต็มไปด้วยอาชญากรรมทุกรูปแบบ นอกจากจะมีเหล่าโจรก่ออาชญากรรมแล้ว ตำรวจที่นั่นเองก็โหดเหี้ยมไม่ต่างกับฆาตกร

Fuqua กล่าวถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ใช้อำนาจในทางที่ผิดว่า

“ผมโตมากับสิ่งเหล่านั้น ผมเคยเห็นมาหมดแล้ว มีเจ้าหน้าที่แบบในหนังมากมาย ผมเคยโดนตำรวจทำร้ายทั้ง ๆ ที่ผมเป็นแค่เด็กที่เพิ่งเล่นบาสเก็ตบอลและกำลังเดินกลับบ้าน ผมจึงมีความสัมพันธ์ทั้งรักและชังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตั้งแต่เด็ก นั่นเป็นเหตุผลที่บท ‘Training Day’ นั้นดึงดูดใจผมมาก”

เพื่อเพิ่มความสมจริงให้กับหนัง หลายฉากจึงเต็มไปด้วยเหล่าแก๊งสเตอร์ตัวจริง ที่ Fuqua ยกกองถ่ายไปถ่ายยังสถานที่จริง เพื่อซึมซับบรรยากาศที่มีทั้งความรุนแรง ความอันตราย และความบอบช้ำของสังคมเสื่อมโทรม โดยเฉพาะ Imperial Courts แหล่งเสื่อมโทรมสุดอันตรายในย่านแอล.เอ.ที่ไม่เคยมีกองถ่ายกองไหนเคยเข้าไปถ่ายมาก่อน แถมในบางฉากบางตอน ยังได้สมาชิกแก๊งข้างถนนตัวจริงให้ความร่วมมือด้วยการร่วมปรากฏบนจอด้วย


 

Denzel Washington กับการพลิกบทบาทสู่บทเลวสุดขั้ว

สิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นหนังดราม่าอาชญากรรมที่น่าจดจำ คือบทบาทการแสดงแบบ เลวสุดขั้ว ชั่วสุดไส้ ของ Denzel Washington ที่ช่วงเวลาก่อนหน้านั้นแทบจะไม่ค่อยได้เห็นการแสดงบทบาทในด้านชั่วร้ายของเขาสักเท่าไหร่ นอกจากบทผู้ชายที่แสนดี หรือนักสู้ที่ต่อสู้เพื่อความยุติธรรม แต่สำหรับหนังเรื่อง Training Day นี้ Denzel ปล่อยพลังความชั่วร้าย ภายใต้คาแรคเตอร์ที่คุณไม่อาจคาดเดาเลยว่าเขาจะมาไม้ไหน เดี๋ยวเขาก็ดีจนคุณต้องตกใจ หรือเมื่อยามเขาร้าย ก็ร้ายจนไม่มีใครกล้าสบตา

กระทั่ง Ethan Hawke ที่ร่วมซ้อมบทในตอนต้น ได้รับพลังความชั่วร้ายผ่านการแสดงของ Denzel จนเขาเผลอสบถใส่นักแสดงคุณภาพคนนี้ว่า “ไปตายซะ ไอ้สัส!!!” กันเลยทีเดียว

ซึ่งท่วงท่าการแสดงของเขาอย่างที่กล่าวไปเมื่อย่อหน้าก่อนว่ามาจากตำรวจเลวจริง ๆ แต่ Denzel ก็เพิ่มความยียวนกวนประสาทเข้าไปอีกหลายเท่า โดยหลายฉากที่เขาพ่นแบบด้นสด ๆ ในหนังนั้นก็เกิดขึ้นจากการ Improvise ในขณะถ่ายทำ

*มีสปอยล์ตอนจบ ใครยังไม่ดูข้ามกรุณาข้ามย่อหน้านี้ไปก่อน

ที่สำคัญ Denzel ยังมีส่วนในการเสนอตอนจบให้กับภาพยนตร์ จากบทเดิมที่ Alonzo รอดชีวิต Denzel เสนอว่าตัวละครตัวนี้เป็นภัยต่อสังคม เขาควรได้รับผลกรรมที่ตัวเองก่อไว้ ตอนจบที่ถูกยิงจนร่างพรุนนั้นจึงเป็นไอเดียที่ Denzel เป็นผู้เสนอนั่นเอง

นอกจากนั้น Training Day ยังได้รับการยกย่องว่ามี Quotes ประโยคเด็ดอยู่ในหนังมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนมาจากปากของตัวละครที่ Denzel รับบทบาททั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น

  • “King Kong Ain’t Got S*** On Me!”
  • “You Wanna Go To Jail Or You Wanna Go Home?”
  • “To Protect The Sheep You Gotta Catch The Wolf, And It Takes A Wolf To Catch A Wolf.”
  • “It’s Not What You Know, It’s What You Can Prove.”

และด้วยความคมทั้งการแสดงและบทสนทนาในหนัง ทำให้ Denzel คว้ารางวัลออสการ์ สาขานักแสดงนำชายไปครองในปีนั้นได้สำเร็จ และกลายเป็นนักแสดงขาประจำให้กับผู้กำกับ Antoine Fuqua ในหลายเรื่องต่อมา ไม่ว่าจะเป็น The Equalizer ทั้ง 2 ภาค (2014, 2018) และ The Magnificent Seven (2016)

ซึ่งในตอนแรก ทั้ง Denzel และ Ethan ต่างก็ไม่ใช่ตัวเลือกแรกในการมารับบทบาทในหนังเรื่องนี้ เพราะผู้สร้างเล็ง Samuel L. Jackson จับคู่กับ Matt Damon เอาไว้ ลองนึกบทบาทของ Denzel อยู่ในมือของ Samuel L. น่าจะพรั่งพรูไปด้วยคำว่า MotherFucker ทั้งเรื่องแน่ๆ (แต่เวอร์ชั่น Denzel ก็แรงใช่ย่อยในหนังนะ)

ถึงแม้ว่าการเข้าถึงบทบาทของ Denzel Washington จะชวนให้เราหวาดกลัวอย่างไร เราก็คิดเสมอว่า “มันเป็นเพียงบทบาทในหนัง ไม่ใช่เรื่องจริง”

แต่ในปัจจุบันพวกเรายิ่งเข้าใจอย่างลึกซึ้งได้ไม่ยาก ว่าโลกของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ การใช้อำนาจในทางที่ผิด การยักยอกทรัพย์ ไม่ใช่แค่ตำนานหรือเรื่องเล่าเท่านั้น ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบัน พวกเราได้เห็นภาพและเสียงเหล่านั้นอย่างชัดเจน จนบางครั้งก็ทำให้เรารู้สึกสงสัยว่า ระหว่างบทบาทของตำรวจชั่วในภาพยนตร์ อาจจะดูซอฟท์ไปเลยเมื่อเทียบกับเรื่องด้านมืดที่ตำรวจทำในชีวิตจริง

Chaipohn
WRITER: Chaipohn
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line