Life

ZERO TO HERO: “แป้งโกะ” ศิลปินสาวมากความสามารถที่รู้ว่าความชอบคือกรอบที่ต้องทำลาย

By: TOISAN February 18, 2019

“เมื่อก่อนเราไม่เอาอะไรเลย อยากแค่ร้องเพลงอย่างเดียว … ไม่อยากทำอะไรที่มันไม่ใช่ตัวเอง อยากแค่ทำเพลงอย่างเดียวจริง ๆ”

ตัวตน ความชอบ ความฝัน แพสชั่น เป็นเหมือนภารกิจชีวิตที่เราทุกคนต้องทำมันให้สำเร็จ ยิ่งกับเรื่องการสร้างตัวตนในยุคนี้ น้ำหนักของมันยิ่งเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าตัว

ใครบ้างจะอยากเป็นสิ่งอื่นที่ตัวเองไม่อยากเป็น

ใครจะอยากเสียเวลาไปฝืนทำในสิ่งที่ตัวเองไม่อยากทำ

แม้การฝืนทน จำนนต่อสิ่งที่ไม่ชอบ กลายเป็นผู้ร้ายในสายตาของหลาย ๆ คน แต่เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเปอร์เซ็นต์ของคนที่ประสบความสำเร็จเพราะทำตามความฝันเพียงอย่างเดียวมีจำนวนน้อยกว่ามาก เพื่อพูดคุยเรื่องส่วนผสมของความสำเร็จ ความชอบ การทำตามความฝัน ชื่อของ “แป้งโกะ” – จินตนัดดา ลัมะกานนท์ หญิงสาวเสียงใสที่ประสบความสำเร็จทางดนตรีตั้งแต่อายุยังน้อยโดยเริ่มต้นจากการ Cover เพลงเป็นชื่อแรก ๆ ที่เรานึกถึง

ศิลปินเต็มขั้นที่มีทั้งผลงานเพลงเป็นของตัวเองและยังคง Cover งานเพลงศิลปินอื่น โดยสวมวิญญาณการเล่าและตีความในรูปแบบฉบับของตัวเอง อย่างซิงเกิ้ลล่าสุดที่ปล่อยออกมาอย่าง คำอธิบายของ Ewery ก็เป็นเพลงที่เธอชื่นชอบถึงเลือกมาทำ ส่วนเราก็ยอมรับว่าชื่นชมทั้งน้ำเสียงและการถ่ายทอดอารมณ์ ไพเราะอย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่แพ้ต้นฉบับ

เราตั้งใจมาพูดคุยเรื่องเส้นทางการเติบโตของเธอ สิ่งที่ต้องก้าวข้ามเพื่อทำตามความฝันจนสำเร็จตั้งแต่ยุคอินเตอร์เน็ตยังไม่แรงเท่าวันนี้ แต่หนึ่งในคำตอบของเธอที่ “โต” กว่าตัวและความคาดหวังของเราที่ตอบกลับมา กลับน่าสนใจกว่าเก่า เมื่อแป้งโกะลุกขึ้นมายอมรับว่า “ความชอบ” ที่เคยพาไปถึงฝั่งนี่แหละ คือ “กรอบ” ชิ้นใหญ่ที่ชีวิตที่เราต้องก้าวข้ามไป

อุปสรรคที่มากกว่าเสียงวิจารณ์ภายนอก แต่มาจากความต้องการภายในนั้นต้องแก้อย่างไร การฝืนทำสิ่งที่ไม่ชอบมันเป็นประโยชน์กับความฝันตรงไหน เราพร้อมค้นหาคำตอบทั้งหมดผ่านบทสนทนาภายใต้ใบหน้าชวนฝันและแววตาอันน่าค้นหานี้แล้ว

แป้งโกะ ฝันอยากจะเป็นนักร้องตั้งแต่เมื่อไหร่?

“แรกเริ่มเลยแป้งอยากเป็นนักร้องมาตั้งแต่อนุบาล แต่ช่วงเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ ๆ ก็เกิดกลัวการขึ้นเวทีซะงั้น อะไรหลายอย่างทำให้เราคิดว่าคงเป็นนักร้องอย่างที่ฝันไม่ได้แน่ ๆ เพราะถ้าเป็นนักร้องจะต้องโดนสัมภาษณ์ ต้องมีคนมาขอถ่ายรูป กลัวค่ะ แต่สุดท้ายเราก็ก้าวข้ามความกังวลตรงนั้นมาได้และมีเพลงเป็นของตัวเอง เราสามารถทำความฝันในวัยเด็กสำเร็จแล้ว”

การก้าวตามความฝันไม่ว่าใครต้องเจอกับอุปสรรค ยิ่งเป็นคนสาธารณะยิ่งต้องรับกับกระแสที่คาดไม่ถึงบ่อย ๆ แป้งโกะเคยเจอคอมเมนต์แย่ ๆ บ้างไหม แล้วรับมือกับสิ่งที่เจออย่างไรบ้าง 

“แป้งมีคอมเมนต์แย่ ๆ เพียบเลยค่ะ ตอนก่อนเข้าวงการแป้งเคยเขียนบล็อก แล้วมีคนเอารูปเราไปลงในเว็บบอร์ดโดยที่แป้งไม่รู้แล้วก็มีคนเข้าไปด่า แต่แปลกตรงที่เขาไม่ด่าคนลงแต่กลับด่าแป้งที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย แป้งตอนเด็ก ๆ ก็สู้นะ สมัคร account แล้วเข้าไปถามว่าด่าเราทำไม แต่สุดท้ายเราโตขึ้น รู้ว่าพูดไปเขาก็ไม่ฟัง เขาพิมพ์ด่าเสร็จแล้วคงไม่กลับมาดู ก็เลยปล่อย ๆ ไป”

“การคอมเมนต์ด้วยถ้อยคำแย่ ๆ มันทำง่าย ใครอยากเขียนอะไรแย่แค่ไหนก็เขียนได้เลย แป้งคิดว่าถ้าสักวันหนึ่งเขาโตขึ้น หรือบางทีเขาอาจจะโตแล้ว และถ้าเขามองย้อนกลับมาก็จะเห็นว่าสิ่งที่ตัวเองเคยทำมันไม่โอเค”

ส่วนตอนทำเพลง cover ก็เคยมีคนสงสัยค่ะว่าเราจูนเสียงหรือเปล่า บางครั้งก็หงุดหงิดนะ แต่เราก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่าเราร้องเพลงได้จริงหรือเปล่า และสุดท้ายมันเป็นโชคดีของเราที่ได้เป็นศิลปินจริง ๆ เรามีเวทีไปร้องเพลงให้คนฟัง ทำให้เขารู้ว่าเราไม่ได้จูนเสียง ไม่ได้ลิปซิง การออกงานก็เหมือนเป็นการพิสูจน์ตัวเองไปในตัวค่ะ และแป้งก็มั่นใจว่าเราจะไม่เอาตัวเองไปทำให้ขายหน้า”

เราติดตามผลงานของแป้งโกะมานาน นอกจากดนตรีแล้วยังรู้ว่ามีงานด้านการแสดงในวงการบันเทิงด้วย ทำไมผู้หญิงขี้อาย ชอบถ่ายทอดเรื่องราวด้วยการร้องเพลง ถึงมาเลือกทำงานด้าน “การแสดง” ?

เริ่มจากเพราะได้ทำเพลงอย่างเดียวอย่างที่ใจหวังค่ะ พอเราได้ทำเพลงอย่างเดียวมันก็เหมือนมีกรอบอะไรบางอย่างล็อกเราไว้ อารมณ์หรือคำที่ใช้แต่งเพลงมันก็เป็นคำเดิม เพราะเราอยู่กับสิ่งเดียวมาตลอด เลยคิดว่าหรือแรงบันดาลใจมันถูกจำกัดอยู่ในกรอบ เพราะเราไม่เจออะไรใหม่และจมอยู่กับอะไรเดิม มากไปหรือเปล่า

“ความชอบของเรามันกลายเป็นกรอบครอบตัวเอง สิ่งนี้เลยเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ตัดสินใจว่าจะลองอะไรใหม่ ๆ ดูบ้าง”

ตอนแรกที่ตอบรับละครเรื่องแรกกังวล รู้สึกกลัวค่ะ ตอนนั้นก็คิดว่าไม่เป็นไรหรอกถ้าเกิดมันแย่ จบเรื่องนี้เราก็ไม่ต้องเล่นอีกก็แค่นั้น แต่สิ่งที่ได้ไม่แย่เลยค่ะ การกล้าก้าวออกมาเจออะไรใหม่ ๆ กลับช่วยเราเรื่องเพลงได้ เพราะตัวแป้งเป็นคนที่แสดงอารมณ์น้อยมาก เสียใจได้พักเดียวก็ไปหาอะไรทำแล้ว แต่พอเราได้เล่นละครก็จะเรียนรู้เกี่ยวกับอารมณ์มากขึ้น เข้าใจว่าทำไมคนนั้นถึงคิดแบบนี้ ทำไมคนนี้ถึงโกรธจนต้องไปชนคนอื่น หรืออะไรบ้างที่ทำให้คนดีใจจนน้ำตาไหล

“แป้งรู้สึกว่ามันไม่แย่ที่จะไปลองเจอกับอะไรใหม่ ๆ เพราะถ้าไม่ชอบเราก็แค่เลิกทำมัน แต่สุดท้ายเกิดเราชอบหรือทำได้ดีก็จะทำให้เราค้นพบตัวเองในอีกมุมที่ไม่เคยเจอมาก่อน”

ทั้งนักแสดง ทั้งศิลปิน คุณคงเดากันว่าตอนนี้เธองานล้นมือมาก แต่เธอบอกกับเราว่า คำว่า “มาก” ที่แล้วมายังเป็นแค่เสี้ยวเดียวของสิ่งที่รับผิดชอบในตอนน้ีพร้อมกับบทบาทใหม่ที่เธอสวมมันเพิ่มขึ้นอีกพร้อมการบริหารที่ต้องแบ่งตารางชีวิตให้ดีขึ้นเป็นเท่าตัว ซึ่งแน่นอนว่ามันคงไม่ใช่ความชอบด้านดนตรีเพียงอย่างเดียวแบบที่แล้วมา

“ตอนนี้เป็นช่วงยุ่งที่สุดในชีวิตตั้งแต่เคยเกิดมาเลย แป้งมีละครที่เพิ่งปิดกล้องไป ช่วยร้านอาหารที่บ้านในส่วนของโพสต์ออนไลน์ ส่วนงานเพลงก็มีเป็น Cover Project ของค่าย What the duck แถมล่าสุดแป้งก็เพิ่งเปิดบริษัทที่ทำเกี่ยวกับออนไลน์มาร์เก็ตติ้ง-เอเจนซี่ แล้วก็ทำด้านกราฟิกค่ะ

ในวันปกติของแป้งก็จะมีงานเข้ามาตลอด อย่างตอนเช้าเข้าไปทำงานในออฟฟิศ อีกพักหนึ่งค่ายก็โทรตามแล้ว ตอนบ่ายกองละครก็ส่งลิสต์มาว่าพรุ่งนี้จะถ่ายอะไร แล้วแป้งต้องเตรียมตัวทำการบ้านโดยการนั่งอ่านบท ทุกอย่างต้องรันไปเรื่อย ๆ ในแบบของมันค่ะ แต่ถ้าวันไหนตั้งใจไว้ว่าวันนี้จะเป็นวันพักผ่อนแป้งก็จะรีบทำทุกอย่างให้เรียบร้อย อย่างล่าสุดไปเล่นสโนว์บอร์ดที่ญี่ปุ่น แป้งก็แบ่งเวลานั่งทำงานในโรงแรมก่อนสัก 2 ชั่วโมง รับผิดชอบและจัดการเรื่องงานให้เรียบร้อย จากนั้นก็จะไม่คิดเรื่องงานเลยแล้วไปเที่ยวเล่นตามใจอยากค่ะ

แป้งมองว่าอายุของเราตอนนี้ต้องการความมั่นคงในหน้าที่การงานมากกว่าเดิม รู้สึกว่าต้องมีอะไรสักอย่างมารองรับเราไว้เพื่อที่ว่าวันหนึ่งในอนาคตถ้าเราเกิดเจออะไรอย่างอื่นที่อยากทำ อาจเป็นเรื่องไร้สาระสำหรับคนอื่นอย่างไปเที่ยวรอบโลก หรือนั่งแต่งเพลงไปเรื่อย ๆ ก็ไม่ต้องมานั่งกังวลอะไรและสามารถทำตามใจได้”

แล้วทุกอย่างที่ทำในตอนนี้ กล้าพูดไหมว่ามันเป็นสิ่งที่ตัวเองชอบทั้งหมด ?

“ถ้าให้พูดตรง ๆ แน่นอนว่าในโลกของความเป็นจริงคนเราไม่สามารถชอบทุกอย่างที่ทำอยู่ได้ มันต้องมีบางอย่างที่ทำให้รู้สึกว่า ‘ต้องทำ’ ไม่ว่าจะเพื่อเงินหรือเพื่ออะไรก็ตาม แป้งก็ทำได้นะคะ และไม่ได้เกลียดมันด้วย รวมถึงในหลาย ๆ อย่างที่กำลังทำอยู่ตอนนี้ก็มีสิ่งที่แป้งรู้สึกว่าอยากรีบตื่นเช้าเพื่อไปทำสิ่ง ๆ นั้น”

พอโตขึ้นแป้งก็ได้รู้ว่าความรู้สึกที่เราอยากตื่นมาทำอะไรบางอย่างมันเกี่ยวข้องกับเรื่องของความรับผิดชอบที่มากขึ้นด้วย

การทำอะไรตามใจโดยไม่ให้กระทบกับการใช้ชีวิตด้านอื่น ๆ อาจเป็นเรื่องที่พูดง่าย แต่พอทำจริงมันไม่ได้ง่ายแบบนั้น เคล็ดสำคัญอย่างการเตรียมใจและปรับมุมมองสร้างพลังบวกให้ชีวิตเองก็เป็นเรื่องสำคัญ แต่แป้งโกะก็มีิวิธีง่าย ๆ เพื่อจัดการ

“บางครั้งก็ท้อค่ะ เคยคิดว่าไม่อยากทำแล้วพรุ่งนี้จะลาออกจากทุกอย่าง แต่ว่าแป้งเป็นคนมองโลกในแง่ดีระดับหนึ่งและมีวิธีแก้ปัญหาในแบบตัวเอง เวลาเครียดก็ระบายกับเพื่อน บ่นในเฟซบุ๊ก บ่นตรง ๆ เลยว่าเหนื่อยมาก อยากนอน พอบ่นเสร็จแล้วก็นอนจริง ๆ ค่ะ พอตื่นขึ้นมาก็รู้สึกว่ามันเป็นวันใหม่แล้วเราพร้อมกับวันใหม่ มีพลังไปทำอย่างอื่นต่อได้”

เว้นวรรคเรื่องงานมาพูดเรื่องการใช้ชีิวิตมุมอื่น การสะพายกล้องถ่ายรูปตามสถานที่ต่าง ๆ ที่ท่องเที่ยวเพื่อเก็บมุมมองความทรงจำมาแบ่งปันในอินสตาแกรมเสมอเป็นงานอดิเรกที่แป้งโกะสามารถทำได้ดี แถมผลงานภาพที่ออกมาก็ไม่ธรรมดาเลย เมื่อเราถามถึงเรื่องนี้ เธอก็เล่าเรื่องราวการท่องเที่ยวที่พบเจอมาด้วยรอยยิ้มเปี่ยมสุขและยืนยันว่ามันไม่ได้เป็นแค่การชาร์จแบตเท่านั้นแต่เป็นรางวัลของชีวิตตอบแทนการทำงานหนักที่เติมเต็มจุดหมายของตัวเอง เรียกได้ว่าเป็นสาวตัวเล็กที่มี energy ล้น กระหายกับการคิด สร้างสรรค์และลงมือตลอดเวลาจริง ๆ

“แป้งชอบเวลาได้นั่งค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ ๆ ชอบตัวเองตอนนั่งวางแผนว่าจะไปทำอะไรบ้าง แค่นั่งเสิร์ชหาโรงแรมก็สนุกแล้วค่ะ ความรู้สึกตอนได้เตรียมทริปมันเป็นอะไรที่พิเศษ และความรู้สึกเมื่อเราไปถึงสถานที่ที่เราวางแผนไว้นานแล้วก็จะทำให้แป้งมีความสุข โดยเฉพาะกับทริปเดินเขาเพราะเราจะได้อยู่กับตัวเอง อยู่กับธรรมชาติที่ในชีวิตปกติเราแทบจะไม่ได้สัมผัส การไปยังสถานที่ใหม่ ๆ ก็เหมือนกับการได้เจอตัวเองในแบบใหม่ 

ถ้าจะให้บอกกับคนที่กำลังเริ่มต้นทำอะไรบางอย่างเพื่อตามความฝันแป้งโกะจะบอกอะไรกับเขา ? เพราะในบางครั้งการเริ่มต้นทำบางสิ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

“แป้งเคยอยู่ในเซฟโซนของตัวเอง แล้วก็บอกกับตัวเองว่าเราชอบสิ่งนี้ เราเกิดมาเพื่อสิ่งนี้และเราก็จะไม่เปลี่ยน แต่เมื่อแป้งโตขึ้นได้เห็นอะไรมากขึ้นก็คิดว่าการเปิดใจไม่ใช่เรื่องแย่ เมื่อเราทำสิ่งเดียวไปเรื่อย ๆ มันก็จริงที่เราอาจจะเก่งขึ้น แต่ถ้าเรากล้าก้าวไปทำอะไรใหม่ ๆ ที่ท้าทาย ได้รู้ว่าตัวเองชอบหรือไม่ชอบอะไร เราก็จะพบสิ่งที่ถนัดได้จากการทำอะไรหลายอย่างเหล่านี้ บางคนอาจไม่รู้ว่าควรเริ่มต้นค้นหาตัวเองอย่างไรดี ก็อยากให้ลองเรื่อย ๆ ค่ะ เพราะสุดท้ายก็มีแค่ตัวเราเองที่จะตอบคำถามว่าเราชอบอะไรที่สุด เดี๋ยวนี้สังคมเปิดโอกาสให้ทุกคนมากขึ้น เราสามารถเรียนรู้จากสื่อออนไลน์และแชร์ความสามารถของเราในโลกของโซเชียล มีโอกาสเสมอค่ะ”

“คนเราเมื่อมีโอกาสได้ทำอะไรก็ควรลองทำดูก่อน เพราะเราอาจจะค้นพบตัวตนหรือความชอบของอีกด้านของตัวเองจากการได้ทำสิ่งที่ไม่คาดคิด”

สุดท้ายนี้คิดว่าตัวเองประสบความสำเร็จแล้วหรือยัง ?

“ความสำเร็จในมุมมองของแป้งคือความกล้า ความกล้าที่จะเอาชนะบางอย่างในตัวเอง กล้าที่จะก้าวออกมาจากคอมฟอร์ตโซน เพราะการเอาชนะความกลัวของตัวเองคือสิ่งที่ยากที่สุด เลยทำให้แป้งก็คิดว่าตัวเองประสบความสำเร็จแล้วค่ะ”

มุมมองบาลานซ์ระหว่างความฝันและความจริงคืออีกสเตปของการทำตามความฝัน เพราะบางครั้งการปีนไปถึงจุดหมายที่ตั้งใจไว้อาจไม่ใช่ปลายทางของชีวิตและต้องเจอกับทางตัน แต่การทลายกำแพงความชอบและความสำเร็จเดิมอาจเป็นการต่อยอดเพื่อสร้างจุดหมายใหม่ต่อไปได้เรื่อย ๆ แบบไม่รู้จบ

TOISAN
WRITER: TOISAN
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line