Music
Next Cover, Same Mood 19 : อ่านหนังสือเล่มไหนต่อดี เมื่ออินกับเพลงในอัลบั้ม ‘lll’ ของ Three Man Down
By: GEESUCH August 11, 2025 235664
“คอนเซ็ปต์ของอัลบั้ม lll ก็คือการเป็นสิ่งที่พวกเราเป็นตั้งแต่รากเหง้า ทุกอย่างเรากลับไปเล่นท่า Back To Basic”
ฟังเพลงที่ 13 จบ เข้าใจเลยว่าทำไม Three Man Down ถึงบอกว่าอัลบั้มที่ 3 กลมกล่อมที่สุดตั้งแต่ทำเพลงด้วยกันมา เพราะคนฟังอย่างเราเองก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน เราเรียกสิ่งนี้ว่า Pure Music ดนตรีที่ปรุงแต่งลูกเล่นอะเรนจ์น้อยมาก แต่ใส่จิตวิญญาณลงไปแบบโคตรเยอะ ซึ่งทำยาก เพราะถ้าไม่สั่งสมประสบการณ์มาก่อนหน้าหลายปี การทำสิ่งนี้ไปก็จะออกมาไม่บริสุทธิ์อยู่ดี

ปีที่ 12 สมาชิกทั้ง 4 ของ Three Man Down กิต เต ตูน และเส็ง บอกว่าถ้าวงเป็นเรือ Thousand Sunny ใน One Piece พวกเขาเพิ่งจะเดินเรือเข้าสู่ทะเลแกรนด์ไลน์มาเมื่อไม่นานมานี้เอง เพราะอย่างนั้น NEXT COVER, SAME MOOD ตอนล่าสุดเราเอาตัวละครและเหตุการณ์ใน ONE PIECE มาจับคู่กับเพลงในอัลบั้ม lll เพื่อสำรวจความรู้สึกที่เพลงและมังงะสามารถมีร่วมกันได้ เพื่อเฝ้าฝันรอดูวันพีซของเหล่าเด็กหนุ่มไปพร้อมกัน

รู้สึกว่า Track Interlude ของอัลบั้ม lll มีความรู้สึกบีบอัดรุนแรงกว่าอัลบั้มผ่าน ๆ มาหลายเท่า พอพูดถึง ‘ความรู้สึกที่โดนบีบอัด’ เพลงเล่าภาพรวมในครั้งนี้จึงไม่ต่างกับหอย Impact Dial ของเกาะแห่งท้องฟ้าเลย ดูดซับความรู้สึกของทั้ง 13 เพลงเข้าไป แล้วระเบิดทั้งหมดออกมาพร้อมกัน
ว่ากันด้วยอะเรนจ์ที่กิตบอกว่าฟัง Interlude เพลงเดียว ก็จะเห็นภาพทั้งหมดของอัลบั้ม Three Man Down เพลงนี้อะเรนจ์แบบคตรทำงานกับคำนั้น ความรุนแรงของ Guitar Band / ความพอดีของ Basic Mode / ความเกรี้ยวกราดใน Melody ร้องแบบที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน และ ความเป็นมนุษย์ผู้แตกสลายจากความสัมพันธ์ ก็อยู่ข้างในเพลงนี้ด้วยเหมือนกัน
คำว่า ‘ฉันยังเก็บเธอเอาไว้ในใจ แต่อยู่ลึกลงไป …’ กระตุ้นสมองของเราให้นึกถึงนิทานเลื่องชื่อแห่งทะเลนอร์ธบลูอย่าง ‘โนแลนด์จอมโกหก’ ขึ้นมาทันที หนึ่งในเหตุการณ์สำคัญของเกาะท้องฟ้า ของนักสำรวจ Mont Blanc Noland ผู้บอกทุกคนว่าเกาะท้องฟ้ามีอยู่จริง และเพื่อนของเขา Kalgara นักรับแห่งเแซนเดียผู้ยังคงตีระฆังทองคำรอเพื่อนกลับมาหา ความรู้สึกของทั้งสอง ที่อีกฝ่ายต่างรอคอยเสมอมา โดยที่ไม่รู้ว่าคนที่เขารอได้กลายเป็นนักโกหกของโลกและจากไปแล้ว ในหน้าท้าย ๆ ของอดีต กับหน้าสุดท้ายที่ลูฟี่สามารถตีระฆังทองได้ เราเชื่อเลยว่าทุกคนต่างเหมือนได้ปลดปล่อยความอึดอัดใจที่อยู่ลึกลงไปให้ออกมา เหมือนว่าเพื่อนทั้งสองได้เจอกันอีกครั้ง

โคตรรักอะเรนจ์เพลงนี้ ! ชอบเป็นพิเศษตรงไลน์กลอง Minimal Design ที่ตีแน่น ๆ ซาวด์กลองจูนแบบสแนร์โทนต่ำ ๆ มีลูกทรงให้ได้สะใจเป็นท่อน ๆ มันเข้ากับกีตาร์ Power Cord แรง ๆ เสียงแตกที่ Dirty Sound หน่อย แล้วอะเรนจ์ให้ร้องมีโหนเสียงสูงดีมาก ซาวด์ก็กลมพุ่งกระแทกอกสะใจจัด ๆ
เพลงนี้คือของ Nicole Robin นักโบราณคดีลูกเรือผู้น่าสงสารที่เกิดมาแล้วถูกรัฐบาลโลกพร่ำบอกกรอกหูว่าไม่ควรมีชีวิตอยู่ ความอกหักฝังใจในเพลงนี้ “แค่ใครสักคนที่จะเข้าใจ ครอบครองน้ำตาของฉันเอาไว้ มันจะมีไหม” สำหรับเรามันสามารถเปรียบได้กับการที่โอฮาร่าบ้านเกิดถูกใช้บัตเตอร์คอลให้หายไปจากแผนที่ และการที่ถูกโลกโบยตี ถูกหลอกใช้ตั้งแต่เด็กจนกลัว ส่วนการ ‘เริ่มใหม่’ มันคือซีนเกาะแห่งการพิพากษาใน Enies Lobby ในตอนที่เธอขอลูฟี่ว่า “ช่วยฉันที ฉันอยากมีชีวิตอยู่”

“ข้อความเหล่านั้น เธอไม่ต้องเปิดอ่านมันก็ได้
เพราะทุกบรรทัดเป็นสิ่งที่ฉันไม่ควรพูดไป”
หลังจากคำว่า ‘เมา’ รู้สึกว่าวรรคที่ยกมาข้างบนคือตัวกำหนดไดเรกชั่นของเพลงนี้แบบมาก ๆ จากที่ช่วงต้นเป็นตีกีตาร์โปร่ง Major Vibe สดใสคลอคู่ไปกับบีท-ทันทีที่กลองเข้ามาในท่อน Pre-Chorus และทุกอย่างระเบิดในท่อน Chorus เพลงก็เริ่มดาร์กขึ้นเรื่อย ๆ เป็นการเล่า Story ของเพลงได้แบบภาพโคตรชัด ดื่ม เริ่มเมา เมามากจนความรู้สึกเก่า ๆ ที่อยากให้เราคืนกลับมาสั่งการร่างกายให้กดโทรไป แล้วเนื้อเพลงความทรมานของวัยรุ่นแบบนี้การใช้พี่แน็ปที่เป็นปรมาจารย์สายเมโลดี้หวานในดนตรีโหดร้าย มันถูกต้องไม่รู้จะถูกต้องยังไงแล้ว (ขอให้เป็นโซโล่ของตูนที่ชอบมากที่สุดพอ ๆ กับ ‘วิธีไม่เสียใจ’)
เพลงของคนยื้อและดื้อดึงที่ไม่ยอมปล่อยสิ่งที่พังและจะทำลายความสัมพันธ์ของทั้งคู่แบบนี้ กลาย ๆ ว่าเป็นจดหมายถึงแมรี่ได้เลยนะ เรารู้สึกว่าความรู้สึกของเพลงนี้ ชวนให้นึกถึงความ Toxic ของ อุซปกับลูฟี่ที่ไม่ยอมฟังช่างบริษัทต่อเรือของ Galela Company ในเมืองแห่งน้ำ ว่าการเดินทางของ Going Merry ต้องจบลงจริง ๆ แล้ว การฟังเพลงนี้จบมัน Coming Of Age เหมือนกันกับที่พวกลูฟี่บอกลาแมร์รี่เลย

โห รู้สึกว่าเพลงนี้คือการแตะกราฟความซับซ้อนที่ Basic Mode จะสามารถทำได้แล้ว ซึ่งเป็นเพลงที่เข้ามาดันทำให้กราฟของอัลบั้ม lll วูบวาบไม่ฟังต่อเนื่องแล้วจำเจจนเกินไป ชอบการเอา The TOYS เข้ามาในเพลงแล้วเลือกดึงเอาพาร์n 6667 ของเขามาใช้ เพลงเลยรุนแรงตั้งแต่วิแรกจนวิสุดท้ายเลย
ไม่แน่ใจว่าคนอ่าน One Piece ยังจำคุณลุง Gaimon จากเกาะสัตว์ประหลาดได้มั้ย ลุงคนนั้นล่ะที่เชื่อว่าเกาะที่ตัวเองไปมีสมบัติจนพลาดสุดท้ายตัวติดกับสมบัติเลยคอยเฝ้าสมบัติมาเป็นเวลาหลายสิบปี .. ความฝังใจของลุง Gaimon เข้ากับเพลงนี้มาก ในใจลึก ๆ ที่ตัวเองก็เชื่อว่าในนั้นอาจจะไม่มีสมบัติ แต่ก็ไม่อยากฟังความจริงและอยากจะเชื่อแบบนั้นอยู่ต่อไป

ชอบไลน์กีตาร์โปร่งที่ซ่อนอยู่ข้างหลังของเพลงนี้มาก มันทำให้เพลงรุนแรงเพลงนี้แสนอ่อนโยนขึ้นมาทันที และก็ทำงานฮีลหัวใจทุกครั้งที่เปิดฟัง เข้าใจเลยว่าทำไมถึงเอาเพลงนี้ไปเป็น Acoustic Version ต่อ แล้วพอฟังมาถึงเพลงนี้ ต้องบอกว่า Bridge Part ของทั้งอัลบั้มเป็นระเบิดเวลาทางความรู้สึกที่พร้อมจะ ‘บึ้ม’ ฟังจบแล้วเหมือนเรากลายเป็นคนใหม่ทันที
เพลงนี้เป็นเหมือนพาร์ทสำคัญใน One Piece เลยนะ ก็คือการ ‘ยอมถอย’ ของลูฟี่ ทั้งสำหรับคนอ่านที่ตามอยู่และอาจไม่ได้ตามมานานแล้ว จะจำได้ดีว่ามีเหตุการณ์ถอยครั้งสำคัญ ก็คือตอนที่ขอแชงค์ขึ้นไปลูกเรือและพบว่าตัวเองไม่ได้เตรียมใจมากพอที่จะเป็นโจรสลัดได้ กับในวันที่สูญเสียเอสไปในมารีฟอร์ด เพลงนี้สามารถเป็นซาวด์แทร็คปลอบประโลมให้กับซีนน้ำตาท่วมใบหน้าของหนุ่มหมวกฟางของเราได้เลย

ความพิเศษของเพลงนี้คือมันเป็นเพลงที่จะฟังก์ชันมากที่สุด ถ้าฟังหลังจาก ‘ยอมถอย’ เพราะเหมือนเป็นเพลง After Effect ของการแตกสลายในเพลงก่อนหน้า อะเรนจ์ก็ให้ความรู้สึกที่คล้ายกันแต่ผ่อนคลายกว่า เพราะเป็นช่วงหลังของความรู้สึกเจ็บปวดแล้ว ทั้งคู่เป็นเพลงที่ช่วยให้เราเข้าใจความเป็น Basic Mode ที่วงต้องการจะทำออกมาได้ดีที่สุด
ถึงจะเป็นตัวละครโคตรบั๊กใน One Pieceที่มีมีมหลงทางออกมาให้เห็นในทุกเกาะที่เดินทางไป แต่พาร์ทหนึ่งของโซโลที่น่าสงสารเสมอคือการเสียคุอินะ และความทรงจำก็ Flashback ตีเข้าแสกหน้าทุกครั้งที่เห็นจ่าทาชิงิ เราเชื่อวส่าเพลงนี้ไม่ใช่เพลงที่ต้องมีความรักอย่างเดียวถึงจะเข้าใจ แต่การเสียเป้าหมายที่เราจะไขว่คว้าไปตลอดกาลแบบโซโลเองก็ทำงานกับเพลงเหมือนกัน
SONG : ทุกอย่างยังเหมือนเดิม
ONE PIECE CHARACTER : Laboon & Brook

โห ตรงกลางระหว่าง Basic Mode ที่ลงตัวจากสองวงที่เรารัก เมื่อความงดงามในเมโลดี้ของดนตรีและคำร้องจาก Cocktail ผสมเข้ากับความโหวกเหวกในพลังวัยรุ่น ของ Three man Down ทั้งคู่เว้น Space ให้งานศิลปะตรงกลางร่วมกันได้สมบูรณ์มากเลยอะ ไม่รู้จะพิมพ์ชมยังไงมากกว่าคำว่างดงามที่ใช้ไปแล้วครั้งนึง ทุกครั้งที่เข้าท่อน Chorus น้ำตาก็รื้นขึ้นมาเอ่อก่อนจะรู้สึกเย็นที่แก้มในเวลาต่อ .. เป็นเพลงใจสลายที่ฟังแล้วรู้สึกดีจนอยากพังซ้ำเรื่อย ๆ เลย : )
ไม่มีใครควรได้รับเพลงนี้ไปมากกว่า Laboon ฉลามวาฬแห่งแหลม Reverse Mountain ที่ยังคงรอคอยพวกพ้องแม้จะผ่านไปนานหลายปี และ Brook นักดนตรีประจำกลุ่มหมวกฟาง พวกพ้องคนสุดท้ายพี่พยายามพิชิตแกรนไลน์เพื่อกลับไปเจอเพื่อคนนี้อีกครั้ง ฉากที่เจอบรูคครั้งแรก และตัดภาพไปที่ลาบูนร้องดีใจกับคุณครอกครัส ใช้คำว่า “ทุกอย่างยังเหมือนเดิม” ได้เลยจริง ๆ

เพลงเศร้าที่ฟังก์ชันตรงข้ามกับเพลงอื่นในอัลบั้ม ดนตรีอะเรนจ์มาแบบปุยนุ่มพร้อมโอบกอดอบอุ่น แต่เนื้อเพลงพวกพี่ซ่อนรอยสันกับไฟไว้ข้างในพร้อมแผดเผาใจเลยครับ เพลงนี้ท่อน Bridge Part ที่ใช้สรุปเรื่องทั้งหมดเด็ดขาดมาก ทั้งจังหวะและการเลือกใช้คำ “เพราะตลอดมา ฉันเพิ่งรู้ว่าชีวิตฉันมันคงไม่มีค่า
ถ้าเธอลา จากฉันไปในวันนี้”
ย้อนกลับไปไกลตั้งแต่เกาะ Syrup Village วันที่กลุ่มหมวกฟางกำลังจะมีพลซุ่มยิงชื่ออุซป พอพูดถึงพาร์ทนี้แล้วจะร้องไห้ คนที่ตามวันพีซรู้ดีว่าอุซปยังเป็นเจ้าแห่งการโกหกเพราะหวังดีมาเสมอ Key Massge ของเกาะนี้คือ ‘การโกหก’ ในแบบที่หวังดีและหวังร้าย กัปตันคุโระที่พยายามเป็นคนดีต่อคุณหนูคายะเพื่อฮุบสมบัติประจำตระกูลก่อนจะปลิดชีพเธอ และแม้ว่าอุซปจะพูดเท่าไหร่ในตอนแรกเธอก็ไม่ฟังเลย ซีนนี้คือเปิดเพลง ‘ไม่ให้ไป’ เป็นซาวด์แทร็คได้เลยครับ

เราจะคอยพูดอยู่เสมอว่าควรมีเพลงแบบนี้บนโลกเยอะ ๆ เพลงสำหรับวันที่แบตเตอร์รี่เหลือ 0% แล้วชาร์จยังไงก็ไม่เข้าสักที .. มันเหมือนได้วง Three Man Down มานั่งข้างกันแล้วตบไหล่เบา ๆ “ไม่เป็นไรเว้ยมึง !” แล้วเพลงนี้เหมือนตูนใส่พลังความเป็นไอต้าวน่ารักในการเขียนเพลงแบบ 100% มีคำที่ฟังแล้วเหมือนโดยเอามือเข้าไปสะกิดหัวใจให้อบอุ่นเยอะมาก
“ฉันขอได้ไหม โอบกอดฉันไว้
อย่าปล่อยฉันไป
เหมือนว่าฉันได้เจอทางออก”
มีตัวละครมากมายใน One Piece ที่มีฮาคิอบอุ่นและเสียสละเพื่อยุคสมัยใหม่มากมายที่อยากใส่ในเพลงนี้ แต่พอเลือกได้ 1 คน เราก็เลยขอเอาคุณทอม ช่างต่อเรือแห่ง Tom’s Worker ขึ้นมา มนุษย์เงือกที่ไม่ใช่แค่เปลี่ยนแปลงชีวิตของเด็กหนุ่มเสเพลอย่างแฟรงกี้กับไอซ์เบิร์กให้ดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังได้เปลี่ยนเมืองและชีวิตของผู้คนในเมืองแห่งน้ำให้มีชีวิตได้อีกครั้ง สิ่งที่อบอุ่นที่สุดในตัวคุณทอม คืออุดมการณ์ในการต่อเรือทุกลำด้วยเป้าหมายเดียวคือการต้องพาลูกเรือไปถึงปลายทางอย่างที่ใครคนนั้นหวังโดยไม่เกี่ยงว่าจะเป็นใคร และทิ้งสิ่งที่ดีนี้เอาไว้ให้โลกต่อไป ถึงแม้ว่าโลกที่เขาจากมาจะโหดร้ายขนาดไหนก็ตามที

โอยยย ชอบ Interlude นี้มาก คือโน้ตแรกมาละลายไปทั้งตัวแล้ว-มากซะจนอยากเห็น Three Man Down Unplug ทีมีแค่เครื่อง Acoustic ได้ให้เส็งบรรเลงเปียโนอย่างเต็มที่ เพื่อให้เมโลดี้ที่ตูนเขียนให้กิตสร้างฟังก์ชันในอีกรูปแบบหนึ่งขึ้นมา และเพลงคลั่งรักขนาดนี้ ก็ต้องเป็นของจักรพรรดินีโจรสลัดกลุ่มคุจาแฮนค็อกคนเดียวล่ะ (ตอนแรกจะให้ซันจิแต่เปลี่ยนใจทีหลังดีกว่า)

ต่อจากเพลงก่อนหน้า เพลงนี้คนน่าจะชมอะเรนจ์ของ Machina x Three Man Down เยอะแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่เราอยากชมอัลบั้ม lll ของ Three Man Down จากเพลงนี้มาตลอด คือการอะเรนจ์พาร์ท Female Vocal ให้เข้ากับวงร็อกเด็กผู้ชายโคตรซนของตัวเองได้ถูกที่ถูกจุดมาก ๆ เอาจริงสิ่งนี้มันแอบเห็นตั้งแต่ตอน ‘ข้างกัน’ ที่เลือก ออม-Telex Telex มาแล้ว แต่การมาของ Whateve มันพิสูจน์แล้วว่าพวกเขาทำพาร์ทคอรัสนี้ได้โตขึ้น เพราะว่า ‘เพลงรัก’ ฟังแค่ครั้งเดียวเชื่อว่าทุกคนสามารถจำได้เลยว่าเสียงผู้หญิงจะเข้าตรงไหน ฉลาดอะเรนจ์ที่ไม่ต้องตามขนบคอรัสขั้นคู่ปกติ มีทั้งการร้องทับกัน ร้องแบบ Duet จนมันออกมาสมบูรณ์เหลือเกิน
หนึ่งในคุณแม่ที่เจ๋งที่สุดคนหนึ่งในโลกของ One Piece สำหรับเราที่ตามมังงะเรื่องนี้มาเกิน 10 ปี ก็คือคุณเบลเมลนี่ล่ะ เสียได้ทุกอย่างแต่ไม่ยอมเสียนามิกับโนจิโกะ และถึงแม้ว่าคุณเบลแทบจะไม่พูดคำว่ารักออกมาเลย เธอก็ใช้การแสดงออกในแบบของตัวเองเสมอ และเก็บคำนั้นเอาไว้ใช้ในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิตของครอบครัวทั้ง 3 คนจริง ๆ เสียดายที่ช่วงเวลานั้นคือการจากลา

ดีใจที่หลังจากข้อยกเว้น ก็มีเพลงที่ให้เส็งได้โชว์พาร์ทเปียโนนุ่ม ๆ อีกครั้ง รักเพลงนี้ที่เลือกให้เป็น Ballad Song ปล่อยให้อะเรนจ์ของเปียโนนำพาทุกเรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบไป แล้วมี Ambient Sound ประกอบห่อหุ้มอยู่เป็นฉากหลัง เพราะว่าเสียงของเส็งได้พาอารมณ์เราล่องลอยไปไกลเหลือเกิน สมกับที่เพลงสร้าง Image เหมือนว่ากำลังแหงนมองดาวบนท้องฟ้าในยามค่ำคืนยังไงอย่างนั้น เป็นอะเรนจ์ Basic Mode แบบที่ทำให้อัลบั้ม lll กลมกล่อมขึ้นไปอีก ต้องตบมือจริง ๆ ที่เลือกวางก่อนเป็นเพลงสุดท้าย
ถึงจะปล่อยให้วีรบุรุษกองทัพเรืออย่างการ์ปเป็นคนเลี้ยงลูกตัวเอง แต่ทุกครั้งที่ไม่ว่าจะอยู่แห่งไหนบนโลก ดราก้อนจะมองไปทางทิศอีสต์บลูเสมอ เพราะว่าตรงนั้นมีหมู่บ้านฟูซาที่ลูฟี่เกิดและเติบโตอยู่ ความรู้สึกของการมองขึ้นไปบนท้องฟ้าของเพลงชาตินี้ คงเป็นอะไรที่เรารู้สึกร่วมกับดราก้อนมาก ๆ เลย

เพลงร็อกแบบโคตรจะ Three Man Down เพลงที่มีพลังงานในแบบที่ว่า ทำให้คนเล่นดนตรีทุกคนนึกถึงช่วงเวลาเข้าห้องซ้อมหลังเลิกเรียนของวัยเยาว์อีกครั้ง แล้วเนื้อเพลงคือเป็นเพลงของ ‘เพื่อน’ สมกับวงที่พูดเสมอว่ามาถึงตรงนี้ได้เพราะความเป็นเพื่อน มันคือเพลงที่เราจะเอาไว้ร้องด้วยกันตอนต้องจากลาในวันปัจฉิม เอาไว้ร้องตอนที่ออกไปบ้าบอท่ามกลางค่ำคืนไปด้วยกัน ร้องตอนที่ใครคนใดในกลุ่มอกหักจากความสัมพันธ์ห่วยแตก เพราะว่ามันคือ High School Song ที่จะทำให้เมืองนี้ไม่เหงาอีกต่อไป : )
รู้ว่าพูดชมมาตลอดทั้งอัลบั้มแล้ว อยากบอกว่าการลำดับเพลงนี้เอาไว้ที่ 13 เพลงสุดท้าย มันทำให้อัลบั้ม lll มีคุณค่าและสมบูรณ์ที่สุด อยากให้ให้เพลงนี้เป็นเหมือนกระแสลมที่พา Thousand Sunny ไปในเส้นทางที่มี ‘วันพีซ’ ทั้งของวงและของชาวเมืองทุกคนอยู่รออยู่ตรงนั้น
