‘Puffette’ เป็นเหมือนสมุดบันทึกของเด็กสาวที่เธอเอาไว้สะสมความทรงจำในเรื่องที่ดูเล็กน้อยมากในสายตาของคนอื่น แต่มีผลต่อหัวใจของตัวเองในช่วงเวลาหนึ่ง-เพลงของห้วงเวลาเล็ก ๆ ความรู้สึกบางรู้สึกของ ‘เธอ’ ทั้งคนที่ชอบเอาชนะคนรักในความสัมพันธ์ คนที่อยากประกอบสิ่งที่พังไปแล้วด้วยรอยจูบ และเธอคนที่ใช้เพลงของ PAMI ประกอบในค่ำคืนที่รู้สึกว่าไม่มีใครอยู่ข้างกัน Next Cover, Same Mood ตอนล่าสุดเราเอาเรื่องราวของเด็กสาว Sad Girl มาร้อยเรียงเข้ากับดนตรีและเนื้อร้องที่สวยงามของ PAMI ที่ถึงแม้ทั้ง 10 เพลงจะทำให้คุณรู้สึกเศร้า แต่เธอบอกให้เราถอนหายใจเบา ๆ ออกมาพร้อมพูดคำว่า “ไม่เป็นไร” SONG : Kiss Me Blue THE GIRL : Lexi / Modern Love (2019) อาาา ละลาย Lofi-Pop ยุค Pretty Girl (Clairo) ที่ซาวด์ Modern และกลมกล่อมสุด ๆ เปิดมาเพลงแรกก็รักเลย ไม่คิดว่าจะได้เจอเพลง Small Situation
“คอนเซ็ปต์ของอัลบั้ม lll ก็คือการเป็นสิ่งที่พวกเราเป็นตั้งแต่รากเหง้า ทุกอย่างเรากลับไปเล่นท่า Back To Basic” ฟังเพลงที่ 13 จบ เข้าใจเลยว่าทำไม Three Man Down ถึงบอกว่าอัลบั้มที่ 3 กลมกล่อมที่สุดตั้งแต่ทำเพลงด้วยกันมา เพราะคนฟังอย่างเราเองก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน เราเรียกสิ่งนี้ว่า Pure Music ดนตรีที่ปรุงแต่งลูกเล่นอะเรนจ์น้อยมาก แต่ใส่จิตวิญญาณลงไปแบบโคตรเยอะ ซึ่งทำยาก เพราะถ้าไม่สั่งสมประสบการณ์มาก่อนหน้าหลายปี การทำสิ่งนี้ไปก็จะออกมาไม่บริสุทธิ์อยู่ดี ปีที่ 12 สมาชิกทั้ง 4 ของ Three Man Down กิต เต ตูน และเส็ง บอกว่าถ้าวงเป็นเรือ Thousand Sunny ใน One Piece พวกเขาเพิ่งจะเดินเรือเข้าสู่ทะเลแกรนด์ไลน์มาเมื่อไม่นานมานี้เอง เพราะอย่างนั้น NEXT COVER, SAME MOOD ตอนล่าสุดเราเอาตัวละครและเหตุการณ์ใน ONE PIECE มาจับคู่กับเพลงในอัลบั้ม lll
เผลอแปปเดียวอัลบั้ม Man Child ของ Phum Viphurit ผ่านไป 8 ปีแล้ว ยังจำภาพวันที่เอา CD ไปเซ็นที่ Cat Expo ได้อยู่เลย ไม่เคยลืมความรู้สึกไม่เคยเบื่อของการฟังเพลงในยุค Adore & Long Gone Era. และยังคงตกหลุมรักโชว์ของภูมิแบบ Folk Session เสมอมา เราเอาอัลบั้ม Manchild มา Re Listening อีกครั้ง เพราะว่าภูมิกำลังจะมีคอนเสิร์ต Phum Viphurit ‘Manchild Reimagined’ Concert ในวันที่ 29 นี้ ที่เอาทุกเพลงในอัลบั้มแรกมาอะเรนจ์ใหม่ น่าสนใจมากว่าจะเป็นยังไง คนที่โตมากับภูมิและ Rats Record ตั้งแต่วันแรก ๆ ไม่ควรพลาดคอนเสิร์ตนี้ หลาย ๆ เพลงในอัลบั้ม Manchild ได้บันทึกช่วงเวลาวัยรุ่นที่ทำอะไรบ้า ๆ บอ
There is no excerpt because this is a protected post.
อัลบั้ม 1% ของ Paper Planes ที่มี ‘ฮาย-ธันวา’ (ร้องนำ) & ‘เซน-นครินทร์’ เป็นส่วนผสมสำคัญของการเกิดอัลบั้ม 21 เพลงที่บ้าพลังแบบสุดขีด (ในยุคสตรีมมิ่งที่แทบจะไม่มีศิลปินทำอัลบั้มให้เราได้เห็นแล้ว) สิ่งที่เราได้จากอัลบั้มที่ขอถือวิสาสะเรียกธีมเอาเองว่า “Coming Of Age Of Sad Boys” คือการเติบโตเมื่อวินาทีสุดท้ายของแทร็กท้ายสุดได้จบลง เหมือนกับว่าคอนเซปต์ของอัลบั้มนี้ คือการเรียงลำดับเพลย์ลิสต์จากความเศร้าที่เกิดจากความสัมพันธ์ ความผิดหวังที่เกิดจากตัวเอง ไปจนถึงความเข้าใจแล้วว่าโลกใบนี้ก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น เพราะฉะนั้น Next Cover, Same Mood ตอนล่าสุด จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับเพลง 1% ในมุมมองของเรา แล้วถ้ายังอารมณ์ค้างออกมาจากวังวนไม่ได้ เราเตรียมตัวละคร Sad Boy & girl จากหนังและหนังสือที่มีเรื่องราวเชื่อมโยงกับเพลง ให้แฟนของเครื่องบินกระดาษลำนี้ได้ไปอินกันต่อ SONG : กำหมัด (Smoulder) Sad Boy : Cameron James (10 Things I
6lur (เบลอ) อัลบั้มที่ 6 ของ Slur เป็นเหมือน ‘สายลม’ ที่พัดพาช่วงเวลา ความรู้สึก ไปพร้อมกับการกักเก็บความทรงจำของคนฟังเอาไว้อยู่ในมวลอากาศ จะเปิดฟังแบบที่ไม่ต้องโฟกัสก็ได้ แต่ในวันที่เปิดฟังจริงจังก็ยิ่งรู้สึกมากเหลือเกิน โดยเฉพาะพาร์ทของเพลงเศร้าที่ทำให้เราคิดย้อนกลับไปถึงวันที่ฟังอัลบั้มแรก Boo! ในมุมที่ว่า ‘ความ Youth Power แบบ Slur มันโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นอีกครั้งแล้วว่ะ’ พลังวัยรุ่นในวันนั้นมันถูกเคี่ยวจนงวดเป็นความมันส์ด้วยท่าทีที่สุขุมขึ้น เศร้าอย่างเข้าใจ และซ่าแบบที่ลิมิตจะไปถึง การได้ฟังเพลงในอัลบั้มนี้หลาย ๆ รอบเพื่อเขียนถึง ทำให้เข้าใจความเป็น Slur หลาย ๆ อย่างที่ไม่เคยมองเห็นเหมือนกันนะ อย่างเนื้อร้องของพี่เย่ที่เลือกเพียงคำที่ทำงานกับความรู้สึกจริง ๆ ไลน์กีตาร์ของพี่เฮาส์ดีไซน์ให้มีความเย็น ๆ ซนแต่ไม่ซ่าจนเกินไปก็เข้ากับความเป็น Slur ในยุคหลังได้ถูกต้องที่สุด ไลน์เบสของพี่บู้ที่มีความแฟชั่นดีไซน์ไม่ตีกรอบอยู่เสมอ และริทึ่มกลองของพี่เอมที่หวดแบบวิ่ง ๆ สับ ๆ ริทึ่มที่เป็นมากกว่าให้จังหวะแต่ยังเป็นเหมือนเมโลดี้คุมตัวตนความซนของ Slur ในทุกเพลง Next Cover, Same Mood ตอนล่าสุดเลือกหนังและซีรีส์สำหรับคนที่มูฟออนจากเพลงหลากอารมณ์ในอัลบั้ม 6lur ไม่ได้
ไม่ใช่เพราะว่าเป็นแฟนคลับของ HYBS มาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เราถึงชอบเพลงของ WIM แต่เพราะว่า ‘กานต์-กษิดิ์เดช หงส์ลดารมภ์’ เป็นคนทำเพลง Pop ที่เก่งจริงต่างหากล่ะ ถ้าจะมีอัลบั้มที่ใช้เป็นตัวแทนนิยาม ‘ผู้ชาย’ ที่แอบมีความซุกซนต่อทุกความสัมพันธ์ที่เอาใจลงไปเล่นสนุก ๆ แต่กลับพร้อมจะยอมแพ้ให้กับคนที่เขาโดนเวทมนตร์บางอย่างตั้งแต่แรกเห็นได้ล่ะก็ เพลงในอัลบั้มชื่อ NOICE ก็ควรจะเป็นตัวแทนของผู้ชายเหล่านั้นนะ ไม่ได้เปรียบเทียบ แต่เพลงของ WIM ฟังแล้วมันชวนให้คิดถึงเพลง Pop ชั้นดีปี 1980s ของศิลปินอย่าง Stephen Bishop / Michael Frank หรือ The Doobie Brothers อยู่ไม่น้อย และก็ชวนให้คิดถึงเสน่ห์ของภาพฝันในหนัง Rom-Com ยุคที่มี Meg Ryan เป็นผู้หญิงในฝันของผู้ชายทุกคนด้วยเหมือนกัน NEXT COVER, SAME MOOD ตอนล่าสุด UNLOCKMEN ขอยกตัวละครผู้ชายที่ทำเพื่อผู้หญิง True Love ในชีวิตของตัวเอง จากภาพยนตร์ที่เรารัก เพราะเราเชื่อว่าผู้ชายเหล่านี้สามารถเป็นตัวแทนตัวตนของคำถามที่คุณกานต์ตั้งเอาไว้ในชื่อวงว่า
เราโตมากับ YEW ในยุคของเพลง ‘ลมที่ลา (Wind)’ แต่มาโดนตกเอาจริง ๆ จากเพลง ‘โอ้ที่รัก (HEY!)’ พอไปกดดูตัวเลขเช็คปีใน Youtube ของทั้งสองเพลงเมื่อกี้มันปี 2018 แล้ว ไม่แน่ใจว่าคนที่อยู่กับ Yew ตั้งแต่ก้าวแรก ๆ กับคนที่มาตามวงในปี 2024 หรือก่อนหน้านี้ไม่นาน นิยามวงเอาไว้ด้วยความหมายแบบไหน แต่สำหรับเรา Yew เป็นตัวแทนของทุกความรู้สึก ‘ไม่แน่ใจ’ ของวัยรุ่น ช่วงวัยที่อะไรมันก็สับสนมีแต่ความไม่เข้าใจเต็มไปหมด ไม่ว่าจะกับความสัมพันธ์ที่ต้องคอยโอบกอดเอาไว้ไม่ให้ร่วงหล่น หรือว่าความรู้สึกของตัวเองที่ก็ต้องคอยประคองเอาไว้ให้ดี อัลบั้ม Rainbow Landscape ก็ยังคงพูดถึงสิ่งเหล่านี้ แต่ท่ามกลางหมู่มวลเพลงเหล่านั้นกลับมีฟ้าใสที่ปลายทางรออยู่ เราขอเรียกเพลงในอัลบั้มนี้ว่า ‘การตามหาความเข้าใจของชีวิตเพื่อลืมเลือนความเจ็บปวดที่ผ่านมา’ เหมือนช่วงเวลา 6 ปีก่อน ได้ถูกคลี่คลายด้วยสายรุ้งของปี 2024 NEXT COVER SAME MOOD ตอนล่าสุดเราพาไปพบกับช่วงเวลา ก่อน, ณ ขณะ และฟ้าหลังฝน การมาถึงของช่วงเวลาสายรุ้งของตัวละครจากหนังสือและภาพยนตร์ที่มีความหมายถึงการเติบโตพร้อมกับภาวนาว่าสายรุ้งนี้จะยาวนานขึ้นอีกสักนิดก็ยังดี Song :
พูดแบบอวยไม่อายเลยว่าหนึ่งในวงไทยที่เชียร์มากที่สุดในปี 2024 ของ Geesuch คือ _less ที่ประกอบด้วยสมาชิกหลัก 2 คน _lilb กับ _mig-j และผองเพื่อน มันดีใจเสมอเลยที่ได้เจอวงดนตรีที่ทำเพลงเอาแต่ใจมาก ๆ แบบที่เราไม่สามารถเรียกแนวดนตรีอะไรได้ แต่ต้องใช้ชื่อวงเป็นคำเรียกแนวดนตรีของพวกเขาแทน ถ้ารู้สึกว่าบ้านเรามีเพลงรัก ๆ เลิก ๆ เยอะจนเอียน อยากให้หยิบหูฟังขึ้นมาใส่แล้วเปิดอัลบั้ม _RUKRUKLERKLERK จะเรียกอัลบั้มนี้ว่าเป็น Slice Of Life ก็ได้นะ วงเลือกพูดถึงสิ่งที่เราต้องเจอในชีวิตประจำวันอย่างเบื่อแก้งานที่บรีฟไม่เคลียร์ / ขอเปิดเพลงฟังในห้องน้ำสัก 20 นาที หรือ การถูกบังคับให้เป็นคนอื่น เล่าผ่านคาแรคเตอร์ของมนุษย์อายุ 20 กลาง ๆ ที่ขี้โหวกเหวกโวยวาย นึกภาพง่าย ๆ สำหรับเราแม่งคือ ‘โคเทะสึ’ จากมังงะโอซาว่าฮายกครัว ที่โคตรเอ็นจอยกับสิ่งรอบตัวทุกอย่าง แล้วบางอย่างที่ซีเรียสก็ปั่น ๆ ใส่ซะเลย _less ก็แอบมีความประหลาดนิดนึงอย่างนั้นล่ะ แต่พาร์ทดนตรีวงนี้คือปีศาจที่โคตรเนิร์ด ต้องชมทั้งสกิลการเขียนเพลง การอะเรนจ์
– นี่คือคำสารภาพของเด็กหนุ่มวัย 30 ที่หลงไหลในเพลงเศร้าผู้อยากขลุกตัวอยู่ในหลุมดำของตัวเองตลอดเวลา – ทุกครั้งที่ฟังเพลงของ AYLA’s มันเหมือนเราพาตัวเองเดินเข้าสู่คลาสบำบัดความรู้สึกเลวร้ายตลอดทั้งวันด้วยสิ่งที่เศร้ายิ่งกว่า ภายในห้วงนั้น มีเตียง 1 ตัวให้ทิ้งทุกอย่างก่อนปล่อยร่างลงนอน เมื่อโน้ตแรกจากเสียงเพลงแว่วเข้ามา การบำบัดก็ได้เริ่มต้นขึ้น เด็กหนุ่มทั้ง 5 ใช้ความเศร้าหมองเป็นยาดี ทำเพลงไวบ์หม่นเศร้าเพื่อที่จะคอยปรบบ่าเราเบา ๆ ให้ก้าวสู่วันใหม่ได้ด้วยแรงของของตัวเองอีกครั้ง อัลบั้ม I’M KEEP GOING RUN AWAY มีความหมายอย่างนั้นกับเรา และตัวเพลงก็ได้ทำให้ซีนจากมังงะ ภาพยนตร์ หรือซีรีส์หลาย ๆ เรื่องที่เคยอยู่ในความทรงจำของเราให้มีความหมายยิ่งกว่าเดิม Next Cover, Same Mood ตอนที่ 10 จึงเป็นการจับหลากซีนที่ทั้งใจสลาย หรือบางครั้งก็ทำให้ทำให้หลั่งน้ำตาแห่งความสุขออกมาโดยไม่รู้ตัวเหล่านั้น เข้ากับทั้ง 12 เพลงในอัลบั้มนี้ ** คอลัมน์นี้มีสปอยล์ซีนสำคัญของมังงะ ภาพยนตร์ และซีรีส์หลายเรื่อง ** Song : เปลี่ยนไปแต่เหมือนเดิม (Changed) Anime : Ocean


